แม่นมบุญเอิบชะงักเล็กน้อยพยามคิดคำพูดที่จะช่วยให้เมียของคุณภาคย์เบาใจ
“โอ๊ย ไม่เป็นอย่างนั้นหรอกค่ะคุณภาคย์แกแค่บ้างานมากไปหน่อยเท่านั้นเอง คุณหนูเอวิกาอย่าลืมสิคะว่าแม่นมยังมีโสมพันปีอยู่อีกเยอะเลยนะคะ”
“ไม่เอาแล้วค่ะแม่นมเอิบเอวิกาเข็ดแล้ว คราวก่อนพี่ภาคย์จับได้ว่าหนูวางยาปลุกกำหนัดในโสมพันปีให้เขาดื่มเขาโกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟ แม่นมเอิบจำไม่ได้แล้วหรือคะ”
เสียงสนทนาเหล่านั้นเล็ดลอดออกไปนอกห้องโดยที่เอวิกาไม่รู้ตัวเลยว่า
นายอ่ำคนขับรถประจำบ้านกำลังเดินผ่านมาพอดี เขาหยุดชะงักอยู่หน้าห้องนอนของเอวิกาแอบเงี่ยหูฟังบทสนทนาของเธอกับแม่นมเอิบอยู่
.
นายอ่ำเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ผิวคล้ำแดด มันทำงานให้ตระกูลนาวาคีรีนุกูลมานานหลายปีและแอบหมายปองเอวิกามาตั้งแต่เธอแต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้คนใหม่ของคฤหาสน์หลังนี้แล้ว
‘หึหึ คุณนายเอวิกาคงเหงาสินะผัวไม่เหลียวแล งานนี้คงเป็นโอกาสของกูแล้ว’
นายอ่ำคิดในใจอย่างชั่วร้ายแววตาของเขาเป็นประกายด้วยความหื่นกระหาย ก่อนจะรีบเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทิ้งให้เอวิกายังคงจมอยู่กับความทุกข์ใจโดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังตกเป็นเป้าหมายของคนใกล้ตัว
นายอ่ำคนขับรถส่วนตัวกำลังวางแผนร้ายอยู่ในใจว่าจะต้องหาทางเผด็จศึกเอวิกาให้จงได้
หลายวันผ่านไปเอวิกายังคงใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับการเลี้ยงลูกชายส่วนใหญ่แล้วเธอมีหน้าที่เพียงให้เจ้าตัวเล็กดื่มน้ำนมจากอกเท่านั้น
เธอไม่ได้เหนื่อยกายแต่อย่างไรเพราะมีพี่เลี้ยงเด็กสองคนคอยประกบช่วยเลี้ยงตาหนูอยู่ตลอดทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน
แต่เธอกลับเหนื่อยใจกับการรอคอยภาคย์ที่กลับบ้านดึกดื่นหรือไม่ก็ไม่กลับบ้านเลยเธอรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากขึ้นทุกวัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง หนูนาเพื่อนสนิทที่สุดของเอวิกาโทรศัพท์มาคุยถามสารทุกข์สุขดิบ
เอวิกาจึงขอนัดหนูนาเพื่อนสนิทของเธอให้ออกมาทานข้าวด้วยกันหวังจะปรับทุกข์ให้หล่อนฟัง เผื่อจะช่วยกันคิดหาวิธีทางออกให้กับเธอได้บ้าง
“หนูนา แกออกมาหาฉันหน่อยสิฉันอยากระบายอะไรให้ฟังเต็มแก่แล้ว”
เอวิกาพูดกับเพื่อนเสียงอ่อย ๆ
“ได้เลยแกฉันก็คิดถึงอยากเจอหน้าแกจะแย่ เดี๋ยวเจอกันนะ”
เพื่อนตอบรับอย่างรวดเร็ว
เย็นวันนั้น เอวิกาให้แม่นมบุญเอิบและพี่เลี้ยงเด็กอีกสองคนช่วยดูแลน้องภูมิลูกชายตัวอ้วนกลมที่กำลังน่ารักน่าชัง
แล้วเธอก็แต่งตัวออกจากบ้านเพื่อไปพบเพื่อนเธอเลือกชุดเดรสสายเดี่ยวคว้านลึกแฝงความเซ็กซี่ โชว์เนินอกอวบอิ่มตามประสาแม่ลูกอ่อนเผื่อว่าเพื่อนอาจจะพาไปที่ไหนที่ไม่ใช่แค่ร้านอาหารธรรมดา
นายอ่ำ คนขับรถประจำบ้านทำหน้าที่ขับรถพาเอวิกาไปตามคำสั่ง
ตลอดทางนายอ่ำลอบมองเอวิกาผ่านกระจกมองหลังอยู่เป็นระยะดวงตาของเขาฉายแววลุ่มหลงและหื่นกระหาย
เมื่อไปถึงร้านอาหารกึ่งผับเอวิกากับเพื่อนสาวก็นั่งคุยปรับทุกข์กันอย่างออกรสเอวิการะบายเรื่องราวความทุกข์ใจในชีวิตแต่งงานให้เพื่อนสนิทฟังอย่างละเอียด
เธอเล่าว่าภาคย์เย็นชาแค่ไหนไม่เคยเหลียวแลเธอเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่คลอดลูก กระทั่งไม่ยอมแตะเนื้อต้องตัวกัน
“แกคิดดูสิ ฉันเป็นเมียนะเว้ยแต่ต้องมานั่งเหงาหงอยอยู่คนเดียวแบบนี้ บางทีฉันก็อยากมีคนกอด มีคนมาเติมเต็มบ้างไม่ใช่ทำได้แค่นั่งมองหน้าสามีที่ไม่เคยคิดจะรัก”
เอวิกาพูดไปร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร
หนูหนาพยายามปลอบใจเอวิกาแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากนักเพราะตัวหนูนาเองก็ไม่เคยเจอประสบการณ์ชีวิตแต่งงานที่เย็นชาแบบนี้มาก่อน
พวกเธอสั่งไวน์มาจิบกันหลายแก้วเพื่อช่วยคลายความทุกข์ระทมให้กับเอวิกา