ตอนที่ 188
วิหคสองประสาน
แส้เพลิงลาวาที่หวดฟาดลงมาทำลายกรงกั้นที่สูงละฟ้าในพริบตา เสวี่ยหมิงที่เร่งเร้าพลังเพลิงจนถึงขีดสุด บวกกับพลังของอาณาเขตที่โกเลมลาวาสร้างขึ้น ทำให้ปราณอัคคีในกายก่อตัวเป็นเงาร่างของวิหคเพลิงอมตะอีกครั้ง แม้พลังเพลิงจะสูงล้ำขึ้นจนมีระดับไม่ต่างจากผู้ฝึกตนลมปราณเชื่อมฟ้าดินขั้นกลางที่สุดปลาย แต่พลังของโกเลมลาวานั้นรุนแรงเกินไป ม่านเพลิงไฟที่ใช้ออกด้วยท่วงท่าวารีบรรจบล้วนแตกกระจาย เพลิงลาวาร้อนลวกที่อัดแน่นด้วยพลังแห่งการทำลายล้างค่อย ๆ แทรกซึมกัดกร่อนเกราะลมปราณที่เสวี่ยหมิงเร่งใช้ออกจนสุดรั้ง
...เห็นทีหากไม่เปิดใช้งาน ทักษะเทพมารครองร่างเราคงต้านทานการโจมตีครั้งนี้ไม่ไหวเป็นแน่
ลมปราณเพลิงของโกเลมลาวามนครั้งนี้ถูกใช้ออกอย่างเต็มกำลัง ผสานเสริมไปกับพลังของทักษะเขตแดน ทำให้พลังในการทำลายล้างนั้นสูงจนเข้าใกล้จุดสูงสุดของระดับลมปราณเชื่อมฟ้าดิน ห่างเพียงอีกแค่ครึ่งก้าวก็จะเลื่อนสู่ขอบเขตของลมปราณเที่ยงแท้ขั้นต้น แม้ระดับพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงจะเข้มข้นกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปหลายเท่า แต่ยังนับว่าหากชั้นกับท่าโจมตีนี้อยู่อีกก้าวใหญ่
แม้จะยังต้านทานเอาไว้ได้ แต่รัศมีทำลายล้างที่แผ่ออกมาก็แผดเผาจนผิวหนังของเสวี่ยหมิงเริ่มที่จะลุกไหม้ แม้พลังเพลิงวิเศษจะสมานแผลนั้นกลับคืน แต่ยิ่งมาแรงกดดันของพลังทำลายยิ่งเพิ่มขึ้น บาดแผลที่ปรากฏก็มากขึ้นไปตามกัน
"พี่เสวี่ยหมิงข้ามาช่วยแล้ว" หนิงเซียนที่ตกใจตั้งแต่เห็นท่าโจมตีของโกเลมลาวา ก็ตัดสินใจละทิ้งหน้าที่ซึ่งวางแผนกันไว้ พุ่งเข้ามาหาเสวี่ยหมิงที่ด้านหลัง ปีกเพลิงของหญิงสาวกระพือพัดส่งมวลพลังงานอบอุ่นเข้าห่อหุ้มร่างของเสวี่ยหมิง
เพลิงรักษาในร่างที่สูงส่งอยู่แล้วของเสวี่ยหมิงพลันพุ่งสูงจนทะลุขีดขั้นเดิมในพริบตา บาดแผลน้อยใหญ่ก่อนหน้าสมานอย่างรวดเร็วราวปาฏิหาริย์
"หนิงเซียน..."
"ไม่ต้องเอ่ยอะไรทั้งสิ้น ช่วยกันต้านทานการโจมตีนี้ก่อน" หนิงเซียนที่ทั้งร่างห่อหุ้มเพลิงไฟของเคล็ดวิชาวิหคเก้าตะวันขั้นที่ห้า สร้างม่านลมปราณทรงกลมห่อหุ้มทั้งสองเอาไว้อีกชั้น ช่วยลดแรงกดดันจากพลังทำลายของโกเลมลาวาที่มีต่อเสวี่ยหมิงไปได้หลายส่วน
แม้แรงกดดันจะลดลง แต่อันตรายยังคงไม่หมดไป เพราะแส้ที่หวดฟาดปะทะติดอยู่กับม่านพลังของทั้งเสวี่ยหมิงและหนิงเซียน ค่อย ๆ มีชัยเหนือพลังป้องกันของทั้งสองทีละนิด
"หนิงเซียน ทักษะที่เจ้าใช้เสริมพลัง มันสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ไหม" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นราวกลับคิดแผนการบางอย่างได้
"มันช่วยเสริมลมปราณเพลิงอัคคีในแนวทางเดียวกัน หากพี่เสวี่ยหมิงใช้เพลิงวิหคอมตะโจมตีข้าคิดว่าพลังของข้าก็น่าจะช่วยยกระดับมันขึ้นไปได้"
"ดี งั้นพอพี่นับหนึ่ง สอง สาม เจ้าก็สลายม่านป้องกันแล้วเปลี่ยนเป็นเสริมพลังเพลิงไฟเต็มที่ทันทีเลย เจ้าทำได้ไหม"
"อืม"หนิงเซียนเอ่ยพร้อมพยักหน้ารับ
...ทักษะเทพมารครองร่าง
ลมปราณของเสวี่ยหมิงพลันเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งระดับในทันที
เสวี่ยหมิงที่เข้าสู่สภาวะเหมันต์ดับสูญหลับตาลงตระเตรียมใช้ออกด้วยท่าโจมตีสะท้อนกลับ ทำนบแตกสลาย "หนึ่ง สอง...สาม"
ทันทีที่คำ...สามเอ่ยออกมา ม่านพลังของเคล็ดวิชาวิหคเก้าตะวันพลันแตกสลายออก หมัดประสานแส้เพลิงลาวาจมยุบลงมากระแทกเข้าใส่แขนของเสวี่ยหมิงที่ยกตั้งขึ้นอย่างจัง แม้ความเจ็บปวดจะแล่นเข้าจู่โจมเสวี่ยหมิงจนเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก แต่ก็เป็นเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น
เพลิงวิหคอมตะเต็มพิกัด...เพลิงไฟในร่างของเสวี่ยหมิงก่อเกิดรูปร่างของวิหคเพลิงขนาดใหญ่ห่อหุ้มเอาไว้ แต่นั้นยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยามนี่เสวี่ยหมิงและหนิงเซียนร่วมโจมตีประสานลมปราณเพลิงร้อนจากแหล่งกำเนิดเดียวกันพลันเชื่อมต่อ อำนาจของวิญญาณวิหคเพลิงอมตะในร่างของเสวี่ยหมิง กระตุ้นปลุกเร้าพลังของวิหคเพลิงอมตะในร่างของหนิงเซียนให้ตื่นขึ้น เมื่อพลังทั้งสองเชื่อมประสานเป็นเนื้อเดียว พลันปรากฏร่างของวิหคเพลิงรัดม้วนเป็นคู่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ในจังหวะที่ก่อเกิดวิหคเพลิงคู่ เสวี่ยหมิงพลันปลดปล่อยม่านพลังป้องกันด่านสุดท้ายออก ชักนำการโจมตีของโกเลมลาวาเข้าหาตนเอง พร้อมใช้ออกด้วยท่า...ทำนบแตกสลาย ชักนำเพลิงไฟที่ประสานรวมกันของทั้งตนเองและหนิงเซียน ให้เพลิงลมปราณลาวาย้อนกลับไปสู่โกเลมลาวา
แม้โกเลมลาวาจะถูกพลังของวิหคเพลิงที่สอดประสานกันโจมตี และกำลังจะถูกทำลายลง แต่ใบหน้าของมันยามที่เห็นท่าโจมตีนี้กลับเบิกบานขึ้นในทันใด ราวกับว่ามันกำลังเฝ้ารอการโจมตีนี้มาเนินนานแสนนาน และในที่สุดการรอคอยนั้นก็ถึงจุดยุติเสียที
บรึ้ม !!!
แม้เพลิงไฟวิหคคู่ที่ก่อเกิดจะรุนแรงมหาศาล แต่ท่าทำนบแตกสลายที่เสวี่ยหมิงใช้ออก ชักนำได้เพียงลมปราณที่โจมตีเข้ามา ไม่อาจสลายพลังโจมตีหวดฟาดทางกายภาพของอสูรยักษ์ตนนี้ได้ ถูกแรงปะทะฟาดทับจนจมลงไปในชั้นหิน ส่วนหนิงเซียนที่อยู่เบื้องหลัง แม้ไม่ได้รับแรงทำลาย แต่ก็ถูกแรงปะทะที่กระแทกร่างเสวี่ยหมิงจมลงดิน ปัดจนเสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่ด้านหลัง
หนิงเซียนมองดูพลังเพลิงไฟที่รุนแรงสะท้านสะเทือนแดนดินตรงหน้า แม้แต่สัตว์อสูรโกเลมลาวายังไม่อาจทานทนพลังทำลายของท่วงท่าสะท้อนกลับ ถูกเพลิงไฟย้อนทำร้ายค่อย ๆ เผาไหม้กัดกินจนร่างแกร่งหลอมละลายลงไปจนเหลือเพียงเศษซาก
เสวี่ยหมิงที่ถูกกระแทกจนจมพสุธา แม้จะได้รับบาดเจ็บจนกระดูกแขนหักละเอียดทั้งสองข้าง แต่ยังดีที่มีเพลิงไฟแห่งวิหคอมตะช่วยรักษา เพียงไม่กี่อึดใจก็ลอยตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ปากหลุมลึก ในสภาพที่อ่อนแรงเนื่องจากทักษะเทพมารครองร่าง
หนิงเซียนที่เห็นเสวี่ยหมิงปลอดภัย พร้อมกับที่ทั้งสองได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด สีหน้าที่วิตกกังวลก่อนหน้าก็มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงรอยยิ้มแห่งความซุกซนดุจเดิม
แม้เสวี่ยหมิงจะเปิดใช้ทักษะเทพมารครองร่าง แต่ก็เป็นเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากที่นั่งลงพักผ่อน พร้อมปรับพลังลมปราณในร่างที่ปั่นป่วนราวหนึ่งชั่วยาม พลังที่สูญเสียไปก็ฟื้นคืนมากว่าครึ่ง แม้ระดับพลังจะยังไม่ฟื้นคืนถึงเชื่อมฟ้าดินขั้นต้น แต่ก็มาอยู่ในขอบขั้นของลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลายแล้ว แต่ยามนี้ท้องฟ้าเบื้องบนกำลังจะสิ้นแสง ทั้งสองจึงยุติ การเดินทางในวันนี้ลงเพียงเท่านี้