ตอนที่ 61 ไม่อนุญาต!
ท้องฟ้าในเมืองไม้หอมในวันนี้ไร้ซึ่งเมฆหมอกทำให้แสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องลงสู่พื้นพิภพได้ทั่วทุกหนแห่ง อาจเป็นเพราะเมืองไม้หอมเป็นเมืองในหุบเขาซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติทำให้เกิดสายลมอุ่นๆ พัดไปมาอยู่ตลอดเวลาทั้งที่เป็นวันที่แจ่มใสแต่สำหรับใครบางคนจิตใจและความรู้สึกไม่ได้แจ่มใสดั่งสภาพอากาศในวันนี้เลยแม้แต่น้อยตอนนี้เชนกำลังยืนหน้าเครียดอยู่ในห้องห้องหนึ่งซึ่งมีเตียงผู้ป่วยและสาวน้อยน่ารักงดงามนอนหลับตาอยู่บนเตียง ซึ่งนั่นก็คือ..มิ้นท์น้องสาวของเชนซึ่งป่วยเป็นโรคประหลาดที่ไม่ได้สติมาร่วมปี ด้านข้างของเตียงในตอนนี้นั่งไว้ด้วยชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งเขากำลังจับชีพจรให้กับมิ้นท์ ส่วนโดยรอบเตียงนั้นโอบล้อมไปด้วยผู้คนหลายสิบชีวิตที่ใส่ชุดสีขาวซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นคนของโรงพยาบาลแห่งนี้ ถ้าสังเกตให้ดีคนพวกนี้ยามมองไปยังชายวัยกลางคนที่กำลังจับชีพจรล้วนเต็มไปด้วยความเลื่อมใสอย่างที่สุดห้องนี้ก็ไม่ได้ใหญ่มากอยู่แล้วเมื่อมีคนมากมายมาอยู่ก็ทำให้ห้องแห่งนี้คับแคบลงไปในทันใด...ที่นี่คือโรงพยาบาลที่มิ้นท์กำลังรักษาตัวอยู่นั่นเองย้อนกลับไปเมื่อวานเชนได้พบกับหมอประจำตัวของไรม์ซึ่งมาตรวจสอบและทำแผลให้ เขาจึงได้ทำการพูดคุยและนัดแนะเวลาในการไปตรวจมิ้นท์ตามที่ไรม์ได้รับปากไว้ หมอคนนี้ดูจากภายนอกเป็นชายที่มีร่างผอมเพรียวใบหน้าอิ่มเอมดูภูมิฐานมีความรู้จนผู้พบเห็นจะต้องเกรงใจ หมอผู้นี้มีนามว่าชินเมื่อถึงตอนเช้าตามเวลาที่ได้นัดแนะกันไว้ เชนกับชินก็ออกจากคฤหาสน์หลังนี้ไปยังโรงพยาบาลในตัวเมืองไม้หอมด้วยกัน โดยที่ชินเป็นผู้ขับรถของตนพาเชนไปยังโรงพยาบาลระหว่างทางเชนได้บอกอาการของมิ้นท์ให้ชินฟัง"อืม..อาการนี้ผมเคยเห็นมาบ้าง" ชินที่กำลังขับรถเมื่อได้ฟังอาการของมิ้นท์จากปากเชนก็พยักหน้า"จริงเหรอครับ แล้วพอจะมีวิธีรักษาไหมครับ" เชนที่นั่งอยู่ด้านข้างถามอย่างมีความหวัง"อาการเจ้าหญิงหรือเจ้าชายนิทรา โดยส่วนมากจะเกิดจากการที่สมองถูกกระทบกระเทือนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ทำให้ผู้ป่วยหลับลึกไม่สามารถรู้สึกตัวได้" ชินพูดอธิบายอาการ เชนเมื่อได้ยินก็พยักหน้าเพราะนี้ก็เป็นสิ่งที่หมอในโรงพยาบาลบอกกับเขา "โดยปกติแล้วจะรอดูอาการของผู้ป่วยไปก่อนและทำการกายภาพบำบัดควบคู่กันไป แต่ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวนานเกินไปก็จะทำการฉีดยากระตุ้นเพื่อทำการกระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆ ของผู้ป่วย"เชนฟังอย่างตั้งใจพร้อมพยักหน้ารับ"จากที่คุณเชนบอกมา น้องสาวของคุณอยู่ในสภาพนี้มาเป็นปีแล้ว หมายความว่าทางโรงพยาบาลก็คงต้องฉีดยากระตุ้นแล้วแน่นอน แต่การที่น้องสาวของคุณยังไม่รู้สึกตัวแปลว่าต้องมีปัญหาบางอย่าง ซึ่งการหาปัญหานั่นก็คือหน้าที่ของผม" ชินพูดพร้อมหันมายิ้มให้ "ผมจะทำเต็มความสามารถคุณเชนวางใจเถอะ"เชนได้ยินชินเรียกตัวเองว่าคุณเชนก็ทำหน้าไม่ถูกเล็กน้อย ตั้งแต่เมื่อวานที่ได้เจอกันชินก็เรียกเขาว่าคุณเชนและแทนตัวเองว่าผมตลอด ทำให้เชนต้องรีบบอกว่าไม่ต้องเรียกตนเช่นนี้ แต่ชินกลับปฏิเสธโดยบอกว่าเชนมีพระคุณต่อริวก็เหมือนมีพระคุณต่อเขาด้วย และที่สำคัญไรม์กำชับกับตนมาหนักแน่นว่าต้องดูแลและปฏิบัติกับเชนให้ดี ส่วนเชนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มเจื่อนไม่พูดขัดอะไรอีกไม่นานจากนั้นในที่สุดเชนกับชินก็ได้มาถึงยังโรงพยาบาลที่มิ้นทิ์รักษาตัวอยู่ เมื่อหาที่จอดรถได้ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในโรงพยาบาลพร้อมกันโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้กว้างใหญ่อะไรนัก ทั่วทั้งโรงพยาบาลแห่งเมืองไม้หอมนี้มีตึกอาคารอยู่เพียงสี่ห้าอาคารเท่านั้นซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับโรงพยาบาล และอาคารที่เชนกับชินเดินเข้าไปก็คืออาคารสำหรับผู้ป่วยใน"คุณเชน" ชินพูดขึ้นเมื่อเขาและเชนเดินเข้ามาในอาคารผู้ป่วยใน"ครับ?" เชนหันไปพูดกับชินเมื่อถูกเรียก"เดี๋ยวผมขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่ คุณเชนไปบอกหมอประจำตัวของน้องสาวคุณสักหน่อยเถอะครับว่าผมจะมาตรวจ" ชินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ"โอเคครับ" เชนพยักหน้ารับชินเดินไปเข้าห้องน้ำในละแวกนั้นส่วนเชนก็เดินไปยังจุดประชาสัมพันธ์ซึ่งมีพนักงานหญิงของโรงพยาบาลนั่งอยู่สองคน รอบรอบมีที่นั่งซึ่งมีผู้ที่น่าจะเป็นญาติผู้ป่วยนั่งกันอยู่ประปราย"สวัสดีครับ" เชนทักทายเมื่อเดินมาถึงจุดประชาสัมพันธ์"สวัสดีค่ะ ติดต่อหรือสอบถามอะไรคะ? " พนักงานสาวในชุดสีขาวสะอาดตาพูดสอบถามกลับมา"ผมเป็นญาติผู้ป่วยของคุณมณิกา เมฆพิทักษ์น่ะครับ" เชนพูด "ผมอยากพบหมอประจำตัวหรือผู้รับผิดชอบของน้องสาวผมหน่อยน่ะครับ""ค่ะ เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ" พนักงานสาวพูดตอบรับพร้อมกดคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าตรวจสอบข้อมูลอยู่ครู่ก็ยกโทรศัพท์โทรไปหาคนที่น่าจะเป็นผู้ดูแลของมิ้นท์"ว่าแต่คุณมีธุระอะไรกับหมอเหรอคะ? หรืออยากสอบถามอาการ" พนักงานสาวที่วางสายไปแล้วพูดขึ้น เมื่อได้ยินชื่อผู้ป่วยเธอก็จำชายหนุ่มเบื้องหน้าได้ทันทีเพราะเห็นหน้าอยู่บ่อยๆ เขาจะมาเยี่ยมผู้ป่วยสาวน้อยที่เป็นเจ้าหญิงนิทราคนนั้นเป็นประจำอยู่แล้วแต่ไม่เคยถามหาผู้รับผิดชอบผู้ป่วยแบบนี้มาก่อนเลย"ผมจะมาขอให้หมอที่ผมพามาตรวจน้องสาวน่ะครับ" เชนพูด"เอ๊ะ! แบบนี้มัน.." พนักงานสาวเมื่อได้ยินก็ทำสีหน้าตกใจ"ว่าไง ใครมาหาผมเหรอ"เสียงผู้ชายดังขัดการพูดของพนักงานสาวไว้จนเชนต้องหันไปมองตามเสียงเจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใส่ชุดกาวน์สีขาวด้านในใส่ไว้ด้วยเสื้อยืดสีฟ้า ดูจากหน้าตาถือว่ายังอายุน้อยอยู่มาก"คุณหมอเวศ คุณคนนี้ค่ะ" พนักงานสาวพูดพร้อมผายมือไปทางเชน ถ้าเชนสังเกตไม่ผิดพนักงานสาวไม่กล้ามองหน้าหมอคนนี้เลย"ว่าไงครับมีอะไรหรือเปล่า" คำพูดของเวศแม้มีคำสุภาพแต่น้ำเสียงกลับดูเรียบไร้ซึ่งความสุภาพตามคำพูด"หมอที่ดูแลคนก่อนไม่ใช่คุณนี่ครับ" เชนไม่ได้สนใจน้ำเสียงนั้น แต่เมื่อเห็นหมอคนนี้เขาก็ทำหน้างงเล็กน้อยเพราะหมอคนก่อนที่เป็นผู้ดูแลเป็นหญิงวัยกลางคน"ผมเพิ่งมาใหม่น่ะ ตกลงมีอะไรหรือเปล่า" เวศถามด้วยน้ำเสียงเดิมซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงแบบนี้ถ้าใครได้ยินก็รู้เลยว่าคนคนนั้นต้องเป็นคนถือตัวและหยิ่งไม่น้อยเชนเมื่อได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ก็ไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร "ผมจะมาบอกว่าเดี๋ยวผมจะขอให้หมอที่ผมพามาตรวจน้องสาวผมหน่อยน่ะ""หือ? หมายความว่าไง" เวศเมื่อได้ยินก็ขมวดคิ้วพร้อมถามออกมาด้วยเสียงห้วนๆ"ผมจะให้หมอที่ผมพามาช่วยตรวจน้องสาวผมน่ะ" เชนพูดย้ำให้เวศฟังอีกครั้ง"นายจะให้คนนอกมาตรวจคนไข้ที่ฉันดูแลอยู่ ฉันเข้าใจถูกไหม? " เวศขมวดคิ้วยิ่งพูดยิ่งห้วน"ใช่ครับ คนคนนั้นเป็.." เชนคิดอยู่ครู่ก็ตอบออกไป ชินที่เป็นหมอของเจ้าเมืองไม้หอมแถมเป็นถึงอดีตคนของสังกัดเทพโอสถจะเรียกว่าคนนอกได้ไหมนะ? เขากำลังจะบอกถึงที่มาของชินแต่.."ฉันไม่อนุญาต! " ไม่ทันที่เชนจะพูดจบก็ถูกเวศยกมือขึ้นสะบัดพร้อมพูดตัดบทด้วยเสียงดัง จนทำเอาพนักงานสาวทั้งสองที่นั่งอยู่ตกใจสะดุ้ง และคนที่อยู่ในบริเวณนี้ก็หันมามองอย่างสนใจเชนหยุดชะงัก เขาหรี่ตาลงในทันทีเมื่อได้ยินคำพูด ท่าทางและน้ำเสียงของหมอเบื้องหน้า"ทำไม?" เชนที่เริ่มอารมณ์ไม่ดีแต่ก็ข่มใจไว้ถามขึ้น"ทำไม? เพราะฉันเป็นคนรับผิดชอบคนไข้ไง ฉันไม่อนุญาตก็คือไม่อนุญาต! " เวศพูดเสียงห้วนอีกครั้ง"มีอะไรกัน"ในตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อเชนเหลือบไปมองก็เห็นเป็นชายวัยกลางคนสวมแว่นผู้หนึ่งซึ่งเขาอยู่ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา"ผอ. สวัสดีค่ะ" พนักงานสาวสองคนยกมือไหว้ ทำให้เชนรู้ว่าชายวัยกลางคนใส่แว่นผู้นี้เป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแห่งนี้มีชื่อว่าภูมิ"อืม..เวศมีอะไร เสียงดังทำไม" ภูมิหันหันไปถามเวศที่ตอนนี้ดูอารมณ์เสีย"คือคุณคนนี้จะให้หมอจากภายนอกมาตรวจคนไข้น่ะค่ะ" พนักงานสาวผู้รับเรื่องจากเชนตอบแทนเวศ"หือ? " ภูมิได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองเชน "คุณจะให้หมอภายนอกมาตรวจอย่างนั้นหรือ""ใช่ครับ" เชนตอบรับเมื่อผอ.คนนี้ดูจะพูดคุยด้วยได้"เรื่องนี้ไม่ใช่จะไม่ได้ แต่คนที่จะมาตรวจคนไข้ได้ต้องมีใบรับรองและการยืนยันจา..""ไม่ต้องพูดแล้วครับคุณลุง!" ภูมิกำลังอธิบายแต่กลับถูกเวศที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดตัดบท "ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลคนไข้คนนี้ เพราะฉะนั้นผมมีสิทธิ์ตัดสินใจ ผมไม่อนุญาตให้ใครก็ตามมาตรวจคนไข้ของผมมั่วซั่ว!"ภูมิเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ปวดหัวไม่น้อย จริงๆ การนำหมอจากภายนอกมาตรวจก็ไม่ใช่จะทำไม่ได้แค่อาจต้องมีขั้นตอนเล็กน้อยเพื่อยืนยันตัวตนและการยินยอมจากผู้รับผิดชอบ หมอปกติทั่วไปก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการทำแบบนี้ แต่เวศ..เวศนั้นเป็นลูกของเพื่อนสนิทของเขาเอง เวศเพิ่งเรียนจบหมอจากสถาบันอาจไม่ใช่ชั้นนำของเซเฟียแต่ก็ถือเป็นอันดับต้นๆ เพื่อนของเขาจึงฝากลูกเข้ามาทำงานด้วย แต่คงเป็นเพราะจบมาจากสถาบันที่ค่อนข้างดีทำให้เมื่อมาอยู่ในโรงพยาบาลเล็กๆ แบบเมืองไม้หอมจึงคิดว่าตัวเองใหญ่กว่าคนอื่นหรือก็คืออีโก้สูงนั่นเอง นี่ก็เป็นจุดที่ทำให้ภูมิปวดหัวบ่อยๆ กับลูกชายของเพื่อนคนนี้ แต่ยังไงเวศก็เป็นลูกของเพื่อนสนิทของตนแถมเขายังติดหนี้บุญคุณเพื่อนคนนี้ไม่น้อยจึงต้องยอมตามใจเวศไปด้วยเวศส่งเสียงชิอย่างอารมณ์เสียไม่พอใจ การที่ญาติผู้ป่วยเอาหมอจากภายนอกมาตรวจคนไข้ในความรับผิดชอบ สำหรับเวศที่อีโก้สูงก็คงเหมือนการโดนหยามในฝีมือการรักษาของตน นี้เป็นเหตุผลที่เวศไม่พอใจเป็นอย่างมาก"เอาเป็นว่าเธอกลับไปก่อนนะ ไม่ต้องห่วงคนไข้ ทางเราจะดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน เธอกลับไปก่อนเถอะ" ภูมิตัดปัญหาโดยการบอกให้เชนกลับไปก่อนเชนขมวดคิ้วแน่นในทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น แม้ภูมิจะพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ดูความหมายก็รู้ว่าคือ..เขาถูกไล่! เขาแค่มาขอให้ชินตรวจอาการน้องสาวของเขาทำไมเขาถึงถูกไล่วะ! นั่นน้องสาวเขานะเว้ย!ในตอนที่เชนก็เริ่มจะคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วนั่นเอง..."ใครมันกล้าไล่คุณเชน! แน่จริงพูดอีกที!"เสียงนี้เชนจำได้เป็นเสียงของชิน แต่น้ำเสียงที่พูดกลับแตกต่างจากทุกครั้งที่เขาได้ยิน ปกติชินพูดกับเขาจะสุภาพเสมอไม่ใช่เพียงคำพูดแต่น้ำเสียงก็เช่นกัน แต่เสียงที่เชนได้ยินตอนนี้กลับเป็นเสียงห้วนเข้มดุดันอย่างเอาเรื่อง!ทุกคนในบริเวณนั้นหันไปมองทางต้นเสียงจึงเห็นชินที่กำลังเดินใกล้เข้ามา ทุกคนที่มองไปต่างสงสัยว่าคนนี้เป็นใครถึงพูดจาใหญ่โตขนาดนี้ท่ามกลางความไม่เข้าใจของคนรอบๆว่าชินเป็นใคร แต่มีอยู่คนหนึ่งเมื่อเห็นชินถึงกับร่างผงะเบิกตากว้างอย่างตกใจและคนคนนั้นก็คือ..ผู้อำนวยการภูมิ!