มิใช่วิสัยของเบญจญาภา พิริยณรงค์ที่จะเดินทางกลับเมืองไทยลำพังโดยไม่แจ้งล่วงหน้าคุณดารากรผู้เป็มารดาประหลาดใจแต่ก็ถูกใจอย่างยิ่ง งานแซยิดของคุณตาทั้งที หลานสาวบินจากนอร์เวย์มาร่วมฉลองนับเป็ของขวัญสุดพิเศษ
คฤหาสน์พื้นที่สองไร่ใจกลางกรุงเทพฯเป็สถานที่จัดงานวันเกิดของเ้าสัวบุญรัตน์ ไตรสินไพศาลบัตรเชิญระบุว่าเป็งานภายในเฉพาะญาติสนิทมิตรสหาย แต่งตัวเต็มยศและของดรับของขวัญ
อย่างไรก็ตามในวันงานหม่อมหลวงภาวดีเพื่อนที่นับว่าสนิทที่สุดของคุณดารากรมอบของขวัญแด่ท่านเ้าภาพ
“คุณพ่ออยากมาเองค่ะแต่ไม่ค่อยสะดวก ท่านว่ายังไงต้องขอฝากของขวัญมาแทนตัว”
“เกรงใจคุณชายแย่เลยแหม...คิดถึงสมัยก่อนตีกอล์ฟด้วยกันเรื่อย เสียดายั้แ่ท่านล้มเลยไม่ได้ออกรอบกันอีก”
“อีกหน่อยคงได้เจอบ่อยขึ้นล่ะค่ะคุณพ่อเวลามีงานในครอบครัว” คุณดารากรมองไปยังลูกสาวซึ่งกำลังพาพี่อ้วนมากราบคุณตา“เพราะคู่นั้น”
ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวพากันแย้มยิ้มชื่นชมในความเหมาะเจาะลงตัว
จากนั้นท่านเ้าสัวขอตัวไปต้อนรับเ้าของหนังสือพิมพ์ั์ใหญ่เพื่อนเก่ามีชายหญิงแต่งกายเรียบร้อยติดตามแต่ลักษณะไม่ใช่แขกร่วมงาน เมื่อหญิงคนนั้นแยกตัวไปและงัดเครื่องอัดเสียงขนาดเล็กออกมาสัมภาษณ์คุณดารากรกับหม่อมหลวงภาวดีจึงชัดเจนว่าเป็นักข่าว
แสงแฟลชส่งประกายวูบวาบปรากฏว่าชายอีกคนเป็ช่างภาพ ขณะนี้กำลังถ่ายรูปหลานสาวท่านเ้าของงานกับชายหนุ่มที่ดูสวยสมกันฝ่ายหลังไม่คิดว่านอกจากตากล้องประจำงานจะมีกล้องอื่นที่ดูเหมือนมาจากสำนักข่าวด้วยเขาขัดเขินวางท่าไม่ค่อยถูกจึงไกวมือไขว้หลังช่างภาพช่วยจัดท่าทางโดยบอกให้คุณผู้หญิงเขยิบชิดอีกเบญจญาภายิ้มสดใสขยับเข้าวางมือบนแขนคู่ถ่ายรูป
หลังจากทำหน้าที่แขกครบถ้วนภารินธรปลีกตัวออกมาตรงระเบียงสีขาวเลียบยาวข้างตึกอยู่ในงานไม่รู้เลยว่าข้างนอกฝนพรมบาง ๆคงตกสักพักแล้วเพราะสวนนอกระเบียงชุ่มฉ่ำทีเดียวไม่นานประตูข้างหลังเลื่อนเปิดหญิงสาวก้าวออกมา คนที่เธอตามหากำลังมองฝนโปรยเมื่อไปยืนข้าง ๆ รู้สึกได้ว่าร่างเขาสะท้านน้อย ๆ
“ข้างในหนาวเหรอคะ”เธอถาม
“อยากออกมาให้ตัวอุ่นหน่อย”เขายื่นฝ่ามือไปรองฝน “อยู่ข้างในไม่ได้ยินเสียงฝนตกเลย”
“เดี๋ยวแพมจะให้เขาหรี่แอร์”
“คนอื่นก็ร้อนอีกพี่อยู่ตรงนี้ล่ะน้องแพมเข้าไปเถอะ ต้องช่วยคุณแม่รับแขกไม่ใช่เหรอ”
หญิงสาวไม่ขยับไปไหนแต่ยิ้มมองสูทสีน้ำตาลทองอ่อนที่เขาสวมวันที่นำบัตรเชิญไปบ้านสิรินเภตราคุณป้าหญิงขอให้ช่วยเลือกชุดใส่วันงานให้พี่อ้วนด้วย เธอกับเขาจึงไปชอปปิงกันภายในห้องเสื้อแบรนด์ระดับไฮเอนด์ เธอเลือกชุดอย่างประณีต ตรวจดูฝีเย็บ กระดุม แบบลาย คัดเนกไทมาลองทาบทั้งสูทและเสื้อเชิ้ตมีความสุขจนเลือกเสื้อผ้าทำงานควบทีเดียว แต่พอหยิบผ้าเช็ดหน้าเขาติงว่าผืนเท่านี้ทำไมแพงนัก
เบญจญาภายิ้มขณะเหลือบดูชายผู้กำลังชมฟ้าโรยฝนค่อย ๆ เลื่อนมือที่กำไขว้หลังมาแบอวดความลับ
“แอบซื้อมาจนได้”เขาเอ่ยเมื่อเห็นผ้าเช็ดหน้าในมือเธอ
“แพมเห็นคุณแม่คอยจัดผ้าเช็ดหน้าแนบสูทให้คุณพ่อ”เธอพับผ้าเป็ทรงโค้งซึ่งไม่ดูแข็งเกินไปสำหรับงานวันเกิดสอดลงกระเป๋าเสื้อสูทแล้วเอียงคอยิ้มชมผลงานผ้าเช็ดหน้าสีเงินเข้ากับสูทและเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน อันที่จริงอยากให้เสื้อตัวในลายตารางจะได้เป็กันเองสมกับความสนิทสนมอีกนิดแต่งานผู้ใหญ่เลยตัดใจให้เป็ผ้าพื้นผ้าเช็ดหน้าไม่ควรสีสันจัดเพราะไม่ตรงรสนิยมการแต่งกายโทนเรียบง่ายของเขาแต่จงใจเลือกเนื้อผ้าเงามันนิด ๆ เสริมความโก้หรูคนได้ััใกล้ชิดเท่านั้นถึงรู้ว่าคนจริงจังละเอียดกับงานอย่างเขาส่วนตัวเป็คนเอาง่ายและสบายเข้าว่าเื่แต่งกายความเนี้ยบที่คนอื่นเห็นนั่นเพราะมีผู้ช่วยชั้นดีอย่างคุณป้าหญิงครั้งนี้เธอได้ทำหน้าที่นี้และปลื้มใจที่พี่อ้วนไม่ขัดข้อง
โอลด์โรส...เธอเลือกสีชุดตัวเองอย่างพิถีพิถันโอลด์โรสกับน้ำตาลทองอ่อนไม่ใช่สีเดียวกันแต่ไปทางเดียวกัน กระเป๋าถือใบเล็กก็เจาะจงสีเงินเธอทำเช่นนี้ั้แ่อยู่ที่อังกฤษมีโอกาสไปงานด้วยกันเมื่อไหร่จะเฟ้นหาชุดให้เข้ากับเขา จนใครต่อใครดูออกและจับคู่มีแต่พี่อ้วนที่ช่างไม่รู้เสียเลย
“ตอนดูชุดทำงานให้พี่อ้วนแพมอยากทำงานขึ้นมาเลย” เธอเปรย
“มีกำหนดฝึกงานที่นอร์เวย์ไม่ใช่เหรอ”
“ก็ทีแรกกลัวว่าที่บริษัทคุณตาใครจะกล้าใช้แพมงั้นไปฝึกงานกับพี่อ้วนแทนดีไหมน้า” เธอเกริ่นทีเล่นทีจริง
“ที่เอสทีน่ะเหรอ”
“ได้ไหมล่ะคะแพมจะให้ใช้งานหนัก ๆ เลย ฐานที่ชอบไม่สบายให้พี่อ้วนหอบไปหาหมอบ่อย ๆ”
“จะเอาอย่างนั้นจริงๆ พี่จะบอกคุณแม่ไห้”
เธอแลมองสายฝนตามเขาวันไปชอปปิงเธอตั้งใจหาซื้อโทรศัพท์มือถือจึงแวะดูนึกได้ว่าลืมเครื่องเก่าซึ่งคุณแม่ยกให้ใช้แก้ขัดเลยย้อนไปเอาที่ห้องเสื้อตอนกลับมาเห็นพี่อ้วนกำลังจ่ายเงินซื้อโทรศัพท์สีสดใสสว่าง...สีดอกไลแลค พี่อ้วนคงไม่รู้หรือตั้งใจหรอกดอกไลแลคเป็สัญลักษณ์แทนความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา และมีความหมายถึง...รักแรกเธอรอจนเขาเก็บกล่องใส่กระเป๋าเรียบร้อยจึงเดินไปหาอมยิ้มบอกพี่อ้วนว่าเปลี่ยนใจไม่ซื้อโทรศัพท์แล้ว และรอของขวัญชิ้นนั้นจากเขา... ท่าทางพี่อ้วนจะลืมเธออยากลองถามแต่เขาคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“พี่อ้วนเหนื่อยเหรอคะดูเพลีย ๆ”
“อืมไม่รู้สิ คงเพราะไป ๆ มา ๆ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต”
การสนทนาเงียบลงอีกเธอคอยชำเลืองระหว่างเขาเหม่อมองไปข้างหน้า เมื่อแรกรู้จักผู้ชายคนนี้...ภารินธรสิรินเภตรา เธอเป็สาวน้อยผู้มีความสุขกับการได้แอบชอบหลบวอบไปแวบมาข้างหลังเขาเพื่อให้เพื่อนแอบใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปคู่หลายครั้งเธอขโมยถ่ายรูปพี่อ้วนทีเผลอ รูปโปรดคือที่จับใบหน้าอมยิ้มน้อย ๆ ไว้ได้เธอนำมาใส่ล็อกเกตร้อยสร้อยสวมเพื่อเก็บรอยยิ้มนั้นไว้กับตัวมันเป็โลกใบสีชมพูของเธอ กระทั่งได้รู้จักพี่อ้วนทีละน้อย...ทีละน้อยความเป็เขาตรึงตรายิ่งกว่ารูปภาพใด ๆ
วันไปส่งเขากลับเมืองไทยที่สนามบินฮีทโธรว์เธอตัดสินใจสารภาพ ใบหน้าร้อนผ่าวใจเต้นรัวตอนเงยสบตา ‘แพมรักพี่อ้วน พบกันคราวหน้าแพมจะจับมือพี่อ้วนเดินไปด้วยกันได้ไหม’เธอจับมือเขาอย่างพร้อมให้กุมพาเดินไปด้วยกัน พี่อ้วนบีบมือตอบอย่างนุ่มนวล
อยากหยุดความทรงจำเพียงเท่านี้แต่ไม่อาจหลบอยู่ในโลกแสนสวยใบนั้นตลอดไปเธอต้องตื่นขึ้นรับความจริงโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง ถึงอย่างไรกลับมาเจอกันพี่อ้วนไม่ผิดแผกจากเดิมไม่แสดงให้ตะขิดตะขวงระคายใจว่ามีสิ่งใดแปลกไป
เมื่อคนข้าง ๆนิ่งเงียบ ภวังค์คิดของภารินธรยิ่งย้อนลึกไปในอดีต ม่านฝนที่โรยลงจากชายคาตรงหน้าแปรเป็ภาพฝนปรอยยามบ่ายวันหนึ่งระหว่างกลับบ้านกับน้องฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา เด็กชายอ้วนโดดหลบเข้าซอกแนวตึกข้างทางน้องจะดึงจะลากยังไงก็ขดตัวกลัวฟ้าผ่าไม่ยอมลุกท่าเดียว สุดท้ายเด็กหญิงย่อลงหันหลังให้
“ขี่ม้าส่งเมืองเร็ว การ์ตูนจวนมาแล้ว”
จากนั้นใต้ชายคาตามทางที่ฝนพรำน้องแบกพี่ง่อนแง่นไปทีละก้าวเด็กชายปิดตาตัวเองเวลาฟ้าคำราม ไปได้ไม่นานเด็กหญิงชักตัวเอียงขาสั่น เขาะโลงจากหลัง
“พอเถอะลูกเต่ากระดองแข็งชะมัด”
ความคิดหยุดยั้งเพียงเท่านี้เสียงคนข้างกายติงเบา ๆ
“ยิ้มอะไรคะพี่อ้วนยิ้มคนเดียวแบบนี้อีกแล้ว”
เบญจญาภาหวั่นไหวในยามเขาดูเลื่อนลอยไปไกลแล้วเผลอยิ้ม เขานึกอะไรถึงยิ้มขึ้นมาแบบนั้น เธอไม่เคยเข้าไปในโลกนั้นของพี่อ้วนได้เลย
“เข้าข้างในเถอะค่ะโดนละอองฝนจะไม่สบาย”
ลมพัดฝนกระเซ็นใส่ฝนลงหนาเม็ดขึ้นเรื่อย ๆ ลมพัดหวิว ๆ ผสานเสียงฝนกระทบใบไม้ใบหญ้ากรูกราว
“กลิ่นไอฝน...สดชื่นจัง”ภารินธรสูดอากาศแล้วไอแค่ก ๆ