ความรักของยัยปลาทอง

    กามเทพจำเป็น 2

    คืนนั้นปรพัชรนอนไม่หลับเลย เขากัดเล็บอย่างกังวล พี่สาวของเขายิ่งติ๊งต๊องไม่เหมือนใครอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าจะโดนหลอกหรือเปล่า หรือบางทีอาจจะแค่หลงมัวเมาในรูปกายภายนอก สุดท้ายแล้วก็จะมานั่งร้องไห้เสียใจทีหลัง ปรพัชรยิ่งคิดก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเรื่อยปรพัชรรู้ดียิ่งกว่าใครว่าพี่สาวคนนี้เป็นคนหัวแข็งและแอบดื้อรั้นมากๆ พอได้ตัดสินใจอะไรไปแล้วก็ไม่เคยล้มเลิกกลางคันเลยสักครั้งเมื่อตอนยังเด็ก ปรพัชรเป็นเด็กที่ซนมากๆ จนใครก็เอาไม่อยู่ พ่อแม่ยังเบื่อหน่าย มีแต่พี่สาวเพี้ยนๆ ของเขานี่แหละที่คอยเดินตามต้อยๆ คอยพูดจาเพ้อเจ้อที่ฟังไม่รู้เรื่องใส่หูตลอดเวลา เขารู้สึกรำคาญมาก เดินหนีทุกครั้งที่เห็นพี่สาวมาใกล้ และมักจะโวยวายใส่เธอตอนที่รำคาญมากๆ แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ความคิดของเขาเปลี่ยนไปตอนนั้นเขาอายุน่าจะสักเจ็ดขวบ ส่วนพี่สาวอายุสิบสาม เขาเล่นซนจนหลงเข้าไปในสวนไกลจากตัวบ้านมากๆ สวนนั้นก็เป็นสวนของครอบครัวนั่นแหละ มันกินอาณาเขตหลายสิบไร่ เด็กชายที่เล่นซนจนหลงลืมเวลาก็เข้าไปลึกมากๆ รู้สึกตัวอีกทีก็คือเสียงฟ้าร้อง ฝนทำท่าจะตกและเวลาก็เย็นมากแล้ว รอบด้านเริ่มมืด เขาร้องไห้เสียงดังแข่งเสียงฝน นั่งลงกุมหัวหวาดกลัวฟ้าแลบฟ้าร้อง รู้สึกกลัวจับขั้วหัวใจคิดว่าคนที่บ้านคงเริ่มออกตามหาแล้ว แต่จะเจอเขาเมื่อไหร่ล่ะ ขณะที่ร้องไห้อยู่นั้นเขาก็ถูกกอดเอาไว้แน่น เสียงปลอบใจดังอยู่ไม่ห่าง มันเป็นเสียงของพี่สาวที่น่ารำคาญของเขานั่นเอง เขาร้องไห้โฮกอดพี่สาวเอาไว้แน่น พี่สาวของเขาอุ้มเขาขึ้นหลังพากลับบ้านใครจะรู้ว่าในตอนที่เด็กสาวเห็นหลังน้องชายวิ่งเข้าไปในสวนหลังบ้านเธอจะรีบวิ่งตามมาทันที เพียงแต่คลาดกันก่อนหน้าที่ฝนจะตกไม่นาน พอได้ยินเสียงร้องไห้ของน้องชาย เธอก็รีบวิ่งมากอดเขาเอาไว้แล้วพากลับบ้าน พ่อแม่กับญาติพี่น้องที่กำลังตามหาพวกเธอวิ่งหน้าตาตื่นมาเจอเข้า เห็นสภาพลูกชายตัวสั่นอยู่บนหลังพี่สาว กับเห็นเด็กสาววัยสิบสามเม้มปากอดทนต่อความกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่าก็ดุด่าไม่ลง ได้แต่ลูบเนื้อลูบตัวปลอบขวัญปรพัชรยังจำได้ดี หลังจากนั้นพี่สาวก็นอนป่วยนานหลายวัน แล้วยังเอ่ยปลอบเขาอีกด้วยว่า ‘ไม่ต้องกลัวนะ ต่อให้ทูไปซ่อนที่ไหนพี่ก็หาเจอ นางไม้บ้านเราเยอะมาก พวกเขาบอกทางพี่ตลอดเลย’หลังจากนั้นปรพัชรก็กลายเป็นเด็กติดพี่ ไม่ว่าพี่สาวพูดอะไร ปรพัชรก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี ต่อให้พี่สาวจะพูดมากน่ารำคาญหรือพูดไม่รู้เรื่องมากแค่ไหน ปรพัชรก็เต็มใจนั่งฟังจนจบ เขายังกลายเป็นเด็กหวงพี่ด้วย ไอ้หน้าไหนที่มันกล้าเสนอหน้ามาจีบพี่สาวแล้วเขาไม่เห็นชอบ เขาก็ยังทำการสกัดกั้นและเขี่ยให้พ้นหูพ้นตาทันทีช่วงมัธยมปลายปานลินเนื้อหอมมาก แต่ก็ถูกน้องชายคนนี้จัดการคนพวกนั้นไปอย่างลับๆ เจ้าตัวเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ด้วย ดังนั้นแล้วคนที่รู้ก็มีเพียงเพื่อนสนิทของปานลินไม่กี่คน พลอยขวัญก็เป็นหนึ่งในนั้น มีช่วงเข้ามหาลัยนี่แหละที่เขาตามมาจัดการไม่ได้ พอเรียนจบก็รบเร้ากับที่บ้าน แต่พี่สาวก็ไม่ยอม อุตส่าห์ดั้นด้นสอบเขามหาลัยที่นี่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะช้าไปก้าวหนึ่งเจ็บใจนัก!หรือจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อกับแม่ดี?ไม่ๆ ไม่ดี พ่อยังพอว่า แต่แม่นี่สิ ต้องเห็นดีเห็นงามไปด้วยแน่ พอแม่เห็นด้วยคำพูดของพ่อก็จะไร้ความหมายฮึ่ม เช่นนั้นก็เหลือทางเดียวแล้ว น้องชายคนนี้จะต้องสแกนผู้ชายคนนั้นให้ละเอียด ถ้าไม่ผ่านก็อย่าหวังว่าจะได้เข้าใกล้พี่สาวของเขาเลย!
    วันนี้ปานลินมาที่ร้านกาแฟที่คุณน้องชายเป็นเจ้าของแต่เช้าน่าแปลกใจมากที่ปรพัชรรบเร้าขอมาด้วย ปานลินเห็นว่าน้องชายเพิ่งมา แล้วมหาลัยก็ยังไม่เปิด เลยคิดว่าเขาอาจจะเหงาหรือไม่ก็เบื่อที่จะอยู่ห้อง เดี๋ยวพอมหาลัยเปิดแล้วก็คงมีเพื่อนเยอะแยะ คงไม่ทำตัวติดเธอแบบนี้อีก พอสรุปได้ดังนั้นก็เลยพยักหน้าตกลงให้มากด้วย“พี่มาที่นี่ทำไมน่ะ” ปรพัชรถามหลังจากมาถึงร้านกาแฟร้านหนึ่ง มีการตกแต่งที่ดูดีมาก ทำเลยังดีมากๆ ด้วย มีตึกใหญ่ๆ มากมายอยู่ใกล้ๆ“พี่ก็มากินกาแฟไง?”“ต้องมากินถึงนี่เลยเหรอ?”“ก็มันอร่อยมาก เดี๋ยวแกลองกินดูก็รู้เองแหละ” ปานลินไม่ได้โกหกเลย เครื่องดื่มร้านนี้รสชาติดีมาก พวกขนมของทานเล่นเองก็อร่อยมากๆ เพิ่งเปิดใหม่ได้ปีเดียว แต่มีชื่อเสียงไปทั่ว ปานลินชอบดื่มกาแฟมาก ยิ่งช่วงปั่นต้นฉบับเธอแทบจะดื่มแทนน้ำเปล่าเลยเสียดายก็แต่ร้านเป็นที่รู้จักมากเกินไป ปานลินเลยไม่สามารถเอางานมาทำที่นี่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะสิงตั้งแต่ร้านเปิดยันร้านปิดถึงพี่สาวจะบอกอย่างนั้น แต่ปรพัชรกลับไม่เชื่อ เขาหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งแล้วเดินตามเข้าไปในร้าน พี่สาวสั่งขนมกับเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่วก็เริ่มเชื่อขึ้นมาบ้างว่ามาบ่อย แต่พอเธอถามถึงเจ้าของร้าน ปรพัชรก็เริ่มจับผิดอีกครั้ง...หรือผู้ชายคนที่ว่าก็คือเจ้าของร้าน?แต่เจ้าของร้านกาแฟถึงกับต้องจ้างเลขาที่จบโยธาอย่างพี่พลอยขวัญเลยเหรอ? ไม่น่าจะใช่ แล้วพี่สาวของเขาถามหาเจ้าของร้านไปทำไม?“ขอโทษนะคะ ปกติเจ้านายจะเข้าร้านช่วงสายๆ” พนักงานหญิงตอบอย่างคล่องปาก เป็นเพราะมีผู้หญิงหลายคนที่มาถามหาเจ้านายหนุ่มแบบนี้ประจำ เพียงแต่คนตรงหน้าต่างออกไปหน่อย พนักงานสาวคนนี้อยู่ในเหตุการณ์อันร้อนแรงเมื่อหลายวันก่อน จำได้ดีว่าหญิงสาวกำลังหมายตาใคร และก็ชื่นชมความกล้าหาญของเธอมากๆ“แต่วันนี้เจ้านายจะเข้าร้านแน่นอนค่ะ ถ้าเจ้านายมาแล้วอยากให้โทรหาไหมคะ?” พนักงานสาวบอกอย่างกระตือรือร้น“เดี๋ยวพี่นั่งกินขนมรอที่นี่แหละ ถ้าเขามาแล้วไปบอกพี่หน่อยนะ” ปานลินขยิบตาให้หนึ่งที“ได้เลยค้า...” พนักงานสาวที่อายุน่าจะน้อยกว่ายิ้มตอบ “สู้ๆ นะคะพี่ ถ้ามันได้ผล พี่เอาวิธีมาเล่าให้หนูฟังด้วยนะ หนูจะเอาไปใช้บ้าง”“ได้เลยค่ะคุณน้อง แต่ถ้าน้องรอไม่ไหวก็ลองหานิยายของพี่สาวไปอ่านก่อนนะ พี่สาวเขียนเอาไว้ละเอียดมาก ต้องมีสักวิธีที่น่าจะใช้ได้” ปานลินหัวเราะคิกคัก แอบโปรโมทนิยายของตัวเองไปเนียนๆ“พี่เป็นนักเขียนเหรอคะ? หนูถามนามปากกาได้ไหม? เดี๋ยวหนูไปตาม”“พี่นามปากกา ‘เพ้อฝัน’ จ้ะ ยังไงก็เตรียมเงินไว้มากหน่อยนะ เพราะเดี๋ยวอ่านเล่มแรกแล้วต้องตามซื้อเล่มอื่นๆ แน่นอน”“ถ้าสนุกจริง หนูจะยอมอดขนมไปเปย์ให้หมดตัวเลยค่ะ”“เข้าใจพูดนะเรา” ปานลินชักถูกใจพนักงานคนนี้ “ถ้าอยากได้ลายเซ็นก็บอกได้เลยนะ พี่จะเซ็นให้สวยๆ เลย”“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มกว้าง “แล้วจะรับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ?”“ทู จะเอาอะไรก็สั่งเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปรอที่โต๊ะ” ปานลินหันไปบอกน้องชายที่เอาแต่เงียบ“ครับ”“จะรับอะไรดีคะ?” พนักงานคนเดิมยังคอยรับออเดอร์อย่างสุภาพ“เอาโกโก้ปั่นหวานน้อย เอาคุกกี้ตรงนั้น เอาเค้กส้มด้วยหนึ่งชิ้น แล้วก็เอาขนมปังแยมด้วย แค่นี้ครับ” ปรพัชรสั่งเสียงเรียบ ไม่พอใจนิดหน่อยกับคำว่า ‘สู้ๆ นะ’ ของพนักงาน“ได้ค่ะ” พนักงานรับออเดอร์ ทวนรายงานพักหนึ่ง “เรียบร้อยค่ะ เชิญนั่งรอที่โต๊ะได้เลยนะคะ พนักงานจะนำไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะค่ะ”ปรพัชรนั่งลงมองหน้าพี่สาวนิ่งๆ พอเครื่องดื่มกับขนมมาถึง เขาก็กินเงียบๆ ส่วนปานลินก็ไม่ได้สนใจเขา นั่งเล่นมือถือกับกินส่วนของตัวเองไปเรื่อยๆสองพี่น้องคู่นี้ชอบกินอะไรคล้ายกันหลายอย่าง ตั้งแต่อาหารที่ชอบยันเครื่องดื่มที่ชอบ เพียงแต่ปรพัชรเห็นว่าตัวเองยังไม่เหมาะที่จะดื่มกาแฟมากๆ เลยหันมาดื่มเครื่องดื่มที่มีรสขมอย่างโกโก้หรือช็อกโกแลตแทน นานๆ ถึงจะดื่มกาแฟ ต่างกับปานลินที่ชอบดื่มกาแฟมากๆ ต้องดื่มอย่างน้อยหนึ่งแก้วตอนเช้าทุกวัน แต่มีอีกอย่างที่เหมือนกัน นั่นก็คือพวกเขาสองพี่น้องชอบกินขนมหวานมากถึงมากที่สุด สามารถดำรงชีวิตอยู่โดยกินแต่ขนมก็ยังได้ เพียงแต่มันคงจะไม่ดีนักปรพัชรเป็นผู้ชายส่วนน้อยที่ชอบกินของหวาน เขามักจะเสาะหาขนมแปลกๆ หรือขนมอร่อยๆ มาให้พี่สาวชิม เพราะเขารู้สึกดีใจเสมอที่เห็นปานลินกินอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมทำใบหน้ามีความสุขพรรณนาถึงรสชาติยาวเหยียด