Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    บทที่ 131 ฝึกฝนญาณแห่งดนตรี

                  ภายในห้องโถงกลางของตำหนักที่หกได้ปรากฏลูกไฟกองใหญ่สีเขียวมรกตงดงามที่ใจกลางของเปลวไฟนั้นก็ได้ปรากฏเงาร่างของใครบางคนขึ้น คนผู้นั้นก็คือถังเฟยหู่ซึ่งกำลังฝึกฝนร่างกายภายใต้การชี้นำของผู้เป็นอาจารย์

                  หยางเฟยเทียนได้ยืนเฝ้ามองเปลวไฟนั้นด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตอนนั้นเองที่เบื้องหลังของชายชราได้ปรากฏร่างของบุรุษอีกผู้หนึ่งขึ้น คนผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบผู้คุมกฏของสำนักเขาก็คือหยางปินผู้เป็นน้องชายของเจ้าตำหนักหยางนั่นเองชายชราทั้งสองต่างเฝ้ามองการฝึกตนของถังเฟยหู่อย่างใกล้ชิด

                  “เจ้าคิดว่าเขาพร้อมหรือไม่?” หยางปินกล่าวถามขึ้นมา

                  หยางเฟยเทียนพยักหน้าก่อนจะกล่าว“ข้าคิดว่าเขาพร้อมแล้ว อีกทั้งข้ามั่นใจเป็นอย่างมากว่าเขาจะสามารถกอบกู้ชื่อเสียงของสำนักเราในการประลองครั้งนี้ได้!” เมื่อหยางปินได้ยินเช่นนั้นถึงกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเข้าใจในตัวพี่ชายคนนี้ไม่สิ แม้แต่ตัวเขาเองก็เข้าใจความคาดหวังนี้เช่นกัน

                  พวกเขาทั้งสองต่างก็เติบโตขึ้นมาในสำนักเสียงสวรรค์แห่งนี้การที่ชื่อเสียงหรือตำแหน่งของสำนักในแวดวงสำนักศาสตร์ดนตรีตกต่ำลงในทุกปีนั้นทำให้พวกเขาเจ็บปวดเป็นอย่างมากนั่นจึงทำให้พวกเขาได้ฝากความหวังเอาไว้ที่ตัวแทนของสำนักในปีนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหยางเฟยเทียน

                  หยางเฟยเทียนผู้เป็นอาจารย์นั้นได้ถ่ายทอดวิชาต่างๆให้แก่ถังเฟยหู่เพื่อต้องการสนับสนุนให้เขาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสำนักแม้แต่พื้นฐานวิชาดวงตาประจำตระกูลหยางก็ยังถ่ายทอดให้ชายหนุ่มได้นำไปต่อยอด รวมถึงแม้แต่วิชาที่ถังเฟยหู่กำลังฝึกอยู่ในขณะนี้ก็ด้วยซึ่งวิชานี้เป็นวิชาที่หยางเฟยเทียนคิดค้นขึ้นมาเองโดยเฉพาะเพื่อใช้เปลวเพลิงสายเลือดในการบ่มเพาะกายอีกทั้งยังช่วยขัดเกลาให้วิชาดวงตาเพลิงของตระกูลสามารถกักเก็บพลังเพลิงและความเข้มข้นที่มากขึ้น

                  แต่ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านั้นยังคงเป็นเพียงทฤษฎีพลังยุทธ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาก็เท่านั้นแต่ถังเฟยหู่เป็นเพียงคนเดียวที่หยางเฟยเทียนมองเห็นในตอนนี้ว่าจะสามารถนำทฤษฎีนี้มาใช้ปฏิบัติจริงได้เนื่องจากเพลิงสายเลือดสกุลหยางเป็นธาตุเพลิงร้อนแรงที่แข็งกร้าวซึ่งต่างจากเพลิงพิษของสกุลถัง

                  ซึ่งหากนำธาตุเพลิงร้อนแรงมาฝึกกายก็ส่งผลต่ออวัยวะภายในทำให้สามารถได้รับบาดเจ็บได้ในการฝึกเปรียบเสมือนเปลี่ยนร่างกายให้เป็นเตาหลอมยาภายในจะควบแน่นและอบอวลไปด้วยมวลพลังธาตุเพลิงที่ถูกขัดเกลาจนเข้มข้นหลังจากนั้นจึงค่อยส่งต่อพลังเพลิงเหล่านั้นหมุนเวียนถ่ายพลังจากเส้นลมปราณรอบร่างกายก่อนจะนำไปไหลเวียนผ่านเส้นเลือดภายในดวงตาเพื่อฝึกฝนดวงตา

                  ใช้เพลิงเพื่อหล่อหลอมร่างกาย ใช้เพลังเพื่อฝึกฝนดวงตาและเนื่องจากเป็นการฝึกที่ใกล้ชิดต่อพลังเพลิงก็ทำให้ร่างกายนั้นมีความเข้ากันได้กับพลังเพลิงมากขึ้นแต่เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษของเพลิงพิษจึงทำให้ถังเฟยหู่ที่ฝึกด้วยเคล็ดพิเศษเช่นนี้ได้รับผลประโยชน์นอกเหนือจากฝึกด้วยเพลิงคือการผสานคุณสมบัติของพิษลงไปด้วย

                  ยิ่งเพลิงพิษโหมมากเท่าไหรพลังภายในร่างกายของถังเฟยหู่ยิ่งปะทุมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อพลังไหลเวียนผ่านเส้นชีพจรเกินสามสิบหากรอบไปแล้วยิ่งปะทุพลังเพลิงมากขึ้นกว่าเดิมอีกสองเท่าเนื่องจากเส้นชีพจรทั้งหนึ่งร้อยแปดของเขาต่างเต็มไปด้วยการกักเก็บพิษเป็นชีพจรพิษโดยสมบูรณ์เนื่องจากวิชาของสกุลถังที่เขาฝึก

                  ราวกับพิษเหล่านั้นเป็นเชื้อไฟอย่างดีที่ทำให้เพลิงฝึกกายปะทุมากยิ่งขึ้นผิวหนังของเขากลายเป็นสีแดงราวกับเนื้อจะสุก พลังเพลิงยิ่งปะทุมากขึ้นพร้อมพลังสุดร้อนแรงภายในร่างกายของเขาในตอนนั้นเองที่เขาได้เริ่มชักนำพลังเหล่านั้นไหลเวียนเข้าสู่ดวงตาบ้างแล้วเพื่อทำการฝึกดวงตาทั้งสองข้างมีหลายครั้งที่พลังคล้ายจะไม่สามารถควบคุมได้ ทางด้านพี่น้องสกุลหยางทั้งสองก็จะรีบเข้าช่วยเหลือ

                  หยางเฟยเทียนได้นั่งสมาธิอยู่เบื้องซ้ายส่วนทางด้านขวานั้นก็คือหยางปิน ทั้งต่างรู้สึกชื่นชมในตัวถังเฟยหู่ที่สามารถควบคุมเพลิงพิษได้จนถึงจุดนี้แต่หากปล่อยให้เขาทำเองต่อไปโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือก็เกรงว่าอาจได้รับอันตรายเช่นกันพวกเขาทั้งสองคนจึงต้องการช่วยเหลือไปอีกทาง

                  ทั้งสองต่างเปิดดวงเนตรสีทองทั้งสองข้างพร้อมทั้งส่งเส้นสายเปลวเพลิงเล็กละเอียดสองสายเข้าผสานกับเพลิงพิษของถังเฟยหู่ตรงหน้าเพื่อหมายจะช่วยในการควบคุมเพลิงตรงหน้าให้ดูยิ่งขึ้น

                  เส้นสายเพลิงมังกรสวรรค์ของทั้งสองราวกับเป็นเส้นเลือดที่เข้าครอบคลุมก้อนเพลิงสีเขียวขนาดใหญ่เพลิงพิษเริ่มลดความรุนแรงลงเรื่อยๆจนอยู่ในจุดที่สามารถจะควบคุมได้สีหน้าของถังเฟยหู่เองก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับการฝึกยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับสองพี่น้องสกุลหยางที่ควบคุมอย่างใกล้ชิด

                  หลังจากผ่านไปหลายชั่วยามในตอนนั้นเองที่ภายในตันเถียนของถังเฟยหู่เกิดการเคลื่อนไหวขึ้นพลังปราณภายในทั้งหมดดูจะควบแน่นและบริสุทธิ์มากขึ้นพลังปราณของเขาได้ทะลวงขึ้นสู่ชั้นก่อเกิดขั้นสองระดับต่ำ

                  เนื่องจากการฝึกกายส่งผลต่อพลังโดยรวมอีกทั้งการหล่อหลอมร่างกายด้วยเพลิงจากภายนอกสู่ภายในทำให้พลังของเขาเกิดการควบแน่นขึ้นมากกว่าเดิมทำให้ส่งผลต่อจุดกำเนิดปราณและทะลวงเข้าสู่ระดับชั้นใหม่

                  ถังเฟยหู่นั่งโคจรปรับลมปราณอีกสักพักหนึ่งก่อนที่เขาจะหยุดโดจรลมปราณลงพร้อมกับค่อยๆลดเส้นสายเปลวเพลิงเก็บเปลวเพลิงเหล่านั้นเข้าสู่ดวงตาเขาได้ลืมตาขึ้นได้เห็นอาจารย์และอาจารย์ลุงนั่งอยู่ด้านข้างเมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าท่านทั้งสองต่างช่วยเหลือการฝึกของเขาอย่างใกล้ชิดเขารู้สึกขอบคุณพวกท่านทั้งสองจากหัวใจของตน เขาได้กล่าวขอบคุณออกไปในทันที

                  “ไม่เป็นไรหรอกศิษย์ข้า”หยางเฟยเทียนตอบกลับพร้อมเผยสีหน้าที่รู้สึกภูมิใจในตัวของศิษย์คนนี้ยิ่งนักทางด้านหยางปินก็พยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับเดินเข้ามาพูดคุยด้วยเช่นกัน

                  หยางปินได้แตะบ่าของถังเฟยหู่พร้อมกับพูดขึ้น“เจ้าเก่งมากศิษย์หลาน ความก้าวหน้าของเจ้าเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาข้าแล้ว ไม่คิดว่าพื้นฐานวิชาเนตรสวรรค์ผลาญภพของตระกูลหยางจะสามารถนำมาฝึกด้วยสายเลือดนอกตระกูลเช่นนี้ได้เหมือนกันพี่ของข้ากับเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจยิ่งนักหวังว่าเจ้าจะสามารถช่วงชิงตำแหน่งที่ดีให้แก่สำนักของเราในรุ่นนี้ได้”

                  หลังจากกล่าวเสร็จหยางปินก็ได้เรียกอาวุธจิตวิญญาณรูปร่างทวนของตนเองออกมาจากนั้นได้กล่าวออกไป“คิดว่าวิชาเพลงทวนสำเนียงสวรรค์ที่ข้าเคยถ่ายทอดให้แก่เจ้าในตอนนั้นคงจะฝึกได้ชำนาญแล้วสินะในด้านเคล็ดวิชาอื่นๆคิดว่าให้พี่ของข้าเป็นผู้ถ่ายทอดคงจะเหมาะสมกว่าข้าคงจะช่วยเจ้าได้ก็เพียงแต่การชี้แนะเพลงทวนเพิ่มเติมให้แก่เจ้าเพื่อให้ชำนาญ”

                  ถังเฟยหู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบตอบรับกลับไปในทันที“ขอบคุณอาจารย์ลุงที่ชี้แนะ ศิษย์หลานจะพยายามเรียนรู้จากท่านให้ได้มากที่สุด” ถังเฟยหู่ได้เรียกอสรพิษมรกตออกมาพร้อมกับเปลี่ยนมันให้กลายเป็นทวนกระดูกมังกรสายฟ้าในตอนนี้นับว่าชายหนุ่มมีความก้าวหน้าขึ้นมากนักในด้านพลังกายภายนอก

                  ก่อนหน้านี้ทวนเล่มนี้นั้นเขาไม่สามารถถือมันได้ด้วยกำลังของตนเองเพียงอย่างเดียวเนื่องจากคุณสมบัติของวัตถุดิบที่นำมาสร้างทวนนั้นมีน้ำหนักเป็นอย่างมากจึงต้องใช้เคล็ดวิชากายหยาบมารเพิ่มพละกำลังของแขนเพื่อให้สามารถยกทวนเล่มนี้ใช้ออกได้ในภายหลังเขาได้พยายามลดอัตราส่วนการใช้พลังจากเคล็ดวิชาลงเพื่อฝึกฝนพละกำลังของตนจนสามารถที่จะถือมันเอาไว้ด้วยพลังกายของตนเก้าส่วนและใช้เคล็ดวิชาหนุ่นเสริมเพิ่มอีกหนึ่งส่วน ซึ่งนับว่าจริงๆแล้วหากฝืนหน่อยเขาก็สามารถหยิบใช้ทวนเล่มนี้ออกได้ด้วยพละกำลังร่างกายของตนเองเพียงอย่างเดียวแล้ว

                  ในตอนนั้นเองที่หยางปินได้เตะเข้าที่ปลายทวนที่อยู่ตรงพื้นหมุนควงทวนอย่างรวดเร็วภายในอากาศก่อนจะหยุดมันพร้อมตั้งท่าจะโจมตี ดวงตาของหยางปินได้เปล่งแสงเรืองรองออกมาเพื่อใช้วิชาเนตรสำรวจร่างของถังเฟยหู่“นับว่าเจ้ามีพัฒนาการที่รวดเร็วเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับศิษย์ที่เข้าสำนักมาไล่เลี่ยกันเจ้าสามารถบรรลุซึ่งสำนึกแห่งทวนและญาณแห่งดนตรีแล้วคิดว่าเจ้าคงจะเคยผสานญาณดนตรีเข้ากับบทเพลงบ้างแล้วแต่หากจะนำมาผสานกับแนวทางศาสตราวุธดนตรีที่เราใช้ก็จำจะต้องเฉียบคมและแม่นยำมากกว่าแนวทางปกตินักเตรียมรับมือ!”

                  หยางปินได้แทงทวนในมือออกไปอย่างรวดเร็ว สายลมโดยรอบม้วนเข้าสู่ภายในช่องอากาศภายในทวนเล่มนั้นจนเกิดเสียงหวีดหวิวขึ้นเพียงแค่หยางปินบิดข้อมือและขยับทวนไปเล็กน้อยก็ทำให้เสียงที่เปล่งออกมาได้เปลี่ยนไปถังเฟยหู่เมื่อเห็นดังนั้นก็เร่งถอยร่างออกมาเพื่อให้หลบพ้นรัศมีการโจมตีของอาจารย์ลุง

                  แต่ทวนของหยางปินได้ตามติดไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวที่แปลกพิสดารการเคลื่อนไหวทวนของหยางปินทำให้เกิดเสียงที่แตกต่างกันอย่างต่อเนื่องจนเกิดทวงทำนองบทหนึ่งขึ้นเป็นท่วงทำนองรวดเร็วเร่งร้อน กระบวนท่าทวนของหนางปินคล้อยตามท่วงทำนองของบทเพลงเพลิงเฟิงหวง!

                  ในสายตาของถังเฟยหู่ราวกับเห็นภายมายาของเปลวเพลิงอยู่บนปลายทวนของอาจารย์ลุงแม้ทวนยังไม่ถึงแต่ราวกับรู้สึกแสบร้อนที่ผิวกายของตน แต่จากความรู้สึกแสบร้อนเหล่านั้นแล้วในพริบตากลับกลายเป็นความเจ็บปวดขึ้นมา เป็นวินาทีเดียวกับที่ทวนของหยางปินแทงเข้ามาอย่างที่ถังเฟยหู่ยังไม่อาจป้องกันได้

                  ชายหนุ่มเร่งยกทวนในมือขึ้นมาขว้างไว้ใช้ด้ามทวนป้องกันทวนของอาจารย์ลุงที่แทงเข้ามา ร่างของเขาถูกผลักให้ลอยออกไปไกลก่อนจะหยุดลงร่างกายของเขารู้สึกเจ็บปวดเพราะการโจมตีของหยางปินความรู้สึกเจ็บปวดจากเปลวเพลิงมายาเมื่อครู่เขายังสามารถจดจำได้เป็นอย่างดีหยางปินค่อยๆเดิมเข้ามาหาถังเฟยหู่พร้อมช่วยพยุงให้ศิษย์หลานผู้นี้ยืนขึ้น

                  หยางปินได้กล่าวต่อไป“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้างกับการโจมตีเมื่อครู่?”

                  ถังเฟยหู่ครุ่นคิดสักครู่ก่อนตอบออกไป“อาจารย์ลุง ศิษย์ผู้หลานคิดว่าท่านน่าจะใช้ญาณดรตรีผสานเข้ากับญาณแห่งไฟเพื่อทำให้การโจมตีเมื่อครู่ข้าแทบจะสามารถสัมผัสได้ถึงเปลวเพลงจากบทเพลงของท่านเมื่อครู่”

                  หยางปินยิ้มรับกับคำตอบของศิษย์หลานตรงหน้า“ถูกต้อง! มาเถอะข้าจะสอนเจ้าเพิ่มเติมแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการช่วงชิงจังหวะที่สำคัญเพื่อใช้มันออกมา ใช้ญาณของเจ้าเพิ่มเสริมการโจมตีจงเลือกใช้มันออกมาตามความเหมาะสมเท่าที่ตรวจสอบเจ้าเคยบรรลุญาณมาหลายประเภทนับว่าเหมาะสมกับแนวทางการผสานญาณของศาสตร์แห่งดนตรีของเรามากหากอยากโจมตีให้มีประสิทธิภาพในงานชุมนุมเทพดนตรีในครั้งนี้จงเลือกที่จะโจมตีด้วยญาณแห่งดนตรีนับว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด”

                  หยางปินได้หมุนควงทวนไปโดยรอบก่อนที่จะตั้งท่าจู่โจมอีกครั้งหนึ่งเขาได้กล่าวออกไปแก่ศิษย์หลานตรงหน้า “ครานี้เจ้าลองเป็นฝ่ายจู่โจมดูบ้างลองใช้ญาณแห่งดนตรีผสานเข้ากับเพลงทวนของเจ้าได้ยินมาจากพี่ชายของข้าว่าเจ้าน่าจะชำนาญในญาณแห่งสมุทรลองใช้มันผสานเข้ากับท่วงทำนองทะเลคลั่งของเจ้าแปรเปลี่ยนพวกมันเป็นกระบวนท่าออกมา หากติดขัดส่วนใดข้าจะชี้แนะเจ้าเอง”

                  ถังเฟยหู่ประสานมือคาราวะขอบคุณ“ขอบคุณอาจารย์ลุงที่สั่งสอนเช่นนั้นศิษย์หลานจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน”ชายหนุ่มได้โคจรลมปราณพร้อมกับแทงทวนในมือออกไปทางเบื้องหน้า ท่าแทงทวนของเขาใช้ออกอย่างรวดเร็วราวกับน้ำหนักอันมหาศาลของทวนกระดูกมังกรสายฟ้าไม่มีผลต่อเขาแม้แต่น้อย

                  เสียงกระแทกของทวนทั้งสองเล่มดังสนั่นทุกครั้งที่เกิดแรงปะทะต่อกันแต่นั่นฟังไปดูไม่คล้ายอาวุธสองชนิดปะทะกันเท่าไหรเนื่องจากน้ำหนักของทวนกระดูกมังกรสายฟ้าจึงทำให้ราวกับมันเป็นแท่งเหล็กหนาทึบอันหนึ่งถูกฟาดปะทะเข้ากับทวนอีกเล่มหนึ่งเสียมากกว่าเสียงกระแทกที่ได้ยินจึงเต็มไปด้วยเสียงทึบราวกับของที่มีมวลมหาศาลกระแทกกันหากเปลี่ยนจากหยางปินเป็นคนผู้อื่นที่มีวรยุทธ์ใกล้เคียงกับถังเฟยหู่ก็อาจจะรู้สึกชาไปแทบทั้งแขนเพราะแรงกระแทกที่เข้าปะทะมา

                  เสียงเล็กแหลมดังลอดออกมาจากช่องภายในทวนกระดูกมังกรสายฟ้าเสียงกรีดร้องของมังกรสอดประสานเข้าหากันจนกลายเป็นบทเพลงหนึ่งขึ้น ในอากาศราวกับบังเกิดกลิ่นอายของทะเลขึ้นนี่คือบทเพลงทะเลคลั่งญาณแห่งดนตรีได้ชักนำญาณแห่งสมุทรในร่างกายของเขาผสานเข้าสู่บทเพลง

                  ในสายตาของหยางปินราวกับมองเห็นภาพตำหนักโดยรอบเต็มไปด้วยท้องน้ำที่เต็มไปด้วยคลื่นทะเลที่ปลายทวนของถังเฟยหู่นั้นได้ชักนำท้องทะเลโดยรอบให้เคลื่อนไหวการเคลื่อนไหวของหยางปินเป็นไปได้ยากขึ้นเนื่องจากถูกคลื่นทะเลโดยรอบซัดใส่

                  ในพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ทะยานร่างขึ้นกลางอากาศพร้อมกับหมุนตัวชักนำคลื่นทะเลโดยรอบม้วนรอบร่างราวกับกลายเป็นวังวนน้ำที่กลางอากาศพลังปราณของเขาผสานกับมายาสมุทรและวาดออกไป คลื่นทะเลได้พุ่งออกไปตามการฟาดทวนของเขาคลื่นทะเลได้แปรเปลี่ยนเป็นมังกรคำรามพุ่งตัวออกไปใส่ร่างของหยางปินในพริบตา!

                  เพลงทวนทัณฑ์มังกร คลื่นมังกรม้วนสมุทร!

                  หยางปินที่เห็นเช่นนั้นแทนที่จะหลบหนีกลับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาเล็งเห็นว่าศิษย์หลานตรงหน้าสามารถผสานเคล็ดวิชาการใช้ทวนผสานศาสตร์ดนตรีของเขาเข้ากับวิชาทวนของตนได้แล้ว! ในตอนนั้นเมื่อคลื่นมังกรม้วนสมุทรพุ่งเข้ามากลับม้วนเป็นกำแพงคลื่นกักขังเขาเอาไว้ตรงกลาง

                  และในพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ออกแรงฟันออกไปอีกหลายครั้งนี่เป็นกระบวนท่าต่อเนื่องของท่าคลื่นมังกรม้วนสมุทร! กระบวนท่าที่ตามหลังได้ผสานเข้ากับคลื่นลูกแรกกำแพงคลื่นทะเลได้ผสานเข้าหากันและเปลี่ยนที่กุมขังกลายเป็นอาวุธเพื่อจู่โจม!เปลี่ยนจากการพันธนาการแปรเปลี่ยนเป็นการจู่โจมในพริบตา!

                  หยางปินได้ควงทวนออกไปโดนรอบราวกับเป็นกำแพงทรงกลมที่สร้างขึ้นจากเพลงทวนนับไม่ถ้วนปราณทวนของถังเฟยหู่ผสานคลื่นทะเลมายาดนตรีเข้าจู่โจมจากรอบทิศราวกับเป็นคมเขี้ยวของมังกรสมุทรหมุนวนอยู่ภายในกำแพงน้ำทะเลเสียงปะทะกันดังสนั่นขึ้นไม่หยุด ประกายไฟของการปะทะกันได้ลอยไปทั่วทั้งบริเวณ

                  หยางเฟยเทียนที่รับชมอยู่ไม่ห่างมีสีหน้าที่ภูมิใจเป็นอย่างมากไม่ต่างจากหยางปินที่เป็นคนรับมืออยู่ที่ใจกลางพายุและในตอนนั้นเองที่หยางปินได้ร่ำร้องตะโกนออกมาพร้อมกับระเบิดปราณปะทุขึ้นคลื่นลมจากปราณวายุผลักดันและสลายกำแพงคลื่นทะเลโดยรอบให้แตกกระจายออกไป!

                  หยางปินพุ่งร่างไปหาถังเฟยหู่ที่กลางอากาศ ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ใช้เคล็ดกายหยาบมารระเบิดพลังกายปะทุขึ้นและตวัดทวนในมือออกไปอย่างรวดเร็วจนสร้างปราณทวนกรีดสายลมเบื้องหน้าไปอากาศที่ผ่านทวนอย่างรวดเร็วทำให้เกิดเสียงเล็กแหลมขึ้นผสานไปกับการโจมตีนั้น!นี่เป็นการใช้วิชาเสียงกระแทกออกมาในรูปแบบของการจู่โจมด้วนศาสตราวุธดนตรี

                  คลื่นเสียงกระแทกออกไปเบื้องหน้าใส่ร่างของหยางปินที่พุ่งสวนขึ้นมานั่นทำให้เกิดจังหวะชั่วพริบตาหนึ่งที่หยางปินเกิดชะงักไปแต่นั่นทำให้การบรรเลงของบทเพลงทะเลคลั่งได้ขาดตอนไปแต่นั่นไม่ได้ทำให้ถังเฟยหู่ตื่นตกใจแต่อย่างใด ชายหนุ่มได้ชักนำลมปราณของตนเข้าสู่ทวนและทวงออกไปสู่เบื้องล่าง

                  เพลงทวนทัณฑ์มังกรมังกรสมุทรจุติ

                  ในพริบตานั้นเองทีได้เกิดมายาปราณมังกรสมุทรพุ่งลงสู่เบื้องล่างทางด้านหยางปินเองก็ได้แทงทวนสวนกลับไปเช่นกัน!พลังปราณวายุรวมตัวกันที่ปลายทวนของหยางปินจนเล็กแหลมราวกับเข็มที่สามารถทะลวงได้ทุกอย่าง! หยางปินได้ใช้ทวนออกด้วยกระบวนท่าคลื่นกระแทกเจ็ดวังวนในชั่วพริบตา

                  ความเร็วของการแทงทวนของหยางปินแม้ลงมือทีหลังกลับถึงก่อนความเร็วของทวนท่านี้รวดเร็วจนแทงห้วงอากาศให้แตกออกจนเกิดเสียงราวกับระเบิดขึ้นถึงเจ็ดครั้งซ้อนจนทำให้เกิดกระบวนท่าคลื่นกระแทกเจ็ดวังวนขึ้นในบัดดลปลายทวนของทั้งสองได้กระทบเข้าหากันจนเกิดแรงสะท้อนออกไปรอบด้านหน้าต่างภายในตำหนักถึงกับสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแถบ

                  แต่ในที่สุดแล้วถึงแม้หยางปินจะกดปราณของตนให้เทียบเท่ากับถังเฟยหู่แต่ความชำนาญในกระบวนท่าและความเฉียบคมมีมากกว่า กระบวนท่าที่ดูธรรมดาของเขากลับผลักดันให้ถังเฟยหู่ลอยกลับไปจนกระแทกเข้ากับกำแพงของตำหนักก่อนที่จะร่วงลงมาชายหนุ่มพยายามลุกขึ้นโดยใช้ทวนต่างไม้เท้าเพื่อค้ำยันร่างของตนเอง

                  หยางปินพริ้วร่างลงเบื้องล่างพร้อมกับค่อยๆเดินมาหาถังเฟยหู่ในตอนนั้นเขาได้กล่าวออกไป “ต้องขอชมว่าเจ้าเก่งมากที่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้หากนับจากช่วงเวลาที่เจ้าบรรลุญาณแห่งดนตรีสิ่งที่เจ้าขาดไปคือความชำนาญเพื่อทำให้กระบวนท่าของเจ้าต่อเนื่องการใช้ญาณแห่งดนตรีประสานกระบวนท่าควรจะทำให้เจ้าช่วงชิงความได้เปรียบจากคู่ต่อสู้อีกทั้งต้องประกอบด้วยจังหวะที่ถูกต้อง และการใช้ที่ต่อเนื่อง มาเถอะเจ้าลองอีกสักครั้งแล้วครานี้ลองพยายามรักษาการเล่นดนตรีด้วยทวนของเจ้าเอาไว้ จงเคลื่อนไหวทวนอยู่เสมอเพื่อบรรเลงเพลงต่อไปจงอย่าใช้หัวคิดให้มากนักหากเจ้าชำนาญมากพอการเคลื่อนไหวของเจ้าจะเป็นไปเองราวกับการหายใจไม่จำเป็นต้องคิดและแสดงมันออกมาอย่างเป็นธรรมชาติถึงที่สุด”

                  หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ยังคงประลองอีกนับร้อยนับพันกระบวนท่าเพื่อให้ถังเฟยหู่เกิดความชำนาญในการใช้ญาณแห่งดนตรีส่วนในช่วงเวลาที่ถังเฟยหู่หยุดพักเพื่อฟื้นฟูลมปราณก็ได้หยางเฟยเทียนที่เข้ามาชี้แนะสอนสั่งการฝึกลมปราณสองพี่น้องสกุลหยางต่างผลัดกันสอนเช่นนี้

                  พวกเขาใช้เวลาที่เหลือน้อยนี้แทบทั้งหมดไปกับการฝึกถังเฟยหู่ให้พร้อมที่สุดสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงประตูของตำหนักได้ถูกผลักจนเปิดออกอย่างแรงทั้งสามคนที่อยู่ภายในตำหนักต่างหันไปมองโดยพร้อมเพรียงผู้ที่มานั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหยางถิงในชุดกระโปรงสีเหลืองกำลังยืนมองพวกเขาทั้งสามอยู่อย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหรนักนางได้เดินเข้ามาหาทั้งสามพร้อมกับบอกว่าถึงเวลาที่จะต้องเดินทางแล้วหยางเฟยเทียนผู้เป็นอาจารย์จึงได้บอกให้ถังเฟยหู่ไปเตรียมตัวได้แล้ว ชายหนุ่มได้เดินออกจากตำหนักเพื่อกลับไปยังที่พักของตนเองโดยที่เขาได้เหลียบไปเห็นภายในตำหนักก่อนจะจากไปภาพที่เขาเห็นนั้นคืออาจารย์และอาจารย์ลุงทั้งสองต่างกำลังเอาใจหยางถิงที่กำลังแง่งอนใส่ท่านตาทั้งสองของตนที่สนใจแต่ถังเฟยหู่

                  ชายหนุ่มทำเป็นไม่รับรู้และได้แต่หัวเราะแห้งๆใส่การกระทำของศิษย์พี่หยางถิงเขาได้ย่างสามขุมกลับไปยังที่พักของตนเขาได้จัดการไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่อย่างรวดเร็วหลังจากนั้นเขาจึงได้เดินออกมายังลานกว้างของตำหนักที่หก เมื่อเขาได้เดินมาถึงกลับพอเห็นศิษย์พี่น้องทุกคนของตำหนักที่หกอยู่ที่ลานกว้างนั่น

                  ชายหนุ่มเห็นหยางถิงอยู่ตรงนั้นเช่นกันเขาจึงได้เดินเข้าไปหานางพร้อมกับกล่าวถามเหตุการณ์ที่เกิดตรงหน้านี้ “เอ่อ…ศิษย์พี่หยางถิง เกิดอะไรขึ้นทำไมทุกคนถึงได้มารวมตัวกันที่ตรงนี้?หรือว่าทุกคนก็จะไปเข้าร่วมงานชุมนุมด้วยเช่นกัน?”

                  “นี่เป็นคำสั่งของอาจารย์ลุงเจ้าสำนักน่ะท่านต้องการให้ศิษย์ส่วนใหญ่ทุกคนไปเข้าร่วมงานชุมนุมในปีนี้ส่วนผู้อาวุโสบางส่วนก็อยู่ปกป้องสำนักไป ข้าเองไม่เข้าใจเช่นกันทำไมปีนี้ถึงได้ทำเช่นนี้เท่าที่ข้าทราบปีก่อนๆก็ไม่ได้ทำเรื่องราวให้ใหญ่โตเช่นนี้นะ” หยางถิงได้ตอบคำถามของถังเฟยหู่ที่ถามมาไปเช่นนั้นแต่นางเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความต้องการของท่านเจ้าสำนักเท่าไหรนัก

                  “หึๆๆนั่นก็เพราะศิษย์พี่ต้องการให้พวกเจ้ารับทราบถึงความสามารถของศิษย์เขายังไงละ” ในตอนนั้นเองที่ได้มีเสียงกล่าวของคนผู้หนึ่งตอบกลับมา ทั้งหยางถิงและถังเฟยหู่ได้หันกลับไปมองพร้อมกันก็พบว่าผู้ที่กล่าวนั้นคือหยางปินชายชราได้เดินเข้ามาหาทั้งสองพร้อมกับกล่าวต่อไป “ดูจากนิสัยของศิษย์พี่แล้วคิดว่าที่เขาทำเช่นนี้ก็เป็นเพราะหนิงฟางหรู ศิษย์ผู้ครอบครองจิตวิญญาณอาวุธคนนั้นเขาคงจะมั่นใจในฝีมือของศิษย์คนนี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังต้องเอาใจนางถึงที่สุดการที่เรียกพวกเจ้าศิษย์เกือบทั้งหมดไปด้วยกันก็เพราะคงต้องการให้พวกเจ้ารับทราบถึงฝีมือของหนิงฟางหรูว่ามากมายเท่าไหรบางทีนี่อาจเป็นการปูทางให้ตำแหน่งเจ้าสำนักในรุ่นต่อๆไปภายภาคหน้าของหนิงฟางหรูหากศิษย์เกือบทั้งหมดทราบว่าตนเองอ่อนด้อยกว่านาง ยอมต้องทำให้เส้นทางของนางในอนาคตไม่มีขวากหนามอันใดอีกพอหมดสิ้นยุคของพวกคนแก่อย่างเรารุ่นของพวกเจ้าก็คงคิดว่าต้องยกให้หนิงฟางหรูครองสำนักต่อไปดูท่าศิษย์พี่เจ้าสำนักคงมั่นใจในฝีมือและพรสวรรค์ของนางเป็นอย่างมากถึงได้ทำเช่นนี้ออกมา” หยางปินได้แต่ส่ายหัวให้กับการกระทำของศิษย์พี่ตน

                  แต่อีกชั่วพริบตาต่อมาเขาก็กลับยิ้มออกมาแทนเขาคิดภายในใจ ‘หึๆๆ เช่นนั้นก็ดี อยากรู้นักว่าศิษย์ของท่านจะสู้กับถังเฟยหู่ที่เราพี่น้องสองคนช่วยกันสั่งสอนได้หรือไม่อยากรู้นักว่าจิตวิญญาณอาวุธของนางหรือแนวทางทวนผสานดนตรีที่ข้าคิดค้นขึ้นมาใครจะเหนือกว่าใคร…ดูท่าการแข่งปีนี้คงจะมีสีสันไม่น้อยเลย’

    คล้ายกับเรื่องLegend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า ที่คุณอ่าน

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367