หลังออกจากสตูดิโอของ LSA เมิ่งชิงชิงขับรถมุ่งหน้าไปยังภัตตาคารอาหารเจ้าประจำที่ไป่ฉีกับซีหลัวมักจะไปทานข้าวกันประจำ
ไป่ฉีได้โทรจองห้องและสั่งอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้เมื่อมาถึงอาหารก็เตรียมรออยู่ที่โต๊ะแล้ว เป็นซุปเห็ดหอมกับซี่โครงหมูชามใหญ่ 1 ชาม แต่กล่องอาหารที่วางเรียงรายอยู่ในห้องตอนนี้นั้นเป็นอาหารที่ไป่ฉีสั่งไว้ให้ทีมงานรายการ Ghost Hunt ได้ทานกัน ซึ่งการถ่ายทำจะเริ่มตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไป ทีมงานอาจจะเริ่มหิวกันอีกรอบหนึ่งแน่ ๆ
ขณะที่เมิ่งชิงชิงจับช้อนเตรียมจะตักซุป มือของไป่ฉีก็มาหยุดไว้ก่อน ทำให้เธอสงสัยว่าไป่ฉีจะหยุดเธอทำไม ขณะที่กำลังจะถามออกไป ไป่ฉีก็หันไปหาพนักงาน
“ออกไปก่อนได้เลยครับ ถ้ามีอะไรผมจะกดเรียกอีกที” ไป่ฉีกล่าวกับพนักงาน พนักงานที่คอยให้บริการจึงออกไป ซึ่งไป่ฉีก็เดินตามไปล็อกประตูห้องทันที
“นายล็อกประตูทำไมเหรอไป่ฉี” เมิ่งชิงชิงถาม
“ผมแค่ไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาอาหารน่ะครับ” ไป่ฉีจ้องเมิ่งชิงชิงตาไม่กระพริบ ทำให้เธอรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ลางสังหรณ์บอกเธอว่าเธอกำลังจะเจออะไรบางอย่าง
ไป่ฉียกเก้าอี้มานั่งข้างเมิ่งชิงชิง ก่อนจะรวบเอวเธอเข้ามาแนบกาย ทำให้เธอตกใจไม่น้อย แต่แม้จะเสียงดังแค่ไหนพนักงานข้างนอกก็ไม่มีทางได้ยิน เพราะห้องของภัตตาคารที่นี่บุตัวกันเสียงเอาไว้ ไม่มีทางที่เสียงในห้องจะหลุดรอดออกไปจนพนักงานได้ยินแน่นอน ดังนั้นเมื่อลูกค้าต้องการเรียกใช้บริการจึงต้องกดปุ่มเพื่อเรียกพนักงานหน้าห้อง
“ไป่ฉี นะ...นายจะทำอะไรเหรอ เรามากินข้าวกันนะ” เมิ่งชิงชิงทำใจกล้าถามชายหนุ่มที่รวบเธอไว้ในอ้อมแขน
“ก็ผมอยากกินซุปกับพี่” ไป่ฉีจ้องเมิ่งชิงชิง เขาเม้มและเลียริมฝีปากเล็กน้อย
“งั้น ก็นั่งกินดี ๆ สิ กินแบบนี้ฉันกินไม่ถนัด” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“เดี๋ยวผมป้อนให้ไงครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ไม่เป็นไร ฉันทานเองได้” เมิ่งชิงชิงฝืนยิ้ม ไป่ฉีไม่ตอบ เขาใช้มืออีกข้างตักซุปขึ้นมาป้อนให้เธอ
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถหลุดจากอ้อมแขนของไป่ฉีได้ เธอจึงยอมกินแต่โดยดี เธออ้าปากรับน้ำซุปจากช้อนที่ไป่ฉีป้อนให้ แต่ไป่ฉีกลับแกล้งเธอด้วยการเอาช้อนน้ำซุปใส่ปากตัวเองแทน
“นี่ ไป่ฉี นายจะให้ฉะ....อือ” เมิ่งชิงชิงกำลังจะดุไป่ฉีที่แกล้งเธอ แต่ยังไม่ทันไรริมฝีปากของเธอก็ถูกอีกฝ่ายเข้าครอบครอง เธอสัมผัสได้ถึงน้ำซุปที่ไหลเข้าปากของเธอ หลังจากกลืนน้ำซุปลงไปแล้ว ไป่ฉีจึงปล่อยริมฝีปากของเธอให้เป็นอิสระ
“เป็นไงบ้างครับ น้ำซุปหอม หวานไหม” ไป่ฉียิ้มให้เมิ่งชิงชิง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไป่ฉี ใครใช้ให้พี่ชิงชิงลักหลับเขาหลายครั้งกันล่ะ ถ้าไม่เอาคืนซะบ้าง ตัวเขาคงเต็มไปด้วยรอยรักเป็นดวง ๆ ทุกเช้าแน่
“ไป่ฉี นายเอาเปรียบฉันอีกแล้วนะ” เมิ่งชิงชิงทุบที่อกไป่ฉีเบา ๆ มันทำให้ไป่ฉีรู้สึกคันยุบยิบในใจ
“งั้นใครกันล่ะครับที่ฝากรอยจูบไว้ที่ต้นคอผมตอนเช้า” ไป่ฉีกล่าว ทำเอาเมิ่งชิงชิงสะดุ้งทันที
“เอ ไม่รู้สิ สงสัยตอนนอนมันคงไปโดนเข้าละมั้ง” เมิ่งชิงชิงมองไปทางอื่น ทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ทำเป็นไม่รู้เรื่องเหรอครับ งั้นก็ไม่เป็นไร พี่ชิงชิงลองชิมซี่โครงหมูนี่ดูสิครับ มันผ่านการเคี่ยวมานาน อร่อยนะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะตักซี่โครงหมูที่ถูกสับมาพอดีคำส่งเข้าปากเธอ และเขาก็เข้าครอบครองริมฝีปากของเธออีกครั้ง
ทั้ง 2 คนต่างใช้ฟันดูดและกัดเนื้อติดซี่โครงไปมา ส่งเสียงจ๊วบ ๆ ไปมา มื้ออาหารมื้อนี้จึงมีเพียงแค่เสียงดูด กับเสียงครางของชายหนุ่มและหญิงสาว ทั้งคู่ได้จมลงสู่ความหวานชื่นไปแล้ว
“แฮก ๆ ๆ ทำไมกินข้าวมันเหนื่อยขนาดนี้เนี่ย” เมิ่งชิงชิงหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำและมีเม็ดเหงือผุดขึ้นตามดวงหน้า ไป่ฉีคลายอ้อมแขนของเขาแล้วมองเธอด้วยสายตาพึงพอใจอย่างมาก
“ซุปเห็ดหอมนี่อร่อยดีนะครับพี่ชิงชิง ครั้งหน้ามากินกันอีกนะครับ” ไป่ฉีกล่าว เมิ่งชิงชิงตวัดสายตามองไป่ฉีด้วยความไม่พอใจ
“ซุปอร่อย แต่วิธีกินมันไม่ถูกใจฉันเอามาก ๆ เลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“เรามาต่อของหวานกันไหมครับ” ไป่ฉีแกล้งทำเป็นเมินสิ่งที่เมิ่งชิงชิงพูดเมื่อครู่
“ฉันอิ่มแล้ว” เมิ่งชิงชิงพูดตัดบททันที
“ว้า น่าเสียดายจัง คิดว่าจะได้กินของหวานกับพี่ชิงชิงซะหน่อย” ไป่ฉีเดินไปปลดล็อกประตูและเปิดออกไปเรียกพนักงานให้คิดเงิน
หลังจากจ่ายค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงไปที่ลานจอดรถ โดยมีพนักงานภัตตาคารชาย 3 คนช่วยกันยกอาหารกล่องขึ้นรถ ก่อนจะไป่ฉีจะให้ทิปไปคนละ 1 พันหยวน สร้างความดีใจให้กับพนักงานมากทีเดียว
“ผมชื่อ...... ครั้งหน้าหากคุณไป่ฉีต้องการให้ช่วยยกอาหารเรียกหาพวกผมได้เลยนะครับ” พนักงานชายทั้ง 3 คนต่างกล่าวแนะนำตัว โดยบอกชื่อของตน ลูกค้าที่ทิปพวกเขาคนละ 1 พันหยวนเฉพาะคนมีไม่มากนัก ถึงที่นี่จะเป็นภัตตาคารที่หรูพอสมควรก็ตาม ด้วยเพราะทิปที่ลูกค้าให้ส่วนใหญ่เป็นทิปรวม จึงตกมาถึงพวกเขาแค่ไม่กี่พันหยวนต่อเดือน เพราะต้องเฉลี่ยให้พนักงานทุกคนเท่า ๆ กัน
“อืม ไว้ครั้งหน้าจะเรียกใช้อีกนะครับ” ไป่ฉีกล่าวจบก็กดปิดกระจกรถ พร้อมกับเมิ่งชิงชิงที่ขับรถออกไปจากลานจอดรถของภัตตาคาร เพื่อไปยังสถานที่ถ่ายทำรายการ Ghost Hunt
“ว่าแต่พี่ชิงชิง ไปค้นข้อมูลคฤหาสน์ที่เราจะไปถ่ายรายการ Ghost Hunt มาแล้วใช่ไหมครับ” ไป่ฉีถาม
“ทะ...ทำไม...นายถึงคิดว่าฉันไปค้นมาแล้วล่ะ” เมิ่งชิงชิงยิ้มแห้ง ๆ
“ก็ปกติพี่ชิงชิงมักจะไปหาข้อมูลงานอย่างละเอียด เพราะกลัวว่ามันอาจจะเป็นอันตรายกับผมนี่นา ยิ่งเห็นปฏิกิริยาตอนอยู่ในสตูดิโอที่ LSA เลยยิ่งแน่ใจเข้าไปใหญ่ว่าพี่คงหาข้อมูลสถานที่มาแล้ว ไม่งั้นพี่คงไม่ออกอาการหวาดกลัวขนาดนั้นหรอก” ไป่ฉีอธิบาย
“อือ ที่จริงก็หามาน่ะแหละ ว่าแต่ไป่ฉี ขอถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้งได้ไหม” เมิ่งชิงชิงถาม
“อะไรครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ยันต์นั่นใช้ได้ผลแน่นะ” เมิ่งชิงชิงถามย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง
“ได้ผลแน่นอนครับ” ไป่ฉีตอบ
‘อย่าว่าแต่ผีเลย ขนาดสัตว์อสูรระดับราชันย์จักรพรรดิ พอสัมผัสถึงพลังของยันต์ยังต้องเผ่นเลย เพราะไท่ซื่อคงอัดพลังจิตวิญญาณของตนลงไปในนั้นปริมาณมหาศาล ที่จริงหน้าถ้ำที่เราหลอมศาสตราเทพก็มียันต์แบบเดียวกันกับที่ให้พี่ชิงชิงแปะไว้ใบนึงนี่นะ ไม่งั้นคงโดนพวกสัตว์อสูรรบกวนตลอด’ ไป่ฉีคิด
“ค่อยยังชั่ว งั้นฉันจะเล่าข้อมูลที่ไปหามาให้ฟังละกัน คฤหาสน์นี้เคยมีตระกูลหนึ่งครอบครองอยู่ เป็นตระกูลผู้ดีเก่า มีคุณหญิงแม่ มีลูกชาย คือ คุณชายใหญ่ คุณชายกลาง และคุณชายน้อย คุณชายน้อยเป็นเด็กพิการเดินไม่ได้ นิ้วมือหงิกงอ ปากเบี้ยว นอกจากนี้คุณหญิงแม่ยังมีลูกสาว คือ คุณหญิงใหญ่กับคุณหญิงเล็ก อยู่มาวันหนึ่งมีหญิงสาวถักผมเปียทั้ง 2 ข้างนำจดหมายของพ่อเธอมายื่นให้กับคุณหญิงแม่ เพื่อให้ช่วยดูแลกับให้ที่พักอาศัยกับลูกสาวของเขาเพื่อทดแทนสิ่งที่พ่อของหญิงสาวเคยช่วยเหลือสามีของคุณหญิงแม่เมื่อสมัยเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว หากแต่คนในบ้านยกเว้นคุณชายกลางกับคุณชายน้อย ไม่ชอบหญิงสาวผู้มาใหม่ จึงหาทางกลั่นแกล้งสารพัด จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังลงบันได เธอถูกคุณหญิงใหญ่ถีบตกบันไดลงมาคอหักตาย ด้วยความแค้นเธอจึงหลอกหลอนคนในบ้านนั้น นับวันยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวัน จนคนรับใช้ คนสวนต่างลาออกกันไปหมด ต่อมาคุณชายใหญ่ตายเพราะถูกมีดปอกผลไม้แทง เนื่องจากเขาจะปอกผลไม้ แต่มีดไม่คมจึงเดินไปที่ครัว แต่เหมือนกับถูกใครผลักให้ล้มจนมีดทิ่มทะลุหัวใจตายคาที่ ส่วนคุณหญิงแม่เสียสติเพราะทุกครั้งที่นอนจะเห็นวิญญาณของหญิงสาวถักเปียมาหาหมายจะเอาชีวิต สุดท้ายเพราะพักผ่อนไม่พอจึงหัวใจล้มเหลวตายไปอีกคน ด้านคุณหญิงใหญ่นั้น ขณะเธอกำลังเดินลงบันไดก็พลัดตกลงมาจากบันได คอหักตายที่เดียวกับหญิงสาวถักเปียคนนั้น ต่อมาคุณหญิงเล็ก มีวันหนึ่งเธอว่ายน้ำช่วงเย็นเป็นปกติจึงไม่มีใครสนใจ แต่เช้าขึ้นมาเธอก็ถูกพบกลายเป็นศพอยู่ที่สระว่ายน้ำในสภาพคว่ำหน้า ส่วนคุณชายน้อยนั้นก็ตายตามเพราะมีวันหนึ่งคุณชายน้อยต้องการลุกขึ้นเดินด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากเป็นภาระให้คุณชายใหญ่ แต่ด้วยขาที่พิการทำให้ล้มหัวฟาดพื้นหัวแตกเป็นแผลใหญ่และเลือดออกมาก ด้วยความที่คนใช้ลาออก คุณหญิงแม่ คุณชายใหญ่ คุณหญิงใหญ่ คุณหญิงเล็กตายกันหมด คุณชายกลางก็ไปทำงานยังไม่กลับ ทำให้คุณชายน้อยเสียเลือดจนตาย ส่วนคุณชายกลางที่เหลืออยู่คนเดียวในคฤหาสน์ก็เศร้าโศกเสียใจกับการตายของคุณชายน้อย สุดท้ายเขาก็ผูกคอตายในห้อง คนพบศพคือทนายประจำตระกูล เพราะติดต่อคุณชายกลางไม่ได้ จึงได้มาหาที่บ้าน เมื่อเห็นว่าบ้านเงียบผิดปกติจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ ถึงได้พบศพคุณชายกลางผูกคอตายกกลายเป็นศพอยู่ในห้องนอน แต่สิ่งที่น่าสยองกว่านั้นคือ ที่คอของคุณชายกลางนั้นไม่ใช่เชือก แต่เป็นผมเปียที่ยาวมากกว่า 3 เมตรที่คุณชายกลางใช้ผูกคอ และขณะที่กู้ภัยกำลังนำศพลงมา ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของหญิงสาวดังทั่วคฤหาสน์ พวกเขาจึงรีบเก็บศพของคุณชายกลางและรีบออกจากบ้านให้เร็วที่สุดก่อนตะวันจะตกดิน หลังจากนั้นก็มีพวกคนมาลองของ หากมาคนเดียวก็จะถูกพบกลายเป็นศพในวันรุ่งขึ้น หากไปกัน 2 คน คนหนึ่งจะต้องตายอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้โดยการผูกคอตาย และสิ่งที่ใช้ผูกคอก็คือผมเปียที่ยาวมากเหมือนตอนที่คุณชายกลางผูกคอตาย จนคฤหาสน์นี้ถูกขนานนามว่า [ทิ้ง 1 ชีวิต] ซึ่งฉันไม่อยากให้นายเข้าไปเลย” เมิ่งชิงชิงกล่าวด้วยความเป็นห่วง
‘หึ ไม่เห็นน่ากลัวเลยสักนิด แค่วิญญาณอาฆาต คัมภีร์ส่งวิญญาณของไท่ซื่อคงที่เรามีอยู่ สามารถส่งวิญญาณของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ตายกันกองเท่าภูเขาให้ไปยังปรโลกได้เพียง 1 ลมหายใจ อย่าให้ข้าเจอก็แล้วกัน ข้าจะจับส่งไปปรโลกซะเลย’ ไป่ฉีคิดขณะฟังเมิ่งชิงชิงเล่าประวัติคฤหาสน์หลังนี้ให้ฟัง
“พี่ชิงชิง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ทางรายการเขามีคุณคิวอยู่ ผมเคยอ่านเจอว่าเขาเห็นและสื่อสารกับวิญญาณได้ ถ้าคุยกันได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหานะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“แต่นั่นมันวิญญาณอาฆาตเชียวนะ ขนาดคุณชายกลางกับคุณชายน้อยยังตายเลย ทั้งที่พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องในการกลั่นแกล้งเธอแม้แต่น้อย” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“มันก็ไม่แน่หรอกนะครับว่า 2 คนนั้นไม่เกี่ยว” ไป่ฉีกล่าว
“เฮ้อ สรุปนายไม่เปลี่ยนใจสินะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ครับ ผมไม่เปลี่ยนใจแน่นอน ถึงห้ามพกเครื่องราง แต่ผมอาบน้ำมนต์มาทั้งตัว ยังไงทางรายการก็ไม่รู้หรอกจริงไหม” ไป่ฉียิ้ม เขาแค่พูดให้เมิ่งชิงชิงสบายใจ เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งน้ำมนต์อะไรนั่นหรอก แค่พลังจิตวิญญาณของเขาก็สามารถผลักดันพวกวิญญาณไม่ให้เข้าใกล้เขาได้แล้ว
“นายนี่ฉลาดจริง ๆ” เมิ่งชิงชิงยิ้มให้กับความเจ้าเล่ห์ของไป่ฉี
“ใช่ไหมล่ะ พี่น่าจะภูมิใจนะที่มีแฟนที่ทั้งหล่อแล้วก็ฉลาดแบบนี้ (แถมอายุก็ตั้ง 15,429 ปี)” ไป่ฉีกล่าวชมตัวเอง
“ย่ะ คนอะไรชมตัวเองก็ได้ด้วย” เมิ่งชิงชิงหัวเราะ การกล่าวชมตัวเองของไป่ฉีที่ต้องการให้เธอหายเครียดจากการต้องไปถ่ายทำรายการผี
เมื่อถึงช่วง 5 โมงเย็น ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงก็มาถึงหน้าประตูรั้วของคฤหาสน์แล้ว ตรงหน้าตัวคฤหาสน์มีเหล่าทีมงาน พิธีกร คุณคิว ดาราและผู้ชมทางบ้าน กำลังเริ่มหาอะไรทานรองท้องกันแล้ว
“ดูเหมือนเราจะมาสายนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“เอาน่า พวกเราติดงานจากที่อื่นนี่นา” เมิ่งชิงชิงกล่าว ก่อนที่จะขับรถผ่านประตูรั้วคฤหาสน์เข้าไป
__________________________________
ศูนย์ฝึกอบรม LSA ไป่ฉีกับชิงชิงเดินเข้ามาเห็นป้าจางกำลังแอบหลังเสาเหมือนกำลังดูใครสักคนอยู่ พวกเขาจึงเข้าไปทักทันทีชิงชิง : ป้าจางทำอะไรอยู่เหรอคะป้าจาง : ชิงชิง เธอเห็นชายคนที่กำลังถือไม้ม็อบนั่นไหมชิงชิง : เห็นค่ะ ทำไมเหรอคะป้าจาง : ฉันเพิ่งรู้ว่าพวกคนแซ่หวังยังมีคนดี ๆ อยู่ชิงชิง : ยังไงคะป้าจาง : ก็มีคนที่ทำประโยชน์ได้บ้างน่ะสิ คนที่เธอเห็นถือไม้ม็อบนั่นไงไป่ฉี : อย่าบอกนะว่าเขาชื่อ หวังถูป้าจาง : ไป่ฉี เธอรู้ชื่อเขาได้ไงไป่ฉี : แหะ ๆ (มองไปทางอื่นอย่างเอือมระอา)ชิงชิง : =-=aฝากเพจนิยายด้วยนะครับ
