สุดยอดนักผจญภัย

แผนการณ์รั่วไหล

เช้าวันต่อมา

ไลท์ไปหาคุณเกลกิรอสที่เต็นท์ผู้บัญชาการ 

เกลกิรอสกำลังยืนดูแผนที่โดยที่มีเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์หลายคนนั่งอยู่ด้วย

เจ้าหน้าที่เหล่านั้นคือเสนาธิการของสภาจอมเวทย์

เมื่อพวกเขาเห็นไลท์ พวกเขาก็กล่าวทักทาย

“ มีอะไรหรอไลท์? ” เกลกิรอสถามขึ้นด้วยด้วยรอยยิ้ม เมื่อไลท์มาถึงแรงกดดันของสงครามก็ลดไปลงมาก นอกจากนี้เขายังรู้ด้วยว่าความจริงแล้วยังมีมาร์เฟียสและยโนวาห์อีกสองคนที่ยังซ่อนตัวอยู่ 

“ พวกคุณวางแผนที่จะล่อให้พวกปีศาจเข้ามาเรื่อยๆใช่ไหมครับ? ” ไลท์ถามขึ้น 

เกลกิรอสและคนอื่นๆพยักหน้ารับว่าใช่ 

พวกเขาไม่ได้ประหลาดใจที่ไลท์รู้เรื่องนี้ ถ้าหากไลท์ไม่รู้เรื่องนี้ต่างหากล่ะที่จะทำให้พวกเขาประหลาดใจ

“ งั้นผมจะบอกข้อมูลบางอย่างให้กับพวกคุณทราบแล้วกัน ” ไลท์พูดออกมา

เกลกิรอสและคนอื่นๆสงสัยว่าไลท์จะพูดอะไร

“ ราชาปีศาจสองตัวและเทพปีศาจอีกสองตัวก็อยู่ที่เมืองปาเรน นอกจากนี้ยังมีแม่ทัพปีศาจอีกห้าสิบตัวก็อยู่ที่เมืองปาเรนด้วยเหมือนกัน ” ไลท์พูดขึ้น

เมื่อไลท์พูดจบทุกๆคนในห้องก็พากันตกใจ

“ เธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?แล้วข่าวนี้เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน? ” เกลกิรอสถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะถ้าหากมันเป็นอย่างที่ไลท์บอกมา งั้นก็หมายความว่าพวกเขาอาจจะถูกพวกปีศาจบุกโจมตีจนทำให้พวกเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก 

“ เชื่อถือได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ” ไลท์พูดขึ้น

“ งั้นเธอคิดว่าพวกเราจะจัดการกับพวกปีศาจยังไง ” เกลกิรอสถามขึ้น เขารู้ว่าไลท์ก็เก่งในเรื่องของการวางแผน

“ ในเมื่อผมอยู่ที่นี้แล้วก็ให้ทำตามแผนเดิมได้ แล้วก็คุณเกลกิรอส คุณกับคุณซัมเมอร์รับมือกับราชาปีศาจบาร์เฮลม ส่วนผมจะรับมือกับราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ ส่วนเทพปีศาจทั้งสองตัวนั้นก็ยกให้กับคุณมาร์เฟียสและคุณยโนวาห์ ” ไลท์พูด

เกลกิรอสและคนอื่นๆมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นด้วยกับคำพูดของไลท์

อีกอย่างพวกเขาได้ยินมาว่าไลท์สามารถสังหารราชาปีศาจแฟร์มิเลียได้ด้วยตัวคนเดียวแถมยังสังหารโดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลยด้วย เรียกได้ว่ายำอยู่ฝ่ายเดียวเลยดีกว่า

“ งั้นอีกสองวันพวกเราจะทำตามแผนเดิมโดยที่จะส่งแต่ตัวตนระดับสูงบุกโจมตีเมืองปาเรนเพื่อทำการสังหารพวกปีศาจให้ได้มากที่สุด ทำให้พวกมันสูญเสียตัวตนระดับสูง ” เกลกิรอสพูดขึ้น

“ ตามนั้น ” ไลท์พยักหน้ารับเบาๆ

“ จริงสิไลท์ ฉันขอทดสอบค่ายกลของเธอหน่อยได้ไหม? ” เกลกิรอสถามขึ้นด้วยความสนใจ

“ ได้สิครับ ” ไลท์พยักหน้ารับเบาๆก่อนที่จะพาพวกคุณเกลกิรอสและเสนาธิการคนอื่นๆไปยังเรือบินของเขา 

ผ่านไปราวๆสองชั่วโมง ทุกๆคนก็ออกมาจากค่ายกล 

“ สุดยอดมากเลยไลท์ ” เกลกิรอสพูดด้วยความตื่นเต้นและหัวเราะออกมา

เสนาธิการคนอื่นๆเองก็รู้สึกว่าด้วยค่ายกลนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ได้รับประสบการณ์ในการต่อสู้ขึ้นมากและยังเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองด้วย ทำให้ค่ายกลนี้คือสิ่งที่มีค่าสำหรับการทำให้เจ้าหน้าที่แข็งแกร่งขึ้น

“ นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะมีอะไรแบบนี้ด้วย เธอนี้มันสุดยอดไปเลยจริงๆ ฉันอยากจะผ่าสมองของเธอออกมาดูว่าด้านในใส่อะไรเอาไว้กันแน่ทำไมถึงได้มีความลับมากมายนักนะ ” เกลกิรอสมองไปที่ไลท์พร้อมกับหัวเราะออกมา 

ไลท์ที่ได้ยินก็หัวเราะแห้งๆ 

“ เรื่องนั้นช่างมันก่อน เดี๋ยวอีกสามชั่วโมงพวกเราจะเรียกตัวตนระดับสูงทั้งหมดให้มารวมตัวกันที่เต็นท์บัญชาการเพื่อที่จะพูดคุยถึงเรื่องที่จะบุกโจมตีเผ่าปีศาจที่เมืองปาเรน” เกลกิรอสพูดขึ้น

พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามชั่วโมง

ตัวตนที่แข็งแกร่งจำนวนมากพากันเข้าไปในเต็นท์บัญชาการ

ไลท์มองดูคนที่นั่งแถวหน้าสุดก็พบว่าพวกเขาคือตัวตนระดับSS นอกจากนี้ยังมีคุณเทียนี่และคุณสก็อตที่เป็นนักผจญภัยระดับSSSอยู่ด้วย

ตัวตนระดับSมีอยู่หนึ่งร้อยกว่าคน ตัวตนระดับSSมีอยู่สี่สิบกว่าคน ส่วนตัวตนระดับSSSมีทั้งหมดห้าคน

ส่วนที่นั่งของไลท์อยู่บนเวที เนื่องจากไลท์มีตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด 

หลังจากนั้นทุกๆคนก็ช่วยกันออกความเห็นในการบุกโจมตีเผ่าปีศาจที่เมืองปาเรนพร้อมทั้งวิธีการที่ทำให้สังหารเผ่าปีศาจให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

หลังจากที่พูดคุยกันไปนานกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่า 

ไลท์จะรับมือราชินีปีศาจแอมโพไดซ์ ยโนวาห์รับมือราชาปีศาจบาร์เฮลม มาร์เฟียสรับมือกับเทพปีศาจฮอลิเบอร์ สุดท้ายคือซัมเมอร์ที่รับมือกับเทพปีศาจลูบลักก้า ส่วนทางด้านของเกลกิรอสจะรับหน้าที่ในการสังหารแม่ทัพปีศาจทั้งหมด 

ส่วนตัวตนระดับSSทั้งหมดมีหน้าที่ในการสังหารพวกปีศาจภายในเมืองปาเรน

เมื่อตกลงกันได้แล้วทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนเวลาลงมือก็คือวันพรุ่งนี้ตอนสายๆ

ยามเย็นในช่วงที่ไลท์กำลังกินอาหารเย็นอยู่ จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นขึ้น

ไลท์หรี่ตาลงก่อนที่จะรับสาย

“ ว่ายังไงเนียร์ ” ไลท์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ

“ พวกแกคิดที่จะโจมตีเมืองปาเรนในวันพรุ่งนี้สินะ ” เนียร์ถามขึ้น

ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงักก่อนที่ปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง

“ พวกแกมีสายที่อยู่ในเผ่ามนุษย์ด้วยสินะ แถมยังเป็นตัวตนระดับสูงอีกด้วย  ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เรื่องการประชุมในวันนี้ไม่มีการเปิดเผยให้ทหารทั้งหมดรู้ พวกเขาวางแผนที่จะไปจัดการด้วยตัวเอง และถ้าหากเรื่องนี้หลุดไปถึงหูของเผ่าปีศาจก็แสดงว่าจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่ประชุมกันในวันนี้เป็นคนเปิดเผยออกมา

“ แน่นอนว่าใช่ ” เนียร์ตอบรับ เพราะถ้าหากไม่ใช่เพราะสายสืบของพวกมันรู้ข่าวเรื่องนี้จะทำให้ท่านบาร์เฮลมและท่านแอมโพไดซ์เปลื่ยนแผนการณ์เป็นการดักโจมตีพวกมนุษย์ระหว่างทางงั้นหรอ เมื่อมันรู้แผนการณ์มันก็ต้องมาบอกกับไลท์ไม่อย่างงั้นมันก็ตาย 

นอกจากนี้มันยังเคยให้ราชาปีศาจแก้คำสาปของไลท์โดยที่มันบอกว่าเป็นคำสาปที่ทรมาณมันเท่านั้น แต่ก็พบว่าไม่มีใครที่สามารถแก้ทำสาปนี้ได้ ทำให้มันรู้สึกหมดหวังและต้องการเป็นสายสืบให้กับไลท์ต่อไป และเพราะว่ามันไม่อยากตายมันจึงต้องบอกแผนการณ์ของพวกปีศาจให้กับไลท์

“ แล้วแผนการณ์ของพวกแกคืออะไร ” ไลท์ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เนียร์อธิบายว่าในวันพรุ่งนี้ตอนที่พวกมนุษย์มาถึงที่เมืองปาเรน ปีศาจระดับสูงจะทำการเปิดใช้ม่านทมิฬขึ้นรอบเมืองปาเรน

ม่านทมิฬจะปรากฏขึ้นโดยที่มีเมืองปาเรนเป็นจุดศูนย์กลางและมันยังทำให้พื้นที่รอบๆเมืองปาเรนในระยะสิบกิโลเมตรเต็มไปด้วยพลังทมิฬ 

พลังทมิฬจะทำให้เผ่าปีศาจแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก แม้แต่ราชาปีศาจเองก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แต่การที่จะเปิดใช้ม่านทมิฬได้จะต้องแลกมาด้วยความตายของปีศาจนับล้านตัว 

แน่นอนว่าถ้าหากสังหารพวกไลท์และคนอื่นๆได้ การสูญเสียปีศาจนับล้านตัวมันไม่มีสามารถเทียบกันได้เลย นอกจากนี้ดูเหมือนว่าท่านแอมโพไดซ์จะบอกให้บูชายันกองทัพปีศาจทั้งหมดที่อยู่ในเมืองปาเรนเพื่อเพิ่มพลังอีกด้วย แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ได้รับการเห็นชอบจึงทำให้ในวันพรุ่งนี้จะบูชากองทัพปีศาจทั้งหมดเพื่อทำการสังหารพวกมนุษย์

ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา เขารู้สึกโชคดีแล้วที่ได้ใช้เนียร์เป็นสายสืบและถ้าหากเขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนวันพรุ่งนี้อาจจะกลายเป็นงานหนักเลยก็ได้ แถมไม่แน่ว่าวันพรุ่งนี้มนุษย์อาจจะถูกเผ่าปีศาจสังหารก็ได้

“ แล้วใครคือสายสืบที่อยู่ในเผ่ามนุษย์ ” ไลท์ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาจำเป็นต้องจัดการกับสายสืบคนนี้ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นปัญหาภายหลังได้

“ ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกจะต้องถามเรื่องนี้ แต่เสียใจด้วยฉันไม่สามารถบอกแกได้เพราะว่าฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ” เนียร์หัวเราะออกมาอย่างยินดี แต่ไม่นานมันก็ต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ เหอะ ในเมื่อแกไม่รู้งั้นก็ไปสืบมาให้รู้และถ้าหากแกสืบมาไม่ได้งั้นก็ตายไปเถอะ ” ไลท์พูดจบเขาก็วางสายทันที

“ ดูเหมือนว่าฉันจะต้องคุยกับคุณเกลกิรอสเป็นการส่วนตัวสักหน่อยแล้ว ” ไลท์พึมพำออกมาก่อนที่จะกินอาหารเย็นให้หมดก่อนที่จะไปยังเต็นท์บัญชาการอีกครั้ง

เมื่อไลท์มาถึงเขาก็พบว่าไม่มีใครอยู่ที่เต็นท์บัญชาการแม้แต่คนเดียว เพราะทุกๆคนไปกินข้าวเย็นกันหมด 

ไลท์จึงเข้าไปนั่งรอด้านใน

หลังจากผ่านไปราวๆยี่สิบนาทีเสนาธิการหลายคนก็กลับมาจากโรงอาหาร

พวกเขามองมาที่ไลท์ด้วยความสงสัยแต่พวกเขาก็ทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง 

ไม่นานเกลกิรอสก็เข้ามาด้านในเขาก็พบว่าไลท์มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

เกลกิรอสเห็นสีหน้าจริงจังของไลท์ก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา

“ มีอะไรหรือเปล่าไลท์? ” เกลกิรอสถามออกมาด้วยความสงสัย

“ มีสิและก็เป็นเรื่องใหญ่ด้วย ” ไลท์ส่ายหน้าพูดขึ้น

เกลกิรอสหรี่ตาลงก่อนที่จะกลายเป็นจริงจังขึ้นมา

“ ฉันไม่สามารถพูดที่นี้ได้ ” ไลท์พูดจบเขาก็เดินออกจากเต็นท์ไป

เกลกิรอสเองก็เดินตามไปด้วย

เวลานี้ทั้งสองคนอยู่บนท้องฟ้าที่อยู่สูงกว่าก้อนเมฆ

ไลท์ได้สร้างม่านพลังครอบคลุมทั้งสองเอาไว้

“ เกิดอะไรขึ้นทำไมนายถึงระวังตัวขนาดนี้ ” เกลกิรอสรู้สึกไม่ดีบางอย่าง 

“ มีสายสืบของเผ่าปีศาจอยู่ในเจ้าหน้าที่ระดับสูงและเรื่องที่เราประชุมกันในวันนี้ก็หลุดไปถึงหูของเผ่าปีศาจแล้ว ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เกลกิรอสตกใจและก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ไม่อย่างนั้นไลท์คงไม่พาเขามาที่นี้และสร้างม่านพลังที่คุยกันแค่สองคน

“ ฉันเข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าการบุกโจมตีในวันพรุ่งนี้คงต้องยกเลิกไป ” เกลกิรอสถอนหายใจออกมาเพราะมันเสี่ยงเกินไปที่จะบุกโจมตีพวกปีศาจ เพราะตอนนี้พวกมันคงวางแผนการณ์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว 

“ แล้วเธอรู้ไหมว่าใครคือสายสืบของพวกมัน ” เกลกิรอสถามพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมา

“ ตอนนี้ผมก็ยังไม่ทราบ ” ไลท์ส่ายหน้า

“ งั้นหรอ งั้นก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจะจับตาดูพวกคนเหล่านั้นเอง ” เกลกิรอสพึมพำออกมา

“ แต่การโจมตีวันพรุ่งนี้ไม่ต้องยกเลิกหรอกครับ ” ไลท์เหยียดยิ้มออกมา

เกลกิรอสขมวดคิ้วและถามขึ้นว่าทำไม

“ ทุกอย่างทำตามแผนเดิมครับ นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้พวกปีศาจมันได้ทำการสร้างม่านทมิฬขึ้นมาด้วย ” ไลท์พูดขึ้น

“ ม่านทมิฬ? ” เกลกิรอสสงสัย

“ เห็นว่าการใช้ม่านทมิฬนั้นจะทำให้เกิดพลังทมิฬขึ้น ซึ่งการที่จะเปิดม่านทมิฬได้จะต้องทำการบูชายันปีศาจระดับต่ำนับล้านตัว ซึ่งวันพรุ่งนี้พวกปีศาจระดับสูงจะทำการบูชายันกองทัพปีศาจทั้งหมดและจะทำให้ปีศาจระดับสูงแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ” ไลท์พูดขึ้น

เกลกิรอสขมวดคิ้วและพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากเป็นแบบนั้นแล้วทำไมถึงยังคิดที่จะบุกโจมตีต่อล่ะ มันจะไม่อันตรายไปหน่อยเหรอถ้าหากพวกเราบุกโจมตีพวกปีศาจ? ” 

“ แน่นอนว่าอันตรายแต่ผมคิดว่านี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจบสงครามได้อย่างรวดเร็วและพวกเราก็สามารถแยกย้ายกันไปช่วยเหลือเผ่าอื่นๆได้ ” ไลท์พูดขึ้น

เกลกิรอสหรี่ตาลงและพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากพรุ่งนี้เราสามารถเอาชนะพวกปีศาจระดับสูงได้ ก็จะไม่มีพวกปีศาจระดับสูงอีก ทีนี้พวกเราก็จะทำการกวาดล้างพวกปีศาจให้หมดไปจากทวีปมนุษย์หรือไม่ก็ทำลายเมืองปีศาจได้หลายเมือง และเมื่อกองทัพปีศาจที่บุกโจมตีฝั่งมนุษย์แพ้พ่ายไปแล้ว กองทัพปีศาจที่บุกโจมตีเผ่าอื่นๆก็ต้องชั่งใจแล้วว่าจะบุกโจมตีต่อหรือจะถอนกำลังกลับใช่ไหม? ” 

ไลท์พยักหน้ารับเป็นคำตอบ

“ แต่ฉันคิดว่ามันจะอันตรายเกินไป ฉันไม่อยากให้ทุกๆคนต้องมาเสี่ยง ” เกลกิรอสก็ยังไม่เห็นด้วยกับไลท์

“ งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ เรียกคุณซัมเมอร์ คุณมาร์เฟียสและคุณยโนวาห์มาพูดคุยกันว่าจะเอายังไง ” ไลท์พูดขึ้น

เกลกิรอสพยักหน้ารับ ถึงอย่างไรคนเหล่านี้ก็คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้ พวกเขาสามารถตัดสินใจได้ว่าจะบุกหรือจะไม่บุกในวันพรุ่งนี้

ไม่นานทุกๆคนก็มารวมตัวภายในม่านพลังของไลท์

จากนั้นไลท์ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับทั้งสามคนฟัง

เมื่อทั้งสามคนได้ฟังก็ต้องขมวดคิ้วแน่น

มีเพียงซัมเมอร์และยโนวาห์ที่กันมองหน้ากันก่อนที่จะแสดงให้เห็นถึงความลังเลออกมา เพราะทั้งสองก็ไม่อยากเสี่ยงที่จะบุกโจมตีพวกปีศาจที่มีความแข็งแกร่งที่สูงขึ้น แต่ทั้งสองก็รู้ดีว่าถ้าหากพวกเขาสามารถเอาชนะได้สงครามก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว 

“ ไลท์เธอคิดว่าจะเอาชนะแอมโพไดซ์ได้ไหม? ฉันหมายถึงตอนที่พวกมันใช้พลังทมิฬ ” มาร์เฟียสถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“ แม้ว่าจะไม่ถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็มากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะเอาชนะแอมโพไดซ์ได้ ” ไลท์ตอบ

มาร์เฟียสยิ้มออกมาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ในเมื่อเธอมั่นใจงั้นฉันก็จะเชื่อใจเธอ ตกลงพรุ่งนี้ฉันจะบุกโจมตีพวกมัน ” 

ทุกๆคนได้แต่มองไปที่มาร์เฟียสด้วยความประหลาดใจ พวกกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆเธอถึงตอบตกลงแบบนั้น

แน่นอนว่าเมื่อมาร์เฟียสตอบตกลง ยโนวาห์ก็ต้องตอบตกลงด้วย 

ด้วยเหตุนี้การบุกโจมตีในวันพรุ่งนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม