“อึกๆ !”
หวางเฉิงเทียนกับหม่าปิงเห็นล่ายอู่ล้มอยู่บนพื้นไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ และเสียวที่สันหลังวาบ
แค่กระบวนท่าเดียว ก็เอาชนะล่ายอู่ที่เป็นลูกศิษย์คนโปรดของหลูชานตงได้แล้ว ขั้นพลังโฮ่วเทียนช่วงสุดยอดกำลังของหนิงไท่นั้นจะแข็งแกร่งถึงขั้นไหน?
“ก็นึกว่าจะแน่แค่ไหน แต่แค่กระบวนท่าเดียวก็รับไม่ไหวแล้ว” หนิงไท่กวาดตามองล่ายอู่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในดวงตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย
“มีอย่างที่ไหนกันคิดไม่ถึงว่าจะกล้าทำร้ายลูกศิษย์ฉันอย่างนี้!” ถึงแม้หลูชานตงจะหวาดกลัวกำลังของหนิงไท่แต่ที่มีตอนนี้ก็คือความโกรธ
แค่การโจมตีเดียวก็ทำลายหัวใจกับปอดของล่ายอู่หากไม่มีการฝึกฝนสองสามเดือน ก็แทบไม่มีทางฟื้นฟูได้
หนิงไท่คนนี้ลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้อภัยให้ไม่ได้จริงๆ
“อ้อ ลูกศิษย์ของนายนี่เองขอโทษด้วย ฉันทำร้ายลูกศิษย์ของนายเกือบตายต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ทำให้นายขายหน้าแล้ว” หนิงไท่จับคางจะยิ้มก็ไม่ใช่จะหน้าบึ้งก็ไม่เชิง
“แต่นายวางใจเถอะ อีกเดี๋ยวนายก็จะได้ตามลูกศิษย์ของนายไปอย่างไรก็เป็นอาจารย์กับลูกศิษย์นี่ ต้องมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านจึงจะถูก”
“โอหังที่สุด!”ในดวงตาทั้งคู่ของหลูชานตงมีแต่ความโกรธเขากระทืบเท้าราวกับม้าป่าที่จะหลุดจากพันธนาการ และพุ่งออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วทันใดนั้นก็หายไปจากตรงหน้าของพวกหวางเฉิงเทียนแล้ว
ตอนที่ปรากฏตัวอีกครั้งก็ไปอยู่ตรงหน้าหนิงไท่และมีระยะห่างเพียงหนึ่งเมตรแล้ว
เขาต่อยออกไปอย่างกะทันหันตรงไปที่หน้าอกของหนิงไท่
ความเร็วของหมัดนี้รวดเร็วดั่งสายฟ้าหมัดถึงระหว่างทาง พลังมืดหลั่งไหลขึ้นมาอย่างเงียบๆ โจมตีทีหลังแต่โดนก่อนชนไปที่หน้าอกของหนิงไท่ ความแปลกประหลาดของกระบวนท่าก็พบเห็นได้ยากมาก
“เวรเอ๊ย!” หลูชานตงเห็นว่าโจมตีไม่โดน ก็โมโหทันทีในสายตามีความเยือกเย็น เขาโบกสะบัดฝ่ามืออีกครั้ง และก็ตบไปที่หน้าอกของหนิงไท่
กำลังของฝ่ามือนี้ค่อยๆรวดเร็วขึ้น พลังฝ่ามือร้ายกาจบุกเข้าไปตรงกลาง โดนจุดสำคัญโดยตรง
“น่าสนใจ”หนิงไท่กลับไม่รีบโต้กลับ แต่แขนซ้ายสะบัดไปด้านหลังระหว่างป้องกันก็แฝงการโจมตี ปลดพลังฝ่ามือนี้ของหลูชานตง
ถูกโจมตีติดต่อกันสองทีบนใบหน้าของหลูชานตงก็มืดมน ความหนักอึ้งในดวงตาค่อยๆเข้มข้นขึ้น
ดูจากการประมือก่อนหน้านี้หนิงไท่คนนี้ไม่ใช่นักรบโบราณโฮ่วเทียนช่วงสุดยอดแต่เหมือนกับเขาคือใกล้ถึงขั้นเซียนเทียน และยังเหนือกว่าหนึ่งขั้น
หลูชานตงสูดหายใจเข้าลึกๆ ฝ่ามือเดินพลังมืดและตบออกไปอย่างดุดัน พุ่งออกมาพร้อมกัน รวดเร็วราวกับฟ้าแลบ ดั่งฟ้าร้องที่แทบปิดหูไม่ทันหายแวบไปอยู่ด้านหลังหนิงไท่ จากนั้นร่วงลงอย่างดุดันและไร้เทียมทาน
ด้านหน้ามีพลังมืดด้านหลังมีฝ่ามือที่ร้ายกาจ หลูชานตงไม่เชื่อว่าหนิงไท่จะสามารถหลบได้ทัน
แต่หนิงไท่คนนี้กลับไม่เลือกที่จะหลบสายตาของเขากลับหยอกเย้า และเปลี่ยนจากฝ่ามือเป็นมีดผ่าพลังมืดที่โจมตีมาด้านหน้าโดยตรง คิดไม่ถึงว่าจะผ่าพลังนั้นออกแล้ว
หลังจากนั้น เขาก็ใช้พลังสะท้อนกลับหมุนตัว มืออีกข้างกลายเป็นกำปั้นเหล็ก แล้วปะทะกับหลูชานตง
“แกรก!”
กำปั้นกับฝ่ามือปะทะกันเสียงกระดูกแตกก็ดังขึ้น
“โอ๊ย!”หลูชานตงร้องด้วยความเจ็บปวด เขาถอยไปหลายเมตรอย่างยากลำบาก เหงื่อท่วมหน้าผาก และกระดูกก็หัก
“ชิ้ว!”
ยังไม่รอให้หลูชานตงมีการตอบสนองหนิงไท่ก็โจมตีมาทางด้านหลังอย่างเงียบๆ ต่อยเขาไปอีกหมัด
หลูชานตงทั้งตกใจทั้งโกรธเขาหมุนตัวไปทันทีพยายามปล่อยฝ่ามืออย่างเต็มที่ ทุบลงไปบนหัวของหนิงไท่
“แค่การโจมตีของมด!”หนิงไท่หัวเราะเยาะ เขาแค่ดีดนิ้วพลังมืดก็พุ่งออกไปทำให้ฝ่ามือที่หลูชานตงโจมตีมาอ่อนแรงลง และทำให้แขนปวดเมื่อยไร้เรี่ยวแรง
“ผลัวะ!”
ถึงแม้ฝ่ามือนี้จะร่วงลงบนกลางหัวของหนิงไท่แต่กลับไม่มีแรงแม้แต่น้อย ไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือคันเลย
“เวรจริงๆ เวรจริงๆ !” หลูชานตงโกรธจัดสีหน้ามืดมน ภายใต้การคำรามหมัดที่รวดเร็วก็โจมตีไปอย่างต่อเนื่องเงาแขนของเขาสั่นไหว ราวกับมีแขนหลายสิบข้าง กำปั้นหลายสิบกำปั้นโจมตีเข้ามาพร้อมกัน
หนิงไท่ไม่ลนลานและไม่รีบร้อนร่างกายของเขาลอยออกไปตามลม ขึ้นลงไม่กี่ครั้งก็มาถึงด้านซ้ายของหลูชานตงแล้ว
หลูชานตงตกใจมาก ขณะที่กำลังจะหลบนั้น กลับไม่รวดเร็วเท่าหนิงไท่จึงถูกเขาจับมือซ้ายเอาไว้แล้ว
“แค่ใกล้ถึงขั้นเซียนเทียนคนหนึ่งก็กล้าอวดเก่งต่อหน้าฉันหรือ?” หนิงไท่แสยะยิ้มและออกแรงบิดได้ยินแค่เสียง “แกรก” หลูชานตงก็ไหล่หลุดแล้วยิ่งเป็นมือซ้าย กระดูกก็หักเป็นท่อนๆ แล้ว
“โอ๊ย!”หลูชานตงร้องอย่างอนาถอีกครั้ง พวกหวางเฉิงเทียนได้ยินแล้วก็รู้สึกขนหัวลุก
พวกเขาคิดไม่ถึงว่าหนิงไท่คนนี้จะมีกำลังระดับนี้ แม้แต่หลูชานตงก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
หวางเฉิงเทียนมองลูกน้องที่อยู่ข้างๆคนหนึ่งและส่งสายตาให้อีกฝ่าย
เขาก็เข้าใจทันทีและชักปืนออกมาจากเอว เล็งไปที่หนิงไท่และยิงอย่างรวดเร็ว
“ปัง!”
ลูกกระสุนยิงไปด้านหน้าหนิงไท่ด้วยความเร็วที่ทำให้คนรู้สึกอึ้งทันที ห่างแค่นิดเดียวก็จะระเบิดหัวของหนิงไท่ได้แล้ว
แต่ใครจะรู้ว่า หนิงไท่เหมือนจะมีการคาดเดาตั้งแต่แรกแล้วเขาเอียงตัวหลบและลากหลูชานตงมาตรงตำแหน่งที่ตนเองยืนอยู่ในเมื่อครู่
“ปัง!”
นัดเดียวนั้น โดนหน้าอกของหลูชานตงอย่างจัง
ทันใดนั้น เลือดก็สาดกระเซ็น
“เฮือก!” หลูชานตงกระอักเลือดและทรุดลงกับพื้นทันทีเขาสูญเสียกำลังในการต่อสู้แล้ว
“อะไรเนี่ย?” หวางเฉิงเทียนเห็นอย่างนี้สีหน้าก็แปรเปลี่ยน เขาแย่งปืนมาจากลูกน้องและต้องการจะยิงหนิงไท่
แต่ยังไม่ทันได้ลงมือกลับเห็นร่างร่างหนึ่งรวดเร็วดั่งลม มาพร้อมกับลมที่รุนแรง กุมปากกระบอกปืนไว้และขยี้จนแหลกทันที
หวางเฉิงเทียนหน้าซีดเป็นไก่ต้มร่างกายโซเซถอยไปสองสามก้าว ในดวงตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
หนิงไท่คนนี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
แม้แต่โอกาสที่เขาจะยิงปืนก็ยังไม่มีและปืนพกก็ถูกอีกฝ่ายขยี้จนแหลกแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าความเร็วของอีกฝ่ายน่ากลัวถึงขั้นไหน!
“หวางเฉิงเทียนผ่านไปหลายปีขนาดนี้ นายก็ยังคงใช้เป็นแค่วิธีต่ำช้า ไม่รู้สึกอายบ้างหรือ?” หนิงไท่โยนปืนพกทิ้งเหมือนโยนขยะเขาบิดคอและหัวเราะอย่างชั่วร้าย จากนั้นก็เดินไปทางหวางเฉิงเทียน
สถานที่ที่เขาเดินผ่านเกิดลมหนาวความหนาวเหน็บหลั่งไหลมา ทำให้ขาทั้งคู่ของพวกหวางเฉิงเทียนสั่นเทาอย่างอดไม่ได้
“นาย… กำลังของนายทำไมแข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหันอย่างนี้ล่ะ?!”
เมื่อสามชั่วโมงก่อนตอนที่เขากับหม่าปิงพบกับหนิงไท่อีกฝ่ายยังไม่ได้บรรลุถึงพลังที่น่ากลัวอย่างนี้
หนิงไท่เหมือนจะยิ้มก็ไม่ใช่จะหน้าบึ้งก็ไม่เชิง “ฉันแข็งแกร่งอย่างนี้มาตลอดนายไม่รู้หรือ?”
“เช่น… นั้นก่อนหน้านี้นายก็ควรจะฆ่าฉันไปแล้ว แต่ทำไมต้องรอถึงตอนนี้ด้วย?” หวางเฉิงเทียนกัดฟันกรอด และสั่นไปทั้งตัว
“แค่ฆ่ามดตัวเดียว ไม่ได้เปลืองแรงสำหรับฉัน ความเจ็บที่นายนำมาให้ฉันในเวลานั้นชาตินี้ฉันคงลืมไม่ลง ให้นายรออีกหน่อย ให้นายได้สัมผัสกับความรู้สึกสิ้นหวังอีกสักหน่อยแบบนี้มันไม่สนุกกว่าหรือ?” หนิงไท่จ้องหวางเฉิงเทียนและหัวเราะออกมาเสียงดัง
รอยแผลเป็นที่ดุร้ายนั้นสั่นไปพร้อมกับรอยยิ้มของเขาราวกับภูตผีปีศาจโบกสะบัดกรงเล็บและเขี้ยว
“หนิงไท่ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความแค้นในอดีตจนไม่ปล่อยวางฉันให้เงินนายก้อนหนึ่งได้ ให้นายได้ใช้ชีวิตสุขสบายไปทั้งชีวิต ดีไหม?” หวางเฉิงเทียนชำเลืองมองล่ายอู่ที่นอนอยู่บนพื้นไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย และก็มองหลูชานตงที่นอนอยู่ในกองเลือดอีกสุดท้ายก็ยอมประนีประนอมแล้ว
ล่ายอู่ในฐานะโฮ่วเทียนช่วงสุดยอดบวกกับหลูชานตงที่ใกล้จะถึงขั้นเซียนเทียนอีกหนึ่งคน ทั้งสองคนรวมกันก็สู้หนิงไท่ไม่ได้ซึ่งก็เห็นได้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทียนอย่างแท้จริงแล้ว
สถานการณ์ตอนนี้ ทำได้แค่สงบอารมณ์ของหนิงไท่ไว้ชั่วคราวรอหลังจากนี้ค่อยหาโอกาสกู้หน้ากลับคืน
“เงินหรือ?” หนิงไท่ตะลึงงันทันใดนั้นก็หัวเราะ
“หวางเฉิงเทียนสมองนายมีปัญหาหรือเปล่า หากฉันต้องการเงิน ฆ่านายก็ได้เงินมาเหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
“นายคิดว่านายเป็นใครเงินแค่เล็กน้อยก็จะทำให้ฉันหวั่นไหวได้หรือ?”
หวางเฉิงเทียนไม่โกรธแต่พูดเจรจาต่อว่า “หากนายไม่อยากได้เงิน ฉันก็ให้อำนาจกับนายได้”
“แค่อำนาจเล็กน้อยของนายคู่ควรมาอยู่ในมือของฉันหรือ?” หนิงไท่แค่นเสียงเย็นชา บนใบหน้าเต็มไปด้วยการดูถูก
หวางเฉิงเทียนกัดฟัน “แล้วนายต้องการอะไร?”
“ต้องการอะไรหรือ?” หนิงไท่หัวเราะอย่างดุร้าย ดวงตาเยือกเย็น “แน่นอนว่าต้องการชีวิตของนาย!”
เขาพูดจบแล้วก็ก้าวออกมาและปล่อยฝ่ามือหวังจะเด็ดหัวของหวางเฉิงเทียน
“พี่เทียนระวัง!”หม่าปิงที่อยู่ข้างๆ เห็นอย่างนี้สีหน้าก็แปรเปลี่ยน เขาผลักหวางเฉิงเทียนออกไปอย่างสุดแรง
ส่วนตัวเขาก็ถูกฝ่ามือนี้ของหนิงไท่ตบโดนหน้าอกและปลิวออกไปห้าหกเมตรกลิ้งอยู่บนพื้นสองสามรอบ เลือดก็เต็มตัว ยับเยินจนดูไม่ได้
“เสี่ยวหม่า!”หวางเฉิงเทียนโกรธจนตาแทบถลนออกมา เขารู้สึกเดือดดาลอย่างหนัก “หนิงไท่นายอย่ารังแกคนเกินไป!”
“รังแกคนเกินไปหรือ?” หนิงไท่หัวเราะเยาะร่างกายราวกับปลิวไปตามลมและมาอยู่ตรงหน้าหวางเฉิงเทียนมือข้างหนึ่งยื่นออกไปบีบคออีกฝ่ายไว้โดยตรง และยกขึ้นกลางอากาศ
“หวางเฉิงเทียนตอนที่นายใช้แผนการทำให้ฉันใช้ชีวิตเหมือนสุนัขตัวหนึ่งในเวลานั้น ทำไมไม่พูดว่าตัวนายเองรังแกคนเกินไปล่ะ?”
หวางเฉิงเทียนหน้าแดงก่ำเขาต้องการจะพูด แต่กลับเห็นหนิงไท่ออกแรงอย่างรุนแรงความรู้สึกที่หายใจไม่ออกล้อมรอบหัวใจเขาทันที
“ได้รู้สึกถึงความกลัวตายแล้วหรือยัง?” หนิงไท่มองหวางเฉิงเทียนด้วยความเหยียดหยาม รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งสดใสขึ้นทุกทีแต่ต่อมารอยยิ้มของเขากลับเยือกเย็น ย้อมความชั่วร้ายที่บ้าคลั่งของเขา
“หวางเฉิงเทียนตอนนั้นนายเองที่บีบให้ฉันต้องมาถึงขั้นนี้ นายมันช่างมีพรสวรรค์จริงๆ พูดตามตรง หากฉันไม่ได้รับกำลังที่สะเทือนฟ้านี้ทั้งชีวิตนี้ฉันก็ล้วนแก้แค้นไม่ได้”
“แต่น่าเสียดายสวรรค์คงจะขัดหูขัดตานาย ก็เลยดูแลฉันแทน ทำให้ฉันแตะถึงทางแห่งวิทยายุทธโบราณสองสามปีมานี้ เพื่อยกระดับตบะ ชีวิตของฉันต่างก็ดิ้นรนอยู่บนเส้นด้ายทุกวัน หลายครั้งที่แทบจะยืนหยัดไม่ไหว แต่พอฉันคิดว่าขยะอย่างนายยังลอยนวลอยู่ในโลกฉันจะล้มเลิกอย่างง่ายดายได้อย่างไร?”
ระหว่างที่พูด เขาก็บีบคอของหวางเฉิงเทียนและออกแรงมากขึ้นอีกฝ่ายตาแทบจะถลนออกมา สมองขาดออกซิเจน และใกล้จะตายแล้ว
“หวางเฉิงเทียนหลายปีมานี้นายอยู่ที่ฉวนโจวมาตลอด จริงๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าโลกด้านนอกเป็นอย่างไรและก็ไม่รู้ว่าทางแห่งวิทยายุทธโบราณแฝงด้วยพลังระดับไหน ใต้หล้าในยุคสมัยนี้จะใช้สมองเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ ตราบใดที่มีกำลังทางวิทยายุทธโบราณที่ทำให้สั่นเทาและทำให้ต้องแหงนหน้ามอง จึงจะดูหมิ่นใต้หล้าได้” หนิงไท่กวาดตามองหลูชานตงล่ายอู่ และหม่าปิงที่ล้มอยู่บนพื้นพลางส่ายหน้า
“คนพวกนี้ถึงแม้จะเป็นนักรบโบราณแต่กลับไม่เคยผ่านการต่อสู้ที่อันตรายถึงชีวิต ไม่เข้าใจว่าคมดาบที่ดีต้องลับคมกลิ่นหอมของดอกเหมยเกิดจากความหนาวเหน็บ ดอกไม้ที่งอกอยู่ในห้องเก็บอุณหภูมิจะเทียบกับวัชพืชที่ผ่านลมฝนอยู่ด้านนอกได้อย่างไร?”
เขาพูดจบแล้วก็มองหวางเฉิงเทียนและหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม
“หวางเฉิงเทียนลาก่อน!”
เมื่อพูดเช่นนั้นออกมา มืออีกข้างหนึ่งของหนิงไท่ก็ยกขึ้นมาและตบหวางเฉิงเทียนอย่างดุดัน พลังที่น่ากลัวราวกับสิงโตที่กำลังอ้าปากและพร้อมจะกลืนอีกฝ่าย
ในเวลานี้มือที่ผอมบางโจมตีมาอย่างกะทันหัน จับมือที่กำลังโบกฝ่ามือของหนิงไท่ไว้และหยุดอยู่กลางอากาศแล้ว
“ความชั่วร้ายแข็งแกร่งเกินไปก็ไม่ดีพอเหมาะแล้วก็สมควรหยุดเถอะ!”