ทุกคนเมื่อได้ยินคำกล่าวของไป๋เฉินก็ต่างพากันตกตะลึงไปกันใหญ่ เคลื่อนย้ายโลก? จักรวาลของตัวเอง? สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เกินสามัญสำนึกของพวกเธอไปไกลมาก ใครจะไปคิดว่าคนหนึ่งคนจะสามารถปกครองทั้งจักรวาลได้จริงๆ
"เอาล่ะเดินทางกันต่อเถอะ"ไป๋เฉินเดินไปนั่งยังที่ของตัวเอง จากนั้นก็ออกคำสั่งออกเดินทาง ซีซีหรือเด็กหญิงผมสีดำรับคำสั่งแล้วบังคับยานอวกาศให้พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุดของมันในทันที
ความรวดเร็วของมันนี้ทำเอาทุกคนพากันเวียนหัวตาลายและเกิดอาการเมาในเวลาต่อมา แต่ทว่าผ่านไปไม่นานนักสายตาของพวกเขาก็สามารถปรับสภาพตามได้ แม้จะยังมีอาการเมาอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าดีกว่าตอนที่เริ่มต้นออกเดินทาง
"พวกเธอเป็นอย่างไรบ้าง ยังมีอาการเมาอยู่ไหม"ไป๋ฉีที่ตอนนี้ปรับสภาพให้คุ้นชินได้แล้วหันไปถามภรรยาที่นั่งอยู่ด้านหลัง
พวกเธอยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆพร้อมกันราวกับจะบอกว่า 'พวกเราไม่เป็นอะไร'
ส่วนทางด้านไป๋เฉินเมื่อเห็นทุกคนเริ่มปรับตัวได้แล้วก็ลุกขึ้นมา แล้วพาทุกคนไปดูห้องนอนรวมไปถึงห้องอื่นๆทันที ยวนอวกาศลำนี้คล้ายกับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคลื่อนที่ได้ก็ไม่ปาน
เหล่าหญิงสาวพากันมองทุกๆอย่างด้วยความตื่นเต้นยิ่ง โดยเฉพาะหมิงหรงที่เด็กที่สุดในยานลำนี้ เธอดูมีชีวิตชีวากว่าทุกคนอย่างเห็นได้ชัดและสร้างสีสันต์ให้กับยานลำนี้เป็นอย่างมากในระหว่างการเดินทาง
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาเวลาก็ล่วงเลยไปถึงสองเดือนด้วยกัน ทุกคนในครอบครัวของไป๋เฉินเริ่มคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในอวกาศแล้วตอนนี้
แถมยังได้ศึกษาข้อมูลพื้นฐานต่างๆเช่นภาษากลางของมหาจักรวาล ค่าเงิน และระดับพลังที่เหนือกว่าจ้าวพิภพ ซึ่งทุกคนก็ล้วนแต่ตั้งใจที่จะศึกษา เนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในอนาคตอันใกล้
"เพล้ง!!"
ขณะที่คนอื่นๆกำลังนั่งเรียนกันอยู่ ด้านในห้องๆหนึ่งของยานอวกาศ ตอนนี้ไป๋ฉีกำลังปะทะฝีมือดาบกับผู้เป็นพ่ออย่างจริงจัง ท่วงท่าและกระบวนดาบของพวกเขาสองพ่อลูกนับว่าต่างกันสุดขั่ว
ทางด้านไป๋ฉีเขามีกระบวนดาบทั้งความรวดเร็วและความเฉียบขาดยิ่ง ในขณะที่กระบวนดาบของไป๋เฉินเองก็เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและดุดัน ตอนนี้ทุกสองคนปะทะกันโดยไม่ใช้ทักษะพิเศษหรือจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ใดๆ
เป็นการประลองนี้ใช้พลังทายกายภาพและไหวพริบเท่านั้น ซึ่งมันช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งเพราะทุกการปะทะของพ่อลูกคู่นี้แม้จะไม่มีทักษะใดๆมาเสริมแต่ก็ทำให้เกิดคลื่นพลังบางๆได้
"เปรี้ยง!"
ดาบของไป๋ฉีเข้าปะทะกับดาบของพ่ออีกคราก่อนที่เขาจะถอยหร่นออกไป ไป๋เฉินหันไปมองที่ลูกชายด้วยความประหลาดใจ พลังกายของไป๋ฉีตอนนี้เกินกว่าเทพสงครามขั้นสูงไปมาก อาจจะถึงระดับที่ต่อกรกับจ้าวพิภพขั้นต้นได้โดยใช้เพียงกำลังกายเพียงเท่านั้น
ไป๋ฉีตั้งท่าจากนั้นก็พุ่งทะยานไปหาไป๋เฉินพร้อมกับกระชับดาบฟาดฟันออกไป การฝึกซ้อมกับผู้เป็นพ่อในทุกๆวันถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ เนื่องจากไป๋ฉีรู้สึกได้ว่าวิถีดาบเจ็ดดาราไร้ขอบเขตของเขาพัฒนาทุกครั้งเมื่อได้ฝึกฝนกับพ่อ อาจเป็นเพราะมันคือความท้าทายใหม่ของชายหนุ่มก็ว่าได้
"เปรี้ยง!"
ดาบของไป๋ฉีถูกฟาดฟันมาอีกครั้งแต่ไป๋เฉินก็ยังรับมันได้อย่างสบายๆ เขาปัดการโจมตีของชายหนุ่มทิ้งไป จากนั้นก็ฟาดฟันกลับในทันที ด้วยพลังของไป๋เฉินแม้จะสะกดเอามากแล้วก็ตามแต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ไป๋ฉีปลิวกระเด็นไปหลายร้อยเมตรได้
ซึ่งทางด้านไป๋ฉีเองที่รับรู้ได้ถึงอันตรายเขาก็ไม่คิดจะรับการโจมตีของอีกฝ่ายและเบี่ยงตัวหลบดาบนั้น ทำให้ดาบของไป๋เฉินกระทบเข้ากับพื้นยานเข้าอย่างจัง ม่านพลังที่กั้นห้องฝึกซ้อมเอาไว้ถึงกับสั่นสะเทือนไปพักใหญ่
เมื่อเห็นความรุนแรงของดาบนี้ไป๋ฉีก็พลันกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้ เขาหันไปหาพ่อตัวเองในทันใดก่อนที่จะตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงเคืองๆว่า
"นี่พ่อ! ดาบเมื่อกี้มันรุนแรงเกินไปหรือเปล่า คิดจะฆ่าลูกตัวเองหรือไง"
ที่ไป๋ฉีพูดไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด ม่านพลังนี้เป็นไป๋เฉินเองที่บอกว่ามันสามารถป้องกันการโจมตีของระดับราชาดวงดาวได้ การที่ดาบของไป๋เฉิทำให้มันสั่นทะเทือนไม่เท่ากับว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้มีพลังเกินกว่าราชาดวงดาวหรอกหรือ แล้วเขาที่เป็นเพียงเทพสงครามขั้นปลายจะไปรับมันได้อย่างไร
ไป๋เฉินหัวเราะ "ฮ่าๆๆ ขอโทษที พอดีลืมตัวไป ใครใช้ให้ลูกเก่งขนาดนี้ล่ะ เอาล่ะๆวันนี้พอแค่นี้เถอะนะพ่อรู้สึกหิวข้าวแล้ว"
กล่าวจบดาบในมือของไป๋เฉินก็หายไป แน่นอนว่าดาบของไป๋ฉีเองก็เช่นกัน สองพ่อลูกหยิบผ้ามาซับเหงื่อก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
"นี่พ่อ เมื่อกี้พ่อทำผมเสียขวัญมากเลยนะ ไม่คิดจะชดเชยอะไรหน่อยหรือไง"ระหว่างทางที่เดินออกมา ไป๋ฉีไม่ยินยอมให้เรื่องนี้จบลงโดยง่ายจึงกล่าวออกไปเช่นนั้น
"เหอะๆ อย่างลูกเนี้ยนะเสียขวัญ ถ้าลูกเป็นคนขวัญอ่อนขนาดนั้นตอนสู้กับมังกรมารเก้าเศียรก็คงจะหวาดกลัวจนเป็นบ้าไปแล้ว "กล่าวจบไป๋เฉินก็ขยี้ผมลูกชายด้วยความหมั่นใส้
ไป๋ฉีขยับออกห่างจากมือของผู้เป็นพ่อก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วบ่นพึมพำว่า "เห้อ ถ้าพวกแม่รู้ว่าพ่อถึงกับใช้พลังระดับราชาดวงดาวกับลูกจะเป็นอย่างไรกันนะ แถมยังมีเหตุการณ์ในวันนั้นที่พ่อบอกว่าสงสารพวกแม่ก็เลยอนุญาติให้ไปช็อปปิ้งอีก ผมล่ะไม่อยากคิดเลยจริงๆว่าถ้าพวกแม่รู้เรื่องพวกนี้จะมีอาการอย่างไร"
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของลูกชาย ไป๋เฉินถึงกับคิ้วกระตุกในทันที "เจ้าตัวแสบ บอกมาว่าต้องการอะไรเป็นค่าปิดปาก"
"ฮ่าๆๆแบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย คือผมอยากได้เงินน่ะครับยิ่งเยอะเท่าไรยิ่งดี เวลาที่พ่อส่งผมไปที่สถาบันผมจะได้ไม่ลำบากมากไงครับ"ไป๋ฉีกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี ไป๋เฉินที่ได้ยินก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเช่นกัน เจ้าเด็กนี่แสบนัก ยังไม่ทันถึงตระกูลไป๋ก็คิดวางแผนในอนาคตให้ตัวเองเสียแล้ว
"เห้อ ก็ได้ก็ได้ อยากได้เงินใช่ไหม งั้นเอานี่ไปก็แล้วกัน"ไป๋เฉินกล่าวจบก็นำเอาบัตรสีดำลวดลายสีทองออกมาแล้วยื่นมันให้กับลูกชาย
"สิ่งนี้คล้ายกับบัตรเครดิตของโลก ลูกสามารถใช้มันซื้ออะไรก็ได้โดยไม่จำกัดวงเงิน"
ไป๋ฉีดวงตาเบิกกว้างเขารีบขอบคุณของและยืนมือไปหยิบมัน แต่ทว่าไป๋เฉินกลับชักบัตรกลับไปแล้วพูดอย่างจริงจังว่า
"ไป๋ฉี ลูกรู้ใช่ไหมว่าการฝึกฝนที่สบายเกินไป มันไม่เป็นผลดี"
"ครับ ผมรู้ดี"ไป๋ฉีกล่าวตอบเพียงสั้นดีๆ
"ดี ถ้างั้นพ่อจะให้บัตรนี้กับลูก แต่เราต้องมาทำข้อตกลงและตั้งเงื่อนไขในการใช้มันเสียก่อน"ไป๋เฉินกล่าว
"ตั้งเงื่อนไขงั้นหรือครับ?"ไป๋ฉีถามย้ำ
ไป๋เฉินพยักหน้า"ใช่ เงื่อนไขของพ่อนั้นง่ายมาก ในระหว่างเรียนอยู่ที่สถานบันลูกสามารถใช้บัตรใบนี้ได้เพียงแค่สามครั้งเท่านั้น และเมื่อครบสามครั้งพ่อจะให้ ซีซี ล็อคบัตรของลูกในทันที"
"สามครั้ง!"ไป๋ฉีอุทาน แต่ก็ยอมรับข้อเสนอของพ่อแต่โดยดี อย่างน้อยมีสิทธิ์ในการซื้ออะไรก็ได้สามครั้ง ก็ยังดีกว่าไปต่อรองแล้วไม่ได้อะไรเลย
'เห้อ เอาเถอะ นี่ก็เหนือความคาดหมายของฉันไปมากแล้ว'ไป๋ฉีเมื่อรับบัตรมาแล้วก็กล่าวออกมาในใจ ก่อนที่จะเดินไปกินข้าวกับพ่ออย่างอารมณ์ดียิ่ง