...
ด้านหลังนักรบอาวุโสเหอหมิ่น นักรบสองดาบผู้เป็นชายฉกรรจ์ เอามือจับแผ่นหลังเหอหมิ่น ก่อนมันจะพูดชมเซี่ยซีหานอย่างเลื่อมใส "ท่านอาวุโสข้าคิดว่าท่านควรหยุดพูดจะดีกว่า ดูเจ้าเด็กหนุ่มซีหานสิ ดวงตาของมันมีประกายแห่งความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า คล้ายสัตว์ป่า เจตนารมณ์ของมันได้สื่อสารออกมาทางสายตาและบอกทุกสิ่งแก่เรา มันเลือกที่จะตายแต่... ไม่คิดที่จะยอมแพ้"
เหอหมิ่นมองจ้องเซี่ยซีหานที่ตอนนี้ส่ายหน้าไม่หยุด พร้อมนัยน์ตาแดงเถือก
ครู่หนึ่งเหอหมิ่นนิ่งเงียบ เขามองเห็นประกายตาประหลาด ที่ราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด จากดวงตาของเซี่ยซีหาน
เหอหมิ่นเริ่มตีความ
ก่อนจะพูดคล้ายเข้าใจสิ่งที่เซี่ยซีหานสื่อสาร
"เด็กน้อยนี่เจ้ากำลังต่อว่าข้า ที่ดูถูกกำลังใจของเจ้ามากเกินไปรึ" พูดจบนักรบอาวุโสก็ก้มหน้า ก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงแห่งความชื่นชม "จริงอย่างที่เจียตัวพูด เจ้าเด็กนี่เกิดมาเพื่อจะเป็นนักรบที่แท้จริง แม้จะลำบากแต่เขาก็เลือกที่จะเอาชนะมันด้วยชีวิตและหัวใจแห่งนักรบของตัวเขา"
เซี่ยซีหานได้ยินสิ่งที่เหอหมิ่นนักรบอาวุโสพูดอย่างชัดเจน
ในตอนนี้ในใจมันได้แต่คิด
'มารดาเอ็งเถอะ รีบช่วยบิดาเร็ว'
เจ้าหมียักษ์ง้างเท้ามันอีกครั้ง อุ้มตีนหมีจากตัวที่ใหญ่โตที่สุดกระแทกเซี่ยซีหานแรง
!!!ตูมมมมมม
เลือดที่จุอกของเซี่ยซีหานทะลักออกมาพอดี
แต่เซี่ยซีหานกลับหมดโอกาสที่จะได้พูดแล้ว
ครู่สั้นๆ นัยน์ตาของเซี่ยซีหานคล้ายไร้สติ เสียงเจียตัวก็แผดดังในทันที "!จับสัมผัสลมปราณวิเศษของเจ้า และแตกมันเป็นกิ่งก้านสาขาเร็วเข้า"
เซี่ยซีหานไม่มีทางเลือก สติของมันเริ่มพร่าเรือน หากมันไม่ทำ มันต้องตายแน่นอน แต่ถ้าทำมันจะมีโอกาสที่จะมีชีวิตรอด เส้นทางของมันยังอีกยาวไกล มันยังมีน้องสาวที่ต้องการจะกลับไปเห็นหน้านางและหลานตัวน้อยอีกครั้ง
'ข้าจะไม่ตายที่นี่ ข้าจะกลับไปหา "ซูเหยา (เซี่ยซูเหยาคือน้องสาวที่เซี่ยซีหานเลี้ยงเหมือนลูกตัวเอง) "'
สภาวะจิตของเซี่ยซีหานดำดิ่งไปตามคำพูดของเจียตัว และด้วยสติปัญญาและความสามารถในการตระหนักรู้สิ่งต่างๆ อย่างลึกล้ำ เซี่ยซีหานเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เจียตัวพูดอย่างรวดเร็ว
ลมปราณในร่างของเซี่ยซีหานแตกกิ่งก้านราวกิ่งไม้ ผ่านร่างกายที่ปวดร้าวจากการถูกทรมาน
ช่องลมปราณเล็กย่อยที่ตีบตัน คล้ายถูกกระแทกจากการบีบอัด พวกมันเปิดออก เซี่ยซีหานจำต้องรักษาสภาพนี่ไว้ให้ได้นานที่สุด
เจียตัวนั้นมองไม่เห็น แต่อาวุโสเหอหมิ่นตอนนี้จ้องเซี่ยซีหานเขม็ง นั่นเพราะเขามองเห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเซี่ยซีหาน ทั่วร่างของเซี่ยซีหานตามเนื้อตัว ปรากฏโลหิตสีดำที่เด่นชัด นั่นคือความสกปรกที่ซ่อนเร้นอยู่ในเส้นชีพจรและกล้ามเนื้อต่างๆ มันจะไม่มีวันหายไปหมด ยกเว้นผ่านการได้รับยาวิเศษ หรือผ่านการขัดเกลาด้วยเคล็ดวิชาอันยอดเยี่ยม
แต่ตอนนี้ทั่วร่างเซี่ยซีหาน เห็นจุดเลือดดำที่เป็นของเสียได้ชัดเจน มันซึมออกมาทั่วร่าง
"นี่มัน... สภาวะชำระร่าง ไอ้เจ้าเด็กนี่ทำได้สำเร็จ" เหอหมิ่นพูดอย่างลืมตัว
ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งด้านหลังอาวุโสเหอหมิ่นพูดอย่างลืมตัวเช่นกัน "ทำไมเจ้าเด็กนั้น ถึงสำรอกเลือดพิษในร่างและชุบหลอมร่างใหม่ได้เร็วแบบนั้น และดูนั้นจำนวนเลือดพิษที่มันสำรอกออก ทำไมมันถึงมากขนาดนี้ ขนาดข้าใช้ยาวิเศษช่วย ยังไม่สามารถสำรอกเลือดพิษในร่างได้มากขนาดนี้ในคราวเดียวได้"
กลิ่นฉุนเหม็นของคาวเลือดดำเริ่มโชยแรง
เจียตัวได้กลิ่น มันยิ้ม
เหอหมิ่นหันมองบุรุษฉกรรจ์นักรบที่พูดจากด้านหลัง มันอธิบาย "เนี่ยแหละคือความสุดยอดของเคล็ดกายอมตะ ใช้ความทรมานที่บ้าระห่ำ บีบบังคับให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะที่ย่ำแย่ที่สุด และจากนั้นใช้ลมปราณและสภาวะจิตใจที่กล้าแข็ง เป็นตัวเร่งเข้าสู่การชุบหลอมร่างกาย ด้วยวิธีนี้ร่างกายของเจ้าจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งกว่า นักรบขอบเขต 'ก่อร่าง' คนอื่นๆ อย่างน้อยๆ ก็หนึ่งเท่าตัวในทันที"
"!!!หยุด" เสียงเจียตัวแผดดัง
แต่เซี่ยซีหานกลับไม่ได้ยินเลย ตอนนี้ตัวมันอยู่ในสภาวะจิตตื่นรู้ในเคล็ดวิชาฝึกฝนขอบเขตก่อร่าง สำหรับสภาวะจิตแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาศาสตราใดๆ ก็เข้าถึงสภาวะเช่นนี้ได้ มันคือการรู้แจ้ง
เซี่ยซีหานไม่รู้ว่า เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
ตัวมันราวกับว่า ล่องลอยอยู่ในโลกแห่งสภาวะจิตของลมปราณ เซี่ยซีหานคล้ายมองเห็นแต่ร่างกายตัวเอง ที่มีกิ่งก้านของเส้นลมปราณสีแดงไปทั่ว เส้นลมปราณของมันราวกับส่องสว่างกะพริบวาบไม่หยุด ไม่รู้ทำไม ช่วงเวลานี้เซี่ยซีหานรู้สึกว่า ตัวมันกับสวรรค์และปฐพีคล้ายเป็นหนึ่งเดียวกัน
ในที่สุดเซี่ยซีหานก็ตื่นขึ้นจากสภาวะจิตตระหนักรู้ ตอนที่เซี่ยซีหานรู้สึกตัว มันก็พบว่าตอนนี้ค่ำเสียแล้ว รอบตัวมันไร้ผู้คน
เซี่ยซีหานอยู่บนกองเลือดที่แข็งตัว รอบด้านกลิ่นเหม็นคาวชัดเจนถึงที่สุด
เสียงระบบของเซี่ยซีหานดังสนั่น
- ["ยินดีด้วย ตอนนี้เจ้าได้ยืนอยู่บนเส้นทางแห่งวรยุทธ์ หรือศิลปะการต่อสู้ของโลกใบนี้แล้ว เจ้าได้เป็น 'นักรบ ขอบเขตที่ 1.ก่อร่าง [ขั้นต้น] '"] -
- ["ในการฝึกวรยุทธ์ของเหล่านักรบ ขอบเขต 'ก่อร่าง' ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก ต้น กลาง สูง นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปของโลกใบนี้รับรู้ ขั้นต้นคือเริ่มแรกการหลอมร่าง ร่างกายของเจ้าจะมีความเปลี่ยนแปลง 5% ถึง 25% ของมวลกล้ามเนื้อทั้งหมด ขั้นกลางคือ มวลกล้ามเนื้อ 26% ถึง 50% มีการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายคือ ขั้นสูง 51% ถึง 75% อ่านมาถึงตรงนี้เจ้าคงรู้สึกแปลกใจว่า ทำไมขั้นสูงจึงมีการเปลี่ยนแปลงของมวลกล้ามเนื้อที่ 51% ถึง 75% มันดูไม่ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์เลย"] -
- ["สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ นักรบหรือชาวยุทธ์ในโลกใบนี้นั้น ไม่มีความเข้าใจในแก่นแท้แห่งศาสตราศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริง และการชุบหลอมร่างกายอย่างสมบูรณ์ เมื่อกล้ามเนื้อของพวกเขาถูกชุบหลอมหรือพัฒนาไปจนถึงระดับ 51% ถึง 75% พวกเขาจะสามารถข้ามขอบเขตไปสู่ ขอบเขตหรือที่เรียกว่าระดับ 'สร้างปราณ' ได้ นั่นจึงทำให้คนส่วนใหญ่ของโลกใบนี้เชื่อว่า การขัดเกลาร่างกายเพียงแค่ถึงระดับ 51% ถึง 75% ก็เพียงพอแล้ว"] -
- ["แต่นั่นไม่ใช่ความจริง โลกใบนี้บนเส้นทางแห่งนักรบนั้น ยังมีอีกระดับที่สูงกว่า เราจะเรียกมันว่า 'ขั้นสูงสุดที่แท้จริง' ของการก่อร่าง จำไว้เจ้าต้องพัฒนากล้ามเนื้อให้ไปถึงระดับ 90% ถึง 100% เท่านั้น เจ้าถึงจะก้าวไปสู่ขอบเขต 'เทพเจ้าแห่งสงครามได้' แนะนำว่าให้อ่านคำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อที่เจ้าจะฝึกฝนทักษะแห่งนักรบให้ไปถึงจุดจุดนั้น"] -
- ["หมายเหตุ มีเหตุผลมากมายที่ผู้คนมากกว่า 99.99% ของโลกใบนี้ ไม่ฝึกขอบเขตการชุบร่างให้ไปสู่ขั้นสูงสุดที่แท้จริง และหนึ่งในเหตุผลนั้นเจ้าก็กำลังทำมันอยู่ นั่นคือ การทรมานตัวเอง"] -
อ่านกล่องข้อความจบ ใบหน้าเซี่ยซีหานดำมืด มันไม่ได้รู้สึกดีใจสักนิด แม้ระบบกำลังเหมือนจะบอกมันว่า เอ็งนะแมร่งโคตรโชคดี นี่ระบบเช่นข้ากำลังบอกเอ็งอยู่นะ เอ็งมีสิทธิ์ได้รับคลาสพิเศษที่แทบจะไม่มีใครได้มันไป โดยที่แค่อ่านชื่อมันก็บอกแล้วว่า เทพขนาดไหนหากเอ็งฝึกสำเร็จ
แน่นอนระบบของเซี่ยซีหานมีหมายเหตุเล็กๆ ให้มันว่า นี่คือเส้นทางของผู้ที่รักในการทรมานตัวเอง ซึ่งเซี่ยซีหานไม่ชอบมันสักนิด
'ข้าไม่ต้องการมัน' เซี่ยซีหานกำลังพยายามปฏิเสธระบบ มันไม่แม้จะคิดเปิดอ่านคำอธิบาย
แต่ถึงอย่างนั้นเซี่ยซีหานก็หันมองหน้าจอข้อมูลของตัวเอง มันมีความดีใจเล็กๆ ศักยภาพในภาพรวมมันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านร่างกาย