ตอนที่ 150
ทำไมเป็นเจ้า
ภายในกระท่อมหลังสุดท้ายซึ่งเสวี่ยหมิงยังไม่ได้สำรวจไม่มีชั้นวางของ ไม่มีเตาหลอมหรือกระถางปรุงโอสถ ไม่มีโต๊ะหรืออุปกรณ์ใด ๆ วางอยู่แม้แต่ชิ้นเดียว เพราะภายในห้องแคบมีแต่โอ่งใบใหญ่เรียงรายกันอยู่นับสิบใบ แต่เกือบทุกใบนั้นว่างเปล่ายกเว้นเพียงใบที่อยู่ลึกสุดซึ่งตั้งเอาไว้ติดกับผนังด้านใน โอ่งบรรจุมนุษย์ที่มีเพียงศีรษะยื่นโผล่ออกมาเท่านั้น ซึ่งแต่เดิมเสวี่ยหมิงคิดว่าเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
ทันทีที่เสวี่ยหมิงผลักประตูไม้ไผ่ให้เปิดออกก็ปรากฏเสียง...เอี๊ยดอาดของไม้ที่เสียดสีกันเอง จนคอขาวซีดที่ล้มพับพิงไปกับปากขอบโอ่งใบใหญ่กลับตั้งชูขึ้นอีกครั้ง เป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ที่อยู่ภายในโอ่งใบโตนั้นยังคงมีชีวิตอยู่
"ท่านอาจารย์" เด็กสาวถูกขังในโอ่งถูกบังคับให้หันหน้าเข้าหากำแพงไม้จึงไม่อาจเห็นผู้ที่กำลังก้าวเท้าผ่านประตูเข้ามาได้ว่าเป็นใคร แต่ทั้งยามหลับยามตื่นนางเฝ้าแต่ภาวนาว่า...มี่จวงผู้เป็นอาจารย์ของนางจะสามารถหนีรอดจากเงื้อมมือของมารเฒ่าประหลาดผู้นั้น และกลับมาช่วยพานางหลบหนีออกไปจากที่นี่
"..."เสวี่ยหมิงที่ไม่แน่ใจว่าผู้ที่ถูกขังอยู่ในโอ่งศิลานั่นคือใคร จึงไม่ได้เอ่ยตอบโต้ใด ๆ กลับไป
ศีรษะที่ตั้งชูอยู่ส่ายโงนเงนไปมาด้วยความผิดหวัง "เจ้าไม่ใช่ท่านอาจารย์ งั้นเจ้าก็คือมารเฒ่า ไม่ระดับพลังของเจ้ายังอ่อนด้อยกว่าข้าเสียอีก..." เด็กสาวที่ติดตามมี่จวงออกฝึกฝนถอนหายใจยาว "เฮ้อ...เจ้าจะฆ่าก็รีบฆ่าข้าเสียเถิด คนจากสำนักหงส์อัคคีมิใช่คนขี้ขลาด พวกเราไม่เกรงกลัวความตาย แต่หากให้อยู่อย่างอัปยศเช่นนี้..."
"เจ้าพูดใหม่อีกทีสิ..."เสวี่ยหมิงเอ่ยพร้อมค่อย ๆ เดินตรงเข้าไป
"...เจ้า...น้ำเสียงของเจ้าดูคุ้นยิ่งนัก เจ้าเป็นใครกันแน่"
เสวี่ยหมิงไม่ได้ต้องการเห็นหน้าอีกฝ่าย และก็ไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายเห็นหน้าในตอนนี้ จึงไม่ได้เร่งร้อนที่จะเดินเข้าไปชมดูหรือขยับเขยื้อนโอ่งศิลาใบดังกล่าวให้หมุนหันกลับมา "ข้าเป็นใครไม่สำคัญ แต่ข้าสามารถช่วยเจ้าออกไปได้"
"ช่วยข้า..."เด็กสาวทวนคำ "งั้นเจ้าก็ไม่ใช่คนของมารเฒ่าประหลาด"
"แน่นอนว่าข้าไม่ใช่ แต่หากเจ้าต้องการให้ข้าช่วยก่อนอื่นเจ้าต้องตอบคำถามของข้ามาเสียก่อน"
"..."เด็กสาวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพราะตั้งแต่เด็กนางก็พรากตัวมาจากพ่อแม่บังเกิดเกล้าเข้าสู่สำนักหงส์อัคคีเพื่อฝึกฝนคัดเลือก จนอายุเข้าเกณฑ์ทดสอบด้วยวาสนาสูงส่งเด็กสาวในวัยสิบสองปีสามารถรองรับโลหิตของหงส์อัคคีได้ในปริมาณที่แม้แต่เจ้าสำนักหงส์อัคคียังตกใจ ทำให้เจ้าสำนักหงส์อัคคีมี่เจินใช้ให้ศิษย์ผู้น้องที่ไว้ใจรับนางเข้าเป็นศิษย์สายตรงของตัวเอง แต่แล้วฝึกฝนได้เพียงแค่สองปีก็เกิดเหตุการณ์ภารกิจลับตามทวงคัมภีร์ที่ยกอ้างว่าถูกขโมยไปกลับคืน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ติดภารกิจ ทำให้มี่จวงอาสารับภารกิจนี้พร้อมเอ่ยว่าอยากนำลูกศิษย์คนสำคัญติดตัวออกหาประสบการณ์ในการต่อสู้กับสัตว์อสูร รวมถึงเดินทางเรียนรู้เรื่องราวของโลกภายนอกไปในตัว แต่ยังไม่ทันพ้นปีก็ดันประสบเหตุไม่คาดฝันถูกเซียนเฒ่าประหลาดจับกุมตัวมาเสียก่อน ทำให้ความคิดของเด็กสาวนั้นยังคงอ่อนต่อโลกอยู่ "ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านไม่ได้..."
"เจ้าไม่รู้..."เสวี่ยหมิงเอ่ยแทรก "แต่ข้ามั่นใจว่าเจ้าไม่มีทางเลือกมากนัก "หากเจ้าไม่ยินดีทำตามที่ข้าขอ ข้าก็พร้อมจะหันหลังจากไป ปล่อยเจ้าให้เน่าตายอยู่ใน..."
"ตกลง ตกลง ข้ายอมเชื่อเจ้าก็ได้..."
"ดี งั้นข้อแรกเจ้าตอบคำถามข้า เจ้าเป็นคนของสำนักหงส์อัคคีใช่หรือไม่"
"ใช่ ข้าคือคนของสำนักหงส์อัคคี"
"ดี ดีมาก งั้นเจ้าตอบข้าอีกข้อที่สำนักหงส์อัคคีใช่มีหงส์อัคคีตัวเป็น ๆ ใช่มั้ย"
"เจ้านี่ถามแปลก ในเมื่อหงส์อัคคีเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสำนักข้า เช่นนั้นที่สำนักก็ย่อมต้องมีหงส์อัคคีอยู่ไม่น้อย แม้แต่อาจารย์ของข้าเองก็มีหงส์อัคคีไว้เป็นพาหนะตัวหนึ่ง"
"อาจารย์ของเจ้า เยี่ยมงั้นถ้าข้าจะขอขนหางของหงส์อัคคีตัวเต็มวัยซักสอง...ไม่สิสี่เส้นเพื่อแลกกับการช่วยเหลือเจ้าก็คงจะไม่มากเกินไปใช่มั้ย"
"หา...ขนหางของหงส์อัคคีตัวเต็มวัยสี่เส้น"
...ขนหางของหงส์อัคคีเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการสกัดโลหิตเพลิงศักดิ์สิทธิ์ หากจะให้มอบต่อคนนอกท่านเจ้าสำนักคงไม่ยินยอมแน่ ๆ แต่...เอายังไงดี
"เจ้าตอบข้ามา..ว่าสำหรับสำนักหงสฺอัคคีแล้วชีวิตของเจ้า หรือขนหางหงส์อัคคีเพียงแค่สี่เส้นอันไหนสำคัญกว่า"
"ย่อมต้องเป็นชีวิตของข้า" เด็กสาวไม่ได้พูดโกหกเพราะในร่างของนางมีโลหิตเพลิงที่เทียบเท่ากับขนหางของหงส์อัคคีเต็มวัยหลายสิบเส้นไหลเวียนอยู่
...หากคนของสำนักหงส์อัคคีไม่ยินยอมแลกตัวนางกับขนหางของหงส์อัคคีเช่นนั้นแล้วข้าก็คงขาดทุน แต่หากไม่เสี่ยงเราก็เท่ากับไม่ได้อะไรเลย ดีละ...เห็นทีคงต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น
"ในเมื่อเจ้าเองคิดเช่นนั้น เจ้าก็แค่ยอมทำตามที่ข้าบอกแล้วข้าจะช่วยเจ้าเอง"
"ตกลง แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอะไร"
เสวี่ยหมิงยิ้มพร้อมนำสมุนไพรที่ขโมยมาหลายชนิดแบ่งมาชนิดละเล็กละน้อย ก่อนจะปั้นรวมกันเป็นก้อนกลมเก็บเตรียมเอาไว้ในอุ้งมือ
"ก่อนอื่นข้าคงต้องหันโอ่งศิลาของเจ้ามาทางนี้เสียก่อน" เสวี่ยหมิงไม่พูดเปล่าลงมือเคลื่อนหมุนโอ่งศิลาให้หันกลับมา
"ทำไมเป็นเจ้า !!!" เด็กสาวเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้าของเสวี่ยหมิงถนัดตา
...นางรู้จักเรา แต่ทำไมเราถึงไม่เคยเห็นนางมาก่อน หรือว่าเราจะมีดวงสมพงษ์กับหญิงงามกัน เพราะดูแล้วความงามของนางก็มิได้ด้อยกว่าเฟยเซียงเท่าไหร่นัก
"เป็นข้า..." เสวี่ยหมิงตอบกลับด้วยความสงสัย แม้ว่าตัวเสวี่ยหมิงจะลอบชมเชยความงดงามไร้เดียงสาของเด็กสาวทันทีที่เห็น แต่เขาก็มั่นใจว่าไม่เคยเจอหน้าเด็กสาวผู้นี้มาก่อน "เราเคยรู้จักกัน...ยังงั้นรึ"
"ไม่..."
"ไม่แล้วทำไมเจ้าถึงเอ่ยเช่นนั้น"
"ข้า...ข้ากับท่านอาจารย์มาเพื่อจับตัวเจ้ากลับไปยังสำนักหงส์อัคคี"
"อะไรนะจับตัวข้า" เรื่องราวยิ่งมายิ่งชวนให้เสวี่ยหมิงสงสัย "อืม แล้วอาจารย์ของเจ้าละ..."
เด็กสาวส่ายศีรษะ"แต่ตอนนี้ เจ้าไม่ต้องห่วงเพราะดูเหมือนว่าท่านอาจารย์จะเข้าใจผิดเรื่องพลังของเจ้า ดังนั้นต่อให้อาจารย์จับเจ้ากลับไปเมื่อสอบถามเรื่องราวเรียบร้อย ผู้คนในสำนักก็คงปล่อยตัวเจ้ากลับออกมา"
"อืม...ข้าไม่สนว่าอาจารย์ของเจ้า หรือคนของสำนักหงส์อัคคีจะคิดยังไง ข้าเพียงต้องการนำตัวของเจ้ากลับไปแลกกับขนหางของหงส์อัคคีเต็มวัยเท่านั้น" เสวี่ยหมิงเอ่ยพร้อมเผยยิ้มประหลาด "ดังนั้นหากเจ้าอยากให้ข้าช่วยเจ้าก็จงกินยาพิษเม็ดนี้เข้าไปซะ"
"ยาพิษ..."
"ใช่แล้วยาพิษ...เออ"
...ต้องเอาชื่อที่ดูน่ากลัวสำหรับอิสตรีไว้ก่อนสินะ แต่จะตั้งยังไงดีละเสวี่ยหมิง ได้การละ
"ยาพิษไส้ตัน"
"ยาพิษไส้ตัน"
"ใช่ ยาพิษนี้ร้ายกาจมาก หากเจ้าไม่ได้รับยาถอนพิษชั่วคราวจากข้าทุกเจ็ดวันละก็ เจ้าจะต้องท้องผูกถ่ายไม่ออกอึดอัดจนตาย"
"เช่นนั้นถ้าข้าไม่กินอาหารเล่า"
...แย่ละลืมนึกไปว่าผู้ฝึกตนสามารถดึงดูดพลังลมปราณทำให้ท้องไม่หิวได้
"ไม่ได้ ต่อให้เจ้าไม่กินพิษก็จะทำให้ไส้ที่ตีบตันของเจ้าเน่าจากข้างใน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนผู้คนไม่อยากเข้าใกล้ สุดท้ายเนื้อที่เน่าอยู่ภายในก็จะลุกลามและตกตายในที่สุด ดังนั้นอย่าคิดลองดีกับข้าจะดีกว่า เจ้าว่ายังไงอยากให้ข้าช่วยอยู่อีกไหม ถ้าอยากก็ต้องกินเจ้านี่เข้าไป"
"ตกลงข้าจะกิน"
"ดี" เสวี่ยหมิงป้อนเม็ดสมุนไพรที่ปั้นขึ้นมามั่ว ๆ ใส่ปากจิ้มลิ้มของเด็กสาว
"อืม...นับว่าเป็นยาพิษที่หอมยิ่งนัก"
"หึ หึ...หึ หึ" เสวี่ยหมิงนิ่งอึ้งกับคำกล่าวของนาง "เจ้าไม่รู้อะไรกฎของพิษยิ่งหอมหวานยิ่งอันตราย ที่เจ้าได้กลิ่นหอมเช่นนั้นก็แปลว่าพิษที่เจ้ากินนั้นอันตรายยิ่งนัก"
เด็กสาวมองดูเสวี่ยหมิงไม่วางตา "ข้ากินยาพิษของท่านแล้ว ทีนี่ก็ถึงตาท่านช่วยข้าบ้าง"
"ตกลง"เสวี่ยหมิงที่กำลังขวยเขินจากการปกปิดเรื่องกลิ่นของยาพิษ เมื่อได้ยินคำเอ่ยของเด็กสาว ก็คิดใช้การปลดปล่อยนางออกมาเพื่อเป็นการแสดงออกว่าตัวเองมั่นใจในยาพิษและไม่กลัวว่าเด็กสาวจะหลบหนี ปล่อยหมัดลมปราณอันรุนแรงหมายข่มขวัญทำลายโอ่งศิลาให้แตกระเบิดออก โดยอีกด้านก็ใช้พลังปราณเหมันต์ช่วยปกป้องผู้คนที่ด้านในไม่ให้ได้รับแรงกระทบกระเทือนมากนัก
เด็กสาวที่เห็นการกระทำของเสวี่ยหมิงตะโกนลั่น
เดี๋ยวก่อนนนน !!!!!
แต่คำห้ามปรามมาช้ากว่าหมัดไวของเสวี่ยหมิง
บรึ้ม !!!
ฝุ่นผงจากแรงทำลายถูกพลังหมัดพัดพาฟุ้งกระจายไปยังด้านหลัง ส่งให้เสวี่ยหมิงเห็นภาพภายในโอ่งศิลาอย่างชัดตา...ร่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด มีเพียงสองแขนที่ถูกรัดเอาไว้ด้วยเชือกสะกดปราณผูกรัดเอาไว้เท่านั้น
กรี๊ดดดดด !!!!!