ระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ)

    ตอนที่ 53 เตรียมตัวให้พร้อม

            ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ ร่างทั้งสามนั่งมองดูประวัติความเป็นมาของภาพโฮโลแกรมด้วยสีหน้าอันประหลาดใจ


            "ท่านคิดอะไรอยู่อะ เมืองไร้กฎหมายเนี่ยนะ ผู้มีพลังสูงสุดเป็นเพียงแค่นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4และถึงจะบอกว่ามีพลังริปเปอรแต่ก็เป็นอาชญากรที่บอกว่าเป็นขยะซะจริงๆ นี่มันต้องถึงมือพวกเราเลยหรอ..?"


            เซเรน่าถึงกับเซงเมื่อรู้ว่าภารกิจต่อไปของหน่วยไล่ล่าคือการกวาดล้างเมืองไร้กฎหมาย อย่าลืมนะว่าพวกเขานั้นเป็นใคร พวกเขาคือหน่วยรบไทเกอร์ กองกำลังไล่ล่าของสมาพันธ์แห่งดวงดาวที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มีนักสู้แห่งดวงดาวระดับ7และยังเป็นริปเปอร์ถึง3คน ยังไม่รวมถึงคนในหน่วยไล่ล่ากว่าอีก30คน พวกเขามีพลังไม่ต่ำกว่าระดับ6ด้วยกันทั้งสิ้น ถึงจะบอกว่าพวกเขาจะไม่ใช่ริปเปอร์แต่พวกเขาทั้งหมดก็มีพลังต่อสู้ที่ไม่ใช่ธรรมดา ทุกคนสวมใส่ชุดแบทเทิลสูทสีดำทมิฬที่มีคุณสมบัติเพิ่มพละกำลังและความเร็วขึ้นได้หลายส่วน มันคือเทคโนโลยีชุดเกราะต้นแบบที่สมาพันธ์แห่งดวงดาวกำลังสร้างและผลิตพวกมันออกมาเรื่อยๆ


            "ไครเซอร์ ไอรอน คานและไซเนอร์ เจ้าสี่คนนี้อย่าให้พลาด โดยเฉพาะกับเจ้าไครเซอร์คนนี้!!"


            ขณะนั้นชายวัยกลางคนก็ข้อมูลและใบหน้าของชายหนุ่มขึ้นมา ทั้งประวัติอาชญากรต่างๆก็แสดงผลขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสามคนจ้องมองไปยังจอภาพสามมิติที่กำลังฉายการลงมือของชายหนุ่ม พลังริปเปอร์อย่างการควบคุมอณูเลือดถือเป็นหนึ่งในพลังที่หลายคนพลันมีกัน มันสามารถเปลี่ยนเลือดของตนเองที่อยู่ภายในร่างให้กลายเป็นสสารที่มีสถานะเป็นของแข็งได้ ว่ากันว่าความแข็งของมันทัดเทียมได้กับเหล็กกล้าเลยทีเดียว


            "หืม? เป็นเด็กน้อยนี่เอง หน้าตาใช้ได้อยู่นะเนี่ย"


            เซเรน่าพูดจบก็เลียริมผีปากที่แดงเรื่ออยู่นิดๆ ดวงตาแวววับประกายด้วยความน่าสนใจ นี่สิถึงจะน่ามองหน่อย ถึงนางจะเหยียดคนเผ่าพันธุ์ที่ด้อยกว่าแต่นางก็ชอบสิ่งชีวิตที่มีลักษณะงดงามและหล่อเหลา ไครเซอร์คนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น ดวงตาสีแดงราวกับอัญมณี เส้นผมสีเทาอมขาวที่เข้ากับรูปลักษณะของใบหน้า ทั้งสองสิ่งทำให้ชายหนุ่มดูสะดุดตาเป็นอย่างมาก น่าเสียดายจริงๆที่เป็นอาชญากร ถ้าไม่งั้นตัวของนางคงจะต้องเชิญชวนเข้ามาอยู่หน่วยไล่ล่าแล้ว


            "แล้วอาชญากรที่เหลือละครับท่านผู้บัญชาการสูงสุด"


            ก๊อตได้ยกมือเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับแววตาที่แสดงความเย็นชาอยู่ไม่น้อย อาชญากร เพียงแค่มีคำว่าอาชญากร ห้วงอารมณ์ของเขาก็แปรเปลี่ยนไปในสายตาของชายหนุ่มผมแดงคนนี้อาชญากรทั้งหมดถือว่าเป็นคนชั่วร้ายอย่างยิ่ง เพราะในอดีตเขาเคยเกิดเหตุการณ์ฝังใจที่สร้างความโกรธแค้นให้กับชายหนุ่มอย่างมหาศาล ถ้าไม่ใช่อาชญากรตัวของมันก็คงจะไม่มีพลังหรือตำแหน่งเช่นนี้


            "ฮึ่ม ถ้าไม่ยอมจำนนก็แค่ฆ่าทิ้งเท่านั้น..!!"


            โทมัสพูดกล่าวออกมาในทันที ใบหน้าของเขาดุดันและเต็มไปด้วยความเยียบเย็น อาชญากรถึงยังไงก็เป็นอาชญากร เจ้าพวกนี้ในสายตาของมันหรือคนอื่นๆก็เป็นเพียงแค่คนชั่วร้ายที่ก่อเรื่องไปทั่วทุกหนแห่ง พวกมันเป็นเหมือนกับปรสิตของจักรวาลที่คอยเกาะติดอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่มีพวกมันทุกสิ่งก็คงจะสงบสุขกว่านี้ ประชากรทุกคนก็จะได้ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะถูกฆ่าหรือปล้นชิงสังหาร เพียงแค่กำจัดพวกมันไปให้หมดสิ้น สมาพันธ์แห่งดวงดาวของพวกเขาจะได้เข้าสู่อนาคตใหม่


            "ฮ่าฮ่าฮ่า สวยสิงี้ ด้วยนิสัยของพวกมันแล้ว ผมว่าพวกมันไม่ยอมจำนนหรอก เดียวผมนี่แหละที่จะใช้หมัดแห่งความรักทำให้พวกมันยอมสยบเอง"


            ชายร่างใหญ่กำหมัดของตนเองแน่น ดวงตาเปล่งประกายไปด้วยกลิ่นอายแห่งการต่อสู้ ชายวัยกลางคนเมื่อสัมผัสได้ถึงความบ้าคลั่งนั่นตัวของเขาก็ได้เอ่ยเตือนชายหนุ่มออกมา


            "เจ้าก็เพลาๆในการฆ่าหน่อยละกันเอเดน เจ้าลืมไปแล้วหรอว่าพลังริปเปอร์ของเจ้าเป็นยังไง ถ้าฆ่าไปมากๆเข้าเจ้าจะควบคุมสติของตนเองไม่ได้เอานะ"


            โทมัสพูดจบก็ส่ายหัวออกมาอยู่นิดๆ ดวงตาได้แต่จ้องมองไปยังทั้งสามคน หน่วยไล่ล่าคือหน่วยที่รวมคนบ้ากันทั้งนั่น ก็อตมีลักษณะของความเป็นผู้นำสูง เขาสามารถทำให้ทั้งสองคนนี้เชื่อฟังได้ แต่ในบางครั้งเขาก็ทำเกินเลยไปไกล โดยเฉพาะกับพวกอาชญากรที่เขาไม่เคยไว้ชีวิตเลยซักคนเดียว ต่อให้จะจับได้แล้วแต่เขาก็ลงมือเข่นฆ่าอย่างไร้ความปราณี ส่วนเซเรน่าถึงจะเป็นผู้มีพลังสูงสุดในหน่วยไล่ล่าไทเกอร์ แต่ตัวของนางก็มีนิสัยที่ค่อนข้างจะเอาแต่ใจและชอบดูถูกคนอื่น มีบางครั้งที่ชอบแสดงท่าทีอันประหลาดออกมา


            สำหรับคนสุดท้ายชายหนุ่มร่างกายบึกบึกอย่างเอเดน เจ้านี่เป็นผู้ที่มีสัมมาคารวะต่อผู้ที่มีอายุมากกว่าและที่สำคัญเลย ชายหนุ่มผู้นี้ชื่นชอบการต่อสู้เป็นอย่างยิ่ง คงจะเป็นเพราะพลังที่ได้รับมาตอนการเดินทางผ่านประตูมิติวาปครั้งแรกด้วยละมั้ง พลังริปเปอร์ที่ถูกเรียกกันว่าเบอเซิกเกอร์คุณลักษณะของมันก็คือกระตุ้นร่างกายให้เกินขีดจำกัดที่ตนเองมีขึ้นหลายเท่า เมื่อเขาใช้พลังริปเปอร์อยู่ ทั้งพละกำลัง ความเร็วจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เอเดนจะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดจากการโจมตีต่างๆที่ถาโถมเข้ามา แต่ต้องเป็นการโจมตีที่ร่างกายเขารับไหวนะ แต่ทว่าพลังริปเปอร์นี้กลับมีข้อเสียอย่างใหญ่หลวง เมื่อเขาสังหารใครแล้ว พลังริปเปอร์เบอเซิกเกอร์จะเข้ากลืนกินสติสัมปชัญญะของตนเองไปทีละนิด ยิ่งฆ่ามากเท่าไหร่เขาก็จะยิ่งบ้าคลั่งมากเท่านั้น ไม่สามารถแยกแยะได้แม้แต่มิตรหรือศัตรู เป็นพลังที่แข็งแกร่งและมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน


            อีกด้านนึงภายในห้องฝึกฝนพลังพิเศษ ไครเซอร์ตอนนี้ได้ตัดสินใจว่าจะกลืนกินของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับCก่อน กว่าจะถึงพรุ่งนี้ตัวของมันก็คงจะซึมซับสสารแห่งจักรวาลที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นของเหลวเสร็จสิ้นแล้ว ถึงผลลัพธ์ของมันจะไม่ได้ทำให้เขาพัฒนาขึ้นสู่ระดับที่4 แต่มันก็ย่นระยะเวลาในการฝึกฝนพลังไปได้เยอะเป็นอย่างมาก


            "ไหนดูซิ"


            ชายหนุ่มได้เปิดหน้าต่างของระบบพร้อมกับเช็คแต้มตัวร้ายที่ตนเองมี เมื่อเขาเห็นว่าเต็มตอนนี้มีถึง35,000แต้มก็พยักหน้ารับอย่างพอใจ ไครเซอร์ไม่รีรอที่จะจิ้มไปยังหมวดหมู่ของทรัพยากรและซื้อของเหลวกระตุ้นเซลล์มา


            < ติ๊ง! โฮสต์ได้ซื้อของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับC 1ขวด หัก20,000แต้มตัวร้าย หวังว่าโฮสต์จะพยายามต่อไป >


            ทันทีที่เสียงเตือนของระบบพูดจบ ภายในช่องว่างของคลังเก็บของระบบก็ปรากฏให้เห็นถึงหลอดโปร่งแสงหนึ่งอัน ไครเซอร์เมื่อเห็นสีของมันก็พลันประหลาดใจอยู่นิดๆ ของเหลวนี่แตกต่างไปจากอีกสามระดับก่อนหน้านี้อยู่ไม่น้อย มันดูหนาแน่นและเปล่งประกายยิ่งกว่าที่ผ่านมา


            "อืม ของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับCคราวนี้เป็นสีม่วงอัญมณีหรอ"


    คล้ายกับเรื่องระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน