หลังจากที่จัดการร่างกายของตนเรียบร้อยแล้ว อนาเธอร์รู้สึกถึงความกระปรี้กระเปร่า
เขาพร้อมที่จะก้าวเดินสู่ภารกิจต่อไปในวันนี้ สายตาของเขาจ้องมองไปยังเส้นทางที่ทอดยาวไปสู่จุดหมายปลายทาง
นั่นก็คือคลังสมบัติของตระกูล ซึ่งเป็นอาณาเขตที่เต็มไปด้วยทรัพย์สินและอำนาจ การที่จะเข้าไปในคลังสมบัตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ทุกอย่างที่อยู่ภายในถูกปกป้องด้วยชั้นของความปลอดภัยที่แน่นหนา ทว่าอนาเธอร์ในฐานะทายาทสายตรงกลับมีสิทธิ์เข้าถึงได้
“ท่านพ่อ.. ขอเข้าไปในคลังสมบัติหน่อย พอดีผมต้องการหนังสือสกิลการโจมตีน่ะ”
ก่อนจะมุ่งหน้าต่อ อนาเธอร์ได้ขออนุญาตจากคาน บิดาเขาผู้ซึ่งเป็นผู้นำตระกูลในปัจจุบัน
คานเป็นชายวัยกลางคนที่ดูสงบและสุขุม แม้จะมีรูปลักษณ์ที่ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม แต่กับลูกชายคนนี้แล้ว เขาให้ความรักและการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เมื่ออนาเธอร์ขออนุญาตเข้าไปยังคลังสมบัติ คานก็เพียงพยักหน้าอย่างเงียบๆ รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาก่อนจะเอ่ย
“ไปเถอะ เจ้ารู้ดีว่าต้องทำอย่างไร”
เสียงของคานเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวลูกชาย เขาไม่จำเป็นต้องไปด้วยแล้ว
“เข้าใจแล้วครับ!”
อนาเธอร์ไม่ได้เสียเวลามากไปกว่านี้ เขานำแหวนเคลื่อนย้ายออกมา หยิบมันขึ้นมาชูเบาๆ แหวนวงนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สามารถเดินทางไปยังมิติลับของตระกูลได้ มันเป็นไอเทมพิเศษ
ในตอนนั้นก็ปรากฏแสงสีฟ้าอ่อนจากแหวนขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มิติเวลาจะบิดเบี้ยวรอบตัวตนของเขา ภาพของคฤหาสน์และสวนกว้างใหญ่ค่อยๆเลือนหายไป และแทนที่ด้วยบรรยากาศใหม่อันแปลกตา อนาเธอร์ปรากฏตัวขึ้นในมิติที่ซ่อนอยู่แห่งนี้อย่างสมบูรณ์
“มาอีกครั้งแล้ว..”
เมื่อเข้าสู่มิติลับของตระกูล บรรยากาศรอบตัวนั้นเย็นยะเยือกเล็กน้อย แต่กลับเต็มไปด้วยพลังงานอันน่าพิศวงที่หมุนเวียนรอบๆ
อนาเธอร์รู้สึกได้ถึงการไหลเวียนของพลังที่อยู่ภายในมิติแห่งนี้ ทุกอย่างถูกควบคุมอย่างมีระบบ คลังสมบัติของตระกูลถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุด ในสถานที่นี้ มันเป็นทั้งคลังอาวุธ ทรัพยากร และสมบัติที่หายากอย่างที่โลกภายนอกไม่อาจจินตนาการได้
“พวกนี้ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็น่าทึ่งจริงๆ”
ก่อนที่จะไปถึงคลังสมบัติโดยตรง อนาเธอร์ต้องผ่านทางเข้าที่มีหุ่นเชิดระดับสูงคุ้มกันอยู่
หุ่นเชิดเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นด้วยศาสตร์ลึกลับที่อยู่ในเกมส์อาณาจักรเทพ
ไม่ว่าจะเป็นพลังงานธาตุหรือเทคโนโลยีขั้นสูงที่ถูกผสานเข้าไปในทุกอณูของชิ้นส่วน พวกมันทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์คอยป้องกันผู้ที่ไม่ใช่ทายาทหรือสมาชิกตระกูลไม่ให้เข้าใกล้คลังสมบัติได้
หุ่นเชิดทั้งสองตนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าทางเข้ามีรูปลักษณ์สูงใหญ่ ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า
และอาวุธที่ถืออยู่ในมือดูแหลมคมและน่ากลัว พวกมันเป็นตัวเดียวกันกับที่เคยพบเจอเมื่อครั้งแรกที่อนาเธอร์เข้ามายังมิตินี้
“................”
เมื่อเดินเข้าใกล้พวกมัน หุ่นเชิดทั้งสองตัวก็เริ่มเคลื่อนไหว ทันทีที่พวกมันตรวจพบการมาถึงของอนาเธอร์ ดวงตาสีแดงก็เปล่งประกายราวกับกำลังสแกนข้อมูล ทุกอณูของร่างกายอนาเธอร์ถูกพวกมันประเมินและตรวจสอบอย่างละเอียด
หุ่นเชิดเหล่านี้มีความสามารถในการจดจำสมาชิกตระกูลและสามารถระบุได้ทันทีหากมีบุคคลแปลกปลอมปรากฏขึ้น
เมื่อพวกมันยืนยันได้ว่าอนาเธอร์เป็นทายาทผู้มีสิทธิ์เข้าถึง พวกมันจึงขยับกายเปิดทางให้เขาเดินผ่านไปยังคลังสมบัติได้อย่างง่ายดาย
“ทำงานเหนื่อยหน่อยนะ”
อนาเธอร์กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เดินผ่านหุ่นเชิดเหล่านี้เข้าไปด้วยความตื่นเต้น
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือประตูที่ทำจากวัสดุอันแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะพังทลายได้ง่ายๆ
ประตูนี้ถูกแกะสลักด้วยลายโบราณที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานต่างๆมาอย่างยาวนาน มันเป็นประตูที่เชื่อมโยงถึงความลับและพลังที่ซ่อนอยู่ภายในเบื้องลึกของตระกูล
อนาเธอร์รู้ดีว่าภายในนั้นมีสิ่งที่เขาต้องการ สมบัติล้ำค่าที่จะช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ และทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นได้
“ข้าทายาทแห่งตระกูลซิกฟรีด ขอใช้อำนาจทางสายเลือด เปิดประตูสู่คลังสมบัติแห่งตระกูล”
อนาเธอร์วางมือของเขาลงบนพื้นผิวของประตูใหญ่ พร้อมกับกล่าวคำที่เป็นเงื่อนไขการเปิดประตูบานนี้
“วิ๊ง!”
ทันใดนั้น พลังงานภายในแหวนเคลื่อนย้ายที่เขาสวมอยู่ตอบสนอง แสงสีทองอ่อนๆปรากฏขึ้นรอบขอบประตูพร้อมกับเสียงกลไกที่หมุนดังเบาๆ ประตูที่ปิดอยู่ได้เริ่มขยับเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดที่ลึกลับภายในคลังสมบัติ
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในคลังสมบัติ อนาเธอร์ไม่อาจปฏิเสธความยิ่งใหญ่และอลังการของสมบัตินับไม่ถ้วนที่วางเรียงรายอยู่ต่อหน้าเขา
แต่ถึงกระนั้น เขากลับไม่ได้สนใจพวกอาวุธหรือศัสตราวุธที่ถูกจัดแสดงไว้อย่างสวยงาม
ทั้งอาวุธระดับต่ำ ระดับกลาง ไปจนถึงอาวุธระดับสูง หรือแม้แต่อาวุธระดับตำนานที่ผู้คนภายนอกต่างถวิลหา
ร่างกายของเขาเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในใจ โดยไม่มีแม้แต่การชะงักชั่วคราวต่อสิ่งของเหล่านั้น
อาวุธทุกชิ้นดูมีออร่าและพลังแฝงในตัว บางชิ้นเปล่งแสงสลัวๆบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของพลังงานที่มันสะสมอยู่
ส่วนบางชิ้นกลับสงบนิ่งอย่างน่าเกรงขาม แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่สำคัญกว่าความอลังการของอาวุธเหล่านั้นก็คือเงื่อนไขการใช้งานที่ถูกระบุไว้ อนาเธอร์รู้ดี แม้ว่าตนเองต้องการจะใช้มันมากเพียงใด มันก็ไม่มีทางที่จะทำได้ในตอนนี้
【สนับมือยุทธอัสนี: อาวุธระดับตำนาน สวมใส่ได้ตั้งแต่เลเวล 500 ขึ้นไป ค่าความทนทาน 1,000/1,000 คุณสมบัติพิเศษ: ถุงมือศักดิ์สิทธิ์แห่งดันเจี้ยนสายฟ้า ว่ากันว่ามันบรรจุพลังอำนาจของสายฟ้าที่รุนแรงเอาไว้ เมื่อผู้เล่นสวมใส่และต่อยออกไป จะสร้างคลื่นสายฟ้าที่รุนแรง】
【ดาบนิลประกายเพรช: อาวุธระดับตำนาน สวมใส่ได้ตั้งแต่เลเวล 500 ขึ้นไป ค่าความทนทาน 2,500/2,500 คุณสมบัติพิเศษ: ดาบแห่งตำนานที่ว่ากันว่ากลืนกินผนึกคริสตัลโบราณเข้าไป จนทำให้ใบดาบของมันเปล่งแสงสีรุ้ง มีความคมจนสามารถตัดผ่านได้แทบทุกสิ่ง และทุกการโจมตีจะทิ้งเส้นทางเหมือนแสงสีรุ้งเอาไว้ ทำให้ศัตรูที่โดนเข้าไปเหมือนตกอยู่ในภาพลวงตา】
เงื่อนไขการใช้งานของอาวุธเหล่านี้ล้วนมีการกำหนดไว้อย่างเข้มงวด ระดับพลังหรือเลเวลของผู้ใช้เป็นสิ่งสำคัญที่ขัดขวางในตอนนี้
แม้เขาจะพยายามพัฒนาตนเองมาอย่างหนักจนถึงเลเวล 30 แต่สำหรับอาวุธระดับสูงหรืออาวุธในตำนานที่วางอยู่เบื้องหน้า สิ่งเหล่านี้ยังห่างไกลเกินกว่าที่เขาจะสามารถใช้งานได้
อาวุธระดับสูงบางชิ้นที่มีคุณสมบัติพิเศษกำหนดให้ผู้ใช้อย่างน้อยต้องมีเลเวลถึงหลายร้อยขึ้นไป ในขณะที่อาวุธระดับตำนานยิ่งไปกว่านั้น เพราะต้องการเลเวลถึงหนึ่งพันขึ้นไป เป็นเงื่อนไขที่โหดหินเอามากๆ
“ช่างน่าเสียดาย..”
อนาเธอร์คิดในใจเมื่อมองไปที่อาวุธ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ความคิดนี้ทำให้เขาหยุดก้าวเดินต่อ
สิ่งเดียวที่ตนเองสามารถใช้ได้ในตอนนี้คือพลองระดับต่ำซึ่งมีคุณสมบัติพื้นฐาน การใช้พลองแบบนี้อาจไม่ได้เพิ่มพลังหรือลูกเล่นในการต่อสู้มากนัก แต่มันยังคงเป็นอาวุธที่เขาใช้งานได้ในขณะนี้ หากจะมองในแง่ดี มันก็ถือว่าพอเพียงสำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของเขา
เมื่อรวมเข้ากับทักษะติดตัวต่างๆของอวาตาร์แห่งซุนหงอคง ต่อให้จะเป็นพลองระดับต่ำก็สามารถกลายเป็นอาวุธระดับสูงได้
เมื่อรู้ว่าอาวุธในคลังไม่อาจเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้ในทันที เขาจึงตัดสินใจไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ ร่างกายของเขาหมุนไปข้างหน้า ก้าวเท้าเดินต่อไปยังเป้าหมายที่เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก
นั่นก็คือชั้นวางหนังสือสกิลระดับต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนลึกของคลังสมบัติ
ภายในคลังแห่งนี้ นอกจากอาวุธและสมบัติล้ำค่าอื่นๆ หนังสือสกิลนับเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากไม่แพ้กัน
หนังสือเหล่านี้ได้ถูกรวบรวมมาโดยตระกูลของเขา และสำหรับอนาเธอร์แล้ว การมีสกิลที่แข็งแกร่งย่อมช่วยให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของเลเวลได้เร็วยิ่งขึ้น
“งั้นมาเริ่มกันเลย.. ไม่น่ามีทักษะสกิลระดับเทพเจ้าอย่างพลองเทพสวรรค์แล้วใช่ไหมนะ?”
ชายหนุ่มพูดขณะที่ลูบคางของตนเองไปมา แต่พอนึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อ
เขาก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ
“อย่าไปคาดหวังมากดีกว่า หนังสือทักษะเทพเจ้าไม่ใช่อะไรที่หาได้ง่ายๆ”