ตอนที่ 12 การต่อสู้ของเฟยหลงบรรยากาศการเผชิญหน้ากับปีศาจงูหมื่นปีเต็มไปด้วยความกดดัน…ยิ่งมันจ้องมองมานิ่งๆ ขณะเขาอุ้มเสี่ยวจื่อก้าวเดินเข้ามา เฟยหลงก็ยิ่งหวาดหวั่น… ต่อให้สายตานั้นจะจดจ้องเขม็งไปที่เสี่ยวจื่อก็เถอะ…แต่เมื่อได้ทบทวนแผนการทุกอย่างที่วางไว้ในใจแล้วเขาก็มั่นใจว่าตนเองจะรับมือได้หรือต่อให้ไม่ได้ก็ยังมีเจ้าต้นไม้โง่คอยดึงความสนใจเจ้าปีศาจงูถ่วงเวลาให้เขาหนีได้อยู่ ดังนั้นวันนี้ไม่มีเสีย มีแต่ได้กับได้!คิดแล้วก็อุ้มเอาต้นซาโม่เหมยของเสี่ยวจื่อไปวางไว้ตรงหน้าของเจ้าปีศาจงูตนนั้น รอคอยให้มันคืนร่างพยายามจะกินเสี่ยวจื่อจนเผลอตัวเปิดช่องว่างออกมา“สวัสดี >< เสี่ยวจื่อเป็นซาโม่เหมย นี่เพื่อนเสี่ยวจื่อชื่อจื่อหลงเป็นไส้เดือน เอ้ย! ไม่ใช่ๆ เป็นกิ้งกือ ท่านตาเป็นอะไรเหรอ? >_<”…เออดี… เจ้าต้นไม้โง่… ในสถานการณ์น่ากลัวขนาดนี้ยังมาทำตัวใสๆ ไร้สติเที่ยวทักทายผู้คนได้อีกแน่ะ…“อ้อ… ภูติต้นไม้ชื่อเสี่ยวจื่อรึ? ข้าเป็นปีศาจงู….”แล้วนั่น… เจ้าปีศาจงูก็เล่นด้วยเสียอีก… ร้ายกาจนัก! กลยุทธ์หยอกล้อเหยื่อก่อนกินงั้นรึ?“ปีศาจงูเหรอ? ดีจังเลยเสี่ยวจื่อไม่เคยมีท่านตาเป็นปีศาจงูมาก่อนเลยนะ>_< ว่าแต่… ท่านตาปีศาจงูเห็นงูยักษ์ที่จะกินเสี่ยวจื่อมั้ย เขาอยู่ที่ไหนเหรอ? …”ก็อยู่ตรงหน้านั่นไงล่ะ! โอยยย โง่ได้โล่เลยเจ้าต้นไม้บ๊อง!“เสี่ยวจื่อพูดอะไรอย่างนั้น… เจ้าน่ารักน่าเอ็นดูเสียขนาดนี้ ใครเล่าจะกินเจ้าได้ลงคอ….”เจ้าปีศาจงูเฒ่านี่ก็ล้อเล่นใส่เสี่ยวจื่อไม่เลิก ทั้งยังเหลือบตามามองเขานิดๆ คล้ายกับต้องการบอกว่า ‘ทำดีมากเจ้ากิ้งกือน้อย’ ทำเอาเฟยหลงจากที่ก่อนหน้านี้หวาดกลัวเจ้าปีศาจงูนี่อย่างหนัก อยู่ดีๆ ก็เขวี้ยงความกลัวทิ้งร่ำๆ อยากพุ่งไปเตะปากปีศาจให้หายหงุดหงิด…‘ข้ายอมให้เสี่ยวจื่อเรียกข้าเป็นกิ้งกือไส้เดือนได้คนเดียวเฟ้ย!’ใจเย็นๆ ไว้เฟยหลง… อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเดี๋ยวจะเสียแผน… ให้เจ้างูผีนี่สนใจเสี่ยวจื่อมากๆ ก็ดี มันจะได้เผลอเปิดจุดอ่อนให้เขาได้ไวๆ‘เจ้าต้นไม้โง่นี่เป็นของข้า อุตส่าห์ถนอมไว้ไม่กินมาตั้งหลายปี จะให้คนอื่นมาชุบมือเปิบง่ายๆ ฝันไปเถอะ!’“ใช่ม้า เสี่ยวจื่อเป็นซาโม่เหมย กินไม่อร่อยหรอก ไว้รออีกแป๊บหนึ่งให้เสี่ยวจื่องอกใหม่เป็นไม้ผลเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นค่อยกินดีกว่า รับรองเสี่ยวจะออกผลอร่อยๆ มาให้กินเลย! แล้วจะแบ่งไว้ให้ท่านตาด้วยดีมั้ย >_<”“ไม่ดี… ข้าเป็นพวกใจร้อนยามหิวก็ต้องกินทันที คงรออดใจรอเจ้าไม่ไหวหรอก เจ้าต้นไม้น้อย….”พูดจบเจ้าปีศาจงูก็พลันเปลี่ยนร่างของตัวเองให้เป็นร่างของงูยักษ์ที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารทำเอาเสี่ยวจื่อที่เฝ้ามองอีกฝ่ายอยู่ถึงกับต้องร้องอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ“หวาาาาาา ตัวหยายจังเลยยยยยยย”‘หึๆ เริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาได้แล้วสิเจ้าต้นไม้โง่’“ที่แท้ท่านตาเป็นไส้เดือนยักษ์นี่เอง ดีจังเลย! >_<”“……….-_-………..”‘ปัดโถ่เว้ย! มันใช่รึไงฟร๊ะ!’นั่นคือสิ่งที่เฟยหลงได้แต่คิดอย่างทอดถอนใจ แต่คิดไปคิดมาก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจขึ้นมา นึกดีใจที่เจ้าต้นไม้โง่นี่ตาถั่วได้อย่างเท่าเทียมกัน เห็นสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดเป็นไส้เดือนไปได้ซะหมด ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเท่านั้น…‘หึๆ เป็นไงเล่าเจ้างูผี เจอความมึนของเสี่ยวจื่อเข้าไป ไปต่อไม่ถูกเลยละสิ!’“…….เจ้าต้นไม้นี่… ปากดีเสียจริง บังอาจเรียกปีศาจงูหมื่นปีอย่างข้าว่าเป็นไส้เดือนยักษ์…. แต่เอาเถอะ… ข้าจะไม่ถือสา เพราะอีกไม่นานเจ้าก็จะกลายมาเป็นพลังของข้าแล้ว….”ว่าแล้วเจ้างูผีก็รีบเลื้อยไปล้อมร่างของเสี่ยวจื่อเอาไว้อย่างรวดเร็ว บ่งบอกว่าใจร้อนไม่น้อย“พลังเหรอ? พลังคืออะไร? เหมือนแสงแดดที่ส่องมาให้เสี่ยวจื่อสังเคราะห์แสงมั้ย?”ส่วนเสี่ยวจื่อก็ยังเจื้อยแจ้วถามความออกไปอย่างคนไม่รู้สถานการณ์จนเฟยหลงนึกอยากจะเขกหัวกลวงๆ นั่นสักหนึ่งทีแรงๆ แต่คิดไปคิดมา ให้เสี่ยวจื่อถามนั่นถามนี่ดึงดูดความสนใจมันไว้ก็ดี ในฐานะที่เขามีประสบการณ์ตรงในการรับมือกับความมึนของเสี่ยวจื่อมาหลายปีก็ต้องบอกว่าการพูดคุยโต้เถียงกับเจ้าเสี่ยวจื่อนี่ชวนให้มึนงงต้องใช้สมาธิไม่น้อย นับว่าดึงดูดความสนใจให้ปีศาจงูได้เผอเรอได้ดีทีเดียว….เฟยหลงจ้องมองเจ้าปีศาจงูตัวร้ายเลื้อยไปพันร่างของเสี่ยวจื่ออย่างย่ามใจ สายตามันเฝ้ามองเสี่ยวจื่อตาเป็นมันคล้ายอยากหม่ำเสียเต็มเปา ปากก็เอ่ยคำโต้ตอบเสี่ยวจื่อที่เจื้อยแจ้วถามนู่นถามนี่มาไม่หยุด สมาธิทุกส่วนเพ่งไปที่เสี่ยวจื่ออย่างเต็มที่จนแม้แต่ในยามนี้ที่เฟยหลงกลับคืนร่างเซียนวัยรุ่นไม่ใช่วัยเด็กแล้วมันก็ยังไม่ทันรู้ตัวแม้แต่น้อยจนมันเลื้อยเข้าประชิดตัวเสี่ยวจื่อได้พร้อมอ้าปากกว้างเตรียมขย้ำกินเสี่ยวจื่อนั่นแหละ เฟยหลงจึงได้ฉวยโอกาสนี้รีบเสกดาบพลังหยางขึ้นมาแล้วพุ่งกระโดดนำดาบไปปักแทงลงบนหัวเจ้างูยักษ์ตัวนั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เกล็ดย้อนมังกรของเขาทำงานสร้างโล่กำบังเป็นม่านพลังสีดำครอบร่างของเสี่ยวจ่อเอาไว้พอดี ทำให้เสี่ยวจื่อปลอดภัยไร้กังวล“ย๊าาาาา อย่ากินเสี่ยวจือน้าาาา!!!!”เสี่ยวจื่อที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราว ยามเห็นปีศาจงูยักษ์อ้าปากเตรียมขย่ำกินก็ให้ตกใจนักจนต้องแหกปากร้องออกมาอย่างหวาดกลัวจนไม่ทันได้เห็นตอนที่เฟยหลงทะยานขึ้นฟ้าปักดาบลงบนหัวเจ้าปีศาจงูตัวนั้นอย่างว่องไว“ฉั๊วะ!!!!”“อ๊ากกกกก!!!!!”เจ้าปีศาจงูโดนดาบพลังหยางปักลงมากลางหัวก็ถึงกับดิ้นพล่านจนลำตัวยาวๆ ของมันตวัดไปทั่ว กวาดเอาทุกอย่างในบริเวณนั้นพังราบเป็นหน้ากลอง ปากก็ร้องคำรามออกมาไม่หยุดอย่างเจ็บปวดทรมาน“กี๊ดดดดดซซซ!!!!!!!”“!!!!!!!!!”เสี่ยวจื่อเองก็ถูกลูกหลงจากการดิ้นทุรนทุรายนี้ไม่น้อยจนต้นซาโม่เหมยของตนเองกลิ้งหลุนๆ ไปไกล กิ่งและรากหักไปหลายจุดเพราะเกล็ดย้อนมังกรป้องกันได้แค่การถูกโจมตีเท่านั้น แต่ไม่สามารถป้องกันอันตรายที่เกิดจากตนเองเช่นที่เสี่ยวจื่อกลิ้งไปกลิ้งมานี้ได้แต่ตาของเสี่ยวจื่อก็ยังจ้องมองแป๋วแหววไปที่เฟยหลงที่ตอนนี้ลอยละล่องไปมาอยู่บนฟ้าตามจังหวะการสะบัดหัวของปีศาจงูยักษ์ มือของเฟยหลงก็พยายามจะจับยึดที่ดาบให้แน่นที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างของตนเองต้องถูกสะบัดจนปลิวไป“เหวออออ!!!!”…..เฟยหลงร้องขึ้นมาตามจังหวะการหมุน น่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง“หว๋าาาาาาาา!!!!!!!!!!”…..เสี่ยวจื่อก็ร้องออกมาเสียงดังจนเฟยหลงยังตกใจ คิดไปต่างๆ นาๆ ว่าเจ้าต้นไม้โง่อาจจะถูกหางของงูยากฟาดเข้าหรือไม่ก็ถูกทับจนตัวบี้แบนไปหรือไม่จนต้องรีบร้องถามออกมาอย่างเป็นห่วง“เสี่ยวจื่อออออ เจ้าเป็นอะรายยยยย!!!!!! "เฟยหลงโดนสะบัดไปทางซ้าย หันไปร้องถามเสี่ยวจื่อ ร้องไปตัวก็ลอยหวือไป น่าอนาถเป็นอย่างยิ่ง!“ไม่เป็นอารายยยย เสี่ยวจื่อช่วยจื่อหลงร้องเฉยๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!”เฟยหลงโดนสะบัดไปทางขวาในขณะที่หัวคิ้วขมวดมุ่น!‘แล้วดูนั่น… เหตุผลของมัน… มันใช่เรื่องมั้ย! ฮุ้ย!! หงุดหงิดโว้ย!!!’“หุบปากไปเลยยยยยยยย เหวอ!!!!!”“ตู้ม!!!!!!!!!!”เหมือนว่าเฟยหลงจะปักดาบนานไปแต่เจ้างูยักษ์ไม่ตายเพราะหนังมันเหนียวกว่าที่คิดไว้ ในที่สุดมันก็ตั้งหลักได้จึงได้สะบัดหัวแรงๆ หนึ่งที ทำเอาทั้งเฟยหลงทั้งดาบปลิวหวือไปกระแทกต้นไม้ใหญ่ด้านหลังอย่างแรง“อั๊ก!!! อูยยยย….. เจ็บชะมัด……”“จื่อหลงเจ็บม้ายยยยยย!”เสี่ยวจื่อเห็นเพื่อนซี้ของตนเองถูกเหวี่ยงลอยละลิ่วไปไกลก็รีบร้องถามออกมาอย่างเป็นห่วง เสียงเรียกของเสี่ยวจื่อทำให้เจ้างูยักษ์หันขวับไปมองทันทีด้วยดวงตาวาวโรจน์กับแค้นเคืองอย่างมาก“ชิ้ง!!!”“เฮื้อก!!! ทะ… ท่านงูยักษ์… เสี่ยวจื่อหุบปากแล้ว….T_T”ดูเหมือนว่าแค่หุบปากจะยังไม่สาแก่ใจ เจ้างูยักษ์จึงได้จะทำท่าพุ่งเข้ามากัดกินเสี่ยวจื่อโดยไว จากการที่มันถูกดาบปักลงกลางหัวเมื่อครู่นี้ แม้จะไม่ถึงตาย แต่ก็ทำให้บาดเจ็บไม่น้อย หากไม่ทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ไม่นานคงหมดสติไป ทางเดียวคือต้องรีบกินเสี่ยวจื่อเพื่อรับเอาพลังมาฟื้นฟูร่างกายแต่เฟยหลงก็ไม่ปล่อยจังหวะให้หลุดมือไป ทั้งยังไม่ปล่อยให้มันได้ทำร้ายเสี่ยวจื่ออย่างที่ต้องการ ทันทีที่ปีศาจงูยักษ์ละความสนใจจากตนไป เฟยหลงก็รีบเสกดาบใหญ่ยักษ์ขนาดพิเศษขึ้นมาแล้วคว้ามันไปเหวี่ยงฟันที่ลำคอของเจ้างูยักษ์โดยแรง มองเผินๆ อาจคล้ายเอาท่อนไม้ขนาดใหญ่ทุบเสียมากกว่าเพราะดาบยักษ์นี้หนาและใหญ่มาก แต่ด้านคมของมันก็นับว่าไม่เบา สามารถใช้ฟันสิ่งของให้ขาดได้ หากงูตัวนี้เป็นงูยักษ์ธรรมดาไม่มีพลังบำเพ็ญตบะเป็นหมื่นปี รับรองหัวของมันต้องหลุดขาดออกจากตัวเป็นแน่ แต่เพราะงูตัวนี้เองก็ไม่ธรรมดาจึงยังพอพลิ้วตัวหลบไปได้และได้รับเพียงแค่รอยแผลเป็นรอยบากใหญ่ๆ ที่คอเท่านั้น แต่กระนั้นก็นับว่ามันได้บาดเจ็บเพิ่มอีกแล้วเฟยหลงยังไม่หยุดยั้ง โจมตีได้ครั้งหนึ่งก็เหวี่ยงเอาดาบยักษ์กระหน่ำไปอีกหลายแผลตลอดลำตัวยาวๆ ของเจ้างูนี่ ทำให้มันไม่สามารถหันไปสนใจเสี่ยวจื่อได้อีก เพราะลำพังแค่หลบดาบของเฟยหลงก็นับว่าลำบากมากแล้ว และเพราะร่างของงูยักษ์นี้มีขนาดใหญ่มาก เป้าในการถูกโจมตีก็ใหญ่ตามทำให้มันต้องรีบคืนร่างกลับมาเป็นร่างปีศาจอย่างรวดเร็ว ทำให้เฟยหลงได้เห็นว่าในตอนนี้ที่ร่างปีศาจของมันเต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์มากมายเต็มร่าง“ฮึ่ม… เจ้าเด็กผีนี่…. ข้าประมาทเจ้าเกินไป… แท้จริงแล้วเจ้ามิใช่แค่ภูติกิ้งกือเด็กจริงๆ สินะ….”ปีศาจงูรู้ว่าตนเองกำลังอยู่ในช่วงที่ลำบากแล้วและต้องการพักฟื้นร่างกายสักครู่ก่อนการปะทะครั้งสุดท้ายจึงได้เริ่มเอ่ยปากสนทนาเป็นการถ่วงเวลาไว้ ในขณะที่ภายในร่างกายก็รีบเร่งเดินพลังปราณแอบฟื้นฟูร่างกายโดยไวน่าเสียดายที่เฟยหลงยังเด็กนักและไม่ชาญศึกเพราะไม่ได้เปิดหูเปิดตากับโลกภายนอกมากเท่าไหร่จึงไม่ได้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของคนและไม่ได้รู้ว่านี่เป็นแผนการถ่วงเวลาของปีศาจงูจึงได้เผลอปล่อยช่องว่างให้มันได้พักและหลวมตัวพูดคุยกับมันไปครู่ใหญ่“เจ้ารู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้วเจ้างูเฒ่า ใครใช้ให้เจ้าเอาแต่โลภอยากได้พลังจนลืมป้องกันตัวเองล่ะ!”“ข้าผิดพลาดมากจริงๆ นับว่าแพ้เจ้าแล้ว…. ข้าเป็นปีศาจงูก็จริง แต่ก็รู้แพ้รู้ชนะ นับจากนี้ถือว่าเจ้าเป็นเจ้านายข้า อยากสั่งการให้ทำอะไรก็ได้ตามใจดีหรือไม่? ….”
_______________________ขอบคุณคอมเมนต์ค่า