The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 125 รุ่มร่ามเกินไป



    เครดิตภาพจาก https://wallpaperaccess.com


           มุมปากของเทพศาสตราเหมือนจะเลิกสูงขึ้นมาเล็กน้อยเป็นเชิงยิ้มเยาะปากก็ย้อนถามเสียงต่ำ 


    “ อ้าว..... ไหนเมื่อกี้เจ้าบอกว่าพร้อมสู้ทุกคน ยกเว้นข้าและอากิเนะไง ผิดคำพูดนี่นา ” 


    “ เหอๆ ไม่ได้ผิดคำพูดหรอก เอาล่ะยอมสู้กับเจ้ากุ้งแห้งนี้ก็ได้ แต่ขอเวลาทำใจก่อนได้ปะ ลุงแกนดัล์ฟ ” เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆ


    “ หึๆ งั้นเจ้าก็ใช้เวลาทำใจซะให้พอ พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกนะเจ้าหนู ” เทพศาสตราหัวเราะออกมานิดๆ ดูท่าทางจะพอใจเด็กหนุ่มอยู่ไม่น้อยทว่าหลานสาวคนสวยกลับไม่นิยม จึงตอกย้ำแรงๆ เพื่อประณามความปอดแหกของเจ้าลิงจอมซน


    “ หนูว่าสำหรับเจ้าหน้าลิง เอ๊ะ มาวิน เราน่าจะให้เวลาเขาทำใจซัก100 ปี ก็น่าจะพอนะคะ ท่านปู่ ” 


    “ อืม......... ” เทพศาสตราแสร้งทำเป็นคิดก่อนจะอนุมัติ 


    “ ตกลงตามนั้น ข้าไม่ขัดข้อง ”


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก๊ากๆ ขำโว๊ย ฮะๆ" 

              


           สิ้นคำของเทพศาสตรา ทุกคนก็หัวเราะก๊ากออกมาพร้อมกันจนโรงฝึกแทบถล่ม เพราะสะใจมากที่เด็กหนุ่มจอมยโสต้องประสบกับการเสียหน้าอย่างรุนแรงซึ่งถ้ามองในมุมของผู้เขียน ก็เห็นว่าสาสมแล้ว


    “ หน็อย........ ” มาวินกัดฟันกรอดใหญ่ ใบหน้าเรียวเล็กแดงจัดด้วยความโกรธ อันเป็นเหตุให้เขาบันดาลโทสะด้วยการรับคำท้าแบบไม่ต้องคิด 


    “ เอ้า สู้ก็สู้ ไม่ต้องรอให้ครบร้อยปีหรอกลุยมันตอนนี้เลย ” 

             


            เทพศาสตราซ่อนยิ้มอยู่ภายใน จากนั้นก็กล่าวทัดทาน 


    “ เดี๋ยวก่อน ไอ้หนู เจ้าจะสู้ด้วยเสื้อผ้าแบบนั้นเหรอข้าว่ามันรุ่มร่ามไปหน่อยนะ ” 

             


            มาวินก้มลงมองตัวเอง จึงพบว่าเขากำลังสวมใส่เสื้อคลุมยาวสีขาวที่เทอะทะมันดูรุ่มร่ามจริงๆ จึงเงยหน้าขึ้นมา พร้อมส่งยิ้มแห้งๆให้ เป็นนัยจะบอกว่า……ชั้นมีแค่ชุดนี้เท่านั้น 

            


            เทพศาสตราส่ายหัวไปมาเล็กน้อย พร้อมหันหน้ามาทาง….อากิเนะหลานสาวแสนสวย 


    “ อากิเนะ เจ้าพาไอ้หนูไปห้องเก็บของแล้วหาชุดฝึกให้เขาใส่ ” 

            


            ทันทีที่อากิเนะได้ยินคำสั่ง สีหน้าก็ฉายแววไม่พอใจออกมาเล็กน้อยเหมือนเธอไม่อยากเกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มหน้าลิง ส่วนโอคุยาสุก็เกิดอารมณ์หึงหวงปนอิจฉาด้วยมาวินได้มีโอกาสใกล้ชิดกับหญิงสาวที่เขาหมายปอง

            


            แม้อากิเนะจะไม่ชอบ แต่เธอก็ไม่ปริปากบ่นและปฏิบัติตาม ด้วยเกรงใจเทพศาสตรา ผู้เป็นปู่


    “ ตามชั้นมา เจ้าหน้าลิง ” อากิเนะกล่าวห้วนๆ จากนั้น เธอก็เดินนำไปที่ท้ายห้อง โดยมีเด็กหนุ่มหัวเขียวเดินตามอย่างว่าง่ายทว่าใบหน้าเรียวเล็กกลับออกอาการเซ็งเล็กน้อย 


    “ เชอะ ดันหลวมตัวรับคำท้าประลองไปซะได้ท่าทางเจ้ากุ้งแห้งนั่นน่าจะมีฝีมืออยู่พอตัว จะสู้ยังไงดีนะ ” มาวินขบคิดอยู่ในใจ พร้อมเดินตามเด็กสาวไปยังห้องเก็บของ 


    …………………..

               

           ภายในห้องเก็บของขนาด 10 คูณ 10 เมตร มีลังไม้เก่าๆนับสิบ ชุดเกราะโทรมๆวางรอบห้อง ตรงมุมในสุด ปรากฏแท่นเก็บอาวุธประดับอยู่แต่จุดที่อากิเนะให้ความสนใจคือล็อคเกอร์ไม้ขนาดใหญ่ที่เรียงยาวตามแนวกำแพง แต่ละตู้ล้วนมีชื่อติดเกือบทั้งหมดยกเว้นตู้สุดท้าย


    “ เอ้า ชุดที่เธอต้องใส่อยู่ในนั้น” อากิเนะชี้ไปที่ตู้สุดท้าย 


    “ อืม...... ” มาวินรับคำด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีแต่เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเด็กสาว เพราะมัวแต่คิดหาวิธีการต่อสู้กับเจ้ากุ้งแห้ง 

             


           มาวินดึงตู้ออกมาช้าๆ สิ่งที่อยู่ในนั้นคือชุดซามูไรสีขาวที่ค่อนข้างเก่าแต่ก็สะอาดพอจะสวมใส่ เด็กหนุ่มหยิบมันขึ้นมา แล้วมองอากิเนะ


    “ เอ้า มองทำไม เธอก็ใส่มันเข้าไปซิ ชั้นจะได้หมดหน้าที่ไวๆ” อากิเนะโวยดัง 


    “ เหอๆ ก็อยากใส่อยู่หรอกนะ แต่เธอเล่นจ้องชั้นตาแป๋วอยู่แบบนั้นแล้วจะใส่เข้าไปได้ยังไงเล่า ยัยกระต่ายน้อยหน้าโง่ ” มาวินตอกกลับสีหน้าดูกระอักกระอ่วน

              


           อากิเนะสะดุ้งเล็กน้อย ดูเหมือนเธอจะเริ่มรู้สึกตัวว่า…ตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กหนุ่มไม่กล้าเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงหันหลังกลับและโวยวายกลบเกลื่อน


    “ เอ้า ชั้นหันหลังให้แล้ว รีบแต่งตัวซะเธอนี่มันเรื่องมากจริงๆ ” 


    “ เฮ้อ......ตัวเองเป็นฝ่ายผิดแท้ๆยังมาพาลใส่คนอื่นอีก ถ้าถึงทีเราเมื่อไหร่จะแกล้งให้ร้องไห้หนักๆชนิดสามวันไม่เลิกรากันเลยทีเดียว ฮึ่ม..... ” มาวินส่ายหัวไปมา พร้อมเก็บซ่อนความแค้นไว้ภายใน 

             


           มาวินใช้เวลาอยู่กับการแต่งกายพอสมควร แม้ชุดซามูไรจะทะมัดทะแมงในทัศนคติของผู้คนจากแดนลี้ลับแต่สำหรับเด็กหนุ่ม ก็คิดว่ายังรุ่มร่ามอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นแขนเสื้อที่ยาวและกว้างขากางเกงที่บานออกมาเล็กน้อย ล้วนทำให้รู้สึกติดขัดในยามขยับ ถึงกระนั้น ก็ทำให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวกว่าเสื้อคลุมยาวที่เคยสวมใส่ 


    “ อืม...... ขยับได้ถนัดกว่าเดิม” มาวินลองขยับแขน ขา พลางคิดว่าถ้าเขาชินกับมันก็คงจะไม่รู้สึกว่ารุ่มร่ามล่ะมั้ง  


    “ เสร็จรึยัง ” อากิเนะร้องถาม 


    “ เสร็จตั้งแต่ไก่โห่แล้ว หันกลับมาได้ ยัยกระต่ายน้อย” มาวินตอบกลับแบบกวนๆ

             


           อากิเนะหันหลังกลับมา ทันทีที่เธอได้เห็นเด็กหนุ่มหัวเขียวในชุดซามูไรสีขาวเธอก็อุทานออกมาเบาๆ 


    “ ว้าว...... มันเหมาะกับเธอมากกว่าที่คิดนะเนี่ย”


    “ อ้อ.....เหรอ คนมันหล่อใส่อะไรก็หล่อ ฮะๆ ” มาวินเริ่มหน้าแดง ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาใครบ้างจะไม่เขินเมื่อถูกสาวสวยเอ่ยชม 


    “ ว่าแต่เธอใส่ได้พอดีมั้ย ” อากิเนะถามต่อ สายตาคู่งามส่องสำรวจ


    “ อืม....... ก็เกือบจะพอดีนะช่วงแขนกับช่วงขายาวไปนิด ” มาวินมองตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบกลับ 


    “ ก็เพราะเด็กคนนั้นตัวสูงน่ะซิ เธอเลยรู้สึกว่าแขนขามันยาวเกินไป” อากิเนะพยักหน้ารับคำและกล่าวเนือยๆ สิ้นคำของเด็กสาว มาวินก็หันมาถามด้วยความสงสัย 


    “ เดี๋ยวนะ ที่ว่าเด็กคนนั้นน่ะ เด็กคนไหนชั้นงงไปหมดแล้ว ” 

              


            อากิเนะถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น 


    “ คืองี้ ชุดที่ใส่ในตอนนี้ มันเคยเป็นของเด็กคนหนึ่งซึ่งมาจากโลกภายนอกเช่นเดียวกับเธอ เขาฝึกวิชาอยู่ที่นี่ได้ระยะหนึ่ง ก่อนจะจากไป” 


    “ จากไป เธอหมายความว่าเด็กนั่นสามารถผ่านด่านอสูรจอมโหดที่ชื่อซวยเยอะซวยน้อยได้น่ะหรือ” มาวินร้องถามเสียงหลงเขาเริ่มมีความหวังที่จะออกจากดินแดนลี้ลับแห่งนี้ 


    “ อสูรตนนั้นชื่อ "ซวงเย่" ทำไมเธอถึงจำไม่ได้ซักกะที” อากิเนะเริ่มเคือง


    “ เออ.....เรื่องนั้นช่างมันเถอะมาเข้าเรื่องเด็กคนนั้นก่อน เขาใช้เวลาฝึกอยู่นานมั้ย กว่าจะออกจากที่นี่ได้” มาวินเร่งถาม ภายในใจรู้สึกร้อนรน 


    “ อืม...... ไม่รู้นะที่นี่ไม่นิยมนับวันเวลาซะด้วยสิ แต่ถ้าให้กะคร่าวๆน่าจะใช้เวลาประมาณใบไม้ผลิซักสิบรอบล่ะมั้ง ” อากิเนะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบกลับ


    “ ในเวลาหนึ่งปี มีฤดูใบไม้ผลิหนึ่งครั้งถ้า 10 ครั้งก็เท่ากับ 10 ปีนี่หว่า นานบรรลัยเลยชั้นรอนานขนาดนั้นไม่ได้ด้วย  ” มาวินโวยดังหลังรู้ความจริงว่า.....กว่าจะชนะซวงเย่ได้เจ้าของชุดคนก่อนต้องใช้เวลาฝึกอยู่นานถึง 10 ปี 


    “ เอ...... แค่10 ฤดูใบไม้ผลินี่ถือว่าไม่นานนะ ตรงกันข้าม เด็กคนนั้นเรียนรู้ได้เร็วมากต่างหากเพราะนักสู้บางคนฝึกมาตั้ง 100 ฤดูใบไม้ผลิ ก็ยังไม่อาจเอาชนะซวงเย่ได้เลย” อากิเนะตอบเรื่อยๆ คล้ายสิ่งที่พูดเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ


    “ อะไรกัน ตั้ง 100 ฤดูใบไม้ผลิ นั่นมันเป็นเวลายาวนานถึง 100 ปีเลยนะ เธอบ้าไปแล้วยัยกระต่ายติ๊งต๊อง คนอายุ 100 กว่าปี มันต้องนอนเตียงหรือไม่ก็ลงหลุมสถานเดียวเพราะแก่เกินกว่าจะสู้กับใคร เฮ้อ......ไม่น่าถามเลย” มาวินกุมขมับ เขาเครียดกับคำตอบที่หลุดโลก ทางด้านอากิเนะ เธอก็รู้สึกงงๆอยู่เหมือนกันแต่เพื่อไม่ให้การสนทนายืดยาวเกินควร จึงต้องกล่าวตัดบท


    “ เอาล่ะ ในเมื่อเธอพร้อม ก็ออกไปประลองกับเคนจิได้แล้วเจ้าหน้าลิง ” 


    “ เชอะ ไม่ต้องรอให้คนติ๊งต๊องอย่างเธอมาบอกหรอกยัยกระต่ายน้อยจอมเพี้ยน ” มาวินตอกกลับแบบแรงๆ ชนิดไม่มีใครยอมใคร 

           


           ทั้งสองจึงจบบทสนทนาด้วยการเชิดใส่กัน จากนั้นเด็กหนุ่มหัวเขียวก็ก้าวออกจากห้องโดยมีเด็กสาวเดินตามมาติดๆ ใบหน้าสวยใสของเธอดูงองุ้มจนคล้ายม้าหมากรุก 



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter