เจ้าของบาร์อินไซด์ หวังไช่หัวเราะกรามแทบเค็ด หลังจากที่ได้ยินเรื่องไร้สาระของหยูชิหลิง
“หยูชิหลิง หยางฟางนิสัยเป็นยังไงทำไมฉันจะไม่รู้ หมอนั่นเป็นคนเก่งและเจ้าเล่ห์ แต่คงถูกคนอย่างเธอเล่นไม่ซื่อ แอบฆ่าเขาโดยใช้ร่างกายเข้าแลก ส่วนเรื่องที่เธอพูดว่าเจ้าของบาร์ติงหวนคนใหม่เป็นคนที่ฉันไม่สมควรแตะต้องได้ ก็แค่เรื่องที่เธอแต่งขึ้นเท่านั้นเอง”
หวังไช่ไม่ใช่คนโง่ เขาไม่เคยถูกหลอกง่ายๆ โดยเฉพาะอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงหน้าตาดี ใครรต่อใครก็รู้ว่าหยางฟางชอบเธอมาก แต่เธอไม่เล่นด้วย
และสาเหตุที่หยางฟางหายไปเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะถูกหยูชิหลิงฆ่าตายงั้นเหรอ?
“ฉันเตือนนายแล้วนะ ถ้าหากนายกลับไปตอนนี้ยังทัน” หยูชิหลิงไม่ได้โกรธที่ถูกกล่าวหา กลับกันเธอกำลังมองอีกฝ่ายไม่ต่างจากตัวตลก
ด้วยความแข็งแกร่งของหลินอู๋เฉินที่เห็นเมื่อเดือนก่อน เขามีพละกำลังมหาศาลขนาดที่การ์ดตัวใหญ่ทั้งร้านไม่สามารถหยุดยั้งได้ แถมยังโดนฆ่าตายเหมือนกับผักปลา ด้วยเหตุนั้นจำนวนคนของหวังไช่ที่นำมาด้วยดูค่อนข้างจะไร้สาระ
หวังไช่แต่เดิมมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม พลันรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง
ถ้าหากเธอต้องการยื่นข้อเสนอหรือว่ายอมจำนนจะไม่มีทางพูดแบบนี้ออกมาเด็ดขาด
อีกทั้งแววตาและคำพูด ดูไม่มีคำว่ากลัวอยู่เลย หรือว่าเธอจะมีคนหนุนหลังจริงๆ
“ลูกพี่ หยูชิหลิงเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ บางทีเธออาจกำลังยื้อเวลาเพื่อเรียกกำลังเสริม”
“กำลังเสริมเหรอ?” หวังไช่ขมวดคิ้วเป็นปมยุ่ง
ชายหน้ากัปปะผงกศีรษะตอบ “ใช่ครับ อาศัยร่างกายที่เหมือนกับงูพิษรัดเหยื่อล่อลวง คงมีใครหลายคนนอนกับเธอและอยากมาช่วยเธอ พวกเขาต่างก็เป็นลูกค้าของเธอ คงมีอะไรกันนับครั้งไม่ถ้วน”
“หุบปากของแกเดี๋ยวนี้นะ!” หยูชิหลิงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
เธอเป็นผู้ถือหุ้นบาร์ติงหวนไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า พอโดนดูถูกหนักๆ เข้าก็ทนไม่ไหวต้องการเข้าไปจัดการ
“เข้ามาสิ ฉันเองก็อยากจะลิ้มรองร่างกายของเธอเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าร่างกายที่หยางฟางชื่นชอบ จะเด็ดสักแค่ไหน” หวังไช่หัวเราะหึหึเดินเข้ามาใกล้เธอ สองมือถือมีดสั้น ท่าทางคุกคามและแข็งกร้าว
การ์ดตัวใหญ่ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนของบาร์ติงหวนยืนอยู่ด้านหน้าเหมือนกับกำแพง ป้องกันหยูชิหลิงจากภายนอก
“ออกไป ไอ้พวกเกะกะ!” หวังไช่คำรามเสียงดัง พวกลูกน้องที่อยู่ด้านหลังพลันกรูกันเข้ามา วิ่งเข้าใส่การ์ดซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า
หยูชิหลิงขยับหนีไปติดผนัง ลมหายใจร้อนอุ่นและเม็ดเหงื่อเธอผุดพรายเต็มหน้าผาก ด้วยชุดที่สวมใส่ค่อนข้างล่อแหลม ยามที่เธอหอบหายใจหนักๆ หน้าอกขยับตัวขึ้นลงยั่วยวนจนละลานตา
การ์ดตัวใหญ่ถูกกันออกไปด้านข้างโดนลูกน้อง เปิดช่องทางให้หวังไช่เดินเข้ามาพร้อมกับมีดในมือสองเล่ม
“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันแทงคอจริงๆ แน่!”
เมื่อตกอยู่ในช่วงคับขันหยูชิหลิงเปิดกระเป๋าตัวเอง นำมีดคัตเตอร์ขึ้นมาจ่อลำคอระหงขาวเนียน
หวังไช่พลันชะงักฝีเท้า ไม่คาดคิดว่าเธอจะเล่นลูกไม้แบบนี้
“ใจเย็นน่า ไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันให้สัญญาว่าจะสนุกกับร่างกายของเธอคนเดียว ไม่ให้ใครคนไหนเข้ามาสอดแทรก ดีไหมชิหลิง”
หวังไช่หัวเราะหึหึ ลมหายใจชั่วร้ายถูกพ่นออกมาจากจมูกอย่างแรง แต่ยังไม่เริ่มรุกเร้า เพียงยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับมีดทั้งสองที่เปื้อนเลือด
“ออกไป! ไม่งั้นฉันจะฆ่าตัวตาย ถึงตอนนั้นต่อให้แกได้บาร์ติงหวนไป แกก็จะได้แค่ศพของฉัน”
หยูชิหลิงบ้าถึงขนาดจ่อมีดคัตเตอร์เข้าลำคอตัวเอง
มองเห็นเลือดสีแดงไหลออกมาตัดกับคอสีขาวจนดูน่าขนลุก
“ตายก็ตายสิ ผู้หญิงจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แค่หอยน่ะไม่ได้มีอันเดียวสักหน่อย ทำไมฉันจะต้องสนใจเธอด้วย” หวังไช่เลียริมฝีปาก
ในฐานะเจ้าของบาร์อินไซด์มีเหรอที่เขาจะขาดแคลนผู้หญิง
“อะไรนะ...” หยูชิหลิงมือไม้สั่นเทา ไม่คิดเลยว่าไม้ตายก้นหีบจะทำให้อีกฝ่ายเลือดเย็นและปล่อยผ่าน
“ไม่กล้างั้นสินะ งั้นวันนี้ฉันจะให้เธอเป็นผู้หญิงอุ่นเตียงของฉัน”
หวังไช่กำลังจะกระโจนเข้ามา แต่ตอนนั้นเองเสียงของใครบางคนจากด้านหลังทำให้เขาต้องหันศีรษะกลับไปมอง
“นี่แก กล้าทำผู้หญิงของฉันเหรอ”
“คุณหลิน! ในที่สุดคุณก็มา...”
หยูชิหลิงถอนหายใจโล่งอก หมดเรี่ยวหมดแรงนั่งอยู่บนพื้น ในสภาพรอยยิ้มประดับเต็มสองแก้ม
ตอนนั้นเธอรู้สึกว่าคำพูดคำจาของชายหนุ่มอายุน้อยกว่าคนนี้ฟังดูไม่เข้าท่า กล้าพูดมาได้ไงว่าเป็นผู้หญิงของเขา แต่วันนี้หล่อนกลับรู้สึกว่า คำพูดของเขาน่าฟังและดูเป็นธรรมชาติมาก
“แกเป็นใคร หรือว่าคนที่หนุนหลังหยูชิหลิง!”
หวังไช่สำรวจชายหนุ่มคนที่เข้ามาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางขมวดคิ้วแน่น ผู้ชายคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย ดังนั้นเขาจึงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
“หนุนหลัง...จะพูดแบบนั้นก็ใช่ แต่จะพูดให้ถูกก็คือ ผู้หญิงคนนี้เป็นของฉันและบาร์ติงหวนเองก็เหมือนกัน นายมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
หลินอู๋เฉินยังหยิ่งผยองไม่แปรผัน แม้จะเผชิญหน้ากับอันธพาลพร้อมอาวุธครบมือถึง 50 คน
“ลูกพี่ หมอนี่กล้าเข้ามาหาเรื่อง ให้ผมสั่งสอนมันเองเถอะนะครับ” เจ้าหน้ากัปปะหันหน้ามาขออนุญาตหวังไช่
“ก็ได้ แกเข้าไปหักขาหักแขนมัน จากนั้นกูจะให้มันได้ดูว่ากูสนุกกับผู้หญิงมันยังไง”
“ทราบแล้วครับลูกพี่”
เจ้ากัปปะรีบวิ่งเข้าไปด้วยความเร็ว อาศัยไม้เบสบอลที่อยู่ในมือเหวี่ยงออกไปเต็มแรง หวังฟาดศีรษะหลินอู๋เฉินให้บาดเจ็บ
ทว่าไม้เบสบอลยังไม่ทันถึงตัวของหลินอู๋เฉินเวลานั้นเองรอบกายเขาได้เกิดม่านแสงสว่าง มันป้องกันการโจมตีของเจ้ากัปปะ สะท้อนไม้เบสบอลจนหลุดมือรวมถึงคนที่คิดจะโจมตี
“มันเกิดอะไรขึ้น...” หวังไช่ตกตะลึง เมื่อครู่เขาเห็นเต็มสองตาว่าเจ้ากัปปะมีสภาพถูกสะท้อนกลับมาด้วยม่านแสงบางอย่าง
ไม่ใช่แค่หวังไช่เท่านั้นที่เห็นและแปลกใจ ทุกคนที่อยู่ที่นี่เองก็รู้สึกแบบเดียวกัน แต่คิดหาคำตอบอย่างไรก็ไม่ได้รับคำตอบ
“นี่เหรอคือพลังของยันต์ป้องกัน ออกจะสิ้นเปลืองเกินไปหน่อยไหม” หลินอู๋เฉินพึมพำกับตัวเอง
ยันต์นี้เขาซื้อตอนไปหุบเขากับมู่เจาเจา ให้เธอไปป้องกันตัวหนึ่งแผ่นและยังเหลืออยู่กับตัวเองอีกหลายแผ่น ก่อนเข้ามาที่บาร์ติงหวนเลยเตรียมพร้อมนำยันต์ออกมาจากถุงต่างมิติ เผื่ออีกฝ่ายใช้อาวุธปืน จะได้ปลอดภัยหายห่วง
แต่ดูเหมือนเขาจะกังวลเกินไป
คนจากบาร์อินไซด์มีแค่มีดหรือไม้เบสบอลเท่านั้น ไม่นับเป็นภัยคุกคามต่อเขาได้
“นี่แก กำลังเล่นกลอะไรอยู่!” หวังไช่ตะโกน หวังเปลี่ยนบรรยากาศที่น่าอึดอัดที่ทุกคนกำลังตกใจกลัวให้หายไป
หลินอู๋เฉินเหลือบมองอีกฝ่าย ตามด้วยกล่าว “คุกเข่า”
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนหัวเราะ และเริ่มล้อเลียนด้วยท่าทางตลกๆ
“ว่าไงนะ จะให้ลูกพี่เนี่ยนะคุกเข่า หมอนี่บ้าหรือเปล่าเนี่ย”
“ฮ่าฮ่า มันคิดว่าพวกเรากำลังกลัวการแสดงปาหี่นี่เหรอ ตลกชะมัด”
“ลูกพี่ เล่นงานมันเลย จากนั้นจะได้สนุกกับหยูชิหลิง พวกผมเตรียมกล้องไว้พร้อมแล้ว จะได้ขายลงกลุ่มลับเอาเงินไปซื้อบิ๊กไบค์”
“จะให้ฉันคุกเข่า แกต้องล้มฉันให้ได้ซะ...” หวังไช่พูดเพียงไม่กี่ประโยค ร่างกายพลันรู้สึกหนักอึ้ง เข่าทั้งสองทิ้งลงไปที่พื้นกระเบื้องดังตุบ มองเห็นสีหน้าเขาบิดเบี้ยว เข่าสองข้างปรากฏเลือดไหลริน
'เนตรหมื่นอาณาจักร' ภายใต้การมองของหลินอู๋เฉิน หวังไช่ราวกับถูกใครบางคนกดทับลงมา มีน้ำหนักมหาศาล ทำให้ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้
“ลูกพี่ ลงไปนั่งทำอะไรน่ะ หรือว่ากลัวมันจะขายหน้า ถึงได้นั่งลงบนพื้น...”
“นั่นสิลูกพี่ ลงไปนั่งทำไมน่ะ พวกเราไม่ขำนะ รีบๆ ลุกขึ้นมาสิ”
อันธพาลที่หวังไช่นำมาด้วยไม่รู้เรื่องราว เพียงคิดว่าลูกพี่กำลังแสดงเรื่องตลกๆ
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมหวังไช่ถึงได้ทำตามที่คุณหลินสั่ง” หยูชิหลิงที่นั่งหลบอยู่ด้านหลังมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
เธอรู้จักเจ้าของบาร์อินไซด์เป็นอย่างดี เขาไม่ใช่คนที่จะคุกเข่าให้ใครได้ง่ายๆ ไม่แม้แต่กลุ่มนายทุนใหญ่
“บ้าเอ้ย...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แกทำอะไรกับร่างกายของฉัน!” หวังไช่ตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า ตอนนี้เองที่กลุ่มอันธพาลรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ปรากฏว่าลูกพี่ไม่ได้ล้อเล่น แต่ถูกทำให้คุกเข่าจริงๆ
เพียงแต่มันเกิดขึ้นได้ยังไงทุกคนเองก็ไม่สามารถรู้ได้ จึงมองไปที่หลินอู๋เฉินด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป อดไม่ได้ต้องขยับหนีเพราะความกลัวและบรรยากาศแปลกๆ จากรอบกายเขา
“โห…สงสัยว่าฉันจะใจดีเกินไปสินะ ลองเพิ่มน้ำหนักให้แกดูหน่อยแล้วกัน อย่าตายซะก่อนล่ะ”
หลินอู๋เฉินจ้องด้วย'เนตรหมื่นอาณาจักร'หวังไช่ที่เดิมคุกเข่าตอนนี้ได้แนบหน้าลงบนพื้น ร่างกายของเขาปรากฏรอยเลือดแตกทั่วร่าง คล้ายกับมันจะถูกบดขยี้ได้ทุกเมื่อ
จนถึงตอนนี้หลินอู๋เฉินไม่ได้ขยับตัว ยังยืนอยู่ที่เดิม แต่แค่นี้ก็พอแล้วที่จะทำให้ทุกคนขวัญผวา หวาดกลัวเกินกว่าที่จะเผชิญหน้ากับเขา
“ผม...ผม...” หวังไช่กัดฟันพูด แต่เรี่ยวแรงกลับหดหายไปหมด พูดได้ยากเหลือเกิน
หลินอู๋เฉินปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่ง เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดสั่งเสีย
“ได้โปรดปล่อยผมเถอะ ผมผิดไปแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย...” หวังไช่เปิดปากร้องเสียงดัง ในสภาพร่างกายโชกเลือด