สายฟ้า อาวุธของเทพแห่งาฟังดูยอดเยี่ยมและอันตรายไปพร้อมกันการตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่ใช้มัน อาจส่งผลถึงชีวิตของเขาได้เลยสมิทธิ์ลองทบทวนถึงความ้าของเขาระหว่างการที่จะปล่อยให้โลกนี้อยู่ในความมืดมิด กับการยอมเสี่ยงชีวิตที่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ได้หรือไม่
สมิทธิ์กำมือขวาของเขาแน่น ประกายไฟฟ้าเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆส่งเสียงเหมือนฝูงนกร้อง เพียงครู่เดียวก็กลายเป็ลูกบอลพลังงานสีฟ้าห่อหุ้มมือของเขาเอาไว้
“ถ้าไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้ยังไงเล่า” เขาเงื้อมือไปด้านหลังเส้นแสงขนาดใหญ่วิ่งวนเหมือนเขากำสายฟ้าเอาไว้ ส่องแสงสว่างและขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ
“แก... คิดจะทำอะไรน่ะ” คราสะโขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
สมิทธิ์ชกออกไปเต็มแรง ลำแสงสีฟ้าขนาดั์ที่เกิดจากสายฟ้าจำนวนมากมารวมกันออกจากมือของเขาพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วส่งเสียงเหมือนฟ้าผ่าตึกรามบ้านช่องบริเวณนั้นสั่นะเืราวกับเกิดแผ่นดินไหวแสงสว่างวาบเหมือนฟ้าแลบส่องให้ความมืดหายไปชั่วพริบตา
คราสหลับตาปี๋แต่ดูเหมือนว่าลำแสงสายฟ้าที่ปล่อยออกมานั้น ไมได้พุ่งเป้ามาที่เขา
ลำแสงจากมือของสมิทธิ์ยิงไปที่หมอกทมิฬ ซึ่งบัดนี้ปกคลุมโลกเอาไว้จนมิดเมื่อปะทะกัน ประกายสายฟ้าก็แตกออกแผ่ไปทั่วเมฆสีดำเมื่อโดนกระแสไฟก็เกิดะเิสูญสลายไปเป็ทอดๆ เกิดช่องโหว่ขึ้นบนท้องฟ้า แสงจากดวงอาทิตย์ค่อยๆลอดผ่านความมืดมาทีละน้อย แม้หมอกทมิฬจะมีปริมาณมากแค่ไหนก็ตาม ล้วนโดนสายฟ้าของสมิทธิ์ทำลายจนหมด
สายฟ้าทะลุทะลวงผ่านชั้นบรรยากาศของโลกออกไปจนถึงอวกาศครู่หนึ่งก็ลดขนาดลงและหายไป
สมิทธิ์หมดแรงเหมือนคนกำลังจะเป็ลม เขาร่วงหล่นลงมาร่างของเขากระแทกลงกับพื้น
“สมิทธิ์” เสียงของนิษฐาะโอย่างเป็กังวลเธอวิ่งเข้ามาหาเขา
นิษฐาประคองร่างของสมิทธิ์ขึ้นมาชุดสีเขียวของร่างทรงระดับ 2 กำลังค่อยๆ สลายออกไปเหมือนขี้เถ้าที่ปลิวไปตามลม
“นายทำได้แล้วนะ” นิษฐาบอกกับเขาขณะที่ดวงตาของสมิทธิ์กำลังจะปิดลง
ใกล้กันนั้น ร่างของใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา ท่าทางเหมือนคนเจ็บหนักน้ำเสียงหอบเหนื่อย
“แก... แกทำลายหมอกทมิฬของข้าจนหายไปหมดแล้วอภัยให้ไม่ได้!”
คราส คนทรงเทพแห่งความมืดนั่นเองเขาลุกขึ้นมาได้แล้ว คราสยังอยู่ในสภาวะร่างทรงระดับ 2 นั่นหมายความว่าเขายังมีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ธรรมดา แต่สมิทธิ์กลับไม่เหลือแม้แต่แรงจะพูดคุยด้วยซ้ำ
นิษฐาจ้องมองไปที่คราสอย่างไม่เกรงกลัวแม้ว่าเธอจะเป็เพียงร่างทรงระดับ 1 ที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้เลยแต่เธอยังกอดสมิทธิ์ไว้แน่น ถ้าคราสจู่โจมเข้ามา ทั้ง 2 คนไม่รอดแน่
คราสเงื้อมือขึ้นสันหมัดของเขามีเกราะแหลมงอกออกมาเหมือนกรงเล็บ
“ตาย!...”
ทันใดนั้น จู่ๆ ก็เกิดเปลวไฟลุกท่วมร่างของคราสเขาร้องขึ้นอย่างเ็ป
“ไฟ!” นิษฐาะโขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ลุกท่วมตัวคราสเฉยเลย” อ้าว สมิทธิ์ไหนเมื่อกี้บอกว่าไม่เหลือแรงแม้แต่จะพูดไม่ใช่เหรอ...
ทั้งนิษฐาและสมิทธิ์ตะลึงกับภาพที่อยู่ตรงหน้าไฟลึกลับเผาผลาญคราสจนทำให้เขาเดินสะเปะสะปะ ร้องโหยหวนด้วยความเ็ปทรมานไม่นานนัก ชุดของร่างทรงระดับ 2 ก็ไม่สามารถปกป้องเขาได้แม้แต่เนื้อหนังก็ไหม้จนเหลือแต่กระดูก ที่สุดท้ายก็ป่นจนกลายเป็ขี้เถ้ากองลงกับพื้นเปลวไฟลึกลับนั้นจึงดับลงได้
“ช่างโง่จริง” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น
เมื่อเปลวเพลิงดับลง ด้านหลังศพของคราสปรากฏร่างลึกลับของคน 3 คนลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นก่อนหน้านี้
“ถ้าเ้าอยู่เฉยๆ ไม่แสดงตัวออกมาก็ไม่มีใครต้องตายแล้ว” ชายสูงอายุอีกคนเปรยขึ้นมา
แม้จะไม่เห็นรูปร่างหน้าตาอย่างชัดเจน แต่ทั้ง 3 คนมีแผ่นแสงส่องสว่างอยู่ด้านหลังศีรษะเหมือนกับสมิทธิ์นั่นหมายความว่า 3 คนนี้ก็เป็ร่างทรงระดับ 2 เช่นเดียวกัน แต่พวกเขาเป็ใคร้าอะไร เป็มิตรหรือศัตรูกันแน่
สมิทธิ์คิดว่าเขาไม่ควรจะมาหลับในเวลานี้แต่เรี่ยวแรงแม้แต่จะลืมตา เขาก็ไม่เหลืออีกแล้ว
