บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 จักรพรรดิคงหมิง

            ในใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็พลันบังเกิดความรู้สึกคับข้องใจนักนางเป็นองค์หญิงน้อยของท่านเจ้าเมือง ท่านปู่ก็เป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเยี่ยโม่แต่เล็กจนใหญ่ไม่ได้อ่านหนังสือลับโบราณมามากมายเท่าไหร่ ความรู้ลึกซึ้งกว้างขวางกว่าเด็กในวัยเดียวกันมากมายในใจจึงยังมีความภาคภูมิอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับสัตว์ประหลาดเช่นเนี่ยหลี นางรู้สึกว่าตนช่างไร้การศึกษาเสียจริง

            แต่ก็ไม่แปลกใจที่เยี่ยจื่ออวิ๋นจะมีความคิดเช่นนี้เนี่ยหลีคือคนที่ไม่อาจใช้สายตาของคนทั่วไปมาตัดสินได้

            เนี่ยหลีเดินไปตามรอยแตกบนผนังหิน วิธีการจัดปูแผ่นกระเบื้องบนพื้นบ่งบอกได้อย่างง่ายดายว่ากับดักถูกฝังอยู่ตรงจุดไหน

            “วิธีการวางกับดักเช่นนี้ไม่มีความยากเย็นอันใด!”เนี่ยหลีเดินนำหน้าไปได้ระยะหนึ่ง เขาหยิบหินขึ้นมาก้อนหนึ่งและโยนออกไปราวห้าถึงหกหมี่(เมตร) กระแทกถูกอิฐเขียวก้อนหนึ่งพอดี

            ซู่ ซู่ ซู่!

            ฝุบ ฝุบ ฝุบ!

            กลางทางเดินตรงหน้าเต็มไปด้วยลูกธนูพุ่งออกมาทุกแห่งหนราวกับพายุฝนปลายลูกศรทอประกายแสงสีเขียว

            ลูกธนูทั้งหมดอาบด้วยยาพิษใบหน้าที่น่ารักของเยี่ยจื่ออวิ๋นค่อนข้างซีดขาว ลองคิดดูหากพวกเขาเดินต่อไปไม่ทันระวังเผลอกระตุ้นถูกกับดักเข้าจะย่ำแย่แค่ไหน พริบตานั้นทั้งร่างคงต้องพรุนเพราะลูกธนูอย่างแน่นอน

            ยังอีกตั้งไกล เนี่ยหลีรู้ได้อย่างไรว่ากลไกกับดักอยู่ตรงไหน?

            “เอาล่ะ พวกเราไปต่อได้!”เนี่ยหลีหันมองเยี่ยจื่ออวิ๋น ยิ้มบางๆ และพูดกับเยี่ยจื่ออวิ๋น

            แม้กับดักทั้งหมดล้วนซุกซ่อนอยู่ในมุมมืดเยี่ยจื่ออวิ๋นกลับมีความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่ง ตราบใดที่นางเดินตามเนี่ยหลี นางต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนปัญหาทั้งหลายย่อมไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป!

            เห็นแผ่นหลังของเนี่ยหลี แม้เขาจะค่อนข้างผอมแต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความปลอดภัย

            เยี่ยจื่ออวิ๋นก้มศีรษะลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่บางทีตอนอยู่กับเนี่ยหลีก็ไม่เลว ทว่าต่อมานางก็รีบสะบัดศีรษะไปมา สลัดความคิดเช่นนี้ทิ้งไปนางกำลังคิดบ้าอะไรอยู่นี่! หนิงเอ๋อร์ดูเหมือนจะมีใจให้เนี่ยหลีเสียแล้ว และเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เองหูเหยียนหลันรั่วก็ประกาศว่านางจะไล่ตามเนี่ยหลี

            เนี่ยหลี เจ้าคนเจ้าชู้ สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าจะวุ่นวายกับเด็กสาวมากน้อยเท่าไหร่?

            นางไม่เชื่อว่าเนี่ยหลีจะชอบนางเพียงคนเดียวหรอก!

            เยี่ยจื่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นด้วยท่วงท่าทระนงนางจะไม่ยอมทำอะไรตื้นเขินเช่นเด็กสาวพวกนั้นเด็ดขาด

            ทั้งสองคนเดินหน้าต่อตามเส้นทางที่ลึกเข้าไป

            ขณะที่เนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังสำรวจเส้นทางนี้ด้วยกันที่ด้านนอกภายในผืนป่า

            “พวกเจ้าล้วนไม่ได้เรื่อง กลับปล่อยให้วานรยักษ์แขนเทาตัวนั้นหนีไปได้ทั้งๆที่บาดเจ็บหนัก!” ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าก่นด่าลูกน้องของเขาด้วยความไม่พอใจสัตว์อสูรที่มีจิตอสูรนั้นแค่มีระดับเงินก็สามารถขายได้นับแสนเหรียญจิตอสูรแล้ว

            ท้ายที่สุดคนทั้งหกบาดเจ็บและวานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรตนนั้นก็หนีรอดไปได้

            พวกเขารู้สึกโกรธเนี่ยหลีนัก หากมิใช่เพราะเนี่ยหลีล่อวานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรตัวนั้นเข้ามาหาพวกเขาสภาพก็คงไม่ย่ำแย่ปานนี้

            “ช่างเถอะ ก็แค่วานรยักษ์แขนเทาตัวหนึ่งเด็กๆ จากครอบครัวชนชั้นสูงพวกนั้นมีค่าตัวสูงกว่าเจ้าลิงตัวนั้นอย่างแน่นอน! ค้นหาให้ทั่ว!หากพวกเจ้าไม่สามารถจับมาได้แม้แต่คนเดียวก็อย่าได้กลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก!”อวิ๋นฮว๋าตะโกนอย่างโมโห คนทั้งกลุ่มก็รีบแยกย้ายกันออกไปค้นป่า

            แสงไฟไกลออกไปดึงดูดความสนใจของพวกเขา

            ไฟสามารถใช้สกัดกั้นสัตว์อสูรทั้งหลายในยามค่ำคืนได้ทำให้พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้ ทว่าก็สามารถทำให้กลายเป็นเป้าที่มองเห็นได้ในความมืด

            “เหตุใดพวกเจ้าจึงมาจับข้า?พวกเจ้าเป็นใคร?”

            ชายชุดดำหลายคนจับได้ใครบางคนและรีบเร่งนำตัวไปให้อวิ๋นฮว๋า

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าหัวเราะร่า คนที่อยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้สวมใส่ชุดหรูหราฐานะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

            “หึหึ ไอ้ลูกชาย เจ้าคงเคยได้ยินชื่อสมาคมมืดของพวกข้ามาบ้างคนที่เราต้องการล้วนเป็นพวกเด็กจากครอบครัวชั้นสูงเช่นเจ้า หึหึ ฉะนั้นเวลานี้ข้าควรนำตัวเจ้าไปแลกเงิน...หรือว่าฆ่าเจ้าทิ้งดี?”

            คนที่ถูกจับมาที่แท้เป็นเสิ่นเยวี่ย

            ได้ยินชื่อสมาคมมืด ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยซีดขาวขึ้นมาทันทีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนว่า  “อย่าฆ่าข้าเลย! ข้าเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่ง ทางบ้านข้าให้เงินเจ้าได้มากมาย!”

            “ตระกูลเสินเซิ่งรึ?”ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าตกใจเล็กน้อย แววผิดหวังฉายชัดขึ้นในดวงตาขณะเริ่มพูดกับตัวเอง“ข้าคิดว่าพวกเราจะได้ลงมือฆ่าคน เรื่องกลับกลายเป็นคนของท่านรองช่างโชคร้ายเสียจริง!”

            ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าหันไปมองหน้าพวกลูกน้องและตวาดลั่น“หาต่อไป!”

            เสิ่นเยวี่ยคิดว่าคนของสมาคมมืดคงต้องทำให้เขาลำบากคิดไม่ถึง พวกมันกลับไม่สนใจเขาเลย พวกมันทิ้งคนไว้เพียงคนเดียวเพื่อเฝ้าเขา เสิ่นเยวี่ยค่อยโล่งใจดูเหมือนว่าสมาคมมืดยังมีความหวาดกลัวต่อตระกูลเสินเซิ่งอยู่บ้าง

            เขาคิดว่าชื่อของตระกูลเสินเซิ่งทำให้พวกสมาคมมืดหวาดกลัวสีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็นภาคภูมิใจทันที แตกต่างจากคนเก่าที่แทบจะทำให้กางเกงของตนเปียกแฉะเมื่อครู่นัก

            เนี่ยหลีพาเยี่ยจื่ออวิ๋นเดินหน้าต่อไป ราวห้าถึงหกชั่วโมงต่อมาเนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นจ้องมองห้องโถงใหญ่โตโอ่อ่าที่อยู่ห่างออกไป

            “ที่แท้เมืองกู่หลันสร้างอยู่เหนือวังใต้ดินแห่งนี้พวกชนชั้นสูงของเมืองกู่หลันคงต้องรู้จักวังลับใต้ดินแห่งนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาจะเก็บทรัพย์สินของตนไว้ที่นี่!”เนี่ยหลีพูด พิจารณาจากตำแหน่งขณะนี้ พวกเขาคงอยู่ใต้โรงเรียนทหารแล้ว

            เป็นดังที่เนี่ยหลีคาด เจ้าเมืองกับชนชั้นสูงเหล่านั้นคงต้องซุกซ่อนของดีๆเอาไว้ใต้สนามของลานฝึกเป็นแน่!

            ขณะเดินเข้าไปถึงห้องโถงห้องหนึ่ง ภาพฉากตรงหน้าก็พลันทำให้เนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นต้องตกตะลึงในนั้นมีกองกระดูกเกลื่อนกลาดอยู่ทุกหนแห่ง มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่กองสุมรวมกันอยู่ ขณะเสียชีวิตพวกเขาคงพยายามดิ้นรนด้วยความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง

            “เกิดอะไรขึ้น เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?”ดวงตาของเยี่ยจื่ออวิ๋นแดงก่ำ น้ำตาหยาดหยดลงสองข้างแก้ม นางเห็นเด็กมากมายห่อตัวอยู่ที่มุมหนึ่งก่อนเสียชีวิตพวกเขาคงต้องเป็นเด็กที่น่ารักมากๆ ทว่ากลับต้องมาตายอย่างเงียบเหงาอยู่ในนี้

            เนี่ยหลีทอดถอนใจและพูด “ที่นี่คงจะเป็นสถานที่หลบภัยชั่วคราวของเมืองกู่หลัน พวกเขาคงย้ายพวกคนเฒ่าคนแก่สตรีและเด็กมาไว้ที่นี่ เดาว่าพวกเขาคงคิดรอจนกว่าสงครามจะจบลงและค่อยมาพาคนเหล่านี้ออกไปทว่าเมืองโบราณกู่หลันกลับถูกทำลาย คนเหล่านี้จึงได้แต่ติดอยู่ในนี้ หิวโหยจนตาย!”

            เยี่ยจื่ออวิ๋นอ้าปากค้าง สีหน้าเจ็บปวดยิ่งนัก

            เนี่ยหลีสูดลมหายใจลึกๆ เวลานี้ในใจของเขาสั่นสะท้านยากจะสงบได้นี่มิใช่เมืองกวงฮุยในชีวิตหนก่อนหรอกหรือ? ก่อนเมืองล่มสลายพวกเขาก็ย้ายผู้คนมากมายเข้าไปในพื้นที่หลบภัย ต่อมาเมืองกวงฮุยแตกพ่าย พวกเขาถูกสถานการณ์บังคับให้อพยพออกจากเมืองไม่รู้ว่าพวกผู้เฒ่า สตรีและเด็กเหล่านั้นจะเป็นเช่นใดแล้ว เดาว่าก็คงเสียชีวิตด้วยความหิวโหยอยู่ในที่หลบภัยนั้นเช่นกัน

            ภาพอันน่าเศร้าสลดใจขณะที่เมืองกวงฮุยถูกทำลายยังคงชัดเจนเนี่ยหลีกำหมัดแน่น เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมอีกเป็นอันขาด!

            “ข้าคิดว่า พวกเราควรไปต่อเถอะ”เยี่ยจื่ออวิ๋นพูดขึ้น นางไม่อาจทนอยู่ในที่แห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

            “ไม่ พวกเราไปไม่ได้ พวกเราต้องเก็บของมีค่าทั้งหมดในนี้ออกไปด้วย!”เนี่ยหลีตอบ “ของล้ำค่าในนี้สามารถช่วยบำรุงพลังของพวกเราได้หากพวกเราแข็งแกร่งขึ้น พวกเราก็จะสามารถปกป้องเมืองกวงฮุยได้ มิเช่นนั้นเมืองกวงฮุยก็จะกลายเป็นเมืองกู่หลันแห่งที่สอง!"

            ได้ฟังคำพูดของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นตะลึงงันแล้วความคิดวูบหนึ่งเกิดขึ้นในใจ “เมืองกวงฮุยจะกลายเป็นเมืองกู่หลันแห่งที่สองอย่างนั้นหรือ?”แม้เมืองกวงฮุยยังปลอดภัยอยู่ในเวลานี้ แต่ก็ยังมีสัตว์อสูรอยู่นอกเมืองให้เห็นอยู่เสมอบางครั้งก็ยังทำลายกำแพงเข้ามาได้

            สีหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นฮึกเหิมขึ้น ใช่แล้วพวกเขาต้องพัฒนาฝีมือของตนทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเมืองกวงฮุย แม้การทำตัวเป็นโจรขโมยสุสานจะน่าละอายใจอยู่บ้างแต่ชีวิตมากมายในเมืองกวงฮุยเหล่านั้นเล่า เช่นนั้นจะนับเป็นอะไรได้?

            เนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋เริ่มค้นหาไปทั่วห้อง

            “มีชุดเกราะระดับทองแดงอยู่ตรงนี้!”

            “ตรงนี้ก็มียาเม็ดอยู่หลายขวดแต่น่าเสียดายพวกมันเสียหมดแล้ว!”

            “สวรรค์ นี่เป็นหินวิญญาณ!”เยี่ยจื่ออวิ๋นอุทานออกมา สองมือของนางยกขึ้นกุมอธิษฐานครู่หนึ่งและจึงดึงหินวิญญาณชิ้นนั้นออกจากลำคอของเด็กหญิงคนหนึ่งหินชิ้นนี้มีโซ่สีเงินเส้นเล็กผูกติดอยู่ แลดูงดงามนัก บ่งบอกถึงฐานะของเด็กหญิงผู้นี้ยามเมื่อนางยังมีชีวิตคงต้องเป็นชนชั้นสูงผู้หนึ่งเป็นแน่

            แต่ไม่ว่าอย่างไรคนก็ตายแล้ว หากมอบหินวิญญาณชิ้นนี้ให้แก่ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองผู้หนึ่งใช้อาจจะช่วยให้ผู้ควบคุมจิตอสูรคนนั้นสามารถพัฒนาฝีมือได้สูงยิ่งขึ้น

            เนี่ยหลีก็เก็บทรัพย์สมบัติต่างๆ ได้ไม่น้อยเฉพาะชุดเกราะและอาวุธระดับทองแดงก็เก็บได้หลายสิบชิ้นแล้ว ยังมีมีดสั้นระดับเงินเล่มหนึ่งซึ่งยังมีสภาพดีอยู่ไม่ถูกทำลาย นอกจากนี้ยังมีผลึกอสูรหลายชิ้น ของหลายอย่างมีมูลค่ามากมาย

            อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลียังไม่พบตะเกียงวิญญาณที่เขาค้นหาอยู่

            สายตาของเนี่ยหลีตกอยู่ที่กลางห้องโถง ตรงกลางห้องโถงมีโลงศิลาบรรจุศพที่มีขนาดยาวสามหมี่(เมตร) และสูงจากพื้นราวหนึ่งหมี่ ผิวของหีบศพนี้มีอาคมลึกลับปกคลุมอยู่ อาคมเหล่านี้ดูค่อนข้างคุ้นตาแต่เขานึกไม่ออกว่าคืออาคมใด

            อาคมเหล่านี้คืออะไรกันแน่?

            ขณะเดินเข้าไปข้างโลงศิลาบรรจุพระศพของจักรพรรดิคงหมิงเนี่ยหลีรู้สึกได้ถึงพลังลึกลับอย่างหนึ่งที่พุ่งเข้าปะทะหน้าของเขา เขามีความรู้สึกอย่างหนึ่งราวกับกำลังยืนอยู่กลางคลื่นลมในมหาสมุทรอาจถูกพัดปลิวออกไปได้ทุกเมื่อ ไม่แปลกใจที่ทุกคนซึ่งเสียชีวิตอยู่ในนี้ล้วนไม่อาจเข้าใกล้โลงศิลานี้ได้

            “เนี่ยหลี โลงศิลานี้มีอะไรหรือ?”เยี่ยจื่ออวิ๋นเตรียมเดินเข้ามาหา แต่ขณะอยู่ห่างจากโลงศิลาราวสามหมี่ใบหน้าของนางกลับพลันซีดขาวขึ้นมา ต้องถอยหลังตึง ตึง ตึงไปหลายก้าว

            “เจ้าเป็นอะไรรึ?” เนี่ยหลีมองเยี่ยจื่ออวิ๋นอย่างงุนงง

            “ขณะที่ข้าเดินมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิดขึ้นมา!”เยี่ยจื่ออวิ๋นตอบ

            เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยจื่ออวิ๋น สองคิ้วของเนี่ยหลีขมวดมุ่นขึ้นพลังเช่นนี้รู้สึกคุ้นเคยนัก คงต้องมียอดคนผู้หนึ่งวางอาคมเขตแดนไว้กลางโลงศิลานี้ดังนั้นเยี่ยจื่ออวิ๋นจึงไม่อาจเดินเข้ามาใกล้ได้ แต่เหตุใดเขาซึ่งอยู่ห่างจากโลงศิลาแค่ก้าวเดียวกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น?

            หรืออาคมควบคุมนี้จะมีผลต่อสตรีเพศเท่านั้นไม่มีผลต่อบุรุษเพศอย่างนั้นหรือ? หรือมันมีผลต่อผู้อื่น แต่ไม่มีผลต่อเนี่ยหลี?

            เนี่ยหลีคาดเดาในใจ เขาหันไปพูดกับเยี่ยจื่ออวิ๋น“เจ้าไปสำรวจบริเวณอื่นก่อน ที่นี่ปล่อยเป็นหน้าที่ของข้าเอง!”

            “อืม” เยี่ยจื่ออวิ๋นพยักหน้าและเดินไปอีกด้านหนึ่ง

            เนี่ยหลีเริ่มตรวจสอบโลงศิลาตรงหน้าอย่างระมัดระวังโลงศิลาถูกปิดผนึกเอาไว้แน่นหนา ด้านบนลงยันต์ลึกลับเอาไว้สารพัดแบบ กระทั่งเนี่ยหลีผู้มีความรู้กว้างขวางก็ยังไม่เคยเห็นรูปแบบยันต์เหล่านี้มาก่อน

            หรือนี่ก็คือโลงศิลาของจักรพรรดิคงหมิงอย่างนั้นหรือ? แต่เหตุใดอาคมด้านบนจึงดูไม่เหมือนมาจากยุคอาณาจักรเสินเซิ่งเล่า?