ณ ห้องฝึกฝน
เย่เทียนจ้องเขม็งไปที่หยดวารีระดับสามแม้มันจะดูเหมือนว่าไร้พิษภัย แต่ฤทธิ์กัดกร่อนของมันนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก
หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปพยายามดูดซับหยดวารีระดับสามนี้เพียงแค่สัมผัสมัน ร่างของพวกเขาจะถูกกัดกร่อนจนตายอย่างแน่นอน
แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิเช่นเย่เทียนหยดวารีระดับสามนี้เปรียบเสมือนสมบัติที่แท้จริง
“ด้วยหยดวารีระดับสามนี้น่าจะพอให้เราสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้อีกครั้ง!”
เย่เทียนประเมิน
แต่ด้วยความเร็วในการฝึกฝนของเขาในตอนนี้อย่างน้อยเขาต้องใช้เวลาประมาณครึ่งปีถึงจะสามารถทำลายขีดจำกัดได้อีกครั้ง
3 เดือนผ่านไป
วันนี้พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในคืนเดียวและเนื่องจากความเข้มข้นของปราณนี้ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนสามารถทำลายคอขวดได้อย่างง่ายดายอีกทั้งยังส่งผลให้มีผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก
หอสวรรค์
เย่เทียนสัมผัสได้ถึงพลังลมปราณอันเข้มข้นรอบด้านเขาพึมพำว่า “ในคืนเดียวพลังปราณกลับเข้มข้นขึ้นถึงสองเท่า อีกเพียงครึ่งปี สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ก็จะเริ่มถือกำเนิดขึ้นดูเหมือนว่านี่จะเป็นนิมิตภาพก่อนโหมโรง!”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดีสำหรับโลกและมนุษยชาติแต่มันก็ถือเป็นความท้าทายเช่นกัน
เพราะความเข้มข้นของพลังปราณที่สูงขึ้นพลังของสัตว์อสูรก็ย่อมต้องแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นเรื่องดีสำหรับมนุษย์
เย่เทียนประเมินความคืบหน้าในการฝึกฝนของเขาอีกครึ่งปีให้หลัง เขาน่าจะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 11 ได้ รวมไปถึงทำความเข้าใจเต่าแห่งกรงเล็บได้ถึง35% เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะสามารถฝึกฝนทักษะกรงเล็บระดับเทพได้เสียที
ดังนั้นในอีกครึ่งปีให้หลังความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ9 ดาราได้
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เย่เทียนทุ่มเทให้กับการฝึกฝนตลอดเวลา
ในวันนี้
แม้ว่าระดับการบ่มเพาะและวิถีแห่งกรงเล็บจะยังไม่บรรลุตามเป้าหมายแต่พรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมของเขาก็ก้าวหน้าขึ้น
ในการทำความเข้าใจความลึกลับของมิติมันทำให้เขาค้นพบความสามารถใหม่ของมิติได้ทีละขั้น
ตอนนี้เขาสามารถเข้าใจความลึกลับของมิติได้ถึง20% แล้ว เดิมทีเขาต้องการพัฒนาเพียงแค่ความสามารถในการบีบอัดมิติแต่ตอนนี้มันกลับมีทักษะเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง
คลื่นมิติสั่นสะเทือน!
การสั่นสะเทือนของมิตินั้นเป็นเรื่องธรรมดามากเพราะถ้าจักรพรรดิที่แข็งแกร่งต่อสู้กัน มันสามารถส่งผลให้เกิดการสั่นไหวของมิติได้
แต่การสั่นไหวของมิติที่เกิดจากการต่อสู้นั้นต่างจากความสามารถในการสั่นสะเทือนมิติที่เย่เทียนพัฒนาขึ้นมาอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากความสามารถในการสั่นสะเทือนมิติของเย่เทียนนั้นแข็งแกร่งกว่าการสั่นไหวของมิติหลายเท่าทั้งสองอย่างจึงไม่ใช่ระดับเดียวกัน
“เราโชคดีจริงๆเดิมทีเราแค่ต้องการเพิ่มศักยภาพการบีบอัดมิติ แต่ไม่คิดเลยว่าเราจะสามารถเข้าใจทักษะคลื่นมิติสั่นสะเทือนได้!”เย่เทียนพึมพำอย่างตื่นเต้น
อย่างไรก็ตามเขาเพิ่งเข้าใจการสั่นสะเทือนมิติเท่านั้นแต่เขายังไม่ได้เริ่มทดสอบมัน
แหวนเทพสงคราม โลกเสมือนจริง
แม้ว่าโลกเสมือนจริงแห่งนี้จะไม่กว้างใหญ่ไพศาลเท่าโลกเสมือนจริงของหอคอยเกียรติยศแต่มันก็สามารถใช้เป็นสถานที่ฝึกฝนได้ สำหรับเย่เทียนที่นี่เปรียบเสมือนสนามทดสอบส่วนบุคคลโดยในโลกเสมือนจริงของหอคอยเกียรติยศนั้น เขาไม่มีสิทธิพิเศษเช่นนี้
ดังนั้นหากเป็นการทดสอบกระบวนท่าเย่เทียนก็ยังคงเลือกที่จะเข้ามาทดสอบมันในมิติเสมือนจริงของหอคอยเทพสงคราม
เมื่อกระตุ้นแหวนเทพสงครามจิตสำนึกของเขาก็ถูกส่งเข้าสู่โลกเสมือนจริง เย่เทียนมาถึงภูเขาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวนับหมื่นลี้
บนยอดเขา เย่เทียนลอยอยู่กลางอากาศ
ทันใดนั้น
เขาก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านมิติทักษะคลื่นมิติสั่นสะเทือน
ฮึม!!!!
พลังมิติได้กระจายออกไป ภูเขาทั้งลูกเริ่มพังทลายกลายเป็นเศษหินพื้นดินหลายแสนลี้พังทลายลงกลายเป็นหุบเหวลึก
พลังทำลายล้างที่น่ากลัวเช่นนี้ทำให้เย่เทียนขมวดคิ้วเขาเพียงต้องการที่จะเขย่าภูเขาลูกนี้เท่านั้น ไม่ได้ต้องการจะโจมตีไปยังทิศทางอื่นแต่พลังสั่นสะเทือนมิติของเขากลับแผ่กระจายออกไปโดยไม่อาจควบคุมได้
การโจมตีเช่นนี้สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิหรือต่ำกว่านั้นถือได้ว่าเป็นหายนะแต่สำหรับระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่ง การโจมตีนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่าไรนัก
เนื่องจากพลังโจมตีนี้แผ่กระจายออกไปจักรพรรดิที่แข็งแกร่งสามารถหลบหนีได้อย่างง่ายดาย
ทักษะเช่นนี้กล่าวได้ว่าเป็นทักษะที่ล้มเหลว!
อย่างไรก็ตามเย่เทียนก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังเพราะมันเป็นเพียงความสามารถที่เขาเพิ่งเข้าใจมันเท่านั้น จากนี้เขาจะปรับปรุงพัฒนามันอย่างต่อเนื่องเขาเชื่อว่าในอนาคต ทักษะนี้จะกลายเป็นทักษะที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก
ในวันถัดๆ มา เย่เทียนได้ใช้เวลาราวหนึ่งหรือสองชั่วโมงต่อวันเพื่อปรับปรุงทักษะคลื่นมิติสั่นสะเทือน
ในที่สุดครึ่งเดือนก็ผ่านไป
เย่เทียนได้มายังโลกเสมือนจริงเพื่อทดสอบความสามารถในการสั่นสะเทือนมิติอีกครั้ง
บนภูเขาลูกเดิม
เย่เทียนเปิดใช้งานทักษะคลื่นมิติสั่นสะเทือน
ฮึ่ม!!!
เทือกเขาหมื่นลี้ถูกปกคลุมด้วยแรงสั่นสะเทือนของมิติ
ในวินาทีถัดมา ภูเขาทั้งลูกก็แตกกระจายกลายเป็นผุยผงและค่อยๆลอยหายไป
แต่บริเวณโดยรอบกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นราวกับว่าภูเขาที่ตั้งอยู่เมื่อครู่ไม่มีอยู่จริง
“ช่างเป็นพลังอันน่าหวาดหวั่นยิ่งนักเท่านี้ทักษะคลื่นมิติสั่นสะเทือนของเราก็สมบูรณ์แล้ว!”
เย่เทียนพึมพำกับตัวเอง
เมื่อสามารถฝึกฝนทักษะคลื่นมิติสั่นสะเทือนได้สำเร็จเย่เทียนก็อารมณ์ดีมาก มันทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
พริบตาเดียว อีก 1 เดือนก็จะครบ 1 ปี
กองกำลังต่างๆ เริ่มจับตาดูพื้นที่ต่างๆบนโลกอย่างใกล้ชิด ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิปรากฏตัวขึ้นในทุกๆ ที่
ศิษย์ของหอสวรรค์ก็ถูกเย่เทียนส่งออกไปเพื่อลอบสืบข่าวจากฐานทัพต่างๆหากพวกเขาพบอะไร พวกเขาก็จะรายงานเรื่องนี้ให้แก่เย่เทียนทราบทันที
ด้วยการตรวจสอบข่าวสารของศิษย์หอสวรรค์เย่เทียนจึงสามารถฝึกฝนได้อย่างสบายใจ
ในที่สุดขอบเขตกรงเล็บของเย่เทียนก็ยกระดับขึ้น
“ฟู่~ หลังจากผ่านการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเราก็บรรลุขอบเขตกรงเล็บได้ถึง35% เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือน มันน่าจะเพียงพอที่จะฝึกทักษะกรงเล็บระดับเทพได้และขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 11 ก็ควรจะถูกทำลายลงในเร็วๆ นี้!” เย่เทียนกล่าว
ดังนั้น
ในวันถัดมา เย่เทียนก็ใช้เวลาครึ่งหนึ่งในการฝึกฝนทักษะกรงเล็บระดับเทพและอีกครึ่งหนึ่งเพื่อดูดซับหยดวารีระดับสามมาขัดเกลาร่างกาย
7 วันหลังจากนั้น
ในที่สุดเย่เทียนก็สัมผัสถึงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่11 จากนั้นเขาก็ใช้หยดวารีระดับสามเพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่11 ได้สำเร็จ
เมื่อสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่11 ได้ ความแข็งแกร่งของเย่เทียนก็เพิ่มขึ้นเป็น20,000 มังกร พลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในพริบตา
เย่เทียนมีความรู้สึกว่า
ตอนนี้พลังของเขาเหมือนจะก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ9 ดาราแล้ว!
ไม่จำเป็นต้องทดสอบหรือตรวจสอบดูมันเป็นสัญชาตญาณที่เรียบง่าย
“สัญชาตญาณของเราไม่น่าจะผิดตอนนี้ความแข็งแกร่งของเราได้ก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิ 9 ดาราแล้ว เดิมทีเราน่าจะเข้าใกล้จุดสูงสุดของระดับ8 ดารา แต่ตอนนี้เราทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 11ได้ ไม่เพียงแต่ความแข็งแกร่งของร่างกายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่ความสามารถของพรสวรรค์อื่นๆก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ด้านเวลา มันทรงพลังกว่าแต่ก่อนมากแน่นอนว่าความแข็งแกร่งของเราได้กลายเป็นจักรพรรดิ 9 ดาราแล้วจริงๆ!”
เย่เทียนครุ่นคิด
เมื่อเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ9 ดารา เขาก็เป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดแล้ว แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะยังด้อยกว่าหลงเทียนหลินอยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าจักรพรรดิเก้าดาราคนอื่นๆ
และประเด็นก็คือหากเขาคิดจะหนีแม้แต่หลงเทียนหลินก็ใช่ว่าจะหยุดเขาได้
สิบวันผ่านไป ในที่สุดเย่เทียนก็เข้าใจทักษะกรงเล็บระดับเทพถึงขั้นต้น
ทักษะกรงเล็บระดับเทพนี้มีชื่อว่ากรงเล็บศักดิ์สิทธิ์ฉีกกระชาก!
เย่เทียนที่มีทักษะกรงเล็บระดับเทพและทักษะดาบระดับเทพไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ในระยะประชิดหรือการต่อสู้ในระยะไกล ในตอนนี้เขาไร้ซึ่งข้อบกพร่องใดๆแล้ว
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้หากเทียบกับจักรพรรดิ 9 ดาราด้วยกัน เขาก็ไม่ถือว่าอ่อนแอ!
พริบตาเดียวก็ครบกำหนด 1 ปีแล้ว จักรพรรดิทั่วโลกล้วนออกจากการเก็บตัวพวกเขาเริ่มมองหาสิ่งมหัศจรรย์ที่กำลังจะปรากฏขึ้น
ส่วนฝ่ายมังกรและเหล่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก็ปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน
ท้องฟ้าเหนือมหาสมุทร
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นพวกมันเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกของท้องทะเล แต่ตอนนี้พวกมันถูกเผ่ามังกรเข้าปราบปรามและได้กลายเป็นกองกำลังของเผ่ามังกรแล้ว
ในแง่ของจำนวน สัตว์อสูรระดับจักรพรรดินั้นมีมากกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิของมนุษย์มาก
ในเวลาเดียวกัน ข่าวหนึ่งก็แพร่สะพัดออกมาดึงดูดความสนใจของระดับจักรพรรดินับไม่ถ้วน!