วันนี้เป็นวันแรกที่มะปรางกลับมาใช้ชีวิตตามปกติหลังจากจบการแข่งขันที่กรุงเทพเธอยังคงทำเหมือนเดิมทุกอย่าง นั่งรถ 2 แถวไปโรงเรียน แต่วันนี้เริ่มมีคนเข้ามาทักทายพูดคุยขอถ่ายรูปเยอะมากขึ้น บางคนก็เข้ามาเชียร์ให้กำลังใจ
“น้องมะปรางหายดีแล้วเหรอ?”
แม้ว่าวันนี้มะปรางใส่กระโปรงนักเรียนยาวเลยหัวเข่ายังคงเห็นผ้าพันขาทั้ง 2 ข้างยาวลงมาถึงข้อเท้า ส่วนที่แขนทั้ง 2ข้างถูกพันมาถึงข้อศอก ใบหน้ายังมีร่องรอยช้ำหลายจุดบนใบหน้า
“สวัสดีค่ะคุณครู...”ภาพสาวน้อยผูกโบว์แต่งชุดนักเรียนถูกระเบียบเดินเข้ามาทำความเคารพครูเวรเช้ากลับมาอีกครั้งหนึ่ง
“อ้าว! มาเรียนวันนี้เหรอเห็นครูใหญ่บอกว่าให้หยุดเรียน 1 อาทิตย์นี่น่า?”
“หนูนอนอยู่บ้านเบื่อแล้วค่ะหนูมาเรียนดีกว่า...หนูพอจะเดินได้บ้างแล้วค่ะ”
“ดีแล้วจ๊ะครูก็เชียร์ตอนถ่ายทอดสดอยู่ด้วยนะ...เก่งจริงๆ ครูชื่นชม”
“ขอบคุณค่ะคุณครู”
มะปรางยังเดินไม่ค่อยถนัดเท่าใดนักเด็กนักเรียนพอรู้ว่ามะปรางมาโรงเรียนแล้วต่างก็วิ่งกรูเข้ามาหาล้อมหน้าล้อมหลังจนเต็มทางเดิน
“พี่มะปรางมาโรงเรียนๆๆ...วันนี้พี่มะปรางมาโรงเรียนแล้วๆๆๆ”
“หนูชอบพี่...พี่มะปรางๆๆ”
“ขอถ่ายรูปด้วยๆๆครับ พี่มะปรางทางนี้ๆๆ ขอทางนี้ด้วยครับ!”
“หายเจ็บแล้วเหรอ?มะปราง”
“ที่ป้อมยามมีอะไรกันเหรอ?...เด็กๆ ไปมุงดูอะไรกัน!!!” ครูเพ็ญศรีกำลังยืนคุยอยู่กับวิทย์
“อ้าว!!! รู้สึกว่าจะเป็นมะปรางนะครับ ผมเห็นอยู่ไกลๆ วันนี้มะปรางมาเรียนแล้วครับครูเพ็ญศรี”วิทย์เอ่ยปาก
“เมื่อวานนี้ครูเพิ่งไปเยี่ยมมาเห็นบ่นเบื่อๆ อยากมาโรงเรียนแล้ว ตอนแรกครูคิดว่าพูดเล่นๆ ซะอีก”
มะปรางเห็นครูเพ็ญศรีคุยกับวิทย์แต่ไกลเดินตรงเข้ามาทำความเคารพด้วยรอยยิ้มที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
“เห็นยิ้มๆหน้าหวานๆ แบบนี้ ต่อยหนักสุดๆ ทำเป็นเล่นไป!!!!”วิทย์เริ่มแซวทันที
“พี่หมออ่ะ!!!!”
“ไปหาครูหนึ่งที่โรงยิมสิไหนๆ มาเรียนแล้ว ครูหนึ่งอยากคุยกับมะปรางพอดีเลย...ไม่ต้องไปเข้าเรียนคาบเช้าก็ได้”ครูเพ็ญศรีพูดยิ้มๆ แบบน่าสงสัย
“เรื่องอะไรเหรอคะ ครูเพ็ญศรี?”
มะปรางเดินไปตามทางอ้อมด้านหลังอาคาร1 ตรงไปโรงยิม หันไปเห็นสนามฟุตบอลกำลังปรับปรุงมีการตีเส้นและปลูกหญ้าในสนามใหม่แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเท่าใดนัก จนกระทั่งเดินเข้าไปในโรงยิมก็ต้องแปลกใจเป็นอย่างมากเพราะว่ามีบางส่วนปิดปรับปรุง สนามบาสเก็ตบอลกับสนามวอลเลย์บอลถูกรื้อพื้นสนามออกทั้งหมด
“สวัสดีค่ะครูหนึ่ง”
“อ้าว!!! มาเรียนวันนี้เลยเหรอ?...เมื่อวานนี้ครูเพ็ญศรีเพิ่งบอกครูว่าเห็นเธอบ่นเบื่อๆ อยู่บ้านหลายวันแล้ว”
“ค่ะครูหนึ่ง...เมื่อกี้ครูเพ็ญศรีบอกหนูว่าครูหนึ่งต้องการคุยกับหนูใช่ไหมคะ?”
“อืมๆๆครูว่าคุยวันนี้เลยก็ได้ไม่ต้องเสียเวลา”
“คุยเรื่องอะไรเหรอคะ? หนูรู้สึกแปลกๆค่ะ...2-3 วันที่ผ่านมาพ่อกับแม่หนูก็แปลกๆ มีอะไรปิดบังหนูหรือเปล่าคะ?...หรือว่าหนูรู้สึกไปเอง?” มะปรางมีท่าทีงุนงงเล็กน้อย
“ตอนที่เดินมาเห็นอะไรผิดปกติบ้างไหม?”
มะปรางได้ยินคำถามของครูหนึ่งเกิดอาการแปลกใจเป็นอย่างมากพยายามครุ่นคิดเท่าไรก็นึกไม่ออกสักที “ที่แปลกจริงๆก็น่าจะซ่อมโรงยิม แล้วก็ทำสนามฟุตบอลใหม่หรือเปล่าคะ?”
ครูหนึ่งพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“โรงเรียนได้งบมาเพิ่มแล้วใช่ไหมคะ? หนูดีใจจริงๆค่ะ จะได้มีสนามซ้อมใหม่ ป่านนี้ชมรมบอลดีใจกันแล้วค่ะแสดงว่าชมรมวอลเลย์บอลกับบาสเก็ตบอลก็ได้ด้วยเหรอคะ?หนูเห็นรื้อพื้นออกหมด...แล้วชมรมดนตรีของหนูไม่ต้องยุบแล้วใช่ไหมคะ?”
“อืมๆ”
คำตอบของครูหนึ่งทำให้มะปรางลุกขึ้นกระโดดพร้อมกับร้องเสียงเฮดังลั่นเลย“เย้ๆๆๆ หนูดีใจที่สุด หนูๆๆ หนู...หนูดีใจมากๆ ดีใจจนพูดไม่ออก”
“เงินที่เอามาปรับปรุงทั้งหมดไม่ใช่เงินรางวัลด้วยนะ แต่มาจากสปอนเซอร์ทั้งหมด...หลายๆบริษัทเห็นทีมเราไปแข่งที่กรุงเทพ ก็เลยติดต่อเข้ามาเยอะมาก”
“หนูดีใจจริงๆค่ะ ครูหนึ่ง!”
“ความจริงแล้วเขาติดต่อเข้ามาช่วยมะปรางมีบางส่วนที่ให้ทางโรงเรียน ครูใหญ่ก็เลยเรียกครู, ครูเพ็ญศรี, วิทย์และแม่ของเธอเข้ามาปรึกษาหารือกันสรุปกันว่าเงินที่ให้กับทางโรงเรียนโดยตรง ก็จะเอามาปรับปรุงทำชมรมต่างๆส่วนเงินที่ให้มะปราง ทางโรงเรียนจะรอให้มะปรางมาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดีรวมถึงเงินรางวัลด้วย...”
“ต้อมกับโอ๋บอกว่ายังงัยก็ได้ตอนไปแข่งก็แข่งตามที่เธออยากเอาเงินมาทำชมรมดนตรี แต่พอมีพวกบริษัทสปอนเซอร์เพิ่มเข้ามาเงินก็เลยต้องแยกกันแบบนี้ ครูใหญ่อยากให้ครูมาถามเธอก่อนว่า เธอจะเอาเงินไปทำอะไร?”
“ไม่เป็นไรค่ะครูหนึ่งที่หนูไปแข่ง...หนูไม่ได้อยากได้อะไรอยู่แล้วค่ะ หนูแค่อยากได้เงินมาให้ชมรมดนตรีแล้วอีกอย่างหนึ่งคือ หนูไปแข่งเป็นทีมในนามโรงเรียน เงินก็ต้องเป็นของโรงเรียนค่ะให้ครูใหญ่ตัดสินใจก็ได้ค่ะ หนูไม่เคยคิดพวกนี้”
คำตอบของมะปรางสร้างรอยยิ้มให้กับครูหนึ่งเป็นอย่างมาก“ถึงแม้เธอจะดื้อมาก แต่เธอมีจิตใจดีจริงๆเธอรู้ไหมว่า คำตอบของเธอทำให้ครูประทับใจมาก ความจริงแล้วเงินก้อนนี้ต้องเป็นของเธอนะไม่คิดจะถามหน่อยเหรอว่ายอดเงินเท่าไร”
“ไม่ค่ะหนูไม่อยากรู้ หนูไม่สนใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ”มะปรางยังคงยืนยันในความคิดตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นครูจะให้มะปราง3 แสน, ต้อมกับโอ๋คนละ 2 แสน ครูคิดว่าเงินส่วนนี้ทั้ง 3 คนต้องได้...เธอทั้ง 3คนไปแข่งก็ต้องได้ส่วนแบ่งเงินรางวัล ปกติเวลาต้อมกับโอ๋ไปแข่งแล้วได้เงินรางวัลมาทางโรงเรียนก็ให้คืนหมดอยู่แล้ว...ห้ามปฏิเสธด้วยเธอเคยบอกว่าอยากหาเงินมาเปิดร้านขายขนมให้แม่ไม่ใช่เหรอ? เงินก้อนนี้มาจากน้ำพักน้ำแรงจากเธอพวกเธอทั้ง 3 คนสมควรได้อยู่แล้ว”
“ทำไมหนูต้องได้มากกว่าคนอื่นด้วยคะ?... ไม่เอาค่ะ ถ้าจะให้หนูรับ ครูหนึ่งต้องแบ่งเท่ากัน หนูไม่เอาเปรียบค่ะไปแข่งกัน 3 คน ทุกคนตั้งใจเท่ากันหมด ได้เงินรางวัลมาก็ต้องแบ่งเท่ากันสิคะถึงจะถูกหนูขอรับเฉพาะเงินรางวัลค่ะ ส่วนเงินสปอนเซอร์หนูไม่เอาค่ะ หนูให้โรงเรียนทั้งหมดนะคะ”
คำตอบของมะปรางสร้างรอยยิ้มให้ครูหนึ่งอีกครั้ง“เธอจิตใจดีสมกับที่ครูไว้วางใจจริงๆ...ยังมีเรื่องเซอร์ไพรส์อีกเรื่องหนึ่งครูคิดว่าเธอสมควรจะได้รับเช่นกัน”
“เรื่องอะไรเหรอคะ?”
ครูหนึ่งไม่ได้ตอบคำถามมะปรางแต่หันไปใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้มะปรางสงสัยเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม“เธอรู้จักคุณเจนจิราจากบริษัทซีคอร์ป (Ze-Corp Corporation) ไหม?”
“คือหนูไม่ค่อยได้เล่นแอดมีเท่าไรค่ะเท่าที่หนูรู้ พี่เจนเป็นเจ้าของห้างซีสแควร์วัน(Ze Square ONE) แล้วก็เป็นสปอนเซอร์ของรายการที่หนูไปแข่งที่กรุงเทพด้วยใช่ไหมคะ?”
“คุณเจนจิราให้เลขานุ่นติดต่อมาที่ครูใหญ่ตอนแรกครูใหญ่เสนอไปว่าอยากให้มะปรางเดินทางไปพบที่กรุงเทพดีกว่าแต่คุณเจนบอกว่าไม่ต้อง คุณเจนอยากช่วยมะปรางจริงๆไม่ต้องมีพิธีอะไรให้วุ่นวายมากนัก...เรื่องนี้คุณพ่อกับแม่รู้แล้ว”
“ช่วยหนู!...ช่วยเรื่องอะไรเหรอคะ ตอนนี้หนูงงมากค่ะ?”
ครูหนึ่งไม่ได้ตอบคำถามมะปรางแต่เปิดคลิปให้มะปรางดู“ดูคลิปนี้...เดี๋ยวก็รู้เรื่องทั้งหมดเองแหละ”
“สวัสดีจ๊ะน้องมะปรางพี่เจนเองนะ ก่อนอื่นเลยพี่ต้องขอแสดงความยินดีและชื่นชมก่อนว่า น้องมะปรางเก่งมากพี่ดูน้องมะปรางแข่งเอาใจช่วยมาตลอด พี่ขอเป็นแฟนคลับน้องอีกคนหนึ่งนะคะตอนแรกพี่คิดว่าน้องจะรักษาตัวที่กรุงเทพให้หายก่อน พี่เพิ่งทราบภายหลังว่าน้องมะปรางเดินทางกลับขอนแก่นไปแล้ว”
“ก็เข้าเรื่องเลยแล้วกัน...ก่อนอื่นพี่ต้องขอโทษน้องมะปรางก่อนที่พี่ไม่สามารถไปหาน้องที่ขอนแก่นพอดีพี่ติดภาระกิจจริงๆ ก็เลยใช้วิธีอัดคลิปส่งมาแทนพี่ได้ดูคลิปตั้งแต่น้องมะปรางไปแข่งตอบปัญหาแล้วก็ไปเล่นดนตรีเปิดหมวกในตลาดด้วยนะพี่ประทับใจมากที่น้องมะปรางเป็นคนที่เสียสละและช่วยเหลือคนอื่นมาโดยตลอด…”
“น้องมะปรางเคยสัมภาษณ์ตอนที่ชนะแข่งตอบปัญหาว่าอยากตั้งใจเรียนให้จบเร็วๆ อยากเป็นครูจะได้หาเงินมาเปิดร้านขายขนมกับอยากซื้อบ้านให้แม่ด้วยหรือแม้กระทั่งคำพูดตอนที่น้องพูดกับคุณโรจน์ตอนแข่งขันทำให้พี่รู้ว่าน้องมะปรางเป็นคนจิตใจเข้มแข็งและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตัวเองอย่างมากพี่ชื่นชมและประทับใจจริงๆ”
“น้องมะปรางเป็นคนมีน้ำใจกับคนอื่นมาแข่งเพื่อหาเงินไปทำชมรมดนตรีให้กับรุ่นน้องโดยที่ไม่หวังผลตอบแทนอะไรสร้างความสุขให้คนไทยมากมาย พี่คิดว่าน้องมะปรางควรจะได้รับผลตอบแทนกลับไปบ้างพี่ขออนุญาตเข้ามาสานฝันให้เป็นจริง แต่พี่ไม่ให้น้องมะปรางฟรีๆ นะ น้องมะปรางต้องใช้คืนพี่ด้วยวิธีการง่ายมาก...พี่อยากให้น้องมะปรางรักษาความดี รักษาระเบียบวินัยที่เคยทำมาน้องมะปรางเคยเป็นอย่างไรก็ขอให้เป็นคนเดิม ห้ามปฏิเสธพี่ด้วย พี่ขอให้มะปรางโชคดีพี่ทราบมาว่าตอนนี้มะปรางติดทีมชาติแล้ว ตอนมาแข่งที่กรุงเทพพี่เจนอยากให้น้องมะปรางแวะมาพี่ด้วยนะ พี่อยากคุยกับน้องมะปรางมากๆ...พี่ขอตัวก่อนแล้วเจอกันที่กรุงเทพ บ๊าย บายจ๊ะ”
หลังจากที่คลิปจบลงทำให้มะปรางอมยิ้มเขินอายมาก“พี่เจนใจดีกับหนูจริงๆ นะคะ แล้วคุณเจนจะให้อะไรหนูเหรอคะ?” มะปรางหันไปถามครูหนึ่งด้วยความประหลาดใจ
“ก่อนที่ครูจะบอกครูขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม?”
“ไม่ว่าครูหนึ่งจะพูดเรื่องอะไรหนูสัญญาและรับปากล่วงหน้าว่า...หนูตกลงค่ะ” มะปรางตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หนูยังคงเป็นมะปรางคนเดิมค่ะครูหนึ่ง”
“เธอรู้ใช่ไหมว่าทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาในวันนี้เกิดจากความพากเพียรและความมีน้ำใจที่เธอมีต่อคนอื่นครูไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้หายไปจากตัวเธอครูขอให้เธอรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อคนอื่นๆ ที่เอ็นดูและไว้วางใจเธอมากขนาดนี้...แต่ตอนนี้ครูเบาใจได้แล้วว่าเธอจะไม่ทำให้ครูผิดหวัง”
มะปรางได้แต่พยักหน้าตอบรับโผตัวเข้าไปกอดครูหนึ่งด้วยความรู้สึกที่เธอสัมผัสได้ทันทีเลยว่าเป็นคำสอนที่อบอุ่นและมีแต่ความหวังดี
“ทุกคนที่นี่ชื่นชมตัวเธอมากรู้ไหม?”
ครูหนึ่งก้มลงไปเปิดลิ้นชักด้านล่างของโต๊ะทำงานพร้อมกับหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นให้กับมะปรางเธอค่อนข้างแปลกใจเป็นอย่างมาก
“ซองเอกสารอะไรเหรอคะครูหนึ่ง?”
“ตอนแรกครูใหญ่จะยื่นซองนี้ให้กับคุณพ่อกับแม่ของเธอแต่พ่อกับแม่เธอบอกว่ายื่นให้กับเธอดีกว่า...ในนี้มีเอกสารสัญญาและโฉนดบ้านใหม่ของเธอ”
“ฉะ..ฉ..โฉนด...บะบ้านใหม่อะไรเหรอคะ?” มะปรางพูดไม่เต็มเสียงเท่าใดนักเธอตกใจกับคำพูดของครูหนึ่งจนน้ำตาไหลไม่รู้ตัว หน้าแดงกล่ำมือไม้สั่นไปหมด
“น..นะ...หนู...”
“คุณเจนจิราให้เธอ...ให้ครอบครัวเธอคุณพ่อกับคุณแม่เธอรับรู้หมดแล้ว อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นที่อยู่ด้านข้างตลาดตอนนี้ตกแต่งด้วยตู้กระจกสำหรับขายขนมและเบเกอรี่ด้านหลังมีตู้อบขนมปังเครื่องใหม่ แม่เธอบอกว่าหลังจากขายของวันพรุ่งนี้ไม่ต้องขนกลับมาที่บ้านเก่าแล้ว”
“บ้านเก่า! หมายความว่ายังงัยคะ?”
“บ้านหลังใหม่ของเธออยู่2 ซอยถัดไป ตอนนี้พร้อมอยู่แล้ว คุณแม่บอกว่าอยากให้เธอเข้าไปเหยียบบ้านใหม่เป็นคนแรกหลังจากที่ตกแต่งเสร็จหน้าบ้านมีรถกระบะใหม่ 1 คันจอดอยู่แล้ว...วันพรุ่งนี้เช้าจะมีเงิน 1 ล้านบาทโอนเข้าบัญชีเป็นทุนการศึกษาให้เธอคุณเจนจิราบอกว่าเธอสร้างความสุขให้คนไทยมากมายแต่เธอยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง”
“เรื่องสุดท้ายคุณพ่อของเธอเป็นชาวต่างชาติไม่ได้รับสิทธิในการรักษาอาการป่วยทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย คุณเจนขออาสาดูแลเรื่องนี้เธอประสานโรงพยาบาลที่นี่ไว้เรียบร้อยแล้ว”
หลังจากที่ครูหนึ่งพูดจบมะปรางไม่สามารถเอ่ยปากพูดอะไรออกมาได้เลย ทำได้เพียงแค่เอามือปิดปากตัวเองด้วยความตื้นตันใจจนทำอะไรไม่ถูกมือไม้สั่นหายใจแรงจนทำให้ครูหนึ่งต้องยิ้มออกมา
“เธอให้คนอื่นมาเยอะแล้ววันนี้เธอต้องรับคืนบ้างแล้วล่ะ”
มะปรางต้องโผเข้าไปกอดครูหนึ่งอีกครั้งพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาไม่ต่างอะไรไปจากเด็กน้อย“ค..คะ ครูหนึ่งรู้ไหมคะว่า หนูอยากเป็นครูอยากทำงานเก็บตังซื้อบ้านให้แม่ ที่ผ่านมาหนูเห็นแม่ต้องตื่นเช้าตี 3 ตี 4ทำขนมออกมาขายเพื่อหาเงินส่งให้หนูเรียน..หนู...นู..ห..หนูๆๆ..”
“ผู้ใหญ่ทางสมาคมที่กรุงเทพจะพาเธอไปพบกับคุณเจนจิราอยากสนับสนุนให้เธอไปไกลกว่านี้”
มะปรางทำตัวไม่ถูกได้แต่ยืนร้องไห้โฮ “หนู...น...หน...หนูไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆนะคะครูหนึ่ง”
“ไม่เป็นไรๆๆความทุกข์ยากมันผ่านไปแล้ว ครูดีใจด้วย ไม่เป็นไรๆ นะเด็กดื้อ!...เช็ดน้ำตาออกซะ เดี๋ยวครูพาไปดูว่าตอนนี้โรงเรียนเราเปลี่ยนไปขนาดไหน”
ในช่วงเวลาเดียวกันโอ๋, ต้อมและพลอยยังคงนั่งเรียนคาบเช้าอยู่ในห้องเรียนส่วนวิทย์กับบัวกำลังตรวจดูงานตกแต่งชมรมดนตรีในขณะที่ครูใหญ่กับครูเพ็ญศรีกำลังยืนดูการปูหญ้าสนามฟุตบอลใหม่หน้าอาคารเรียน
***************************