เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 83 สมใจปรารถนาของทิเบตันมาสทิฟ

    หลังจากนั้นสวี่มั่วก็หยิบ 'อุปกรณ์จำลองเสียงและภาพ' ออกมาศึกษาต่อ

            ไอเทมชิ้นนี้เหมือนกับ 'ปลอกคอคุ้มกัน'ตรงที่สามารถเลือกได้ว่าจะให้อยู่ในรูปแบบไอเทมที่จับต้องได้หรืออยู่ในรูปแบบ 'แฝงตัว'

            แน่นอนว่า สวี่มั่วย่อมเลือกให้มันอยู่ในสภาพแฝงตัวและแนบไว้กับปลอกคอที่คอของเขา

            จากนั้นเขาก็ลองใช้พลังจิตควบคุมดูแล้วก็พบว่าเขาสามารถสั่งให้มันเปล่งเสียงใดๆ ก็ได้ และสามารถสร้างภาพจำลองใดๆก็ได้ภายในระยะ 100 เมตร!

            แม้จะเป็นแค่ภาพและเสียง ไม่สามารถใช้โจมตีได้แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือไอเทมที่โคตรจะโกง!

            มันสามารถจำลองเสียงได้ทุกชนิด แน่นอนว่ารวมถึงเสียงของมนุษย์ด้วย!พูดให้ชัดคือ สวี่มั่วสามารถใช้สิ่งนี้ 'พูด' ได้แล้ว!

            นอกจากนี้ ฟังก์ชันสร้างภาพยังสามารถปรับระดับความสมจริงได้ตามต้องการตั้งแต่ภาพโปร่งใสที่ดูออกว่าเป็นของปลอมไปจนถึงภาพสมจริงระดับที่สามารถหลอกตาได้เลยทีเดียว!

            เพียงแต่ว่า ในการใช้ไอเทมนี้จะกินพลังจิตของเขายิ่งจำลองภาพให้สมจริงมากเท่าไร พลังจิตที่ต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

     

    เมื่อภารกิจสำเร็จได้แต้มมามหาศาล แถมพลังยังเพิ่มขึ้นอีกครั้ง สวี่มั่วก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

            ระหว่างวิ่งกลับเข้าเมืองก็เล่นกับ 'อุปกรณ์จำลองเสียงและภาพ'ไปด้วย

            เขาถึงขั้นสร้างภาพจำลองของร่างมนุษย์ก่อนจะมาเกิดใหม่รูปลักษณ์เป็นเด็กหนุ่มแต่งชุดลำลองสีเรียบๆ ท่าทางดูขี้เกียจนิดๆวิ่งไปข้างเขาพร้อมกัน และยังจำลองเสียงพูดของตนเองเมื่อก่อนอีกด้วย

            จากสายตาคนนอก มันเหมือนกับมีมนุษย์คนหนึ่งวิ่งข้างๆสุนัขตัวหนึ่งอยู่จริงๆ

            "ไอ้เจ้าเง็กเซียนเฒ่าบัดซบ!ทำไมถึงต้องทำให้ตูกลายเป็นหมาด้วย!!"

            "สักวันหนึ่ง!ตูจะต้องกลับไปเป็นมนุษย์ให้ได้!!"

            "ฉันจะกลายเป็นผู้ชายที่แกร่งที่สุดในโลก!!"

            "ชื่อของฉันคือสวี่มั่ว!!"

            “...”

            ในยามค่ำคืน กลางทุ่งกว้าง เมื่อมองจากที่ไกลๆจะเห็นเงาของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเคียงข้างสุนัขพลางตะโกนโวยวายเสียงดังลั่นเหมือนคนบ้า...

     

    เขตตอนเหนือของเมืองบนลานหญ้าข้างอาคารที่ก่อสร้างค้างไว้

            ฝูงหมาจรจัดจำนวนมากกำลังรวมตัวกันอยู่ที่นี่ต่างพากันจ้องมองไปยังที่ห่างออกไปด้วยแววตาคาดหวัง เหมือนกำลังรอใครบางคนกลับมา

            บนหลังคารถพังๆ คันหนึ่งกลางฝูงหมา มีทิเบตันมาสทิฟตัวหนึ่งนอนอยู่มันเงยหน้ามองไปข้างหน้าเป็นระยะ

            "เฮ้อ...ทำไมลูกพี่ถึงยังไม่กลับมาสักทีนะ..."

            ทิเบตันมาสทิฟเลียอุ้งเท้าตัวเองไปพลางนึกถึงรสชาติของอาหารสุนัขแสนอร่อยด้วยความคิดถึง พลางบ่นงึมงำ

            ทันใดนั้น ฝูงหมาก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาขึ้นมานิดหน่อย

            ใบหูของทิเบตันมาสทิฟกระตุก มันรีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างตื่นเต้นก็เห็นเงาร่างคุ้นตาปรากฏอยู่ตรงขอบสนามหญ้า กำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ!

            "ลูกพี่!!"

            ทิเบตันมาสทิฟร้องด้วยความดีใจ ก่อนจะกระโจนลงมาจากหลังคารถแล้ววิ่งพรวดพลาดเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยท่าทางร่าเริง

            ฝูงหมาก็พากันหลีกทางให้อย่างเป็นระเบียบ

            สวี่มั่วพยักหน้าให้ทิเบตันมาสทิฟที่วิ่งเข้ามาหาแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนหลังคารถพังๆ คันนั้น กวาดตามองฝูงหมาทั้งหมดก่อนจะพูดว่า "คืนนี้ทุกตัวลำบากกันหน่อยนะ นี่คือรางวัลที่สัญญาไว้"

            พูดจบ เขาก็นึกในใจเบาๆก่อนหยิบอาหารสุนัขเกรดพรีเมียมจากคลังไอเทมออกมาสามถุง ฉีกถุงออกทีละถุงแล้วโปรยลงไปบนพื้นหญ้าตรงกลางฝูงหมา

            "อย่าทะเลาะกันล่ะ" เขาเอ่ยแค่สั้นๆจากนั้นก็ยืนดูฝูงหมาที่กำลังวิ่งกรูกันมาแย่งกินอาหารด้วยความตื่นเต้น

            ทิเบตันมาสทิฟตาเป็นประกาย กำลังจะพุ่งเข้าไปร่วมวงด้วยแต่กลับถูกสวี่มั่วเรียกไว้ก่อน

            "นายชื่อต้าเว่ยใช่มั้ย? มานี่สิ!"

            "โอ้?" ทิเบตันมาสทิฟเงยหน้ามองเขาแล้วหันกลับไปมองอาหารที่พื้นอย่างลังเลก่อนพูดว่า "ลูกพี่?"

            สวี่มั่วมองมันตาขวาง "บอกให้มาก็มา! จะพูดมากทำไม!"

            "อ้อ... ได้ครับ..."ทิเบตันมาสทิฟมองอาหารที่เริ่มจะถูกแย่งไปจนเหลือน้อยลงด้วยความเสียดายแต่ก็รีบวิ่งเข้าไปหาสวี่มั่ว แล้วเงยหน้าขึ้นถามอย่างสงสัย

            "ลูกพี่มีอะไรเหรอ"

            สวี่มั่วหยิบอาหารสุนัขเกรดพรีเมียมออกมาอีกถุงแต่คราวนี้ไม่ฉีกถุงเหมือนก่อนหน้านี้เขาโยนทั้งถุงลงไปตรงหน้าทิเบตันมาสทิฟแล้วพูดว่า "อันนี้ให้นายเป็นรางวัล"

            ทิเบตันมาสทิฟเบิกตากว้างมองถุงอาหารตรงหน้าด้วยแววตาตะลึงอยู่สองวินาที ก่อนจะกระโดดตัวลอยอย่างตื่นเต้น

            "ฮ่าๆ! ขอบคุณลูกพี่!!"

            พูดจบมันก็จัดการฉีกถุงด้วยฟันอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาอิจฉาของหมาจรตัวอื่นๆแล้วแทบจะมุดหัวเข้าไปในถุง กินอย่างเอร็ดอร่อย

            ไม่นาน อาหารที่โปรยลงบนพื้นก็ถูกฝูงหมากวาดเรียบจนหมดทุกตัวดูอิ่มหนำสำราญ พากันมองสวี่มั่วด้วยแววตาเคารพและเลื่อมใส

            สวี่มั่วพูดขึ้นว่า "กินเสร็จก็แยกย้ายได้แล้ว!มาจากไหนก็กลับไปที่นั่น!"

            ฝูงหมาจรพากันทำหน้าเสียดาย จำใจต้องเดินจากไปอย่างอ้อยอิ่งเดินสองก้าวหันกลับมามองที

            ไม่นาน ลานหญ้าก็กลับมาเงียบสงบเหลือเพียงสวี่มั่วที่ยืนอยู่บนหลังคารถกับทิเบตันมาสทิฟที่ยังกินอาหารอยู่ข้างๆ

            สวี่มั่วก้มลงมองแล้วถามว่า "กินเสร็จหรือยัง"

            "หือ?" ทิเบตันมาสทิฟเงยหน้าขึ้นมาเม็ดอาหารเม็ดหนึ่งยังติดอยู่บนจมูก มันแลบลิ้นเลียเข้าไปในปากแล้วก้มลงไปงับอาหารที่เหลือในถุงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นตอบว่า"กิน... กินเสร็จแล้ว..."

            สวี่มั่วกระโดดลงจากรถ แล้วเดินออกไปยังถนน"ถ้ากินเสร็จก็ไปกันได้แล้ว"

            ทิเบตันมาสทิฟถามอย่างงุนงงว่า "ไป...? ไปไหนเหรอ"

            "ถามได้ ก็ต้องกลับบ้านสิ!"สวี่มั่วหันกลับมามองตาขวาง "จะไปหรือไม่ไป"

            ทิเบตันมาสทิฟนิ่งไปสองวินาที ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างดีใจแล้วร้องว่า"ลูกพี่! หมายความว่าผมกลับบ้านกับลูกพี่ได้ใช่มั้ย!"

            สวี่มั่วพูดเสียงเรียบ "แล้วไง? ไม่อยากไป? งั้นไม่ต้องก็ได้"

            "ไม่ๆ!! ไป! ผมอยากไป!!"ทิเบตันมาสทิฟรีบวิ่งตามไปอย่างตื่นเต้น "แน่นอนว่าอยากไปอยู่แล้ว!ผมอยากติดตามลูกพี่ตั้งนานแล้ว!!"

            สวี่มั่วกลอกตาใส่ "ฉันไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียติดตามบ้าอะไรล่ะ! แล้วอีกอย่าง ฉันแค่บอกว่าให้นายตามกลับไปเฉยๆเรื่องอย่างจ้าวลี่อิ่งที่บ้านฉันจะรับเลี้ยงนายไหม ฉันไม่รู้หรอกนะถ้าเธอไม่อยากรับเลี้ยง นายก็ต้องกลับไปเป็นหมาจรเหมือนเดิมนั่นแหละ"

            "หา? อ้อ..."ทิเบตันมาสทิฟฟังแล้วก็หงอยลงเล็กน้อย แต่ก็พูดขึ้นมาว่า "ไม่เป็นไร!ถึงเจ้าของของลูกพี่จะไม่อยากรับเลี้ยงผม ผมก็จะอยู่แถวๆ หมู่บ้านนั้นแหละ!ถ้าลูกพี่มีอะไรก็แค่เรียก ผมจะไปหาทันที!"

            "แต่เจ้าของเก่านายก็อยู่แถวนั้นเหมือนกันนะเขายังอยากจับนายไปทำหม้อไฟอยู่เลย นายไม่กลัวเขาเห็นหรือไง"

            "เอ่อ... งั้นก็... ผมจะคอยหลบๆเอาแล้วกัน..."

            "..."

     

    สุนัขสองตัวเดินเรียงกันไปตามถนนไม่นานก็หายลับไปที่ปลายทาง

            ก่อนหน้านี้ที่ตีนเขาชานเมืองฝั่งตะวันตกทิเบตันมาสทิฟเคยเอาตัวเข้าขวางกระสุนช่วยสวี่มั่วทำให้สวี่มั่วเปลี่ยนความคิดที่เคยดูแคลนแล้วสุดท้ายก็ใจอ่อนยอมรับมันเป็นลูกน้องจำเป็นไปชั่วคราว

            ส่วนว่าจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันจริงๆ หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าโชคของทิเบตันมาสทิฟจะดีพอให้จ้าวลี่อิ่งยอมรับหรือเปล่า...


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน