“ต้องขออภัยคุณชายหยางที่ทำให้ขุ่นเคืองเ้าค่ะ อธิบายท่านพ่อบ้านไป๋กิจการนี้่หาใช่ของข้าไม่ เพียงแต่คุณหนูเป่ยจินและพี่น้องสงสารและเวทนาข้านัก ที่ยามนั้นออกจากตระกูลมาโดยไร้ที่พึ่ง จึงรับข้าไว้เป็ผู้ดูแลกิจการแห่งนี้ หากท่านมิเชื่อ จะดูสัญญาจ้างงานก็ได้นะเ้าคะ” ไป่ฮวาเลือกที่จะเอ่ยชื่อพ่อบ้านไป๋ออกไป แทนชื่อบิดาตนเองเพื่อส่งสาร
“ไป๋ฮวานี่เ้า” นายท่านไป๋ที่ได้ฟังเช่นนั้นถึงกับกระอักเลือกออกมา ด้วยความเกรี้ยวกราดที่มีและความผิดหวังผสมความอับอายในครั้งนี้ ทำให้ลมปราณภายในร่างกายถึงกับตีกลับขึ้นมา
“ขออภัยท่านพ่อ เช่นนั้นท่านพ่อยังจะรับลูกกลับเข้าตระกูลอีกหรือไม่เ้าคะ”
“ดี ดี ดี เช่นนี้ ในเมื่อเ้าอยากเป็ทาสคนอื่นนักก็เป็ไปเสีย พ่อบ้านไป๋หลังจากนี้เชิญนางออกจากผังตระกูล”
เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ไป่ฮวามิทันตั้งตัว มิคาดคิดว่าบิดาจะใจร้ายกับตนเองมากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน นางเหนื่อยเหลือเกิน ที่ต้องทำตามคำสั่งผู้ใด
“ตัดบัวมิเหลือเยื่อใย หวังว่าตระกูลไป๋จะเข้าใจ” ไป๋ฮวากลั้นใจเอ่ยประโญคเมื่อครู่ออกไปด้วยใจสั่นคลอน
“คุณหนูขอรับ…” พ่อบ้านไป๋ที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยออกมา แต่ก็ทำอันใดมิได้นอกจากความเวทนาที่มีให้แก่คุณหนูไป๋ฮวา
“ไป๋เออร์” ฮูหยินไป๋ที่ได้ยินทำได้เพียงเอ่ยชื่อบุตรสาวตนเองออกมาเพียงแค่นั้น ด้วยตนเองเป็สตรีย่อมต้องเชื่อฟังบุรุษที่เป็สามีของตนเองเช่นกัน
“ท่านพ่อท่านแม่ ไป๋ฮวาอกตัญญูแล้ว นับแต่นี้ มีไป๋ไม่มีฮวา มีฮวาไม่มีไป๋”
“ตึ่ง”
กล่าวจบไป๋ฮวาคุกเข่าคำนับลงต่อหน้าบิดามารดาทันที
“ดี ดียิ่งต่อจากนี้ เ้าและตระกูลไป๋มิมีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป” กล่าวจบตระกูลไป๋ก็เดินออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้ไป๋ฮวาที่นั่งคุกเข่าอยู่ต้องหลั่งน้ำตาเงียบๆ ฝ่ายเดียวและฝืนลุกขึ้นยืน ด้วยแรงพยุงจากเหมยซาน
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง ผู้คนที่มารายลอบต่างหลีกหนีกันไป ทิ้งไว้เพียงไป๋ฮวาและเหมยซานเท่านั้น ที่ยังคงยืนนิ่งมิไหวติง
“ฮวาเวอร์ เป็อันใดหรือไม่” หยางคงที่ให้สงสารและเวทนากับสตรีผู้นี้ยิ่งนัก จึงเอ่ยถามออกมาพร้อมกับยืนผ้าเช็ดหน้าของตนเองแก่นาง
“ขอบพระคุณเ้าค่ะพี่หยาง ข้าขอโทษแทนตระกูลไป๋ด้วยนะเ้าคะ” ฮวาเออร์เอ่ยออกมา
“หลังจากนี้เ้าและตระกูลไป๋มิมีส่วนเกี่ยวข้องใดต่อกันแล้ว จะขอโทษแทนกันไปไย แยกย้ายกันไปทำงานเถิดรอเลิกงานแล้วค่อยมาคุยกันอีกที”
“เ้าค่ะ”
อีกด้านหนึ่งของโต๊ะภายในร้านคาเฟยหลิง ยังมีชายหนุ่มที่กำลังนั่งชมการแสดงละครของตระกูลไป๋อยู่เช่นกัน เพียงแต่มีผู้ใดบ้างที่จะมิสนใจเื่นอกบ้านของผู้อื่นเช่นนี้
“นายท่านจะให้ข้าส่งคนไปสืบตระกูลไป๋หรือไม่ขอรับ” ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามเอ่ยออกมา
“ไม่จำเป็ เ้าก็เห็นว่านางตัดขาดจากตระกูลแล้วมิใช่หรือไง” คนที่ถูกเรียกว่านายท่านเอ่ยออกมาอย่างใจเย็นและท่าทีที่มิได้สนใจอันใดมากนัก
“แล้วเช่นนั้น เื่นั้นเล่าขอรับ จะทำเช่นไร” คนสนิทข้างกายเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ข้าจำเป็ต้องยึดถือคำพูดของพวกตาแก่ใกล้โลงเช่นนั้นหรือ เช่นนั้นคำว่าทรราชคงมิเหมาะกับข้าแล้วกระมัง” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมกับใช้พัดที่ตนเองมีในมือเคาะไปยังปลายจมูกของคนตรงข้ามอย่างหยอกล้อ
“โถ่ นายท่าน” ข้ารับใช้ข้างกายจึงทำได้เพียงถอนหายใจและปล่อยไปตามอารมณ์และคำสั่งของผู้เป็นาย
“ช่างเถิด ไหนๆ ก็มาแล้วเ้ามิลองชิมหน่อยหรือว่ารสชาติจะสมคำร่ำลือจริงหรือไม่”
“ขอรับ”
“เสี่ยวเออร์ข้าอยากได้อาหารชั้นเลิศสักสอง สามรายการ”
“ได้ขอรับ อาหารรสเลิศวันนี้ ร้านเราขอแนะนำเป็ชาดอกท้อ์ เค้กแอปเปิ้ล และแพนเค้กผลไม้ ขอรับ”
“อืม ตามที่เ้าว่า”
“รอสักครู่นะขอรับ”
“นายท่านคุณหนูเป่ยจินช่างเก่งกาจยิ่งนักนะขอรับ สามารถนำชาดอกท้อ์มาแจกเล่นได้เช่นนี้ อาหารชนิดอื่นคงจะดูแคลนมิได้แน่นอน”
“อืม หงส์ก็ย่อมต้องควรคู่ัมิใช่หรือ”
“ขอรับ”
นายท่านที่ว่าคือต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้ และกงกงข้างกาย ฉีกงกงนั้นเอง ด้วยความนึกสนุกหรืออะไรก็ตามแต่ ยามเมื่อตนเองได้รับรายงานจากคนข้างกายเื่ของเป่ยจินแล้ว จึงอยากจะมามองหน้าพี่สะใภ้ของตนเองให้เห็นกับตาเสียที
ยามเมื่ออยู่ด้วยกัน ว่าเหตุใดจวินเทียนหลงจึงเอาแต่นั่งคิดถึงนางนัก แล้วก็นั่นปะไร ยังมิทันได้เข้าไปทักทาย กลับถูกว่าที่พี่สะใภ้ลากตัวหายไปทันที ทั้งยังมีการละครของคนตระกูลไป๋ให้ชมเช่นนี้อีก ช่างบันเทิงเสียจริง
กลับมาที่มิติ
แน่นอนว่าจวินเทียนหลงได้เล่าทุกอย่างให้เป่ยจินได้ฟัง รวมไปถึงสิ่งสำคัญของโลกใบนี้ เมื่อเป่ยจินได้ฟังถึงกับสำลักขนมไปอีกรอบ เมื่อได้รับรูู้ว่า สิ่งสำคัญของโลกใบนี้นั้นคือเถาฮวา์ กล่าวว่าเป็ไม้์ ผลท้อสามพันปี จึงจะสุก ครั้งหนึ่งนับถือกันว่าใครได้กินจะมีอายุยืนและไม่ตาย
และเหตุใดถึงต้องปกป้องมัน ก็เป็เพราะว่ายังมีผู้คนและสรรพสิ่งบนโลกนี้อีกมากมายนัก ที่จ้องจะกินผลของมัน เพื่อต่ออายุไขให้แก่ตนเอง และเพิ่มความแข็งแกร่ง หากคนที่มิหวังดีได้ไปแล้ว โลกใบนี้จักต้องวุ่นวายเป็แน่
และสิ่งที่นางคาดไม่ถึงนั้นก็คือ สถานที่ๆ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อย่างเถาฮวา์อาศัยอยู่ จะเป็กลางป่าเขตชั้นในของป่าม่านหมอก
ด้วยเหตุนี้ ป่าม่านหมอกจึงอันตรายสำหรับเหล่ามนุษย์ เพราะเหล่าสัตว์ทั้งหลายต่าง้าไอศักดิ์สิทธิ์และเเฝ้ารอคอยการร่วงหล่นของผลฮวา์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรืออาจจะหลายปีข้างหน้า
เื่นี้จวินเทียนหลงเองก็ไม่แน่ใจนัก เพราะตอนที่เขาลืมตาขึ้นมา เหล่าตาแก่บน์ต่างก็มอบหมายภารกิจนี้ให้เขาแล้ว เพียงแต่บอกว่าอีกมิกี่ปีก็จะเกิดปรากฎการแก่งแย่งเพื่ออำนาจขึ้น ให้เขาเฝ้าจับตามองและป้องกันไว้ ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
“แย่แล้วเทียนหลง” เป่ยจินเมื่อคิดบางอย่างได้จึงเอ่ยออกมา
“หืม” จวินเทียนหลงเลิกคิ้วเบาๆ และเงยหน้าขึ้นมามอง
“ข้าเพิ่งแจกจ่ายชาดอกท้อ์เป็การต้อนรับการเปิดร้านกับคนที่มาไป…”
“เื่นั้นมิใช่ปัญหา ชาดอกท้อ์ที่เ้ามี มิใช่ต้นเดียวกับที่ข้าต้องปกป้อง หากแต่พลังของมันเปรียบดั่งสมุนไพรปราณทั่วๆ ไป”
“ข้าก็ว่าแล้วเชียวเหตุใดผู้คนถึงตั้งแง่กับข้านัก ตอนที่ข้าบอกว่าจะแจกชาดอกท้อ์ แล้วก็เ้าจินหลง เหตุใดมิเตือนข้าเล่า ให้ข้าปล่อยไก่ได้เช่นไร”
“ข้าเห็นว่ามันมิได้เป็ปัญหานี่นา อีกทั้งชาวบ้านก็คงมิคาดคิดว่าเ้าจะมีความสามารถถึงขนาดใช้ชาดอกท้อ์สามพันปีได้จริงๆ หากแต่เพียงสงสัย เพราะแม้ชาดอกท้อ์พันปีจะเป็ของล้ำค้า แต่ต้นท้อ์ปราณทั่วๆ ไปก็ยังถือว่าหายากอยู่ดี”
***เป็ยังไงกันบ้างครับ ไม่ได้พูดคุยกันเลยทุกคน อย่าลืมมาแนะนำกันได้นะ เราอาจจะไม่ใช่ไรท์ที่ดีตามที่ทุกคนหวัง แต่เราหวังจะเอาทุกคำมาปรับในแน่นอน