คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 97: สับกะโหลกผู้คุมกฎ

    กังวานระฆังสวรรค์ดังกระหน่ำสั่นสะเทือนทะลวงลึกทะลุไขกระดูกทั่วนครเซียนศักดิ์สิทธิ์ ครืนนนน! คลื่นความถี่ต่ำหนักหน่วงแผ่ซ่านผ่านเมฆาโลหิตสีแดงคล้ำ ราวกับข่ายเส้นเอ็นฟ้าดินกำลังบิดเกร็งก่อนวันสิ้นสลาย เหนือชั้นเมฆสูงสุด ก้อนเนื้อชั้นสูงในคราบเซียนเฒ่าผู้คุมกฎสูงสุดยืนตระหง่านอยู่


    ผู้คุมกฎสูงสุดกำสองมือเหี่ยวย่นแน่นจนเล็บจิกทะลุฝ่ามือ ทว่าสรีระกายหยาบเซียนเฒ่ากลับสั่นระริกด้วยสัญชาตญาณความหวาดผวา ดวงตาคู่นั้นจับจ้องเขม็งลงไปยังลานประเมินวิญญาณเบื้องล่าง ลานหยกศักดิ์สิทธิ์เคยอวดอ้างสัจธรรมตัดสินชะตาก้อนเนื้อผู้อื่น บัดนี้กลายเป็นเพียงลานชำแหละและสุสานโลหิตสีหมึก เศษซากกายหยาบแตกละเอียดเกลื่อนพื้นศิลา ตะกรันกระดูกสีทองขุ่นมัวกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ไอกรดสีดำทึมลอยคลุ้งบดบังนภากาศ กลิ่นคาวสนิมปนน้ำย่อยรุนแรงเสียจนระบบอวัยวะภายในเซียนชั้นสูงบีบรัดตัวจนอยากขย้อน


    ก้อนเนื้อขั้วหัวใจผู้คุมกฎสูงสุดกระตุกวูบ รหัสสายเลือดเซียนเฒ่าจดจำสัณฐานเย่เฉินได้ดี เซียนเฒ่าจำตะกรันพิษผู้หนึ่งเคยถูกพวกมันถีบส่งลงสู่อเวจีได้แม่นยำ เด็กหนุ่มเคยถูกเหยียบย่ำและคุกเข่าอยู่ใต้ฝ่าเท้าทุกคน หนอนแมลงควรเน่าเปื่อยไปนานแล้ว แต่บัดนี้ ชายหนุ่มสีหมึกกำลังวิวัฒนาการไต่กลับขึ้นมาจากปากอเวจี


    ผู้คุมกฎสูงสุดก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ข่ายเส้นเอ็นบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก เซียนเฒ่าปล่อยสำเนียงแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากแห้งเหี่ยวย่นดุจไม้ผุ “ไม่... มันไม่ควรฝืนสัจธรรมมีชีวิตอยู่...”


    ทว่าคลองจักษุเซียนเฒ่ากลับเห็นความจริงชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด เดรัจฉานตนนั้นกำลังก้าวเท้าคืบคลานเข้ามา มัจจุราชกำลังมุ่งหน้าสู่นครชั้นในเพื่อกลืนกิน ชายหนุ่มกำลังมุ่งหน้าตรงดิ่งมาหามัน ความหวาดผวาเน่าเฟะแล่นพล่านผ่านไขกระดูกสันหลังเซียนเฒ่า เป็นผัสสะความกลัวมันไม่เคยเผชิญมาหลายพันปี ไม่ใช่ความกลัวต่อกระบวนท่าศัตรู แต่เป็นสัญชาตญาณดิบของเหยื่อกำลังมองเห็นขากรรไกรสัตว์นักล่า


    ผู้คุมกฎสูงสุดยกท่อนแขนชี้ลงมาเบื้องล่าง เซียนเฒ่าแผดสำเนียงต่ำลึกสุดเสียงสั่งการ “สกัดมันไว้! อย่าให้มันทะลวงเข้าสู่วิหารรากวิญญาณเด็ดขาด!”


    คลื่นคำสั่งสั่นสะเทือนสะท้อนก้องทั่วนภากาศ เบื้องหลังเซียนเฒ่า ก้อนเนื้อในคราบศิษย์สายในนับร้อยลอยตัวอยู่กลางสุญญากาศ ไม่มีสรีระใดเอ่ยปากกล่าววาจา ไม่มีข่ายเส้นเอ็นใดขยับขานรับ ศิษย์เซียนเพียงจ้องมองใบหน้าผู้คุมกฎด้วยเนตรสั่นระริก เพราะพวกมันทุกตัวประจักษ์แจ้งแล้ว ศิษย์สายในมองเห็นความขลาดเขลาซึมกะรุ่งอยู่ในแววตาผู้คุมกฎ และนั่นน่าสยดสยองยิ่งกว่าความวิบัติใดทั้งหมด


    ผู้คุมกฎสูงสุดขบกรามแน่นจนกระดูกกรามลั่นกร๊อบ เซียนเฒ่ากวาดมองกลุ่มเศษเนื้อรอบกาย ก่อนสัญชาตญาณความอำมหิตของปรสิตจะปะทุขึ้นในดวงตา เมื่อผู้ล่าขี้ขลาดจนมุม มันย่อมเลือกสวาปามพวกเดียวกันเพื่อยื้อชีวิตก่อนเสมอ


    ผู้คุมกฎสูงสุดหงายฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ เซียนเฒ่ากระซิบสำเนียงแหบพร่าช้าๆ “เพื่อค้ำจุนสัจธรรมนครศักดิ์สิทธิ์... พวกเจ้าจงสละแก่นโลหิตเป็นปุ๋ยคอกให้ข้าเสียเถิด”


    สิ้นคำ กรงเล็บสีทองคำปูดโปนข่ายเส้นเอ็นของเซียนเฒ่าพลันตวัดออก! ฉึก! สรีระศิษย์ผู้หนึ่งถูกแรงดูดกระชากปลิวเข้ามา ดวงตาชายหนุ่มเบิกโพลงจนม่านตาแทบปริแตก


    ศิษย์เอกดิ้นพราดใช้สองมือตะกุยหน้าอกตนเองจนโลหิตสาดกระเซ็น พลางกรีดร้องโหยหวน “ท่านอาจารย์! ข้าคือศิษย์เอกของท่าน! ข้าบำเพ็ญวิชาคัมภีร์ทองคำล้างกระดูกตามท่านสั่งจนบรรลุขั้นสุดยอดแล้ว เหตุใดท่านจึง...”


    ผู้คุมกฎสูงสุดกำหมัดขวาแน่นบีบอัดมวลอากาศจนเกิดประกายไฟ เซียนเฒ่าแสยะยิ้มวิปริตตัดบท “วิชาทองคำล้างกระดูกงั้นหรือ? ก้อนเนื้อโง่งม นั่นคือวิชาหมักเนื้อสัตว์ต่างหากเล่า!”


    สิ้นคำประกาศิต ผู้คุมกฎสูงสุดเพียงกำมือเบาๆ อีกครั้ง! แก่นวิญญาณสีทองในตันเถียนศิษย์เอกพลันแปรสภาพเป็นก้อนเนื้อปรสิตมีเขี้ยว! ปรสิตทองคำกัดทึ้งอวัยวะภายในเจ้าของร่างจากด้านใน!


    ศิษย์เอกงอตัวดุจกุ้งถูกต้มสุก ชายหนุ่มทุรนทุรายแผดเสียงเจ็บปวด “อ๊ากกกก!! ในตัวข้า มีตัวอะไรอยู่ในตัวข้า!!”


    โพละ! ปรสิตแก่นวิญญาณทะลวงเจาะทะลุหน้าอกศิษย์เอก ลากเอาไขกระดูกและโลหิตข้นหนืดพุ่งกลับเข้าสู่ฝ่ามือผู้คุมกฎสูงสุด! ศิษย์สายในนับร้อยเบิกตากว้าง สัจธรรมพังทลาย ศิษย์เซียนทุกคนล้วนบำเพ็ญวิชานี้ พวกเขาคือเสบียงเดินได้มาตั้งแต่ต้น!


    เหล่าศิษย์เซียนพากันหันหลังหนีพลางแผดเสียงคลุ้มคลั่ง


    “หนี!”


    “มันจะกลืนกินพวกเรา!”


    เสียงกรีดร้องฉีกหลอดลมดังระงมทั่วชั้นฟ้า เศษเนื้อนับร้อยพยายามดิ้นรนหลบหนีอย่างเสียสติ ทว่าผู้คุมกฎสูงสุดกลับเงยหน้าขึ้นฟ้า เซียนเฒ่าหัวเราะก้องดุจเศษกระจกขูดขีดกัน หัวเราะดังก้องราวก้อนเนื้อสมองพังพินาศ ผู้คุมกฎสูงสุดสะบัดสิบนิ้วออกกว้าง กรงเล็บเส้นใยสีทองพุ่งชอนไชออกจากฝ่ามือทุกทิศทาง! ฉึก! ฉึก! ฉึก!


    สรีระกายหยาบศิษย์เซียนถูกฉีกทึ้งจนกล้ามเนื้อหลุดลุ่ย โครงกระดูกลั่นแตกละเอียดเป็นผงตะกรัน ของเหลวในกายสาดกระเซ็นนองกลางสุญญากาศ แก่นวิญญาณเนื้อถูกสูบกระชากออกจากอกทีละดวง ราวกับปรสิตตัวแม่กำลังเก็บเกี่ยวเสบียงในเล้าสัตว์ เสียงหวีดร้องแหบพร่าค่อยๆ ละลายจางหายไป จนเหลือเพียงเสียงกรามบดเคี้ยวและกระดูกลั่น ไม่นานนัก นภากาศทั้งผืนถูกย้อมด้วยสีแดงขุ่นมัวของน้ำเหลืองและโลหิต เศษซากกายหยาบนับร้อยหลอมรวมกลายเป็นเกลียวคลื่นเนื้อเหลวขนาดมหึมา


    ผู้คุมกฎสูงสุดชูฝ่ามือชุ่มเลือดขึ้นเหนือศีรษะ เนตรแดงฉานบิดเบี้ยวด้วยความวิปลาสสูงสุด เซียนเฒ่าตวาดลั่น “จงกลายเป็นเปลือกนอกค้ำจุนข้า!”


    วูมมมม! โลหิตนับร้อยสายพุ่งทะยานเกี่ยวกระหวัดสัจธรรม เส้นใยเนื้อสีทองถักทอประสานกันด้วยฟิบรินและไขกระดูกสวรรค์ กลายเป็นรังใยมรณาขนาดมหึมาปกคลุมถักทอทั่วนครชั้นใน แสงสีทองสาดแสงสว่างเจิดจ้าท้าทายสุญญากาศ ทว่าภายใต้ม่านใยนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยไอน้ำเหลืองและกลิ่นคาวเลือด รังใยอัดแน่นไปด้วยคลื่นความถี่บีบคั้นของเนื้อเยื่อผู้ถูกสังเวย เต็มไปด้วยตะกรันความสิ้นหวังของผู้ถูกกระชากรากวิญญาณ มันหาใช้ค่ายกลวิเศษปกป้องนครไม่ แต่มันคือสุสานและรังใยแมงมุมขนาดยักษ์ถักทอขึ้นจากเศษโครงกระดูกและกล้ามเนื้อปศุสัตว์คอกเดียวกัน


    บนฟากฟ้า ผู้คุมกฎสูงสุดหลบซ่อนอยู่หลังรังใยเนื้อสีทอง เซียนเฒ่าลูบคลำเส้นใยค่ายกลสัมผัสพลังป้องกันระดับไร้เทียมทาน ความหวาดผวาจางหาย ผู้คุมกฎสูงสุดแผดเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “ฮ่าฮ่าฮ่า! เข้ามาสิไอ้กากเดน! ค่ายกลโลหิตสวรรค์ของข้า จะสูบกลืนผู้รุกรานทุกคนจนแห้งกรอบ!”


    เบื้องล่าง เย่เฉินแหงนหน้าขึ้นมองรังใยสีทองเหนือนภากาศ ทารกวิรูปในตันเถียนชายหนุ่มเต้นตุบๆ ดิ้นพล่านกระหน่ำรุนแรง ตึก... ตึก... ตึก... ทุกจังหวะสูบฉีดส่งคลื่นความถี่บีบคั้นแผ่ซ่านไปตามข่ายเส้นเอ็นสรีระสีหมึก กลิ่นอายโลหิตและไขกระดูกหอมหวานลอยละล่องมาตามกระแสลม กลิ่นความหวาดผวา กลิ่นตะกรันความสิ้นหวัง กลิ่นคาวสุกรกำลังดิ้นรนก่อนเข้าสู่เครื่องบดเนื้อ


    เย่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกจนทรวงอกขยายกว้าง วูมมม! แรงดึงดูดจากเตาหลอมวิปลาส กระชากเอาละอองเลือดสีทองหยดย้อยจากค่ายกลไร้เทียมทานนั้น ลอยละลิ่วลงมาเข้าสู่โพรงปาก! เย่เฉินกลืนละอองเลือดลงคอ ชายหนุ่มหลับตาพริ้มราวกับลิ้มรสชาติ โซ่กระดูกเซียนบรรพกาลครูดเสียดสีไปตามพื้นศิลากังวานครืดคราด ทัณฑ์ปฐพีสีเลือดสั่นสะท้านเร่งเร้ากระตุ้นเตาหลอม เย่เฉินก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว ก่อนหยุดยืนนิ่ง


    เย่เฉินกระตุกโซ่กระดูกบนท่อนแขนซ้ายจนเกิดกังวานลั่น ชายหนุ่มแสยะยิ้มกว้างจนกรามเกือบหลุดพลางตวัดทัณฑ์ปฐพีพาดบ่า แล้วเอ่ยเย้ยหยัน “กรงขังไร้เทียมทานงั้นหรือ... ข้าเห็นเพียงชามซุปเนื้อเยื่อสวรรค์ ราดน้ำมันเยิ้มๆ รอให้ข้ากระซวกเท่านั้น”


    สิ้นกังวานข่มขู่มัจจุราช ทารกวิรูปภายในจุดตันเถียนเย่เฉินพลันดิ้นกระตุกอย่างบ้าคลั่ง ตึก! ตึก! ตึก! จังหวะเต้นวิปริตดังก้องสะท้อนทะลวงข่ายเส้นเอ็น ราวกับบางสิ่งกำลังใช้กรงอกเย่เฉินเป็นรังฟักตัวเตรียมฉีกกระชากผิวหนังคลอดออกสู่โลกภายนอก ความหิวโหยแผ่ซ่านไปทั่วสรีระกายหยาบ ข่ายเส้นเอ็นทุกสายบิดเกร็ง มวลกล้ามเนื้อใต้เปลือกผิวสีหมึกปูดโปนและเต้นกระเพื่อม รอยปริแตกสีแดงคล้ำตามสรีระแผ่ไอความร้อนรุนแรงจนศิลาหยกใต้ฝ่าเท้าหลอมละลายกลายเป็นเมือกพิษขุ่นมัว


    ครืนนนน... เตาหลอมวิปลาสกลางทรวงอกเย่เฉินส่งกังวานครางต่ำ น้ำย่อยทางวิญญาณสีดำทมิฬไหลซึมออกจากช่องเหงือกเกล็ดเนื้อ น้ำย่อยอาบชโลมโซ่กระดูกและทัณฑ์ปฐพีจนเกิดไอกรดฟุ้งกระจาย เบื้องบน ผู้คุมกฎสูงสุดเห็นสัจธรรมนั้นแล้วข่ายเส้นเอ็นสั่นสะท้าน เซียนเฒ่ารีดเร้นแก่นโลหิตและไขกระดูกสวรรค์ทั้งหมดออกมาดุจสุนัขจนตรอก


    ผู้คุมกฎสูงสุดชี้สองนิ้วลงมาเบื้องล่าง เซียนเฒ่าตวาดลั่นอย่างบ้าคลั่ง “ตาย! ตายซะ! ตายไปเสียเดี๋ยวนี้!”


    ผู้คุมกฎสูงสุดใช้สองมือเหี่ยวย่นจิกทึ้งลงกลางอากาศ เซียนเฒ่าดึงกระชากข่ายเส้นเอ็นค่ายกลอย่างวิปลาส ฟิบรินเนื้อและไขกระดูกสีทองนับหมื่นนับแสนสายพุ่งทะลักออกจากโครงสร้าง พวกมันถักทอกันกลางนภากาศ บิดเกลียว อัดแน่น หลอมรวม กลายเป็นสว่านกระดูกเนื้อเยื่อมหึมาราวกับลิ่มจากอเวจี! แรงกดทับจากซากศพนับร้อยบดอัดชั้นอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกกระจายออกทุกทิศ เยื่อบุโลหิตรอบนครถูกฉีกเป็นแผลยาว พื้นพิภพแตกร้าว ยอดตำหนักสั่นสะเทือนดุจก้อนเนื้อถูกทุบ กังวานสวรรค์คำรามลั่นราวกับระบบนิเวศกำลังถูกแทรกแซง


    สว่านเนื้อสวรรค์พุ่งทะลวงลงมา! รวดเร็ว หนักหน่วง หมายบดขยี้สรีระเย่เฉินให้แหลกเป็นตะกรัน! แต่เย่เฉินไม่แม้แต่จะขยับข้อเท้าหลบ ชายหนุ่มแหงนหน้ามองสว่านเพชฌฆาตดุจมองเห็นท่อป้อนอาหาร


    เย่เฉินหัวเราะในลำคอพลางกล่าวเสียงต่ำพร่า “เนื้อบดรวมมิตร... เช่นนี้ จึงพอมีรสชาติให้เคี้ยวหน่อย”


    เปรี้ยะ! โซ่กระดูกเซียนบรรพกาลบนแขนซ้ายเย่เฉินตึงจนเกิดกังวานลั่น ชายหนุ่มบิดกระดูกสันหลังถ่ายน้ำหนักลงสู่ปลายเท้า เหวี่ยงดาบยักษ์เคลือบน้ำย่อยวิญญาณเข้าสู่วงโคจรสูบกลืน ทัณฑ์ปฐพีคำราม!


    วูมมมมม! มวลอากาศรอบสรีระถูกฉีกกระชาก แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้ร่างสีหมึกพุ่งทะยานขึ้นฟ้าดุจปรสิตกระโจนเข้าหาบาดแผล ระยะห่างหลายร้อยจั้งหายไปในพริบตา เย่เฉินฟาดดาบยักษ์สีเลือดสวนขึ้นไปเจาะทะลวงแก่นเนื้อ!


    เปรี้ยงงงงงง!!! มิติฟ้าดินสั่นสะเทือน คลื่นแรงอัดปะทุออกเป็นวงกลมขนาดมหึมา ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วนครเซียนศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในสุญญากาศแห่งความตาย จากนั้น... ฉ่าาาาาา! กังวานเนื้อสดถูกย่อยสลายดังสะท้อนก้องทั่วเวหา ปลายสว่านกระดูกเริ่มหลอมละลาย จากหนึ่งส่วน กลายเป็นสิบส่วน จากสิบส่วน กลายเป็นโครงสร้างทั้งหมด! น้ำย่อยวิปลาสจากทัณฑ์ปฐพีกัดกินฟิบรินเนื้อสวรรค์อย่างตะกละตะกลาม เส้นใยไขกระดูกนับไม่ถ้วนหดตัว บิดงอ แตกสลาย และถูกสูบกลืนผ่านคมดาบไหลทะลักลงสู่เตาหลอมในทรวงอกเย่เฉิน! รอยเนื้อตายสีดำคล้ำลุกลามย้อนกลับขึ้นไปยังศูนย์กลางรังใยเนื้อ


    แสงสีทองทั่วนภากาศพังครืน เน่าสลาย ร่วงหล่นลงมาราวสายฝนน้ำเหลือง หยาดฝนกรดมรณะสาดกระเซ็นลงสู่พื้นนครชั้นใน! ยอดวิหารทองคำถูกกัดกร่อนหลอมละลายกลายเป็นบ่อโคลนพิษ เซียนระดับล่างกรีดร้องโหยหวน หยดน้ำเหลืองสัมผัสผิวหนังทะลวงลึกถึงไขกระดูก สรีระพวกมันละลายเหลวคาชุดคลุมสวรรค์ ค่ายกลปกป้องเมืองแปรสภาพเป็นภัยพิบัติล้างเมืองสมบูรณ์แบบ!


    ผู้คุมกฎสูงสุดเบิกตากว้างจนเส้นเลือดฝอยระเบิด ค่ายกลสวรรค์จอมปลอมสร้างจากชีวิตศิษย์นับร้อย กลับถูกน้ำย่อยบดขยี้ละลายดุจก้อนไขมันโยนลงกระทะเดือด! ม่านฝนโลหิตยังไม่ทันจางหาย ก้อนเนื้อโสมมปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว ระยะห่างไม่ถึงสามก้าว ผู้คุมกฎสูงสุดกุมหน้าอกตนเองด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สัญชาตญาณสัตว์ตรอกสั่งการให้มันรีดเร้นแก่นชีวิตหยดสุดท้าย!


    ผู้คุมกฎสูงสุดพุ่งตัวถอยหลังพลางแผดเสียงคลุ้มคลั่ง “ตายซะ!!”


    เซียนเฒ่าอ้าปากกว้าง พ่นหอกศิลาทองคำขนาดจิ๋ว อาวุธลับระดับเทวะซุกซ่อนในลำคอ พุ่งทะลวงหมายเจาะกลางหว่างคิ้วเย่เฉิน! ความเร็วหอกวิเศษนั้นทะลุขีดจำกัดฟ้าดิน


    กึก! เสียงกระทบดังก้อง ทว่ามิใช่เสียงกะโหลกแตก แต่เป็นเสียงฟันสีหมึกสบกัน! หอกเทวะถูกเย่เฉินอ้าปากงับคาเขี้ยว! ชายหนุ่มออกแรงบดกรามจนเกิดกังวานลั่น กร๊อบ... อาวุธระดับตำนานถูกเคี้ยวแหลกละเอียดดุจเศษขนมกรุบกรอบ โลหะศักดิ์สิทธิ์ละลายปะปนกับน้ำย่อย ก่อนเย่เฉินจะกระเดือกกลืนอาวุธลงคออย่างเชื่องช้า ความอึกทึกทั่วนภากาศพลันเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงหอบหายใจขาดห้วงของเหยื่อ และเสียงน้ำย่อยหยดจากปลายดาบทัณฑ์ปฐพี แปะ... แปะ...


    ผู้คุมกฎสูงสุดแข็งค้างดุจศพ ก้อนเนื้อขั้วหัวใจแทบหยุดเต้น เครื่องรางมงกุฎสัจธรรมบนศีรษะเซียนเฒ่าขึ้นสนิมและแตกสลายกลายเป็นผุยผงเพียงแค่สัมผัสไอกรดจากลมหายใจมัจจุราช เนตรมารบรรพกาลสามชั้นจ้องลึกเข้ามา ลึกยิ่งกว่าการมองกายหยาบ ลึกยิ่งกว่าการมองทะลุข่ายเส้นเอ็น ราวกับมัจจุราชกำลังประเมิน ควรเริ่มกัดกินเหยื่อชิ้นนี้จากอวัยวะใดก่อน เย่เฉินค่อยๆ แสยะมุมปากเบี้ยวผิดรูปกว้างขึ้น เผยเขี้ยวซ้อนทับเปื้อนโลหิตสีหมึก ส่วนผู้คุมกฎสูงสุด เพิ่งตระหนักรู้สัจธรรมได้ในวินาทีนั้นเอง รังใยเนื้อถักทอขึ้น มิได้ใช้ขังเดรัจฉาน แต่ใช้ขังตัวเองเอาไว้ รอคนขายเนื้อมาถึง และตอนนี้ ตะขอเกี่ยวคอหอย จ่อมาถึงตัวเหยื่อแล้ว!


    ผู้คุมกฎสูงสุดเบิกตาโพลงจนเส้นเลือดฝอยปริแตก ห้วงเวลารอบสรีระคล้ายถูกสุญญากาศแห่งความตายแช่แข็ง สัจธรรมแห่งผู้ปกครองยืนอยู่เหนือยอดสุดห่วงโซ่อาหาร พังทลายลงจนไม่เหลือแม้แต่ตะกรัน เนตรคู่นั้นสะท้อนภาพปรสิตสีหมึกเพิ่งฉีกรังใยเข้ามาประชิด ใกล้เสียจนได้กลิ่นน้ำย่อยและควันกำมะถัน ใกล้เสียจนมองเห็นเศษเนื้อสวรรค์ติดอยู่ตามร่องเขี้ยว ใกล้เสียจนได้ยินกังวานบีบรัดของเตาหลอมวิปลาสในทรวงอก


    ตึก... ตึก... ตึก...


    สัญชาตญาณสัตว์ตรอกระเบิดทะลักออกจากข่ายเส้นเอ็นดุจเขื่อนพิษแตกซ่าน ผู้คุมกฎสูงสุดพยายามเกร็งกล้ามเนื้อขาเพื่อกระชากกายหยาบถอยหนี ทว่า กรงเล็บสีหมึกของเย่เฉินพุ่งเจาะทะลวงมิติเข้ามาแล้ว ฉึก! นิ้วทั้งห้าทะลวงฝังลึกลงในกะโหลกไขกระดูกสวรรค์ดุจจิกลงบนโคลนเน่า โลหิตสีทองขุ่นมัวทะลักออกจากเบ้าตา กังวานกระดูกกะโหลกแตกร้าวดังสะท้อนก้องห้วงนภากาศ


    ผู้คุมกฎสูงสุดกระตุกเกร็ง สรีระชราดิ้นพล่านสั่นกระตุกอย่างบ้าคลั่ง เซียนเฒ่าพยายามยกสองมือขึ้นปัดป้องทว่าไร้เรี่ยวแรง ข่ายเส้นเอ็นทุกสายปฏิเสธการทำงานตามเจตจำนง


    เซียนเฒ่าเปล่งสำเนียงขาดห้วงดังลอดลำคอ “อ๊อก... อะ... อ๊อก...”


    ดวงตาเหยื่อเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทะเลวิญญาณมันมิได้เห็นภาพมายาสำนึกบาปใดๆ ห้วงสุดท้ายก่อนถูกย่อยสลาย ผู้คุมกฎสูงสุดเห็นเพียงกระเพาะอาหารเปิดอ้า เห็นฟันเฟืองนรกกำลังจะบดขยี้อัตลักษณ์มัน เห็นสัจธรรมตนเองเป็นเพียงก้อนไขมันรอวันถูกขับถ่ายออกมาเป็นอาจม เย่เฉินแสยะยิ้มวิรูป เป็นรอยยิ้มของเดรัจฉานต้อนเหยื่อเข้ามุมโรงเชือดสำเร็จ ท่อนแขนสีหมึกปูดโปนด้วยเส้นเลือดดำ ข่ายเส้นเอ็นเต้นกระหน่ำ เตาหลอมวิปลาสส่งกังวานครางต่ำพร้อมหลั่งน้ำย่อยทะลัก


    เย่เฉินเหยียบเท้าลงบนบ่าของเหยื่อ ชายหนุ่มออกแรงกระชากสัจธรรมนั้นสุดกำลัง


    แคว่กกกกก! กร๊อบบบบบ!


    กะโหลกศีรษะชราถูกกระชากหลุดออกจากบ่า! กระดูกสันหลังสีทองยาวเหยียดถูกดึงรูดตามออกมาทั้งยวงดุจถอนรากไม้! ข่ายเส้นเอ็น หลอดเลือดดำ โลหิตขุ่นมัว ทุกสิ่งขาดสะบั้นและสาดกระเซ็นกลางเวหา สรีระไร้หัวสั่นกระตุกอย่างวิปริตอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนถูกแรงดึงดูดกระชากทิ้งลงจากฟากฟ้า ตู้มมม! พื้นศิลาหยกยุบตัว โลหิตและของเสียสาดกระเซ็นไปทั่วลานประเมิน ผู้คุมกฎสูงสุดแห่งนครเซียนศักดิ์สิทธิ์ จบสิ้นสภาพดุจเศษขยะในโรงชำแหละ ไร้สัจธรรม ไร้อารยธรรม ถูกลอกคราบความเป็นเซียนจนไม่เหลือแม้แต่นาม


    เบื้องบนนภากาศ เย่เฉินยังคงลอยตัวอยู่กลางพายุไอกรด ชายหนุ่มใช้มือซ้ายกำกระดูกสันหลังสีทองห้อยระโยงระยาง กรงเล็บขวาขยุ้มกะโหลกยังมีดวงตาเหลือกถลน เย่เฉินยกกะโหลกขึ้นมาอยู่ระดับสายตา ราวกำลังพิจารณาเนื้อติดกระดูกชิ้นงาม เนตรฝ่อแฟบของผู้คุมกฎยังคงกลอกกลิ้งด้วยสภาวะกึ่งเป็นกึ่งตาย ยังคงรับรู้ถึงผัสสะความเจ็บปวด ยังคงไม่ยอมรับสัจธรรมถูกถอดออกจากห่วงโซ่อาหาร


    เย่เฉินจ้องมองลูกตาของเซียนเฒ่า ชายหนุ่มปล่อยสำเนียงแหบพร่าดุจกรดกัดเหล็กดังลอดไรฟัน “กลิ่นความขลาดเขลา... คลุ้งไปถึงไขกระดูก”


    สิ้นประโยค เย่เฉินออกแรงบีบอัดกรงเล็บสีหมึก โพละ! กะโหลกศีรษะยุบระเบิดคามือ! ตะกรันกระดูกและเนื้อสมองสีขุ่นสาดกระจายออกทุกทิศทาง ใจกลางเศษเมือกเหล่านั้น อวัยวะวิญญาณสีทองขุ่นมัวขนาดเท่ากำปั้นพลันปรากฏขึ้น มันเต้นตุบๆ ดุจหัวใจปรสิต หลั่งน้ำเหลืองสวรรค์ออกมาเป็นระยะ อัดแน่นไปด้วยไขมันตบะสูบกินโลกเบื้องล่างมานับหมื่นปี


    ก้อนเนื้อเซียนนับร้อยเบื้องล่างเงยหน้ามอง ข่ายเส้นเอ็นพวกมันเต้นกระตุกด้วยความสิ้นหวัง เซียนระดับล่างรู้ดี อวัยวะวิญญาณนั้นคือรากฐานสวรรค์ชั้นนี้ คือแก่นแท้ค้ำจุนสัจธรรมนคร ทว่า สำหรับกระเพาะอเวจี แก่นทองคำเป็นเพียงลูกอมเรียกน้ำย่อย เย่เฉินอ้ากรามกว้าง กว้างจนข้อต่อกรามหลุดออกจากเบ้า โลหิตไหลทะลัก แล้วชายหนุ่มโยนอวัยวะวิญญาณนั้นเข้าสู่โพรงปาก


    กร้วม! คมเขี้ยวสีหมึกเย่เฉินสับบดขยี้ลงไปเต็มแรง แกร่ก! กร๊อบ!


    คลื่นความถี่กรีดร้องของแก่นเซียนระเบิดลอดไรฟันออกมา เป็นกังวานอัดแน่นด้วยความหวาดผวาทางสรีระ เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสรรพชีวิตชั้นสูง และการปฏิเสธการถูกย่อยสลาย ทว่าทุกเจตจำนงถูกน้ำย่อยวิปลาสบดขยี้คาเขี้ยว แก่นวิญญาณถูกเย่เฉินเคี้ยวกลืน ถูกกล้ามเนื้อหลอดลมบีบรัด และถูกดันลงสู่เตาหลอมอย่างป่าเถื่อน ไม่เหลือแม้แต่ตะกรันให้เวทนา น้ำเหลืองสวรรค์ผสมโลหิตไหลย้อยผ่านมุมปาก หยดแหมะลงบนเปลือกผิวสีหมึกทรวงอกชายหนุ่ม


    ภายในจุดตันเถียน ทารกวิรูปพลันดิ้นพล่านดุจพยาธิได้เลือดสด ทารกมารส่งคลื่นความถี่ความหิวโหยถูกเติมเต็มออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตึก! ตึก! ตึก! ชีพจรปรสิตเต้นกระหน่ำรุนแรง


    วูมมมม! ความทรงจำนับหมื่นปีและรหัสผ่านค่ายกลทั่วนครเซียน ไหลทะลักเข้าสู่ทะเลวิญญาณเย่เฉินดุจพายุ ทารกวิรูปในตันเถียนส่งกังวานหัวเราะวิปลาส มันย่อยสลายตบะสวรรค์ แปรสภาพเป็นเส้นใยกระดูกสีดำ ชอนไชทะลวงแผ่นหลังกายหยาบ!


    ฉ่าาา! แคว่กกก!


    ปีกกระดูกมารบรรพกาลหกปีก งอกทะลุผิวหนังกลางแผ่นหลังเย่เฉินกางสยายบดบังนภากาศ! ไอกรดและเปลวเพลิงสีหมึกคลุมทับกระดูกทุกซี่ การวิวัฒนาการข้ามขั้นเสร็จสมบูรณ์ ชายหนุ่มได้รับชิ้นส่วนสรีระใหม่รองรับการไล่ล่า! เกล็ดสีหมึกทั่วสังขารปูดโปนและวิวัฒนาการ ไอความร้อนพวยพุ่งออกจากรอยแยกบนผิวหนังจนเห็นเนื้อแดง มวลอากาศรอบกายบิดเบี้ยวและละลายกลายเป็นสุญญากาศพิษ รังสีการย่อยสลายแผ่ซ่านกดทับลงมาทุกทิศทาง


    พร้อมกันนั้น อวัยวะวิญญาณในกระเพาะถูกย่อยสลายจนหมดสิ้น ม่านพลังสีทองคุ้มครองนครชั้นในเบื้องหน้า พลันสูญเสียแหล่งพลังงาน ม่านทองคำกะพริบถี่รัวก่อนแตกสลายดังกังวานเพล้ง! เผยให้เห็นยอดตำหนักทองคำและขุนนางเซียนนับหมื่น เซียนชั้นในกำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่หลังซากกำแพง ท้องฟ้าสวรรค์หลั่งฝนเลือดเน่าเหม็น รูปปั้นทวยเทพรอบลานประเมินปรากฏรอยร้าวและหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด ระบบนิเวศกำลังร่ำไห้ไว้อาลัยสัจธรรมเก่าดับสูญ


    ก้อนเนื้อชั้นสูงเบื้องล่างต่างทรุดฮวบกระแทกพื้น บางสรีระขย้อนน้ำย่อยและโลหิต บางสรีระน้ำมูกน้ำตาไหลทะลัก บางสรีระทะเลวิญญาณแตกซ่านจนฉีกกรามหัวเราะวิปลาส เพราะสัจธรรมแห่งนครเซียนหลอกลวง ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ผู้คุมกฎสูงสุดถูกถลกหนังถอนกระดูก แก่นวิญญาณถูกเคี้ยวกลืน ประหนึ่งเดรัจฉานกำลังขบเคี้ยวกระดูกหมู


    เย่เฉินกางปีกกระดูกมารขยับบินอยู่กลางฟ้า ชายหนุ่มกลืนตะกรันชิ้นสุดท้ายลงคอ ก่อนค่อยๆ ปรายเนตรมองฝูงปศุสัตว์เบื้องล่าง


    เย่เฉินเปล่งสำเนียงต่ำลึกดังก้องทะลวงจุดชีพจรทั่วนคร “เนื้อสวรรค์หมักหมมมานับหมื่นปี... ช่างเป็นบุฟเฟ่ต์... น่าให้ข้าสวาปามยิ่งนัก”


    กังวานมรณะสิ้นสุดลง ทว่านครเซียนศักดิ์สิทธิ์ทั้งผืนกลับถูกแช่แข็งในสุญญากาศ มันคือความเงียบงัน... ก่อนเครื่องบดเนื้อขนาดยักษ์จะถูกเปิดสวิตช์ให้ทำงาน!


    [จบตอนที่ 97]

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์เทพอสูรเทวะ ที่คุณอ่าน