ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 178 อยากสร้างปัญหาอะไรอีก?

            รสชาติเป็นอย่างไร!แม้ว่าคำเหล่านี้จะเป็นคำที่สั้นกระชับ แต่มันกลับเป็นคำสองแง่สองง่าม [1]

            อาจจะเป็นการถามว่ารสชาติเหล้าผูเถาเป็นอย่างไรและอาจเป็นไปได้ว่ากำลังถามความรู้สึกยามถูกจูบเป็นอย่างไรหรืออาจจะถามทั้งสองอย่าง

            มู่จื่อหลิงผู้เดิมทีก็หลงอยู่ในเมืองที่แสนอ่อนโยน[2] ซึ่งถูกเขาถักทอขึ้นมาจากการสอดประสานทันใดนั้นก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง นางส่ายหัวไปมาและเข้าใจในทันทีว่าคำถามของเขาหมายถึงสิ่งใด

            มู่จื่อหลิงผลักหลงเซี่ยวอวี่ออกไปโดยไม่รู้ตัวมือทั้งสองของนางซ้อนทับกันบนหน้าอก หายใจหอบ หัวใจเต้นแรงดังตึก ตึก ตึก...

            เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ใบหน้าขาวของมู่จื่อหลิงก็เปลี่ยนเป็นสีแดงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้านางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อน แต่สมองของนางก็ยังไม่หยุดคิด

            เมื่อครู่...เหตุใดเพียงคำไม่กี่คำนางถึงกับตกหลุมพรางของเขาโดยไม่มีการเตือนได้กันนะ? ช่างน่าผิดหวังยิ่งนัก

            แล้วชายผู้นี้ยังจะดื่มเหล้าผูเถาจากปากของนางอย่างไร้ยางอายได้อย่างไร...ช่างไร้ยางอายเสียจริง!

            เมื่อนึกได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ตนเองเพ้อฝันอย่างโง่เขลามันเป็นจินตนาการที่ไม่สมจริง แต่เมื่อครู่มันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว

            อารมณ์ของมู่จื่อหลิงในยามนี้ค่อนข้างสลับซับซ้อนและยังมีความรู้สึกที่ซับซ้อนจนไม่อาจอธิบายได้

            ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าต่อหน้าหลงเซี่ยวอวี่ราวกับว่าร่างของนางโปร่งใส เขาสามารถรู้ทุกอย่างที่นางคิดและเขาสามารถมองเห็นได้ทุกสิ่ง

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้มู่จื่อหลิงก็รู้สึกเหมือนกับว่านางอยากจะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา

            คนบางคนเกิดมาเพื่อให้ผู้อื่นอิจฉาอย่างแท้จริง

            หลงเซี่ยวอวี่มองริมฝีปากชื้นที่แดงและบวมจากการจูบของเขาอย่างตะกละตะกลามในดวงตายังคงมีความสับสนจากรสสัมผัสที่หลงเหลืออยู่จางๆ

            ในไม่ช้ามู่จื่อหลิงก็ฟื้นคืนสติ นางกระแอมออกมาเบาๆ แล้วแสร้งทำสีหน้าดังคนใจเย็น

            แต่...นางยังลอบเงยหน้าขึ้นมองที่หลงเซี่ยวอวี่เห็นเพียงดวงตาของเขาที่มองมาราวเสือที่จ้องมองเหยื่อของมัน ส่องแสงเป็นประกายทั้งยังสว่างเจิดจ้าราวกับว่ามันจะระเบิดออกมาได้เพียงแค่สัมผัส [3]

            ทันใดนั้นหัวใจของมู่จื่อหลิงก็เกิดการสั่นไหวเอื้อมมือไปปิดริมฝีปากสีแดงแสนบอบบางของนางโดยไม่รู้ตัว

            นางจ้องไปที่หลงเซี่ยวอวี่ด้วยดวงตาเบิกกว้างมองหลงเซี่ยวอวี่ด้วยความไม่สบายใจเล็กน้อย ดวงตาของนางดูตรงไปตรงมาราวกับกำลังมองดูขุนนางเติงถู[4] นางยังคงขยับไปมาไม่หยุด เคลื่อนกายจนถึงมุมที่ไกลที่สุดและในที่สุดก็หดตัวลงเป็นก้อนกลม

            หลงเซี่ยวอวี่จ้องไปที่ภาพนี้อย่างว่างเปล่าและรู้สึกขบขัน มู่มู่ผู้โง่เขลาของเขาช่างน่ารักยิ่งนัก!

            หากเขาต้องการทำอะไรนางจริงๆถึงแม้ว่านางจะหดตัวเป็นก้อนกลม มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ไม่ว่าอะไรก็หยุดเขาไม่ได้

            มู่จื่อหลิงจ้องมองเขาด้วยความโกรธปิดปากแน่น ก่อนจะพูดอย่างแผ่วเบาว่า “หลงเซี่ยวอวี่ ท่านอย่าทำตนราวกับเป็นของถูกและดีหยุดยิ้มได้แล้ว”

            หลงเซี่ยวอวี่มองไปที่มู่จื่อหลิงอย่างขบขันพูดอย่างสบายๆ ว่า “เปิ่นหวางไม่รู้ว่าผู้ใดกำลังเอาเปรียบผู้ใดด้วยแม้แต่ในความฝัน ทุกคนต่างล้วนกระหายในรสชาติของเปิ่นหวาง”

            เมื่อรู้ว่าเขากำลังพูดถึงความฝันของนางในตอนกลางวันใบหน้าของมู่จื่อหลิงก็ยิ่งแดงก่ำ นางโกรธมากจนแทบจะอาเจียนเป็นเลือด

            “ท่านมันคนไร้ยางอายผู้ใดอยากลิ้มลองรสชาติของท่านกัน” มู่จื่อหลิงจ้องไปที่หลงเซี่ยวอวี่แล้วแสร้งทำเป็นโกรธ

            ยังโลภอยากลิ้มลองรสชาติของเขาอีกหรือ? ชิ!นางแค่สงสัยว่าเหล้าผูเถานั้นรสชาติดีหรือไม่?

            ชายผู้นี้ไร้ยางอายเกินไปแล้ว

            หลงเซี่ยวอวี่หัวเราะเบาๆก่อนจะเหยียดแขนเรียวของตนออก แล้วคว้าน่องของมู่จื่อหลิงไว้ ดึงนางออกมาจากมุมเล็กๆนั้น

            มู่จื่อหลิงอยากจะเตะเขาด้วยเท้าของนางแต่เขาเร็วเกินไป และก่อนที่นางจะมีเวลาเตะออกไป เขาก็ลากนางไปด้านหน้าของตนแล้ว

            มู่จื่อหลิงรู้สึกหงุดหงิดอยู่พักหนึ่งเสียใจมากจนอยากจะทุบกำแพง

            กุ้งตัวน้อยจะสู้ปลาใหญ่ได้อย่างไร?

            นางสาบานว่านางจะไปเรียนวรยุทธ์ ไม่อย่างนั้น สักวันหนึ่งนางจะถูกมารร้ายผู้นี้ครอบงำเพียงคิดถึงวันเหล่านั้น ก็ทำให้นางรู้สึกโกรธ

            ใบหน้าของหลงเซี่ยวอวี่กดทับอย่างแน่นหนาไปกับใบหน้าที่ร้อนระอุของมู่จื่อหลิง“มู่มู่คนโง่ ดูเหมือนว่าเมื่อครู่เปิ่นหวางยังไม่ได้ลิ้มรสเลยเช่นนั้นเปิ่นหวางจะปล่อยให้เจ้าได้รับประโยชน์จากมันผู้เดียวได้อย่างไร?”

            เจ้าขยะนี่!มารร้ายผู้นี้ช่างไร้ยางอายได้อย่างไร้ขอบเขตจริงๆ

            หัวใจของมู่จื่อหลิงเต็มไปด้วยความโกรธและหดหู่ใจ

            เมื่อเทียบความฉลาดกับชายเจ้าเล่ห์ผู้นี้เห็นได้ชัดว่านางยังล้าหลังอยู่มาก

            ยิ่งกว่าไร้ยางอายผู้ที่พ่ายแพ้อย่างยับเยินย่อมเป็นตนเองอย่างแน่นอน

            ดังนั้น หลังจากคิดดูแล้วมู่จื่อหลิงจึงหยิบจอกเหล้าผูเถาที่เพิ่งถูกโยนทิ้งไปท่ามกลางความโกลาหลรินเหล้าให้ตนเองอย่างสบายๆ ก่อนยกขึ้นจิบแล้วกระแทกใส่ปาก

            นางยกนิ้วให้และสรรเสริญครั้งแล้วครั้งเล่า “ท่านไม่ถามหน่อยหรือว่ารสชาติเป็นอย่างไรรสชาติของเหล้าผูเถานี้ช่างสมบูรณ์แบบมากจริงๆ”

            จากนั้นมู่จื่อหลิงหันศีรษะของนางกลับมาอีกครั้งดวงตาของนางจ้องไปที่ใบหน้าของหลงเซี่ยวอวี่อีกครั้ง ก่อนจะมองไปที่ริมฝีปากบางๆของเขาอย่างกำเริบเสิบสาน แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสมันอย่างกล้าหาญ

            ในท้ายที่สุดนางก็พ่นลมและให้ความเห็นอย่างไม่เต็มใจ “รสชาติตรงนี้พอใช้ได้ เฉยๆ แค่นี้เอง”

            แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือกลิ่นบนร่างของเขาช่างดีจริงๆลมหายใจของกลิ่นดอกเหมยเย็นให้ความรู้สึกเงียบสงบและสง่างามราวกับอยู่ในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บทำให้ผู้คนมึนเมาและสับสนกลิ่นบางเบาช่างหอมจรุงใจ ติดตามหลอกหลอนแม้ในฝัน

            กลิ่นหอมเย็นและบางเบาไม่ต่างจากพิษที่คอยกัดกินกระดูกมันเป็นพิษที่ทำให้คนเสพติด เมื่อได้รับมาแล้ว จะไม่สามารถกำจัดมันออกไปได้อีก

            วิจารณ์ด้วยจิตใจที่สงบความรู้สึกนั้นน่าจะ...ดีมากจริงๆ

            แต่ความรู้สึกนี้ควรเก็บไว้เพียงในใจเท่านั้นนางจะไม่มีทางพูดมันออกมา

            ท่าทางที่จริงจังของมู่จื่อหลิงทำให้หลงเซี่ยวอวี่เกือบจะแสยะยิ้มออกมาด้วยความโกรธหญิงผู้นี้ทั้งดื้อรั้นและโง่เขลา

            “เฉยๆ อะไรกันเห็นได้ชัดว่ามู่มู่คนโง่ชอบที่เปิ่นหวางจูบเจ้ามาก”ดวงตาของหลงเซี่ยวอวี่มีเสน่ห์และน่าหลงใหล น้ำเสียงนั้นพร่ามัวอย่างสุดจะพรรณนา

            ทันใดนั้นมู่จื่อหลิงก็เกิดอาการอึดอัดในอกนางแทบจะกัดฟันยามที่พูดว่า “ฉีอ๋อง ท่านยังสามารถไร้ยางอายได้มากขึ้นอีกแล้ว”

            แน่นอนว่าหลงเซี่ยวอวี่มองไปที่ใบหน้าเล็กๆ ของมู่จื่อหลิงจ้องมองแก้มสีแดงก่ำที่ยังไม่จางหายไป เขาอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปข้างหน้าอีกครั้ง

            มู่จื่อหลิงตกใจ“ท่าน...”

            หากยังคงพูดเรื่องนี้ต่อไปนางตั้งใจแน่วแน่ที่จะระเบิดความโกรธออกมา

            วันนี้นางจะได้เห็นแล้วว่าฉีอ๋องผู้ซึ่งไร้ความปรานีและเด็ดขาดต่อหน้าคนนอกแท้ที่จริงแล้วใบหน้าของเขานั้นหนาจนเทียบได้กับกำแพงเมือง

            ความหน้าด้านไร้ยางอายของเขาได้ถูกแสดงออกมาอย่างถึงอกถึงใจไม่อาจหาผู้ใดมาเทียบเทียมได้

            “เมื่อใดจะกลับไปเสียที?” มู่จื่อหลิงกัดฟันถาม

            “รออีกหน่อย แล้วค่อยกลับดีไหม?”ใบหน้าที่หล่อเหลาของหลงเซี่ยวอวี่แนบชิดอยู่กับพวงแก้มสีชมพูระเรื่อของมู่จื่อหลิงแล้วขยับถูไถอย่างใกล้ชิด

            สัมผัสเช่นนี้ช่างอบอุ่นอ่อนโยน ให้ความรู้สึกดี!

            มันกระตุ้นหัวใจของนางจากการถูกลูบไล้กลิ่นหอมบนร่างกายของเขาทำให้หัวใจของนางเต้นรัว

            มู่จื่อหลิงไม่สามารถรับมันได้อีกต่อไปนางใช้หัวกระแทกใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังถูไถกับใบหน้าของตน นางคิดว่ามันยังไม่พอนางจึงออกแรงผลักดันแรงๆ อีกครั้ง

            ฉีอ๋องผู้จมอยู่ในความอบอุ่นไม่คาดคิดว่ามู่จื่อหลิงจะทำเช่นนี้เหตุเกิดแบบฉับพลันจนเขาไม่ทันตั้งตัว จึงถูกกระแทกออกไปจริงๆ

            หลงเซี่ยวอวี่ถูกผลักเขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะเตี้ยที่อยู่ข้างหลังโดยไม่ได้เตรียมตัวไว้

            จากนั้นโต๊ะเตี้ยก็ล้มคว่ำลง ร่างกายของเขาล้มลงกับพื้นในทันทีเหล้าผูเถาทั้งหมดบนโต๊ะหกใส่เขาเหล้าสีแดงสดย้อมชุดคลุมสีขาวราวหิมะของเขาจนกลายเป็นสีแดงในทันที

            ใครจะไปคิดว่าฉีอ๋องผู้สูงส่งและหยิ่งยโส ทั้งยังหมกมุ่นอยู่กับความสะอาดมาโดยตลอดในยามนี้กลับอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด!

            ผ่านไปครู่หนึ่งใบหน้าของหลงเซี่ยวอวี่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกราวกับว่าชั้นน้ำแข็งหนาจับตัวกันบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก่อนจะพ่นลมหายใจที่เยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวออกมา

            ดวงตาที่ล้ำลึกและเยือกเย็นของเขาจ้องมองไปยังผู้หญิงตัวเล็กที่ทำให้เขาล้มลงอย่างน่ากลัว แต่ในเวลาต่อมาความเย็นในร่างกายของเขาก็ละลายหายไปในทันที...

            หากมู่จื่อหลิงเห็นว่าในที่สุดหลงเซี่ยวอวี่ก็ถูกนางผลักออกไปอย่างง่ายดาย และเขายังล้มลงกับพื้นในสภาพที่น่าอับอายนางจะรู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับความโชคร้ายและรู้สึกถึงความสำเร็จเป็นพิเศษ

            แต่...เมื่อสู้แบบตัวต่อตัวมันกลับเป็นการบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่

            มู่จื่อหลิงกุมศีรษะของตนซึ่งยังคงมึนงงและปั่นป่วน ความเจ็บปวดทำให้น้ำตาของนางเกือบจะไหลออกมา

            เกลียดนัก! สังหารศัตรูหนึ่งพันแต่สูญเสียไปถึงแปดร้อย[5] ตามที่คาดไว้...มันไม่ได้ผล!มู่จื่อหลิงรู้สึกเสียใจมากจนเกือบสาปแช่งไปถึงมารดาแล้ว

            เมื่อมองไปที่ใบหน้าเล็กที่ยับย่นของมู่จื่อหลิงหลงเซี่ยวอวี่ก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

            เขาลุกขึ้นนั่งข้างๆมู่จื่อหลิง เอื้อมมือออกไปลูบหัวน้อยๆ ของนางอย่างสงสาร แล้วพูดอย่างมีเลศนัยว่า“มู่มู่คนโง่ เดิมทีก็โง่อยู่แล้ว ยามนี้กลับโง่ยิ่งกว่าเดิม ข้าควรทำอย่างไร?”

            มือของเขาดูเหมือนจะมีพลังวิเศษเมื่อถูกเขาลูบมู่จื่อหลิงรู้สึกได้ทันทีว่าอาการปวดแสบปวดร้อนในหัวของนางหายไปในทันที

            “ท่าน...”ขณะที่มู่จื่อหลิงกำลังจะพูด จู่ๆ ก็มีเสียงตื่นตระหนกดังมาจากด้านนอกรถม้า

            “องค์หญิง ท่านเป็นอะไรไป?”

            “องค์หญิง อย่าทำให้บ่าวกลัวเลยเพคะองค์หญิง...” ด้านนอกมีเสียงร้องของนางกำนัลสองคน

            เมื่อได้ยินเสียงนี้มู่จื่อหลิงจึงจำได้ว่าก่อนที่พวกเขาจะขึ้นรถม้าองค์หญิงขี้โรคกำลังเดินตรงมาหาพวกเขา

            ไม่คิดว่าหลังจากผ่านไปนานถึงเพียงนี้นางก็ยังสามารถอยู่ข้างนอกได้ ขอชื่นชมความอดทนขององค์หญิงอันหย่าจริงๆ ไม่สิน่าจะเป็นการชื่นชมเสน่ห์ของหลงเซี่ยวอวี่!

            แต่องค์หญิงขี้โรคผู้นี้ต้องการสร้างปัญหาอะไร?

            เมื่อคิดดูแล้วฤทธิ์ยาของมู่อี๋เสวี่ยน่าจะหมดไปแล้ว ไม่รู้ว่าข้างนอกมีฉากที่สวยงามมากเพียงใด

            ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมู่จื่อหลิงจึงเปิดม่านรถแล้วโผล่หัวออกไปดู

            ข้างนอกองค์หญิงขี้โรคกำลังนั่งทรุดอยู่บนพื้น เอนกายลงในอ้อมแขนของนางกำนัลอย่างอ่อนแรงทั้งดูบอบบางและอ่อนแอ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุดดูเหมือนว่าจะหมดลมหายใจตายลงได้ในเวลาไม่นาน

            เมื่อเห็นภาพที่น่าสมเพชนี้มู่จื่อหลิงก็หัวเราะออกมาทันที

            ดูถ้าคราวนี้องค์หญิงขี้โรคจะป่วยหนักจริงๆที่สุดแล้วผู้ใดเป็นคนกระตุ้นนางกัน?

            แต่ก่อนที่มู่จื่อหลิงจะดื่มด่ำกับความสุขหลงเซี่ยวอวี่ก็ดึงหัวนางกลับเข้าไป

            “เป็นเด็กดีและเชื่อฟังรอเปิ่นหวางกลับมา” เสียงของหลงเซี่ยวอวี่เป็นเหมือนเสียงสวรรค์ทรงอำนาจอย่างหาที่เปรียบมิได้

            ก่อนที่มู่จื่อหลิงจะพูดอะไรหลงเซี่ยวอวี่ก็ออกจากรถม้าไปแล้ว...

            “ฉีอ๋อง โปรดช่วยองค์หญิงของเราด้วย”เมื่อนางกำนัลเห็นหลงเซี่ยวอวี่ออกมา นางจึงเปล่งเสียงออกมาดังๆ

            แต่จากการมองผ่านม่านหยกหลากสีมู่จื่อหลิงเห็นหลงเซี่ยวอวี่มุ่งตรงเข้าไปในรถม้าคันเล็ก

            แม้กระทั่งนางกำนัลสองคนขององค์หญิงอันหย่าร้องขอความช่วยเหลือจากหลงเซี่ยวอวี่อย่างยากลำบากแต่เขากลับเมินเฉยและทำเป็นหูหนวก ราวกับว่าองค์หญิงอันหย่าไม่ได้อยู่ข้างนอกนั่น

            มู่จื่อหลิงพูดไม่ออก

            เดิมทีนางคิดว่าหลงเซี่ยวอวี่กำลังจะไปหาองค์หญิงที่ล้มป่วยเพราะอย่างไรก็ตามในยามนี้คนป่วยก็กำลังป่วยอยู่ใต้จมูกของพวกเขา

            ต้องรู้ว่า องค์หญิงอันหย่าคือดวงใจของไทเฮา

            ที่เป็นอยู่ในยามนี้แค่มองก็รู้ว่ากำลังจะตายไม่ใช่หรือ?

            นางกำนัลที่อยู่ข้างนอกเอาแต่ร้องไห้มู่จื่อหลิงดึงม่านขึ้นอีกครั้ง ยกมือขึ้นแตะขอบหน้าต่าง เอาคางพิงแล้วมองภาพด้านนอกด้วยรอยยิ้ม“อืม เกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิงอันหย่าของพวกเจ้า?”

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] คำสองแง่สองง่าม (一语双关) เป็นสำนวนมีความหมายว่าในหนึ่งประโยคมีสองความหมาย หรือคำที่กำกวมไม่ชัดเจน

            [2] เมืองที่แสนอ่อนโยน (温柔乡) เป็นคำเปรียบเปรย มีความหมายว่า สถานที่ที่สวยงามและมีเสน่ห์หรือ สถานที่อบอุ่นและสะดวกสบาย

            [3] ระเบิดออกมาได้เพียงแค่สัมผัส (一触即发) เป็นสำนวน มีความหมายว่า สถานการณ์ตึงเครียดมากพร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

            [4] ขุนนางเติงถู (登徒浪子) เป็นชื่อขุนนางกังฉินในบทกวีโบราณโดยในเรื่องขุนนางเติงถูนั้นเป็นคนที่มากตัณหาจึงนิยมนำชื่อนี้มาใช้เรียกผู้มักมากบ้าตัณหา

            [5] สังหารศัตรูหนึ่งพันแต่สูญเสียไปถึงแปดร้อย(伤敌一千自损八百的招数) เป็นสำนวน มีความหมายว่าความสูญเสียหรือเสียหายของทั้งสองฝ่ายไม่ต่างกันมากนัก

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808