ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมรักท่านอีก

    ตอนที่ 33: ไฟในวัง และเลือดของใจ

     ตอนที่ 33: ไฟในวัง และเลือดของใจ


    ณ เมืองหลวง – ยามทวิกาล (ราวตีสี่) 


    ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนสี

    แต่ภายในวังหลวงกลับถูกห่อหุ้มด้วยความเงียบผิดปกติ


    เงาคนชุดดำหลายสิบคนแฝงตัวกระจายตามจุดสำคัญ—ห้องราชครู จวนเสนาบดี และ…ตำหนักรองขององค์ชายเฉิง


    มือสังหารเหล่านี้…ไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งของเจิ้งซืออวี่อีกต่อไป

    พวกมันขึ้นตรงกับ เสวี่ยอิง—หญิงที่ในอดีตเคยเป็นเงา และวันนี้คือเงาที่อยากกลืนแสง


    …


    “เป้าหมายไม่ใช่การฆ่า”

    “แต่คือการ ‘สร้างภาพว่าใครอยู่เบื้องหลัง’ ”


    เธอกระซิบกับหนึ่งในลูกน้อง

    ก่อนจะส่งมีดขว้างสลักตราดอกเหมย—ตราส่วนตัวของเหยียนซือหรงในอดีต


    “ในวังไม่มีใครเชื่อภาพจนกว่าจะเห็นเลือด”

    “คืนนี้…เราจะให้เลือดพูดแทน”


    …


    ณ ค่ายชายแดน – หกชั่วยามก่อนนั้น


    เหยียนซือหรงนั่งให้เสิ่นเสี่ยวหานพันแผล เธอเงียบ ไม่หลับตา ไม่สะดุ้ง

    แต่คำที่นางเอ่ยเบา ๆ กลับหนักกว่าเลือดใด ๆ ที่ไหล


    “ข้าฝันถึงวัง…ในฝันนั้น ทุกอย่างไหม้เป็นจุณ”


    ม่อหรงฉีเข้ามาอย่างเร่งรีบ


    “เราเพิ่งสกัดแผนลับของเจิ้งได้ไม่ทันไร…กลุ่มของเสวี่ยอิงกำลังเคลื่อนเข้าเมือง”

    “พวกมันมีชื่อขุนนางปลอม และเอกสารราชการเทียมที่ลงนามว่า ‘เหยียนซือหรง’ ”


    …


    ซือหรงลุกขึ้นทันที แม้แผลจะยังสด

    องค์ชายเฉิงเข้ามาพร้อมเกราะครึ่งชุด

    “เราต้องกลับวัง—ทันที”


    เธอพยักหน้า

    “ไม่ใช่เพื่อข้า…”

    “…แต่เพื่อหยุดเลือดของผู้บริสุทธิ์ไม่ให้ไหลเพราะชื่อของข้า”


    …


    วังหลวง – ยามเฉิน (ราวเจ็ดโมงเช้า) 


    แสงแรกของวันยังไม่พ้นกำแพง

    แต่ภายใน ตำหนักราชครู ถูกเผาไปกว่าครึ่ง


    ราชครูจิ้งเหวินบาดเจ็บ—โชคดีที่รอดจากการลอบสังหาร

    ขุนนางอีกสองคนตายคาที่โดยไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนลงมือ


    และข้างศพหนึ่ง…มีมีดสลักลายดอกเหมยจมอยู่กลางอก


    เสียงลือกระจายไปทั่ว


    “เหยียนซือหรงกลับมาเป็นเงาอีกครั้งแล้ว”

    “หรือแท้จริง…นางไม่เคยเปลี่ยน?”


    …


    หนานหรูเหยียน ได้ยินข่าวแต่เช้า

    เธอแทบทำอะไรไม่ออก ขณะถือพู่ห้อยมือที่องค์ชายเคยมอบให้


    เพราะเมื่อวาน…เธอเพิ่งได้รับจดหมายลับจากเจิ้งซืออวี่


    “ข้าถอนตัวแล้ว แต่เงาใหม่กำลังแทงเข้าหัวใจของราชสำนัก”

    “และข้ากลัวว่า คนที่เจ้ารัก…จะต้องเลือกระหว่างแผ่นดิน กับคนที่เขารัก”


    …


    เธอตัดสินใจออกจากวังฝ่ายใน

    และเป็นคนแรก…ที่กล้า “ขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้” ในนามของพลเรือน


    เธอพูดเพียงว่า

    “ข้าเชื่อว่าเหยียนซือหรงไม่ได้เป็นผู้สั่งลอบสังหาร”

    “เพราะถ้านางจะฆ่า นางจะยืนตรงหน้า ไม่ใช่ซ่อนอยู่ในเงา”


    …


    ยามบ่าย – ประตูวังเปิดออก


    ขบวนทหารหลวงรับเสด็จองค์ชายเฉิงและเหยียนซือหรงกลับเข้าวัง

    ทั้งสองขึ้นม้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม


    ผู้คนมองพวกเขาราวกับเป็นผู้ต้องสงสัย

    แม้แต่องครักษ์ยังลังเล…ว่าจะยกมือคำนับหรือยกหอกสกัด


    …


    เหยียนซือหรงก้าวลงจากหลังม้า

    หยุดตรงกลางลานตำหนักหยก และกล่าวเสียงกังวาน:


    “หากคืนนี้วังนี้ต้องการเลือด…จงมาเอาจากข้า!”

    “แต่จงจำไว้ว่า—เลือดของข้าจะไม่ล้างบาปของคนที่อยู่ในเงา!!”


    …


    เสียงเงียบงันตกลงทั่วทั้งลาน

    ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องบน


    “จงให้ข้าพิสูจน์…ว่าเจ้าคือเงา หรือคือแสง”

    —พระสุรเสียงของฮ่องเต้ ดังจากเบื้องบนพระราชวัง


    …


    ฉากสุดท้ายของบท


    ในเงามืดของหอประชุมใหญ่

    เสวี่ยอิงยืนอยู่หน้าภาพแผนที่ที่ปักหมุดใหม่…ตรงตำแหน่ง “ตำหนักของราชินี”


    เธอเอ่ยเสียงเบา


    “เมื่อศัตรูไม่ยอมตายด้วยคมดาบ…ข้าจะใช้หัวใจเขาเป็นสนามรบแทน”


    เงาร่างเบื้องหลังเธอเป็นหญิงสาวอีกคนที่เราคุ้นตา…

    หญิงสาวที่ควรอยู่ฝั่งนางเอก…


    …แต่กำลังยืนอยู่ข้างศัตรูอย่างเงียบงัน


    …


    จบบท


    ⸻


    ตอนที่ 34 จะเป็นการพิสูจน์ของเหยียนซือหรงในราชสำนัก

    และการทรยศจากคนใกล้ตัวที่ไม่มีใครคาดคิด

    หัวใจ กับ ความยุติธรรม จะเริ่มเดินสวนทางกันในวังหลวง