ได้โปรดอย่าเอ่ยว่าท่านเกลียดข้า

    บทที่ 56 รั่วหลานและเหมยฟาง

    บทที่56

    รั่วหลานและเหมยฟาง

             

            กบฏตระกูลสั่วถูกโค่นลงในเวลาชั่วข้ามคืนพระบรมวงศานุวงศ์และพวกผู้ตรวจการที่ถูกควบคุมตัวได้รับการปลดปล่อย

            ผู้นำตระกูลสั่วและคนอื่นๆ ในตระกูลรวมถึงผู้มีส่วนรู้เห็นทุกคนถูกนำมาใส่ขื่อ คุกเข่าเรียงตัวกันต่อหน้าพระพักตร์มีกลุ่มรุ่นพี่ที่สถาบันหลานซานของรั่วหลานอยู่ด้วย

            “พวกเจ้าทราบดีว่าโทษของการก่อกบฏคือประหารหากกบฏไม่สำเร็จก็ตายสถานเดียว นับว่าพวกเจ้าทั้งสิ้นทั้งปวงล้วนเตรียมใจตายมาแล้วใช่หรือไม่?”

            เฟิงหยวนจินเฟิ่งที่สวมอาภรณ์เต็มยศและนั่งบนบัลลังก์ดูต่างจากผู้ชายกรุ้มกริ่มตามปกติราวฟ้ากับเหวด้านข้างเขาคือหลินเยี่ยนในชุดนายทหาร ยืนเอามือไพล่หลังด้วยสีหน้านิ่งขรึมดวงตาสีทองทอประกายเย็นเยือก

            โอรสสวรรค์มองมาทางพวกเราที่เหลือ

            “ตระกูลนี้ได้ก่อกรรมทำเข็ญมามากมีผู้ใดอาสาจะชำระบัญชีกับหัวหน้าตระกูลบ้าง?”

            หนิงหลงทำความเคารพเฟิงหยวนจินเฟิ่งพยักหน้าให้เขาพูด

            “กระหม่อมเอง” เขาพูดเสียงดังฟังชัด“ตระกูลสั่วใส่ร้ายสตรีผู้เป็นที่รักของกระหม่อม หยามเกียรติของนางอย่างที่แม้ตายสักร้อยครั้งก็ไม่อาจชดใช้พวกมันอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดสถาบันหลานซาน ทั้งยังส่งคนมาทำร้ายกระหม่อมและครอบครัวอีก”

            “ในฐานะอดีตทูตโทโคโยะที่เคยเกือบเสียชีวิตเพราะแผนร้ายของพวกมันกระหม่อมสนับสนุนให้ฮวาหนิงหลงรับหน้าที่นั้น” คุเรไนทำความเคารพและพูดต่อ

            ไม่มีผู้ใดคัดค้าน

            หนิงหลงไปที่ลานประหารฉันไม่ได้ตามไปด้วย แต่เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านฝ่ามือ และเมื่อนั้นฉันรู้ว่าหนิงหลงได้สังหารศัตรูที่เป็นต้นเหตุให้รั่วหลานจบชีวิตลงเรียบร้อยแล้ว

            ฉันหลับตาลงสัมผัสถึงตัวตนของรั่วหลานได้จางๆ จากภายในตัวเอง ตอนที่เธอตายไปส่วนหนึ่งของเธอคงจะหลุดเข้ามาอยู่ในตัวฉันจริงๆ

            ภารกิจของเธอสำเร็จลุล่วงหมดทุกอย่างแล้วเค้าไอของรั่วหลานค่อยๆ ไหลออกจากร่างไปเหมือนกับทรายที่ถูกพัดปลิวหาย

            เธอจากไปแล้ว...จากไปด้วยรอยยิ้ม

             

            หนิงเหอได้เข้ามาเป็นแม่ทัพที่รับใช้ใกล้ชิดเฟิงหยวนจินเฟิ่งทดแทนตำแหน่งของผู้นำตระกูลสั่ว พี่ชายคนโตอย่างฮวาหนิงเฉิงยินดีต้อนรับน้องชาย แต่ดูท่าหนิงเหอแค่อยากให้พี่ชายเลิกมองตนเป็นเด็กสักที

            นักรบมังกรฟ้าที่มีส่วนรู้เห็นในการปฏิวัติถูกประหารตามตระกูลสั่วและนักรบสัตว์เทพยังมีตำแหน่งว่างสองตำแหน่งเช่นเดิม แต่นั่นไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงนักเมื่อสงครามผ่านพ้นไปและซิงกวนเข้าสู่ช่วงสงบสุขอีกครั้ง

            การโจมตีจากทางเหนือเงียบลงหลังหลินเยี่ยนมาเป็นส่วนหนึ่งของราชสำนักไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จากการเป็นนางสนมจึงได้กลายเป็นทหารและลงเอยที่เป็นครูสอนมวยปล้ำขนาดซูเหลียงยังเคยไปเรียนด้วยและโดนเธอจัดหนักเป็นพิเศษ แต่ท่าทางเจ้าตัวก็ดูสนุก

            หลังเหตุการณ์สงบเรียบร้อยเข้าที่ดีเหล่าพี่น้องตระกูลฮวาจึงปล่อยพี่คนกลางอย่างหนิงหลงกลับบ้าน แน่นอนว่าฉันซูเหลียง กับถิงถิงก็จะกลับพร้อมกัน คุเรไนจะตามเรามาก่อนเดินทางกลับโทโคโยะ

            “เจ้าจะกลับไปทำงานที่ศาลเจ้าใช่หรือไม่?”หนิงหลงถามเพื่อนเมื่อเราเดินทางกลับมาถึงอี้เหิง และชายหนุ่มผมแดงต้องเดินทางต่ออีกสักพัก

            “ใช่แล้ว ข้าจะกลับบ้าน”

            “เจ้าจะปลอดภัยใช่ไหม?อย่างไรเจ้าก็เคย...”

            “เจ้ายังจำข้อเสนอของโทโคโยะที่ให้ข้าสังหารตระกูลสั่วที่ทรยศได้หรือไม่?ข้าก็ทำสำเร็จแล้ว ยังจะกลัวอะไร เจ้าไว้ใจเพื่อนตัวเองบ้างเถอะ” ชายหนุ่มหัวเราะ“แม่นาง หากเบื่อเรียวเมื่อไหร่ก็แวะมาหาข้าได้ทุกเมื่อข้าจะพาท่านสักการะศาลเจ้าทั่วโทโคโยะแบบกินหรูอยู่สบายชดเชยที่คราวก่อนไปแล้วโดนกักตัว”

            “ค่ะ สัญญาแล้วนะคะ”

            “เสี่ยวถิง ไว้เจอกันนะ”คุเรไนอุ้มเด็กหญิงขึ้นมากอด ทั้งสองกอดกันอยู่นานเหมือนคู่อาหลานที่พลัดพราก จากนั้นคุเรไนค่อยปล่อยเธอลง

            “คราวหน้าที่เจอกันถิงถิงจะเป็นนักปราชญ์!”

            “ได้!ข้าจะรอดู!”

            ลับตาคุเรไนแล้ว ฉัน หนิงหลง ถิงถิงและซูเหลียงหันหลังกลับเข้าบ้าน ซูเหลียงยืดตัว กล่าวว่า

            “เอาล่ะ เห็นทีได้เวลาฟื้นฟูแปลงผักสวนครัวของบ้านเราสักที”

             

            คืนนั้น ทุกคนเข้านอนหมดแล้วเหลือฉันที่นอนไม่หลับ

            หนิงหลงเคาะประตูหน้าห้องเหมือนรู้อยู่แล้วว่าฉันยังไม่นอน

            “เชิญค่ะ”

            ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องฉันนั่งบนเตียง ส่งสายตาถามว่าเขาจะพูดอะไร แต่พอสัมผัสความประหม่าที่ทะลักออกจากร่างชายหนุ่มฉันก็หน้าแดงขึ้นทันที หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบกระดอนจากปาก

            หนิงหลงกระแอมทีหนึ่งก่อนจะขยับมายืนตรงหน้าฉันเลยลุกขึ้นด้วย

            “เจ้านั่งลงเถอะ”

            ฉันนั่งลงยังถามเขาด้วยสายตาว่ามีเรื่องอะไร

            “เหมยฟาง” ชายหนุ่มกระแอมอีกครั้งหน้าแดงไปถึงใบหู เขาประหม่าจนต้องยกนิ้วข้างหนึ่งแตะอก ใช้คาถาสะกดอารมณ์กับตัวเอง“ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่มีครอบครัว ข้าเองถูกตัดขาดจากครอบครัวเป็นสถานการณ์แปลกประหลาดที่จะจัดการเรื่องเช่นนี้ ทว่าข้ายังต้องถามเจ้า...”

            “ค่ะ” ฉันพยักหน้าให้เขาพูดต่อแต่เหมือนหนิงหลงจะเข้าใจผิด

            “...เจ้าตอบรับแล้วรึ?”ตาเขาแทบถลนจากเบ้า

            “คะ คือ หมายความว่า...ให้ท่านหนิงหลงพูดต่อเลยค่ะ”

            ชายหนุ่มอึ้งไปสองวิก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าและกุมมือทั้งสองข้างของฉัน เขาก้มหน้ามองมือไม่ยอมเงยหน้าขึ้น

            “ข้าจะจัดการเรื่องดูฤกษ์เรื่องสินสอดทองหมั้น และเรื่องพิธีการทั้งหมดเอง เพราะฉะนั้นเจ้าตอบตกลงก็พอ”

            “ตกลงเรื่องอะไรคะ?”

            อันที่จริงฉันรู้ ถามไปอย่างนั้นเอง

            หนิงหลงเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าแง่งอนที่โดนแกล้งดวงตาสีทับทิมคมปลาบจ้องมองมา

            “แต่งงานกับข้า”

            มันเป็นประโยคคำสั่ง ขัดกับท่าทีสุภาพนุ่มนวลตามปกติ

            ฉันเบิกตาโตมองหน้าเขาครู่หนึ่งแล้วหลุดหัวเราะชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ สงสัยว่าเขาทำอะไรผิด

            “ตกลงค่ะ ถึงอย่างไร นั่นก็เป็นประโยคคำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมคะ?”

            “เอ้อ...” ชายหนุ่มอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรจากนั้นผ่อนลมหายใจยาว “เจ้าตกลง ข้าก็ดีใจ”

            ฉันส่งยิ้มให้เขา

            “เหมยฟาง ข้ารักเจ้า” เขาพูดเสียงเบาจุมพิตลงที่หลังมือของฉัน “ข้ารักเจ้าที่เป็นเจ้าเช่นนี้ ข้ารักนิสัยใจคอรักจิตใจงดงามของเจ้า อยู่เคียงข้างข้าไปตลอดชีวิตได้หรือไม่?”

            “ได้ค่ะ” ฉันตอบโดยไม่ลังเลชายหนุ่มยิ้มละมุน จากนั้นผลักฉันหงายหลังลงกับเตียง

            “ท่านหนิงหลง...?!” ฉันร้องเสียงหลง เขาขยับขึ้นมาบนเตียง เส้นผมสีดำยาวปรกจากไหล่เคลียใบหน้าฉัน

            “เรื่องนี้ต้องรอจนพิธีแต่งงานเรียบร้อยสินะไม่เป็นไร ข้ารอได้”

            หัวใจฉันเต้นแรงจนเหมือนจะเป็นลมชายหนุ่มเพียงมอบจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากก่อนจะลงจากเตียงไป

            “ไว้ค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้”เขากระซิบก่อนจะออกจากประตู ปล่อยฉันนั่งหน้าแดงอยู่คนเดียวในห้อง

            เขา...จะแต่งงานกับฉัน

            เหตุการณ์ที่ฉันโดนเรียกมาจากต่างโลกและหล่นลงมาทับร่างชายหนุ่มเหมือนเป็นเรื่องของชาติที่แล้วตอนนี้เขาขอฉันแต่งงานและฉันก็ตอบตกลงไปแล้วจริงๆ

            ฉันนอนลงกับเตียง กอดผ้าห่มไว้แน่น

            “...อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ จัง”

            เหยากวง โทโคโยะ โอรสสวรรค์ สงครามคาถาย้ายมิติ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเดิมที่ฉันจากมา สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ หายไปจากสมองเหลือเพียงภาพของชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีทับทิมเท่านั้น

            ฉันมีความสุขจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไงแล้ว


     

    คล้ายกับเรื่องได้โปรดอย่าเอ่ยว่าท่านเกลียดข้า ที่คุณอ่าน

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810