ในขณะเดียวกัน เหล่าศิษย์จากสำนักกระบี่หมื่นเซียนและหอกระบี่เมฆาม่วงต่างเหินเข้าไปในเมืองแล้ว
โครม โครม!!!
หลี่กวนฉีขมวดคิ้ว ตามคาดเลย!!
ประตูเมืองขนาดมหึมาทั้งสองบานกำลังค่อย ๆ ปิดลง
ศิษย์จากเกาะมังกรเขียวและสำนักเจ็ดสายเอ็นก็กำลังเข้ามาใกล้หลี่กวนฉีมากขึ้นทุกที
ศิษย์สำนักเจ็ดสายเอ็นทั้งสองยังไม่ทันเข้าใกล้ อาวุธลับนับสิบก็พุ่งเข้าใส่หลี่กวนฉีแล้ว
วี้ด วี้ด วี้ด!
เสียงแหวกอากาศดังหวีด กระบี่ในมือของหลี่กวนฉีกวัดแกว่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง ทุก ๆ การฟันล้วนปัดอาวุธลับออกไปได้อย่างแม่นยำ
ระยะห่างสิบจั้งถูกย่นลงในพริบตา
เจ็ดบุคคลล้อมหลี่กวนฉีไว้ในทันที
หลี่กวนฉีที่อยู่ในขอบเขตก่อปราณขั้นสิบเอ็ดแล้วประมือกับทั้งเจ็ดคนอย่างดุเดือดโดยไร้การเพลี่ยงพล้ำ
ด้วยร่างกายแข็งแกร่งและวิชากระบี่อันคมกริบ ประเดี๋ยวหนึ่งก็ถึงกับหน่วงฝีเท้าพวกเขาไว้ได้
ขอบเขตก่อปราณขั้นสิบที่เป็นหัวหน้าคณะของเกาะมังกรเขียวหันเหลียวไปมอง พบว่าประตูใหญ่เหลือระยะห่างเพียงจั้งเศษเท่านั้น
เขารีบตะโกนเรียก "ถอย ถอย ถอย!! รีบไป!! ประตูกำลังจะปิดแล้ว!"
คนทั้งเจ็ดระเบิดพลังทันใด บีบให้หลี่กวนฉีถอยหลังไปหลายจั้ง อาวุธลับและระเบิดไฟถูกโยนออกมาแพรวพราย
เปลวไฟจากการระเบิดและอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ภายในทำให้หลี่กวนฉีต้องก้าวถอยอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อเห็นประตูกำลังจะปิด หลี่กวนฉีที่กำลังวิ่งตามมาคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
"สำนักกระบี่หมื่นเซียนและหอกระบี่เมฆาม่วง! หากพวกเจ้ากล้าปิดประตู ก็รับผิดชอบผลที่ตามมากันเองนะ!!"
ปัง!!
หลังจากพวกศิษย์เกาะมังกรเขียวเข้าไปได้ ประตูใหญ่ก็ปิดลงสนั่น
หลี่กวนฉีกำมือแน่นและสบถเบาๆ
ผู้คนมากมายตามหลังเขามาติดๆ ขณะที่ฝูงสัตว์อสูรอันมืดฟ้ามัวดินยามนี้อยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึงร้อยจั้ง
ทันใดนั้น เสียงของวิญญาณกระบี่ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา
"ไปทางบูรพา! ที่ตำแหน่งหนึ่งร้อยห้าสิบจั้งมีหินยื่นออกมา ตรงนั้นน่าจะมีทางลับอยู่!"
หลี่กวนฉีไม่พูดพร่ำทำเพลง พาทุกคนวิ่งออกบูรพากันทันที!
เหล่าศิษย์สำนักกระบี่ต้าเซี่ยไร้ผู้ใดปริปากไถ่ถามในยามนี้
พวกเขาเชื่อว่าหลี่กวนฉีจะไม่พาพวกเขาไปสู่ทางตัน
เสิ่นฉีจากภูเขาเจิ้นเยว่ลังเลเพียงครู่เดียวก็วิ่งตามมาเช่นกัน
"ข้าหวังว่าจะเชื่อใจเจ้าได้นะ!"
หลี่กวนฉีตั้งหน้าตั้งตาวิ่งโดยไร้วาจา จิตสัมผัสของเขากวาดมองไปยังกำแพงสูงตระหง่าน
เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จากด้านซ้ายมือ ห่างจากพวกเขาเพียงสิบจั้งเท่านั้น!
"หาเจอแล้ว!!"
หลี่กวนฉีคว้าหีบกระบี่ที่สะพายอยู่บนหลังออกมาเหวี่ยงอย่างแรง กระแทกเข้ากับแง่งหินที่ยื่นออกมาดังปัง
กึก กึก!
ผนังหินเลื่อนขึ้น เผยให้เห็นช่องถ้ำขนาดราวสามฉื่อ ซึ่งคนต้องคลานเข้าไปเท่านั้น
หลี่กวนฉียกหีบกระบี่ขึ้นมาใช้แทนโล่ มือขวาถือกระบี่ ตวาดว่า "เข้าไปเร็ว!!"
เคอฉินและคนอื่น ๆ รีบคลานเข้าไปก่อน ขณะที่เยี่ยเฟิงยืนอยู่ข้างหลี่กวนฉีแล้วแผดเสียง "พวกเจ้ารีบไปเถอะ! ข้ากับเหลาหลี่จะอยู่รั้งท้ายเอง!"
พลังของเยี่ยเฟิงแข็งแกร่งเป็นอันดับสองในกลุ่ม ทุกคนจึงไม่ได้ทัดทานมากนัก เสิ่นฉีเองก็รั้งอยู่ด้วย
แต่ทว่า ยามศิษย์บาดเจ็บสองคนของภูเขาเจิ้นเยว่เพิ่งจะคลานเข้าไป ฝูงสัตว์อสูรก็มาถึงแล้ว!!
สัตว์อสูรสองตัวที่ดูคล้ายพยัคฆ์ร้ายกระโจนเข้าใส่คณะของหลี่กวนฉีทันที
หลี่กวนฉีหยั่งเท้ายันพื้น มือซ้ายควงหีบกระบี่ฟาดสัตว์อสูรตัวหนึ่งกระเด็นไป มือขวาออกกระบี่รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด!
กระบี่นี้ฟันท้องพยัคฆ์ร้ายขาดทะลุ เลือดสดกระเซ็น
เยี่ยเฟิงเคลื่อนไหวหลบนกอสูรขาวอย่างคล่องแคล่ว พลังวิญญาณธาตุทองอันคมกริบเคลือบกระบี่ยาว ฟันออกฉับพลัน!
เสิ่นฉีชูโล่เงินขนาดใหญ่ขึ้นกำบังด้านข้างคนทั้งสอง
"มาเลย!!!"
เสิ่นฉีตวาดก้อง โล่เงินพลันเคลือบด้วยพลังวิญญาณสีน้ำตาลดิน
แรดปฐพีตัวหนึ่งพุ่งชนโล่อย่างรุนแรง!
พลังอันดุดันทำให้แขนขวาของเสิ่นฉีแตกในพริบตา ตัวลอยขึ้นจากพื้นเกือบกระเด็นไป
หลี่กวนฉีหันกายสะพายหีบกระบี่ ไหล่กระแทกเสิ่นฉีเข้าไปในถ้ำ
ใช้มือเดียวปักโล่ลงกับพื้น ทันทีที่แรดปฐพีขวิดเข้ามา หลี่กวนฉีก็ยกโล่ขึ้นโดยพลัน
ถึงกับพลิกโยนสัตว์อสูรที่มีน้ำหนักหลายพันจินนั่นให้กระเด็นได้
"รีบไปเร็ว!!"
"เยี่ยเฟิง! เจ้าก็ไปด้วย!"
หลี่กวนฉีหนึ่งคนหนึ่งกระบี่ ถือโล่ยืนขวางอยู่หน้าปากถ้ำสามก้าว
เยี่ยเฟิงตะโกนโดยไม่เหลียวหลังกลับมาว่า "เจ้าก็เร็วหน่อยนะ!"
สิ้นคำ เขาก็รีบปีนเข้าไปในปากถ้ำอย่างรวดเร็ว
ซากศพของสัตว์อสูรหลายตัวด้านหน้ากีดขวางสัตว์อสูรตนอื่นๆ ไว้ ไม่ให้เข้ามาได้มากกว่านี้
หลี่กวนฉีใช้มือซ้ายยันโล่ไว้ ขณะก้าวถอยหลังมุดเข้าไปในทางลับ
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา เขาเก็บโล่เข้าไปในถุงเก็บของ จากนั้นก็ตบแรงๆ ใส่หินข้างตัว
ปัง!
หน้าผาพังทลายลงมา ขวางกั้นสัตว์อสูรทั้งหมดไว้ด้านนอกอย่างสิ้นเชิง
หลี่กวนฉีนอนหอบฮั่กอยู่ในทางลับ หยิบหินวิญญาณสองก้อนขึ้นกำไว้ในมือ
การสู้พลางหนีพลางเป็นเวลายาวนานเช่นนี้ทำให้ปราณต้นกำเนิดในตันเถียนถูกใช้ไปเฉียดแปดส่วน!
โชคยังดีที่วิชายุทธ์ของเขาได้รับการปรับปรุงโดยวิญญาณกระบี่ ทำให้ดูดซับพลังจากหินวิญญาณได้ดีจนน่าตกใจ
เพียงเวลาสั้นๆ ไม่กี่อึดใจก็ฟื้นฟูพลังได้หนึ่งส่วนแล้ว
ทว่าหลี่กวนฉีกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย
เพราะจนบัดนี้ เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงของผู้ใดเลย
ในทางลับอันมืดมิดนี้ ยื่นมือออกไปก็ไม่เห็นนิ้วทั้งห้า
"เยี่ยเฟิง? หลินตง!!"
เขาร้องเรียกติดต่อกันสองครั้ง แต่ก็ไม่มีผู้ใดตอบ
หัวใจของหลี่กวนฉีจมดิ่ง จากนั้นเขาก็รีบดูดซับหินวิญญาณในมือให้หมดอย่างรวดเร็ว แล้วจึงล้วงหินวิญญาณออกมาอีกครั้ง กอดไว้กับอกเพื่อดูดซับต่อ
คลานไปได้หลายสิบจั้ง ในที่สุดก็เห็นแสงสว่างรำไรปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ทว่าเมื่อเขาเดินออกมา กลับพบว่าตนเองอยู่ในห้องโถงใหญ่อันว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของผู้คนอื่นใด
"วิญญาณกระบี่ นี่มันเรื่องอะไรกัน?"
เสียงอันไม่พอใจของวิญญาณกระบี่ดังขึ้นอีกครั้ง
"เรื่องธรรมดาจะตาย ที่ทางออกมีค่ายกลเคลื่อนย้ายแบบสุ่มอยู่ไง"
"ทางลับของสำนักต่างๆ มักจะมีแบบนี้แหละ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดซุ่มโจมตีจากภายใน"
หลี่กวนฉีพยักหน้าเบาๆ รู้สึกโล่งอกไปบ้าง หากมาเจอศิษย์สี่สำนักขวางทางไว้ในยามนี้ ก็คงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้
ตอนนี้เขายังไม่ได้ฟื้นฟูพลังเต็มที่ ระวังไว้ก่อนจะดีกว่า
"ตามคาด ธรรมชาติของมนุษย์ล้วนเห็นแก่ตัว!"
"เกาะมังกรเขียว สำนักกระบี่หมื่นเซียน..."
"วิญญาณกระบี่ ข้ารู้สึกว่าคอขวดของขั้นที่สิบสองเริ่มคลายตัวลงบ้างแล้วละ"
ทั้งนี้ วิญญาณกระบี่มิได้ปรากฏตัวเพื่อชื่นชมเขาแต่อย่างใด
หลี่กวนฉีลูบจมูกอย่างอึดอัดใจเล็กน้อย แล้วสุ่มเดินไปสักทิศหนึ่ง
ทั้งสำนักแทบจะสร้างขึ้นจากหินทั้งหมด แต่ทว่าที่นี่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเสื่อมโทรมอย่างที่สุด
บรรยากาศเช่นนี้มิใช่ร่องรอยแห่งกาลเวลา แต่ดูคล้ายว่าทั้งสำนักถูกทำลายพินาศยับ
ทว่าไม่นาน หลี่กวนฉีก็พบเห็นห้องลับหลายห้องที่มีประตูหินผนึกปิด
เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะผลักประตูหินบานหนึ่งให้เปิดออกได้
ฟู่!
สายลมเย็นพัดผ่าน อาวุธนานาชนิดที่วางอยู่เต็มห้องกลับกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
หลี่กวนฉีเผยสีหน้าผิดหวัง เขานึกว่าจะหาวัตถุวิเศษหรืออะไรทำนองนี้ได้สักหน่อย
เมื่อเปิดประตูหินบานถัดไป กลับพบว่าด้านในว่างเปล่า มีเพียงปลอกคอที่แตกหักไม่กี่อัน
สิ่งนี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าที่นี่เคยเป็นสำนักอวี้โซ่วมาก่อน
มิฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีปลอกคอฝึกสัตว์มากมายเช่นนี้ แต่เมื่อเปิดประตูหินบานสุดท้าย หลี่กวนฉีก็ลิงโลดยิ่ง!
บนชั้นวางมีขวดหยกเรียงรายเป็นระเบียบอย่างชัดเจน ด้านในสุดยังมีกล่องหยกที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกสองใบ
ขณะเดียวกันนั้น ศิษย์ภูเขาเจิ้นเยว่และเหล่าศิษย์สำนักกระบี่ต้าเซี่ยกลับตกอยู่ในการไล่ล่า