ตอนที่ 6 เผลอใจ
ยามนี้นางคิดสิ่งใดไม่ออกทั้งนั้น นางรู้แค่เพียงว่านางอยากจูบเขาอยากได้รับความรักจากเขามากกว่านี้ ก่อนจะโน้มลำคอแกร่งเข้ามาแล้วประกบริมฝีปากลงไปวินาทีนั้นเองปลายลิ้นร้ายกาจก็บุกจู่โจมเข้ามาแย่งชิงความหอมหวานในโพรงปากของนาง
ปลายลิ้นร้อนที่ตวัดเกี่ยวรัดอย่างชำนาญนั้นทำให้สติสัมปชัญญะของนางเลือนหายไปทุกทีมือหยาบกระด้างที่เคลื่อนลงมากอบกุมความอวบอิ่มใต้เนื้อผ้าทำให้นางดิ้นรนด้วยความกระสับกระส่ายความรู้สึกที่แปลกประหลาดบางอย่างบังเกิดขึ้นมาในตัวนางเป็ครั้งแรกมันทั้งทรมานและหอมหวานชวนให้อยากลิ้มลองในคราเดียวกัน
- - - - - - CUT - - - - - -
หลังจากที่เปลวไฟร้อนระอุอันยาวนานได้ผ่านพ้นไปแล้วแสงสีทองอ่อนร่ำไรในยามรุ่งสางก็เคลื่อนคล้อยเข้ามาอย่างเชื่องช้าทั้งคู่ยังคงกกกอดกันอย่างแนบสนิทแม้ว่าค่ำคืนอันเร่าร้อนและบ้าคลั่งนั้นจะสิ้นสุดลงแล้วแต่ถึงกระนั้นก็ยังคงหลงเหลือความอบอุ่นไว้บนผิวกายยากที่จะลืมเลือน
ฉับพลันนั้นเองก็มีเสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินตรงดิ่งมายังห้องนอนของเ้าของบ้านอย่างถือวิสาสะ
แม้ว่าจะเหนื่อยล้าจากค่ำคืนแสนวิเศษนี้มากเพียงไรทว่าประสาทััการรับรู้ของเขายังคงตื่นตัวอย่างฉับไวเฮ่าตู๋ที่กำลังนอนกอดร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนก็พลันเปิดเปลือกตาขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังผิวกายกระจ่างใสของหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างหวงแหนพร้อมปิดใบหูน้อยของนางและตวาดเสียงเข้มว่า “ไสหัวออกไป!”
เสียงตวาดที่ฟังดูเ็าและไม่สบอารมณ์ไร้ซึ่งความสุภาพอ่อนโยนดั่งเช่นปกตินั้นทำให้สตรีที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาตัวสั่นสะเทิ้มด้วยความใเล็กน้อยแต่ถึงกระนั้นนางก็อดกวาดสายตามองดูภาพสนิทสนมบนเตียงกว้างด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ทั้งยังเผลอมองดูแผงอกที่เปล่งประกายน่าหลงใหลท่ามกลางแสงแดดในยามเช้าไม่ได้สติอยู่นาน
แต่พอเคลื่อนสายตาขึ้นมาจนถึงใบหน้าเหล่อเหลาดุจหยกชั้นดีที่หาได้ยากยิ่งนั้นแล้วนางก็ต้องสะดุ้งใกับดวงตาเ็าไร้ก้นบึ้งของเขาทันที
สตรีผู้นั้นได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว นางไม่กล้าชักช้าแล้วรีบปิดประตูอย่างระมัดระวังพร้อมทั้งหมุนกายกลับไปรอที่นอกห้องอย่างรู้กาลเทศะ
เฮ่าตู๋กำชับผ้าห่มขึ้นคลุมร่างงามที่นอนหลับตาพริ้มด้วยความสุขเอาไว้อย่างแ่าจากนั้นก็ลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วเขามองดูใบหน้าดวงเล็กที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไปนอกห้องด้วยสีหน้าที่เ็าและไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
เมื่อออกมาข้างนอกห้องแล้ว เขาก็พบกับสตรีนางหนึ่งที่กำลังยืนบีบมือกระอักกระอ่วนอยู่กลางห้องดวงตาคมกริบกวาดสายตามองนางอย่างเ็าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ว่า “มีอะไร”
พี่สะใภ้หลี่มองดูใบหน้าสูงส่งเ็านั้นด้วยความหวาดหวั่นก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างตระกุกตระกักว่า “เอ่อคือ...น้องชาย พอดีข้าเห็นว่าสายป่านนี้แล้วน้องสะใภ้ยังไม่ลุกขึ้นมาทำอาหารอีกก็เลยจะมาตามนางเท่านั้นเอง ข้าไม่รู้ว่าเ้ากลับมาแล้วหากว่าข้ารู้ก่อนคงไม่ไปรบกวนเวลาอันมีค่าของสามีภรรยาแน่ ข้าต้องขออภัยด้วยจริงๆ”
หากเป็ครอบครัวปกติพี่สะใภ้คงไม่จำเป็จะต้องก้มหัวให้กับน้องสามีหรอกแต่เมื่อต้องเผชิญกับสีหน้าที่เ็าน่าเกรงขามของน้องสามีแล้ว จู่ๆพี่สะใภ้หลี่ก็เผลอแสดงท่าทางต่ำต้อยและเคารพยำเกรงออกมาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากที่ได้ยินเหตุผลนั้นแล้วชายหนุ่มกลับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจทันที “ภรรยาของข้าไปเป็สาวใช้ท่านั้แ่เมื่อไหร่ไม่มีนางคนหนึ่งแล้วพวกท่านจะอดตายอย่างนั้นรึ หากข้าจำไม่ผิดที่บ้านพวกท่านก็มีห้องครัวทั้งยังมีวัตถุดิบไม่ขาด ต้องลำบากมาตามภรรยาข้าถึงห้องนอนเชียวรึ บ้านข้าเป็สถานที่ที่ใครอยากจะเข้าจะออกตามใจชอบได้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?”
น้ำเสียงเ็านั้นแฝงไปด้วยความไม่สบอารมณ์และตำหนิอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อได้ยินอย่างนี้แล้วพี่สะใภ้หลี่ก็ได้สติขึ้นมาทันทีและรู้ตัวว่าตัวเองเผลอพูดจาไม่เข้าหูอีกฝ่ายเข้าแล้วดังนั้นจึงรีบเปลี่ยนสีหน้าและยิ้มประจบประแจง “ไอ้หยา น้องชายเ้าเข้าใจผิดแล้ว คือว่าข้าไม่ได้ขอนะเพียงแต่น้องสะใภ้มีน้ำใจมาก นางมักจะเสนอตัวทำอาหารให้พวกเราเองตัวข้าก็รู้สึกเกรงใจนางยิ่งนัก ก็เลยไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจนางอันที่จริงวันนี้ข้าเห็นว่านางตื่นสายผิดปกติ เลยตั้งใจมาดูเพราะความเป็ห่วงต่างหากข้ากลัวว่านางจะป่วยไข้ ไม่ได้มีเจตนาจะใช้แรงงานนางเลยแม้แต่นิดพวกข้าต่างก็รู้สถานะของตัวเองดี…”
ในประโยคสุดท้ายนั้นพี่สะใภ้หลี่จงใจเน้นย้ำให้ได้ยินแค่เพียงสองคนเท่านั้นนางมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ตระหนักถึงสถานะของตัวเอง
เฮ่าตู๋มองดูท่าทางยิ้มประจบประแจงตรงหน้าแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยอย่างราบเรียบว่า “เช่นนั้นก็ดี กลับบ้านท่านไปเสียหากนางไม่้าอะไรก็อย่าได้เข้าไปรบกวนนางเป็อันขาด ทำในสิ่งที่ท่านสมควรทำก็พอ...”
พี่สะใภ้หลี่มองดูสายตาเ็าที่แฝงคำเตือนนั้นก่อนที่จะพยักหน้าและเอ่ยตอบกลับไปเล็กน้อยจากนั้นก็รีบกลับไปยังบ้านหลังเล็กที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งทันที
เมื่อมาถึงก็พบกับห้าชีวิตที่กำลังร้องโอดครวญด้วยความไม่พอใจอยู่นางซูเอ่ยขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์เป็คนแรก “เมื่อไหร่สะใภ้รองจะมาสักทีเห็นว่าข้าผู้เฒ่าใจดีด้วยหน่อยแล้วจะทำตัวี้เีอย่างนั้นรึใช้การไม่ได้เลยจริงๆ”
“ไอ้หยา สะใภ้รองนับวันยิ่งทำตัวไม่ได้เื่เข้าไปทุกที”นายท่านซูลูบหน้าท้องนูนป่องที่ส่งเสียงดังโครกครากด้วยความหิวโหยพลางบ่นออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์
“ท่านแม่ ไหนเล่าอาหารของข้า ข้าหิวจะแย่อยู่แล้วนะ”เด็กชายที่นั่งอยู่อีกฝั่งลูบท้องของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะสอดส่องสายตามองหาของอร่อย
“ฮูหยิน น้องลู่จิวไปไหนเสียแล้วล่ะ หรือว่านางไม่สบายไม่ได้การล่ะ ข้าต้องรีบไปดูนางสักหน่อย...” ชายที่นั่งอยู่อีกฝั่งสอดส่องสายตามองหาร่างบางแน่งน้อยของสตรีอีกคนหนึ่งพอไม่เห็นนาง เขาก็พลันเกิดอาการร้อนรนใจขึ้นมา
“ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ สามีของนางกลับมาแล้ว เลิกทำตัววุ่นวายสักทีต่อไปนี้พวกเราต้องหาข้าวกินกันเองแล้วล่ะ” สะใภ้หลี่ผู้นั้นโบกมือด้วยความรำคาญใจเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารกินด้วยตัวเอง ทิ้งให้ทุกคนงงเป็ไก่ตาแตก
“สะใภ้หลี่ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?” นายท่านซูพุงโตผู้เป็บิดาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ
พอได้ยินอย่างนั้นสะใภ้หลี่ก็กรอกตามองบนทันทีก่อนจะเอ่ยด้วยความรู้สึกรำคาญใจไปว่า “เลิกถามเซ้าซี้น่ารำคาญสักทีเถอะตอนนี้ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว รีบมาช่วยกันทำอาหารเร็ว ต่อไปนี้พวกเราต้องพึ่งพาตัวเองสามีนางกลับมาแล้ว เขารักใคร่เอ็นดูนางเสียยิ่งกว่าอะไร ซ้ำยังตำหนิข้าอย่างไม่ไว้หน้าอีกแล้วพวกเ้ายังคิดที่จะให้ภรรยาเขาทำอาหารให้ ทำความสะอาดบ้านให้ หาบน้ำ แบกฟืนเหมือนสาวใช้อยู่อย่างนั้นรึไม่กลัวตกงานหรืออย่างไร เร็วเข้าเถอะ รีบมาช่วยกันจะได้กินข้าวเร็วๆ”
เมื่อสิ้นเสียงพูดนั้นภาพครอบครัวที่แสนอบอุ่นและวุ่นวายตรงหน้าก็พลันอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ทุกคนจะลุกขึ้นมาแล้วจัดการทำอาหารด้วยตัวเองอย่างคล่องแคล่ว
ประกาศ: ในเด็กดีกับกวีบุ๊คจะไม่มีเนื้อหา NC นะคะ เนื่องจากผู้เขียนต้องปฏิบัติตามกฎของบ้านเด็กดีและกวีบุ๊คค่ะ เื่นี้ NC ไม่ดุเดือดมาก พอแค่กรุบกริบชุ่มฉ่ำหัวใจ หากท่านใดสนใจแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันได้ที่
V
V
ดั่งฝันชะตาลวง ผู้เขียน:หยางลี่อิง
https://www.readawrite.com/a/8f4858ce047cd350b9137f7d4c788d5d