สัปดาห์หนึ่งผ่านไปไวเหมือนโกหก ดำเกิงมาพบอาจารย์ตามนัด เมื่อพ่อของดาบรู้ว่าคนที่ลูกไปหาเื่ด้วยคราวนี้ ไม่ใช่เด็กกระจอกๆเหมือนแต่ก่อน แต่เป็ถึงทายาทตระกูลดุรงค์คุณากรซึ่งร่ำรวยติดอันดับประเทศเช่นเดียวกับเขา จึงยอมอ่อนข้อให้ ดำเกิงจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ดาบ แต่พ่อของดาบปฏิเสธไม่รับ เขาบังคับให้ลูกขอโทษ ดาบไม่พอใจนักแต่ก็ยอมทำตามที่พ่อสั่ง
“เื่จบลงด้วยดีก็ดีแล้วครับ” ดำเกิงว่า “แต่มีอีกเื่นึงที่ต้องแก้ไข”
“เื่อะไรคะ” อาจารย์ใหญ่ถาม
ดำเกิงยื่นข้อเสนอเื่ทุนให้กับโรงเรียน
“ดีจังเลยค่ะ” อาจารย์ใหญ่ว่า “ตอนที่คุณนักรบถอนทุนออก ฉันก็สงสารตนุสรณ์มาก เขาเป็เด็กดีมาตลอดเลยนะคะ”
“ผมไม่ได้ให้เขาคนเดียวนะครับ” ดำเกิงว่า “ใครๆก็มาสมัครทุนนี้ได้ทั้งนั้น”
“ก็จริงค่ะ” อาจารย์ใหญ่ว่า “แต่ฉันว่าตนุสรณ์มีโอกาสมากกว่าคนอื่น”
“งั้นก็ตกลงตามนี้ครับ”
แม้ดาบจะยอมขอโทษนิลตามที่พ่อสั่ง แต่เขาก็ยังหงุดหงิดอยู่ พ่อไม่เคยบังคับให้เขาขอโทษใครมาก่อนเลย ทำไมพ่อต้องบังคับให้เขาขอโทษไอ้บ้านนอกอย่างนิลด้วย
“ทำไมพ่อต้องให้ผมขอโทษมันด้วย” ดาบพูดอย่างไม่พอใจ
“ไอ้เด็กโง่” นักรบดุก่อนจะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ลูกเขาช่างไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเกมธุรกิจเอาเสียเลย “ตระกูลดุรงค์คุณากรมีอิทธิพลตั้งเท่าไหร่ แกรู้ไหม เขาไม่เอาเื่ที่แกทำร้ายเขาก็ดีแล้ว ต่อไปแกอย่าไปยุ่งกับหมอนั่นอีกล่ะ ไม่งั้นฉันจะให้แกย้ายโรงเรียน”
“ก็ได้ ก็ได้” ดาบว่า สองคนนั้นยังไงก็ไม่น่าสนเท่าไหร่อยู่แล้ว หาเหยื่อใหม่ที่จัดการง่ายๆดีกว่า ดาบก็เหมือนอันธพาลทั่วไปที่ไม่ค่อยกล้ายุ่งกับคนจริง
ไม่นานเื่ที่ดำเกิงจะจัดการสอบชิงทุนด้านวรรณกรรมก็ถูกประกาศทางเพจเฟซบุ๊คของโรงเรียน นิลรีบส่งลิงก์ไปให้ทะเลสมัครซึ่งเด็กหนุ่มก็จัดการทันที
หลังจากนั้นทุกเวลาที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ทะเลก็เตรียมตัวสอบอย่างขะมักเขม้น นิลพยายามช่วยติว แต่ทะเลปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะเป็การโกงทั้ง ๆที่ความจริงนิลเองก็ไม่ได้รู้ข้อสอบอะไรเลย
พอวันสอบมาถึง ทะเลกับเพื่อนอีกไม่กี่คนได้เข้าสอบ ทะเลทำข้อสอบอย่างมั่นใจ อ่านโจทย์ทวนแล้วทวนอีก ก่อนจะเขียนคำตอบอย่างมั่นใจ หลังจากเสร็จสิ้นการสอบทฤษฎี ก็ถึงเวลาที่จะสอบสัมภาษณ์ วันเพ็ญเป็ผู้สัมภาษณ์ทะเลด้วยตัวเอง ทะเลตอบคำถามอย่างฉะฉาน ปกติเขาไม่ค่อยชอบพูดคุยนัก แต่เพราะเป็เื่ที่ถนัดและชอบ เขาจึงเป็ตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ วันเพ็ญประทับใจทะเลมากแล้วบอกกับเขาว่าเธอบอกว่าเขาจะได้เข้าเรียนในมหา’ลัยที่เธอสอน เขากล่าวขอบคุณเธอและออกมาจากห้อง
เมื่อถึงวันประกาศผล ทะเลและเพื่อนอีกสองคนได้รับทุนการศึกษาครั้งนี้ ทะเลดีใจมาก เขาขึ้นไปรับทุนการศึกษากับดำเกิง เขายิ้มกว้างขณะที่ยื่นมือไปรับทุน นิลยกนิ้วโป้งให้เขา
ความรู้สึกผิดของนานี่เริ่มบรรเทาลง เมื่อเธอรู้ว่าทะเลได้ทุนการศึกษาจากดำเกิง เธอตัดสินใจไปง้อทะเลอีกครั้ง เธอไปดักรอระหว่างที่ทะเลกำลังกลับบ้าน
“ทะเล ยินดีด้วยนะที่ได้ทุน” นานี่เริ่ม
“ฉันไม่ขอบใจเธอหรอกนะ” ทะเลพูดอย่างเ็า “ในเมื่อเธอเป็คนที่ทำให้ฉันโดนตัดทุนั้แ่แรก”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ” นานี่ว่า “ฉันแค่โพสต์เล่นๆเท่านั้น” นานี่เป็อย่างนี้เสมอ เธอไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิดคนเดียว เธอมักจะหาข้ออ้างมาเข้าข้างตัวเองเสมอ
“เื่เล่น ๆ ของเธอทำลายชีวิตฉัน” ทะเลพูดอย่างเผ็ดร้อน “แต่เื่นั้นฉันยังพออภัยได้ แต่มันทำให้นิลเดือดร้อนไปด้วยนี่สิ”
“ฉันก็ขอโทษแล้วไง” นานี่พูดอย่างหงุดหงิด “เธอเห็นแก่นิลมากกว่าฉันงั้นเหรอ ฉันเป็เพื่อนเธอมานานกว่านิลนะ”
“เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดเลย นานี่” ทะเลพูดอย่างอ่อนใจ เขาไม่เคยพูดกับนานี่แรงขนาดนี้มาก่อน แต่เขาจำเป็ต้องกระตุ้นให้เธอรู้สึกเสียบ้าง“ฉันไม่ได้เห็นแก่นิลมากกว่าเธอ ถ้านิลทำอย่างนี้กับเธอ ฉันก็คงไม่ยอมเหมือนกัน”
“เธอได้ที่เกาะใหม่ก็คงไม่สนใจฉันแล้วสินะ” นานี่ประชด “นิลคงรวยมากเลยสิท่า ลูกชายคนเดียวของเศรษฐีเ้าของฟาร์มม้า ญาติอะไรก็ไม่มี ไม่เหมือนฉัน”
ทะเลใกับคำพูดของอดีตเพื่อน ใช่ เธอเป็อดีตเพื่อนไปแล้ว ทะเลไม่นับคนเห็นแก่ตัวแบบนี้เป็เพื่อนอีกต่อไป “เธอพูดอย่างงี้ได้ยังไง ฉันกับนิลเป็เพื่อนกัน ฉันไม่เคยคิดจะเกาะใครกิน ตลอดเวลาที่ฉันเป็เพื่อนกับเธอ ฉันเคยขออะไรเธอเหรอ นานี่”
“คอนโดที่เธออยู่ ปู่ฉันก็เป็คนแนะนำให้” นานี่เริ่มทวงบุญคุณ
“ฉันไม่ได้อยู่ฟรีๆ” ทะเลพูดอย่างไม่พอใจ “ฉันกับแม่ทำงานที่นั่น”
“ลำพังแค่เงินเดือนแม่เธอจ่ายค่าห้องที่นั่นไม่ได้หรอก” นานี่พูดอย่างเหยียดหยาม “ถ้าปู่ฉันไม่ช่วยพูดให้คิดว่าเ้าของคอนโดจะยอมเหรอ”
ขณะที่ทะเลอ้าปากจะเถียง นิลผู้ซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาก็แตะไหล่เขาเบาๆ
“ปู่เธอเป็คนดีจริง” นิลพูดเสียงเรียบกับนานี่ “แล้วเขาคงไม่พอใจเท่าไหร่ที่หลานเอาเื่นี้มาทวงบุญคุณคนอื่น ถ้าเ้าของคอนโดไม่ยอมให้นิลกับแม่อยู่ ฉันจะจ่ายค่าคอนโดให้เอง แล้วไม่ต้องเอาเื่นี้มาพูดอีก”
“เธอคิดจะเป็เสี่ยหรือไง” นานี่ว่า
“ฉันแค่คิดจะช่วยเพื่อนโดยไม่หวังผลตอบแทน” นิลว่า “เป็สิ่งที่เพื่อนแท้ทำให้กัน เธอคงไม่เข้าใจ”
พูดจบ เขาก็ชวนทะเลเดินกลับบ้านด้วยกัน
‘เพื่อนแท้งั้นเหรอ’ นานี่คิดอย่างมุ่งร้าย ‘ลองดูสิว่าถ้าการสนิทกับทะเลทำให้เธอเดือดร้อน เธอยังอยากเป็เพื่อนเขาอีกหรือเปล่า’
นานี่ตัดสินใจโพสต์รูปและข้อความใส่ร้ายนิลกับทะเล เธอโพสต์รูปทะเลที่ฟุบหลับบนโต๊ะ พร้อมข้อความว่า “น่าสงสารจัง เพื่อนฉัน สงสัย น. คงจัดหนักไปหน่อย หวังว่ารายได้คงคุ้มค่านะ”
ความจริงแล้วรูปนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนิลเลย ทะเลแค่ทำงานไปเรียนไปเลยไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนเท่านั้น มีคอมเมนต์หลั่งไหลมาอย่างล้นหลาม หลายคนเดาว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนใหญ่ก็เดาไปในทางเดียวกันว่านิลกับทะเลมีอะไรๆที่ไม่ชอบมาพากล เมื่อนานี่เห็นว่าผลตอบรับเป็ไปด้วยดี เธอก็โพสต์ภาพตอนที่นิลกับทะเลเดินกลับคอนโดด้วยกันพร้อมข้อความว่า
“คอนโดหรูอย่างนี้ ถ้าไม่มีคนช่วย เพื่อนฉันก็อยู่ไม่ได้หรอก ได้ใหม่ก็ลืมเก่า”แน่นอนว่าหลังจากที่โพสต์ภาพนี้ไป ชาวเน็ตก็แห่ขุดกันอย่างล้นหลาม จนมีคนไปเจอโพสต์หนึ่งที่ทะเลโพสต์ไว้เมื่อปีก่อน
“ขอบคุณคุณปู่คงเดชมากนะครับที่ช่วยหาคอนโดให้ผม แถมยังแนะนำผมให้รู้จักเพื่อนดีๆอย่างนานี่อีก”
พอมีคนแคปข้อความมาโพสต์ในคอมเมนต์ ทุกคนก็รุมด่าทะเลว่าเป็คนอกตัญญู ดีแต่เกาะคนอื่นกิน พอคงเดชเสียชีวิต เขาก็หาที่เกาะใหม่ทันที พวกเขาด่ากันโดยไม่สนใจที่จะสืบหาว่าความจริงเป็ยังไง มีอะไรมากกว่าโพสต์ที่้เห็นในโซเชียลหรือเปล่า พวกเกรียนคีย์บอร์ดพวกนี้สนุกสนานกับการเล่นบทเป็ตำรวจโซเชียล คอยตัดสินคนอื่นเพื่อบำบัดความใคร่ทางศีลธรรมของตัวเองโดยไม่สนใจคนที่ถูกทำร้าย เื่ยิ่งเลวร้ายขึ้นเมื่อมีคนพบว่าทุนที่ทะเลได้รับเป็ของพ่อนิล หลายคนด่าลามปามไปถึงพ่อนิลว่าเป็คนแก่โง่ๆที่โดนหลอกเอาเงินแล้วยังไม่รู้ตัว หลังจากนั้นนานี่ก็ตัดสินใจโพสต์ภาพตัดต่อที่ดูเหมือนนิลกับทะเลนอนด้วยกันบนเตียง พร้อมแคปชั่นว่า
“ขายตัวนี่รายได้ดีไหม ขายให้ทั้งพ่อทั้งลูกเลยหรือเปล่า”
คอมเมนต์กระหน่ำยิ่งกว่ารูปแรกๆอีก บางคอมเมนต์ก็ทักถามว่าเท่าไหร่ บางคอมเมนต์ก็แกล้งทำเป็คนดีบอกว่าสงสารแม่ของนิลที่ทั้งสามีและลูกมีรสนิยมพิลึกแบบนี้
นิลกำลังไถดูรูปต่างๆที่โพสต์ลงบนไอจีของนานี่ เื่ไร้สาระทั้งนั้น นิลไม่คิดจะสนใจ จนกระทั่งเห็นรูปล่าสุด มือของนิลสั่น เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นี่มันมากเกินไปแล้ว ลามปามไปถึงพ่อของเขา เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
เขาตัดสินใจโทรหาพ่อพร้อมพูดประโยคเดียวว่า “พ่อ ที่พ่อบอกผมตอนนั้นน่ะ ผมเปลี่ยนใจแล้วนะ ผมจะฟ้อง”
ดำเกิงไม่พูดอะไรมาก เขาตอบแค่ว่าเดี๋ยวจะจัดการให้
ทะเลเองก็ได้รับผลกระทบจากเื่นี้ยิ่งกว่านิลเสียอีก จากปกติที่เขาไม่ค่อยมีคนคบอยู่แล้ว ตอนนี้เขาเดินไปที่ไหนถ้าคนไม่หลีกห่างด้วยความรังเกียจ ก็มาซักถามเขาว่ารายได้ดีไหม บางคนเสนอตัวจะซื้อเขาด้วยซ้ำ ทะเลปฏิเสธไปทั้งหมด พยายามหลีกเลี่ยงไม่คุยกับใคร ไม่เพียงแต่ในโลกความจริง โลกออนไลน์ก็มีคนทักทะเลมาเหมือนกัน บางคนก็ทักมาถามราคา บางคนก็ด่าอย่างสาดเสียเทเสีย บางคนหนักกว่านั้นถึงขนาดส่งของลับของตัวเองมาให้ดู ทะเลแทบจะบ้าตาย ตอนแรกเขาคิดว่าเขาไม่สนว่าใครจะมองเขายังไง แต่เื่นี้ก็เกินกว่าที่เขาจะรับไหว สิ่งที่ทำให้เขาเ็ปไม่ใช่คนแปลกหน้ามารุมด่าเขา เขาไม่เคยสนคนพวกนั้นอยู่แล้ว แต่เพราะนานี่ เธอเคยเป็เพื่อนรักของเขามาตลอด และเธอก็ทำร้ายเขาอย่างเ็ปที่สุด
ทะเลแทบไม่กล้าเข้าดูเล่นมือถืออีก แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความดังรัวจนเขาอดเปิดดูไม่ได้ ตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็คนส่งข้อความมาก่อกวนอีก แต่ก็ยิ้มออกเมื่อเห็นว่าเป็เพื่อนอย่างเพลิน
เพลิน เพลิดเพลิน:เป็ไงบ้าง
เพลิน เพลิดเพลิน:ตอบหน่อย เป็ห่วง
ทะเล แสนงาม:แย่มากเลย
เพลิน เพลิดเพลิน:เป็ห่วงนะ รู้ไหม
ทะเล แสนงาม:ขอบใจนะ
ข้อความของเพื่อนสมัยเด็กทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้น
“หวัดดี เล” นิลทักทายอย่างร่าเริง ก่อนจะนั่งลงข้างๆเพื่อนรัก หลังจากมีข่าวเื่ทะเลออกมา จ้อยก็ไม่ยอมมานั่งติดกับทะเลอีก เขากลัวว่าเชื้อเกย์จะกระเด็นมาโดนเขา เื่ไร้สาระทั้งนั้น เกย์ไม่ใช่โรคติดต่อสักหน่อย
“คุณอย่ามานั่งกับผมเลย” ทะเลพูดอ้อมแอ้ม “เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่”
“ไม่ต้องห่วงหรอกเื่นั้น” นิลพูดอย่างเคร่งขรึม “พ่อฉันจัดการให้แล้ว”
“พ่อคุณทำอะไร” ทะเลถาม
“เขาจะฟ้องนานี่และไอ้พวกปากดีในอินเทอร์เน็ต” นิลตอบ “โทษหนักน่าดู เราจะมีค่าขนมกันแล้วล่ะ”
“อย่าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่เลย” ทะเลว่า เขาผิดหวังกับนานี่มาก แต่ก็ยังไม่อยากทำให้เธอเดือดร้อน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอต้องขึ้นโรงขึ้นศาล อนาคตของเธออาจจะดับไปเลยก็ได้
“นี่ไม่ใช่เื่เล็ก” นิลพูดอย่างเผ็ดร้อน “มันทำให้ชื่อเสียงของฉัน พ่อฉันและนายเสียหาย”
“แล้วนานี่จะเป็ยังไง ถ้าคุณฟ้อง” ทะเลถามอย่างกังวล เขารู้ว่าเขาเป็คนใจอ่อนเกินไปแต่เขาก็อดสงสารเธอไม่ได้ ยังไงเธอก็เคยเป็เพื่อนเขา
“ตามกฎหมายก็ให้เสียค่าปรับ ขนหน้าแข้งเธอไม่ร่วงหรอก แต่ถ้าไม่อยากจ่ายก็ติดคุกไป แค่นั้น” นิลพูดอย่างไม่แยแส เขาไม่เคยคิดสงสารศัตรู
“แต่มันจะทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหายนะ” ทะเลว่า
“นายนี่มันบ้าจริงๆ” นิลพูดอย่างอ่อนใจ “เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เราแค่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเองเท่านั้น ถ้านายไม่อยากฟ้องก็ตามใจ แต่ยังไงฉันก็จะฟ้อง มันทำให้ฉันกับพ่อเดือดร้อนด้วย นานี่ควรคิดให้ดีก่อนจะโพสต์รูปหรือข้อความอะไร เธอไม่ใช่เด็กๆแล้ว”
“ผมขอโทษครับ” ทะเลว่า
“ไร้สาระ” นิลตัดบท “พวกนั้นต่างหากที่ต้องขอโทษ”
ฝ่ายดำเกิงก็จัดการเื่ที่ลูกชายมาบอกอย่างเงียบๆ เขาเรียกทนายมา จัดการรวบรวมหลักฐานและส่งฟ้อง ไม่นานหลังจากนั้นนานี่และคนอื่นๆก็ได้รับหมายศาล
นานี่กำลังทำการบ้านอยู่ เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้อง เธอรีบวิ่งลงบันไดมาทันที แล้วภาพที่เธอเห็นทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกลัว แม่ของเธอกำลังเป็ลมล้มพับ คนใช้ประคองอยู่ข้างๆ ในมือของแม่กำกระดาษใบนึงไว้เสียแน่น เธอถลาไปหาแม่
“แม่คะ แม่เป็อะไร”
จินดาไม่ตอบ นานี่ประคองแม่มานั่งตรงโซฟา ให้เธอดมยาดมและพักอยู่นานจนกระทั่งจินดาลืมตาขึ้นช้าๆ
“เื่ใหญ่แล้ว นานี่” จินดาพูดอย่างอ่อนแรง “คุณดำเกิงเขาฟ้องเรา”
“ดำเกิง ชื่อคุ้นๆนะคะ” นานี่ว่า
“คุ้นสิ” จินดาแหว “ก็เธอเล่นโพสต์รูปทำให้ลูกชายเขาเสียหายนี่ ทำไมถึงไม่รู้จักคิดแบบนี้”
นานี่กัดริมฝีปาก “หนูแค่โพสต์เล่นๆ ไม่นึกว่าจะเป็เื่ใหญ่”
“หมายศาลมาถึงบ้านแล้ว เล่นไหมล่ะ” จินดาประชด บางครั้งเธอก็เหนื่อยกับการที่ลูกสาวชอบทำตัวเป็เด็กๆ นานี่เสียพ่อไปั้แ่ยังเล็ก ทำให้เธออดตามใจลูกไม่ได้
“ไม่เห็นจะเป็ไรเลย” นานี่ว่า “เราก็มีทนาย”
“เื่นี้เราเสียเปรียบเห็นๆ” จินดาว่าพลางถอนใจ “สิทธ์บวรโดนฟ้องคดี ต้องเป็ข่าวไปทั่วแน่”
แล้วก็จริงอย่างที่จินดาคาด หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวนี้ ออกโทรทัศน์ทุกช่อง ยังไม่นัดข่าวในโลกอินเตอร์เน็ตที่มีทั้งจริงและไม่จริงอีก กองทัพนักข่าวบุกมาถึงบ้าน ้ามาสัมภาษณ์ นานี่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ปล่อยให้แม่และคนรับใช้รับมือกับนักข่าวที่หิวกระหาย
นานี่ได้แต่นอนเหม่อมองเพดาน เธอไม่มีอะไรให้ทำ เธอออกไปข้างนอกไม่ได้ แล้วเธอก็ไม่กล้าเล่นมือถือ หลังจากที่เปิดดูแล้วพบว่ามีหลายคนที่ส่งข้อความสาปแช่งมาให้เธอ ชื่อของเธอขึ้นเทรนด์ในหลายช่องทาง แต่ไม่น่าดีใจเลย เพราะคนส่วนใหญ่เข้ามาด่าทั้งนั้น
นานี่พยายามติดต่อทะเล ขอให้เขาเกลี้ยกล่อมนิลให้ยอมถอนฟ้อง แต่ทะเลไม่อ่านข้อความของเธอด้วยซ้ำ
เธอตัดสินใจติดต่อนิล ส่งข้อความไปอ้อนวอนให้เขาถอนฟ้อง แล้วจะยอมจ่ายค่าเสียหายให้
นิลตอบกลับมาแค่ว่า “เอาเงินนั่นไปจ้างทนายเถอะ”
วันที่นานี่ไปศาล มีกองทัพนักข่าวมาดักรออยู่เต็มไปหมด ฝูงนักข่าวระดมยิงคำถามใส่เธอ
“คุณนานี่ครับ ทำไมคุณถึงตัดต่อภาพพวกนั้นครับ”
“คุณนานี่คะ เป็เื่รักสามเส้าจริงๆหรอคะ”
“คุณนานี่คะ คุณเป็พวกเหยียดเพศจริงๆเหรอคะ”
นานี่เดินก้นหน้า พยายามก้าวเท้าเร็วๆ เธอไม่พูดอะไรกับใครเลย เธอไม่เคยรู้สึกแย่เท่านี้มาก่อน เธอรู้สึกเหมือนเป็เนื้ออันโอชะที่ถูกคนที่หิวกระหายรุมทึ้ง
นักข่าวอยากเข้าไปในศาลด้วย แต่ไม่ได้รับอนุญาต พวกเขารอฟังคำตัดสินอย่างใจจดใจจ่อ
ศาลตัดสินให้นานี่เป็ฝ่ายผิด และต้องจ่ายค่าเสียหายให้ดำเกิง เธอมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อได้ ถ้าไม่พอใจคำตัดสิน แต่แน่ล่ะว่านานี่ไม่อยากอุทธรณ์ เธอรู้ว่ายังไงก็แพ้ สู้ไปก็เสียดายเงินและเวลาเปล่าๆ แถมยังทำให้สิทธ์บวรยิ่งดูแย่ไปด้วย
เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านก็พบว่าในบ้านมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ ลุงป้าและสมปราชญ์ ลูกพี่ลูกน้องของเธอนั่นเอง
ทั้งลุงและป้าตำหนินานี่อย่างรุนแรง
“เธอยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ ก่อเื่ได้ขนาดนี้ ทำไมไม่เอาตาปราชญ์ ลูกป้าเป็ตัวอย่างเสียบ้าง” ป้าเป็แบบนี้เสมอ เธอมักจะคอยหาโอกาสซ้ำเติมเวลานานี่ทำผิด ขณะเดียวกันก็พูดยกยอลูกตัวเองไปด้วย
“ตระกูลสิทธ์บวรก็เสียชื่อไปหมด หุ้นเราตกตั้งหลายจุดแน่ะ”
“แล้วอย่างนี้เธอจะดูแลธุรกิจของบ้านเราได้เหรอ”
นานี่ยืนอึ้ง หัวหมุนไปหมด เธอไม่คิดเลยว่าภาพที่โพสต์เล่นๆในอินเทอร์เน็ต จะทำให้เกิดเื่ใหญ่ขนาดนี้
เมื่อถึงวันที่นานี่ต้องไปโรงเรียนอีกครั้ง เธอก็พบสายตาดูถูกเหยียดหยามและเสียงนินทาไม่ต่างอะไรกับที่ทะเลพบมาตลอด แต่นานี่ไม่เหมือนทะเล เธอทนอะไรแบบนี้ไม่ได้ หลังจากที่เธอกรีดร้อง บอกให้พวกเขาหยุดพูดถึงเธอและอาละวาดขว้างปาข้าวของในโรงอาหาร สถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลงเพราะมีคนถ่ายคลิปไว้ได้และเอาไปโพสต์ลงในอินเทอร์เน็ต ภาพลักษณ์ของเธอก็เลยยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ อาจารย์ใหญ่เรียกเธอเข้าพบ พร้อมบอกอย่างนุ่มนวลที่สุดว่าเธอจำเป็ต้องหาโรงเรียนใหม่
การหาโรงเรียนใหม่กลางคันแบบนี้ไม่ใช่เื่ง่ายเลย ในที่สุดนานี่ก็ต้องบินไปเรียนเมืองนอก ฟังดูอาจจะน่าอิจฉา แต่เธอไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษขนาดนั้น ดังนั้นเธอจึงปรับตัวยากมาก มิหนำซ้ำข่าวของเธอก็ดังไกลไปถึงประเทศที่เธออยู่ แล้วเธอก็ต้องเจอกระแสด้านลบไม่ต่างจากที่ไทยเลย แย่ไปกว่านั้นเพราะเธอพูดภาษาของพวกเขาไม่ได้ อาหารที่กินก็ไม่คุ้นเคย เธอนอนร้องไห้ทุกคืน ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าทำเลย แแต่ก็สายไปเสียแล้ว