มธุรสวาทเจ้าสำนัก

    บทที่ 31 พิชิตชีพจรมังกร

    เสียงระฆังหลวงที่เคยดังกังวานเป็นจังหวะ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงคำรามที่ฟังดูไม่ใช่มนุษย์ หมอกสีดำจางๆ ปกคลุมไปทั่วท้องถนนของนครหลวงจินหลิง บ่อน้ำหลายแห่งกลายเป็นสีดำสนิท ผู้คนที่ดื่มมันเข้าไปเริ่มเสียสติ ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเทาคล้ำ และพุ่งเข้าทำร้ายกันเองอย่างไร้เหตุผล

    เซียวหลันและหลี่หยางยืนอยู่บนยอดกำแพงเรือนพักท้ายวังมองลงไปยังความโกลาหลเบื้องล่าง

    "มันเริ่มแล้ว" เซียวหลันกระชับหน้ากากผ้าชุบน้ำยาพิเศษที่ช่วยกรองอากาศ "สารพิษกระจายไปตามน้ำบาดาลเร็วกว่าที่ข้าคิด พวกมันไม่ได้แค่ติดเชื้อแต่ระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลายจนเหลือเพียงสัญชาตญาณสัตว์ป่า"

    "เราไม่มีเวลาแล้ว" หลี่หยางชักดาบอ่อนออกมา ประกายสีเงินของมันวาววับท่ามกลางหมอกสลัว "องครักษ์เสื้อแพรเตรียมพร้อมแล้ว เราจะบุกเข้าทางอุโมงค์ลับเดิม แล้วมุ่งหน้าลงไปที่ห้องโถงใต้ดินใต้ท้องพระโรง"

    "จำไว้ทุกคน!" เซียวหลันหันไปกำชับองครักษ์ที่เหลือรอด "อย่าให้พวกมันกัดหรือข่วนผิวหนังเด็ดขาด! และถ้าเห็นพวกองครักษ์ทมิฬตัวใหญ่ๆ ให้ใช้ลูกธนูหัวสีฟ้าที่ข้าเตรียมไว้เท่านั้น!”

    ทางเดินแคบๆ ที่เคยใช้หนี บัดนี้กลายเป็นเส้นทางบุกจู่โจม ความมืดมิดถูกทำลายด้วยแสงจากแท่งเรืองแสงของเซียวหลัน ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆ นับสิบก็ดังแว่วมาจากด้านหน้า

    "โฮก... กรรร..."

    เงาร่างมหึมาขององครักษ์ทมิฬห้าตนปรากฏขึ้น พวกมันยืนขวางทางเดินแคบๆ ในมือถือดาบยักษ์ที่เปื้อนคราบเลือดดำ

    "มาแล้ว!" หลี่หยางตะโกน "พลธนู ยิง!"

    ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

    ลูกธนูเหมันต์ที่เซียวหลันปรุงขึ้นพุ่งแหวกอากาศ หัวธนูสีฟ้าปักเข้าที่หน้าอกและลำคอของยักษ์ทมิฬอย่างแม่นยำ

    ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นทันควัน ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากแผล เกล็ดน้ำแข็งลามออกไปทั่วร่างพวกมันในพริบตาเดียว เลือดที่ข้นหนืดกลายเป็นน้ำแข็งแข็งทื่อ องครักษ์ทมิฬที่เคยน่าเกรงขามล้มตึงลงเหมือนท่อนไม้ที่ถูกแช่แข็ง

    "ได้ผล!" องครักษ์คนหนึ่งร้องด้วยความดีใจ

    "อย่าเพิ่งประมาท ไปต่อ!" หลี่หยางนำทีมพุ่งผ่านซากน้ำแข็งเหล่านั้น มุ่งหน้าลึกดิ่งลงไปใต้ดิน

    ยิ่งลึกลงไปอากาศยิ่งร้อนระอุและอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขามาถึงประตูหินขนาดใหญ่ที่มีอักขระสีแดงสลักไว้

    โครม!

    หลี่หยางใช้ลมปราณกระแทกประตูหินจนพังทลาย ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาทุกคนถึงกับหยุดหายใจ

    โถงถ้ำใต้ดินขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่เหนือสายน้ำบาดาลหลัก บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นแท่นบูชาเลือด กลางสระน้ำสีดำสนิท มีก้อนเนื้อขนาดยักษ์ที่เรียกว่าราชินีหนอนกู่เต้นตุบๆ ราวกับหัวใจปีศาจ มันส่งสายรกระโยงระยางเชื่อมต่อไปยังแหล่งน้ำเพื่อปล่อยไข่และพิษ

    บนแท่นบูชาราชินีหนอนกู่กำลังสั่นระริก และข้างๆ นั้นคือ ราชครูเหยียน ในชุดคลุมสีดำที่อาบไปด้วยเลือด

    "ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที... หมอหญิงจอมแส่" ราชครูหัวเราะเสียงต่ำดังก้องถ้ำ "และเจ้าด้วย หลี่หยาง... มาได้จังหวะที่ข้ากำลังจะเริ่มขั้นตอนสุดท้ายพอดี"

    "หยุดแผนชั่วของเจ้าซะ ราชครู!" เซียวหลันตะโกน "เจ้ากำลังทำลายทั้งอาณาจักรเพื่อสนองตัณหาขององค์ชายสามรึ!"

    "องค์ชายสามน่ะรึ? ฮ่าๆๆ!" ราชครูเหยียนเงยหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ไอ้เด็กนั่นมันก็แค่เบี้ยที่ข้าใช้เพื่อเข้าถึงชีพจรมังกรนี้เท่านั้น เมื่อทุกคนในแผ่นดินกลายเป็นสาวกของข้า ข้าต่างหากที่จะเป็นฮ่องเต้ที่แท้จริง... ฮ่องเต้ผู้เป็นอมตะ!"

    ราชครูสะบัดมือไปที่ราชินีหนอนกู่ "จัดการพวกมัน!"

    ก้อนเนื้อยักษ์ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ทันใดนั้นรอยแยกบนก้อนเนื้อก็เปิดออก องครักษ์ทมิฬระดับสูงที่มีเกราะเหล็กฝังเข้ากับเนื้อหนังนับสิบตนพุ่งออกมาจากเมือกเหนียวๆ

    "หลี่หยาง! ข้าต้องไปที่สระน้ำเพื่อเทยาถอนพิษเข้มข้นลงไปทำลายชีพจรมังกรทมิฬ!" เซียวหลันตะโกน "คุ้มกันข้าที!"

    "ไปเลย! ที่นี่ข้าจัดการเอง!"

    หลี่หยางระเบิดพลังวัตรออกมาจนผ้าคลุมสะบัด นัยน์ตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะเขาตัดสินใจใช้ยาเม็ดโลหิตมารเพื่อเพิ่มพลังถึงขีดสุด เขาพุ่งเข้าใส่กองทัพองครักษ์ทมิฬราวกับพยัคฆ์ร้าย

    เคร้ง! ฉัวะ!

    การต่อสู้ตะลุมบอนเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด เซียวหลันอาศัยจังหวะความวุ่นวายวิ่งถลาไปยังริมสระน้ำสีดำ ในมือของนางถือถังแก้วขนาดใหญ่ที่บรรจุของเหลวสีเขียวมรกตหรือที่เรียกว่าน้ำยาสลายกู่ที่นางสังเคราะห์มาจากซากแม่หนอนกู่ผสมกับสมุนไพรฤทธิ์ด่างเข้มข้น

    "อย่าหวังเลย!" ราชครูเหยียนคำราม เขาซัดฝ่ามือพิษเข้าใส่เซียวหลัน

    ตึง!

    หลี่หยางพุ่งมาขวางหน้าพร้อมรับฝ่ามือพิษนั้นไว้ด้วยแผ่นหลังจนกระอักเลือด แต่เขาก็ยังกัดฟันไม่ยอมถอย "เซียวหลัน! เร็ว!"

    เซียวหลันน้ำตาคลอ แต่นางรู้ว่างานนี้พลาดไม่ได้ นางทุ่มถังแก้วลงไปในสระน้ำสีดำเต็มแรง

    เพล้ง!

    ของเหลวสีเขียวกระจายตัวออกทันทีที่สัมผัสกับน้ำสีดำ เกิดปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรง น้ำในสระเริ่มเดือดพล่านและเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น ควันพิษสีดำที่ลอยอยูเริ่มจางหายไป

    "ไม่!!! ลูกรักของข้า!" ราชครูเหยียนกรีดร้องเมื่อเห็นราชินีหนอนกู่เริ่มดิ้นทุรนทุรายเพราะขาดน้ำพิษที่หล่อเลี้ยง

    แต่ทว่า... เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

    ราชินีหนอนกู่ที่กำลังจะตาย กลับพ่นของเหลวสีแดงฉานออกมาใส่น้ำที่กำลังเปลี่ยนสี และมันเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็วจนน่าสยดสยอง

    "ฮ่าๆๆ! เจ้าประเมินข้าต่ำไป นังเด็กโง่!" ราชครูหัวเราะทั้งน้ำตา "มันคือการสละชีพเพื่อเกิดใหม่! เมื่อราชินีตาย มันจะปล่อยกู่เพชฌฆาตที่จะฆ่าทุกสิ่งในรัศมีสิบลี้ภายในพริบตา!"

    "เซียวหลัน! หนีไป!" หลี่หยางตะโกน เขาพยายามจะคว้าตัวนาง

    แต่เซียวหลันกลับนิ่งสงบ นางมองดูฟองอากาศที่พวยพุ่งขึ้นมา แล้วหยิบระเบิดน้ำแข็งลูกสุดท้ายที่นางซ่อนไว้ในอกเสื้อออกมา

    "ข้าไม่ได้มาเพื่อทำลายอย่างเดียวหรอกนะ" เซียวหลันกระซิบ "แต่ข้ามาเพื่อแช่แข็งความเน่าเฟะของพวกเจ้าต่างหาก!"

    นางกระโดดลงไปที่แท่นหินใจกลางสระ แล้วปาระเบิดน้ำแข็งลงไปที่จุดกึ่งกลางของราชินีหนอนกู่โดยตรง!

    ตูมมมมม!!!

    แรงระเบิดครั้งนี้ไม่ได้ส่งเสียงดัง แต่ส่งแรงกระแทกเป็นคลื่นความเย็นมหาศาลที่แผ่ออกไปทุกทิศทาง สระน้ำทั้งสระรวมถึงก้อนเนื้อยักษ์และราชครูเหยียนถูกแช่แข็งกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีขาวโพลนภายในเสี้ยววินาที

    ความเงียบเข้าปกคลุมถ้ำใต้ดิน ทุกอย่างหยุดนิ่งเหมือนเวลาถูกหยุดไว้

    หลี่หยางพุ่งเข้าไปประคองเซียวหลันที่ทรุดลงด้วยความเหนื่อยอ่อนบนแท่นน้ำแข็งที่ลื่นปรึ๊ด

    "เจ้า... เจ้าทำสำเร็จแล้ว" หลี่หยางพึมพำ กอดนางไว้แน่น

    "ยัง..." เซียวหลันหอบหายใจ "เราต้องรีบออกไป... แรงระเบิดความเย็นทำให้อุโมงค์นี้เริ่มไม่มั่นคง และข้าต้องไปทำยาถอนพิษให้ชาวบ้านในเมืองต่อ"

    ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าม้านับหมื่นและเสียงโห่ร้องดังแว่วมาจากด้านบน

    "ทัพอุดรมาถึงแล้ว! แม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้นมาถึงแล้ว!"

    เซียวหลันยิ้มออกมาทั้งน้ำตา "ดูเหมือน... กองหนุนจะมาทันเวลาพอดีนะ"