เจมส์มองตามหลังนักศึกษาคนนั้นที่เดินออกไปจนกระทั่งเหลือเพียงความว่างเปล่า เจมส์รู้สึกเสียดายขึ้นมาในใจที่ไม่สามารถดึงตัวเขาเอาไว้ได้ ก่อนจะส่ายหน้าสะบัดไล่ความคิดแล้วหันไปทางวินนี่เพื่อถามความเห็นเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้
“เธอคิดยังไงเกี่ยวกับเขา” เจมส์จ้องมองใบหน้าสวยที่อยู่ไม่ไกลอย่างต้องการคำตอบ
วินนี่ที่ได้ฟังคำถามของคนตรงหน้าถึงกับต้องเอะใจเล็กน้อย “ในด้านไหนเหรอคะ” คำถามของเจมส์นั้นกว้าง จนเธอเองก็ตอบไม่ได้
“เหมือนคนคนนี้จะดูรู้เรื่องที่เกิดขึ้นไปหมดทุกอย่าง” เขาขมวดคิ้วขึ้นมาพร้อมแหงนหน้ามองเพดานสีขาวที่ว่างเปล่า
เธอที่เห็นเจมส์กำลังรู้สึกเป็นกังวลก็ตอบด้วยเสียงที่นุ่มเย็นทำให้อีกฝ่ายหันกลับมามอง “บางทีเขาอาจจะมีสกิลเกี่ยวกับข้อมูลในอนาคตหรือเปล่าคะ” วินนี่จ้องมองไปยังคนตรงหน้า
“อาจจะเป็นแบบนั้น แต่ความเป็นไปได้มันต่ำมาก” เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าให้เธอทันที
“ทำไมล่ะคะ” วินนี่ถามกลับโดยเร็ว
“เพราะตอนที่เขาโชว์เลเวลให้ดู มันคือเลเวลหนึ่งน่ะสิ”
“ซึ่งเลเวลหนึ่ง มันไม่มีค่าทะเลจิตให้อัพ นั่นแปลว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าใช้สกิลได้” เขาจ้องหน้าเธอพร้อมพูดอธิบายให้วินนี่ได้เข้าใจในสิ่งที่คิด
วินนี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะถามต่อ “แล้วคุณคิดว่ายังไงคะ”
“อืม...ผมคิดว่า ถ้าเขาไม่ใช่อีกฝ่ายที่เรากำลังต่อสู้ด้วยอยู่ ซึ่งอันที่จริงผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นใครหรอกนะ”
“แต่ถ้าไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม คนคนนี้ก็อาจจะเป็นคนจากอนาคต”
เธอได้ยินเจมส์พูดแบบนั้นก็ถึงกับตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ ใบหน้าเรียวสวยมีท่าทีที่สนใจกับสิ่งที่เขาพูดอย่างมาก
“ฝ่ายตรงข้ามเหรอคะ คุณหมายความว่ายังไง” วินนี่ถามด้วยความสงสัย
“ใช่ ฝ่ายตรงข้าม” เจมส์พยักหน้าหงึกหงักเบา ๆ แล้วจ้องไปที่ดวงตาของคนที่ถาม “ผมคิดว่าพลังที่เราได้มาตอนนี้มันต้องมีสาเหตุ ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังก็คงเป็นใครสักคนที่อยู่คนละฝ่ายกับเราแน่” สีหน้าที่จริงจังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้วินนี่คิ้วขมวดกับสิ่งที่เขากำลังพูด
“นั่นแปลว่าถ้าการคาดการณ์ของผมถูก ฝ่ายตรงข้ามก็คือศัตรู” สายตาคมที่จดจ้องมองมา มันดูตึงเครียดกว่าเก่า ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ดูหม่นลงไป
วินนี่ที่ฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อน เธอไม่ชอบการต่อสู้เลยสักนิดพอเจมส์พูดว่าเราน่าจะมีศัตรูก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา และรีบถามออกไปด้วยความกลัว “แล้วเราจะทำยังไงดีคะ”
เจมส์สูดหายใจเข้าพร้อมตอบกลับคนตรงหน้า “ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะไป เขาบอกผมว่าให้ดูแลคนชื่อฟรานส์ให้ดี ผมคิดว่าคนคนนี้ต้องสำคัญมากแน่ ๆ เพราะงั้นเราจะจับเขามาเป็นตัวประกัน”
สายตาของเจมส์ที่บ่งบอกว่าเขาจะทำสิ่งที่พูดนั้นจริง ๆ ทำให้วินนี่ตกใจไม่น้อย
“ในรอบต่อไปที่ผมเจอเขา ผมจะเค้นข้อมูลมาให้ได้มาก ๆ โดยใช้ฟรานส์นี่แหละเป็นตัวล่อ” เจมส์ยิ้มมุมปากอย่างพอใจกับความคิด
“แบบนั้นมัน..” วินนี่ทำสีหน้าลังเลกับแผนการของเจมส์ เพราะว่าถ้าทำแบบนั้น คนชื่อฟรานส์คงจะรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ
เจมส์ที่เห็นสีหน้าของเธอก็พอจะเดาออกว่าคิดอย่างไร เขาเลยรีบพูดดักขึ้น พร้อมกับนำมือตบเข้าที่บ่าเล็ก ๆ ด้วยความเบามือ “ผมรู้ว่ามันไม่ดีวินนี่ แต่สิ่งที่เราต้องการมากสุดในตอนนี้คือข้อมูลในการเอาชีวิตรอด” สายตาเย็นชาที่ดูจริงจังกลับอ่อนโยนขึ้นมา จนทำให้วินนี่ยิ้มออกมา และเห็นด้วยกับเขา
หลังจากที่เจมส์คุยกับวินนี่เสร็จแล้ว เขาก็เดินตรงไปหามุกที่กำลังสนุกกับการใช้มีดพกค่อย ๆ เฉือนเนื้อของเหล่าชายหนุ่มอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลทันที
เหล่าชายฉกรรจ์ทุกคนจะโดนเธอเอามีดพกค่อย ๆ กรีดที่กลางหน้าผากว่า ฉันข่มขืนผู้หญิง
เลือดสีแดงสดจากหน้าผากซึมไหลตามรอยแผลทีละนิด ก่อนจะเริ่มแปรเปลี่ยนชะโลมอาบทั่วใบหน้า ในตอนนี้เหลืออีกประมาณสี่ถึงห้าคนที่กำลังรอความทรมานนั้น พวกเขาสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าที่ซีดเซียว น้ำตาเริ่มไหลออกมาอาบแก้ม เป็นภาพที่สลดเกินจะเห็น
เจมส์ได้เข้าไปหยุดฝันร้ายนี้เอาไว้ก่อน
“นี่มุก หยุดมือก่อน” เธอหันมามองด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจเท่าไหร่กับการโดนขัด น้ำเสียงของเธอแข็งกระด้าง “ว่าไงเหรอเจมส์”
“เธอรู้จักคนชื่อฟรานส์มั้ย” เจมส์มองหน้าของหญิงสาวตัวเล็กพร้อมเอ่ยถามด้วยเสียงนุ่ม
“อืมม...ฟรานส์เหรอ ก็เด็กผู้หญิงเสื้อสีเหลืองที่ดูขี้กลัวตรงนั้นน่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ พร้อมกับชี้ไปยังคนที่ถูกถามหา
“เด็กขี้กลัวงั้นเหรอ” เจมส์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะมองไปรอบ ๆ ก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังมีสีหน้าหวาดระแวงเหมือนกับกลัวอะไรบางอย่าง
ไม่รอช้าเขารีบเดินตรงเข้าไปถามชื่อของเธอทันที "เธอชื่อฟรานส์ใช่ไหม"
สีหน้าและน้ำเสียงที่เย็นชาของเจมส์ถูกส่งออกไปให้คนตรงหน้า นั่นทำให้เธอหวาดกลัวเขาขึ้นมาทันที
เธอคือหนึ่งในคนที่เกือบผ่านการถูกข่มขืน เพราะเหตุนี้ฟรานส์จึงหวาดระแวงผู้ชายมากขึ้นเป็นเท่าตัว
เจมส์เห็นว่าเธอมีท่าทางที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง เลยเกิดความคิดที่ว่า 'เราจะตบเธอให้สลบแล้วนำตัวไปเลยดีไหมนะ’ เขาจ้องมองไปที่คนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่คิ้วขมวดเป็นปม
วินนี่ที่มองอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นแบบนั้น ก็รับรู้ได้ทันทีว่าเจมส์คงมีแผนอะไรที่ไม่ค่อยดีแน่ ๆ เธอเลยรีบเดินเข้าไปหาและอาสาจะคุยกับฟรานส์ให้เอง
เจมส์พยักหน้ารับข้อเสนอ ปล่อยให้วินนี่ได้เจรจา เธอย่อตัวลงเล็กน้อยและทำหน้าตายิ้มแย้มพูดกับคนตรงหน้า "นี่ถ้าหนูมากับพวกพี่ ๆ หนูปลอดภัยนะคะ มามั้ย" วินนี่พูดด้วยเสียงที่นุ่มเย็น
หญิงสาวยังคงมองวินนี่สลับกับเจมส์ด้วยความหวาดระแวง
วินนี่ที่เห็นแบบนั้นก็หันไปทางเจมส์ทันที แล้วส่งสัญลักษณ์มือเป็นการไล่เขาให้ออกไปจากตรงนี้
เขาเห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าและเดินออกไปให้ทั้งสองคุยกัน เจมส์ที่รู้ตัวว่าไม่มีอะไรต้องจัดการแล้ว ก็เดินกลับไปหามุกอีกครั้ง
เจมส์เข้ามาถูกจังหวะพอดี เป็นตอนที่มุกกำลังเขียนหน้าผากคนสุดท้ายเสร็จ
พอเขาเข้ามาใกล้ ๆ มุก สีหน้าและแววตาจากที่เย็นชานิ่งงัน ก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคนอย่างกับนี่ไม่ใช่เจมส์ที่ใคร ๆ รู้จัก
มุกที่เห็นว่าเขากลับมาอีกครั้งก็หันไปหา แล้วยิ้มมุมปากขึ้นพูดว่า "คนขี้ขลาด"
"ทำไม?"
"ก็ถ้าแกมีความกล้ามากกว่านี้ แกคงฆ่าพวกมันไปแล้ว เราผิดหวังในตัวแกมากเจมส์" เสียงหงุดหงิดและสีหน้าที่ไม่พอใจของมุกถูกส่งมายังเจมส์
"มันข่มขืนพี่เมย์จนตายนะ แกควรมีท่าทีมากกว่านี้สิ" เธอคิ้วขมวดไม่สบอารมณ์ มุกจ้องตาเจมส์อย่างไม่ละไปไหน
"อ่า เราขอโทษนะ" เจมส์พยักหงึก ๆ ยอมรับข้อกล่าวหา แม้ว่าปากจะพูดออกไปว่าขอโทษด้วยสีหน้าที่แสร้งว่ารู้สึกผิด แต่ในใจเขากลับคิดแค่ว่า พี่เมย์ไม่ได่สำคัญอะไรมากขนาดนั้น
เพราะคนที่เขาใส่ใจที่สุดก็คือคนตรงหน้านี่แหละ
ไม่นานเหมือนกับว่าวินนี่จะทำสำเร็จ ฟรานส์ตกลงร่วมเดินทางไปกับพวกเขาแล้ว และมีอีกหลายคนที่ขอติดตามมุกไปด้วย เพราะผู้หญิงทุกคนในตอนนี้ มองมุกเป็นเหมือนกับฮีโร่ ยกเว้นก็แต่ฟรานส์ ที่กลัวมุก
เจมส์ที่คิดว่าจะมีแค่เขา วินนี่ มุก และฟรานส์ พอกลุ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นมา เขาก็รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย ถึงสีหน้าของเจมส์จะเก็บอาการไว้ได้ดี แต่ก็มีเพียงวินนี่เท่านั้นที่สังเกตุเห็นได้
พอเห็นอย่างนั้น เขาก็ได้เสนอให้ทุกคนหาที่ปลอดภัย เพื่อจะพักผ่อนแล้ววางแผนต่อ แต่ก็โดนมุกแย้งขึ้นมา เธอต้องการรวบรวมจำนวนคนให้ได้เยอะกว่านี้ โดยมีเหตุผลว่าการอยู่ด้วยกันจะได้ปลอดภัย และเธอเสนอเป็นผู้นำให้เอง
วินนี่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ค่อยพอใจและไม่เห็นด้วยกับความคิดของมุก
เธอได้แต่คิดว่า ‘ถ้ามีสมองสักหน่อยก็คงไม่คิดแบบนี้ออกมา’ วินนี่ส่ายหัวอย่างไม่สบอารมณ์ แต่สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เจมส์ตกปากรับคำแบบที่มุกบอกในทันทีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง นั่นยิ่งทำให้อารมณ์ของเธอแตกเป็นเสี่ยง ๆ กว่าเดิม ก่อนจะรีบเดินเข้าไปลากตัวเจมส์ออกมาคุยอย่างไม่สนใจรอบข้าง
วินนี่พาเจมส์เดินออกมาได้ระยะหนึ่งแล้วก็รีบถามด้วยความโมโห “เจมส์ คุณจะทำตามความคิดโง่ ๆ แบบนั้นจริงเหรอ”
“เธอหมายถึงอะไร” เจมส์ทำหน้านิ่งเฉยแบบไม่ทุกข์ร้อน นั่นทำให้เธอคิ้วขมวดมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินที่เจมส์ตอบกลับมา
“ก็มุกเพื่อนนายไง แบบนี้เราจะตายกันหมดนะ”
เจมส์ส่ายหัวไปมาและตอบด้วยเสียงนิ่งเฉย “ไม่หรอก แค่ทำตามเธอบอกก็พอแล้ว”
“เจมส์ เลิกบ้าได้แล้ว นายเป็นคนสอนฉันเองว่าในสถานการณ์แบบนี้เราควรทำยังไง” วินนี่ที่รู้สึกโมโหจนแทบบ้ากับคำตอบ เธอทำได้เพียงกำมือแน่น ๆ พูดกระแทกเสียงให้คนตรงหน้าอีกครั้ง “พอเจอผู้หญิงคนนั้นก็โง่เง่าขึ้นมาทันทีเลยเหรอ นายเป็นอะไร หลงมุกงั้นสิ”
“อย่างเธอจะไปรู้อะไร วินนี่ ถ้าคุณกล้าว่ามุกอีก อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ”
“แต่…” เธอที่พยายามจะเถียงกลับไป ก็ได้แต่ชะงักลง
“ไม่มีแต่ เพราะนั่นคือมุก การตัดสินใจพวกนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว”
วินนี่ได้แต่กัดฟันและกำหมัดแน่นขึ้น น้ำใส ๆ ในดวงตาสวยค่อย ๆ เอ่อล้น
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมไปหาคนที่รอดชีวิตต่อนะ” เจมส์เดินหันหลังกลับทันทีโดยไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย ปล่อยให้วินนี่ยืนโกรธจนตัวสั่นอยู่ที่เดิม
เวลาค่อย ๆ ล่วงเลยผ่านไป ในที่สุดเวลาสิบแปดนาฬิกาก็มาถึง ตอนนี้กลุ่มของมุกมีคนประมาณยี่สิบคนได้ ทุกคนมาจากต่างสถานที่กัน ที่มารวมกันได้นั่นก็เพราะเจมส์ได้ใช้พละกำลังไปอย่างมหาศาลในการตามหา ตอนนี้เขาเหมือนคนรับใช้ของมุกไปโดยปริยาย ทำตามทุกอย่างที่เธอสั่ง
[ยินดีกับผู้รอดชีวิตที่รอดมาครบเป็นเวลา 1 วันเต็ม ใน 1 วันนี้ การดรอปของและการรับ exp ของ ผู้รอดชีวิตได้รับให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า รวมทั้งสกิลสิทธิพิเศษ ช่องเก็บของทั้งหมด 5 ช่อง แต่นับจากนี้ต่อไป สิทธิพิเศษต่างๆจะถูกยกเลิกดังนี้][คนที่มีเลเวลต่ำกว่า 3 จะไม่ได้รับช่องเก็บของ 5 ช่องแม้จะมีเลเวล 3 หลังจากนี้][เมื่อเลเวล 2 จะไม่มีความสามารถสกิล และ พลังป้องกันให้อัพ][ไม่สามารถใช้ 2 แต้มเพื่อเพิ่มช่องเก็บของได้อีก][อัตราการได้รับ exp ปรับลดลง 10 เท่า][อัตราการดรอปไอเทม ปรับลดลง 10 เท่า][โบนัสสเตตัส +10% ในแต่ละเลเวลถูกยกเลิก][ปลดล็อกซอมบี้ที่มีเลเวลมากกว่า 1][ปลดล็อกการเปลี่ยนอาชีพ]
หลายคนที่กำลังฟัง ก็ได้แต่ทำหน้างง มีเพียงเจมส์กับวินนี่ที่รู้สึกตกตะลึงกับเรื่องนี้
-End-