“เ้าพวกแฝด เ้ามาได้ยังไง” จินหลงถามเ้าม้าคู่แฝดออกไปด้วยความแปลกใจเล็กน้อยพร้อมกับการเลิกคิ้ว หืมม กระต่ายเลิกคิ้วหรอ
“…..” เหยยยยยย
“ข้าถามทำไมไม่ตอบ” ข้าถามละไม่ตอบ พวกนี้มีพิรุธอะไรหรือเปล่าเนี่ย
“เอ่อ นายท่านให้ข้าตามท่านมาขอรับ ท่านจินหลง”
“แล้วทำไมพวกเ้ามาในสภาพนี้กัน” ดูสภาพพวกมันตอนนี้คือ เนื้อตัวสกปรกมอมแมม พลังในร่างกายอ่อนแอ เนื้อตัวมีาแ มองเผินๆ คือน่าสงสาร
“เอ่อ แหะๆ พอดีพวกข้ากำลังออกจากป่าขอรับแล้ว แต่สภาพอากาศภายนอกมันแย่เกินไป พวกข้าเลยปรับตัวไม่ทัน นักล่าสัตว์ผ่านมาจึงจับพวกข้ามาขอรับ”
“เอ่ออ….ช่างเถอะ แล้วนายท่านฝากอะไรมาถึงข้าบ้าง” เหอะ เบื่อจะสนใจพวกนี้ล่ะ
“นายท่านฝากให้ท่านดูแลคุณหนูอย่างดีที่สุดขอรับ”
“อืม เื่นั้นข้ารู้อยู่แล้วน่า เหอะ เ้านั้นชอบสั่งเสียจริง ข้าก็ต้องดูแลนางอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง” เ้านั้นชอบมาสั่งข้าอยู่เรื่อย ข้ารู้อยู่แล้วละน่า ว่าควรต้องทำยังไงกับนาง
“จินหลง….” เป่ยจินะโออกมา เมื่อเดินเข้าไปหาจินหลง ในขณะที่มันไม่รู้ตัว
“จะ…เ้า” มาตอนไหน นี้ข้ามัวแต่คุยเพลินจนลืมสัญชาตญาณได้ยังไงกัน หึยยย
“เมื่อกี้นี่เอง พวกเ้าคุยอะไรกันอยู่ ข้าฟังด้วยสิ”
“บ้า ไม่มีอะไร ข้าแค่มาทักทายน้องใหม่ก็เท่านั้นเอง ใช่หรือไม่ เ้าม้าแฝด”
“ชะ…ใช่ขอรับ พวกข้า”
ข้ารีบตัดบทเ้าพวกนี้ เพราะข้าคร้านจะฟังเ้าพวกสัตว์ขี้โกหก หึ ไว้ข้ามีโอกาสเหมาะเมื่อไหร่ ข้าจะจับคอเค้นถามซะให้เข็ด
“อืมๆ ช่างเถอะข้าแค่จะมา….”
“มาตามข้ากลับหรอ ไปสิ ไปๆ”
“หูยยย เ้าจะมาดึงข้าทำไม ข้าหาเ้า…แล้วก็พวกเ้านั้นแหละ”
“เอ่อ มาหาพวกข้าหรือมีอะไรหรือขอรับ” นางจะมาหาพวกเราทำไม เ้ารู้หรือไม่เ้าขาว
“ข้าอยู่กับเ้า ข้าจะรู้มั้ยล่ะ ถามไม่ดูหูบนหัวข้าเลย” เ้าขาวตอบออกมาพร้อมกับทำปากยื่นจนเห็นฟัน
“ข้าจะมาตามเ้าจินหลงกลับบ้าน แต่ไหนๆ ก็เจอพวกเ้าพอดี งั้นเอางี้ดีกว่า อิอิ พวกเ้ามีชื่อหรือยัง”
“เอ่ออ”
“พวกเขายังไม่มีชื่อหรอก” จินหลงตอบออกไปพร้อมกับพยายามทำหน้าให้เข้มที่สุด แต่มันลืมไปหรือเปล่า มันเป็กระต่าย…
“ดีๆ เ้าชื่อจินหลงไปแล้ว งั้นเ้าตัวสีขาวชื่อจินฮุยส่วน เ้าสีดำชื่อจินเฮยละกัน อิอิ”
“จินเฮยข้ายังพอเข้าใจนะว่าขนข้าสีดำเลยชื่อจินเฮย แต่ทำไมชื่อเ้านั้นคือจินฮุยละ…ขอรับ”
“ไม่น่ารักหรอ ก็ข้าไม่ชอบนี่น่า มันดูแบ่งแยกพวกเ้าเกินไป เอาแบบนี้แหละ เทาๆ ดำๆ เนอะ จินหลง”
“อะ อืม ดีๆ พวกเ้าก็อย่าเื่มากเลย ยังไม่ขอบคุณนางอีก”
“ขอบคุณมากขอรับคุณหนู”
“อือๆ พวกเ้าไปพักเถอะ อย่าดื้อกันละ”
“ป่ะ กลับเข้าบ้านกันเถอะ ยัยเด็กอัปลักษณ์”
“เ้าาา ว่าข้าอีกแล้วนะ หึยย”
“ท่านแม่เ้าขาข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ”
“ไปล้างไม้ล้างมือแล้วมาทานข้าวได้แล้วจินเออร์”
“เ้าค่ะ กับข้าววันนี้ อย่าลืมกินกับซาลาเปาที่ข้าซื้อมาฝากนะเ้าคะ ท่านแม่ท่านยาย”
“ได้ๆ เ้านี่นะ”
หลังจากที่บ้านข้าทานข้าวกันเสร็จแล้วก้ได้พากันเข้านอน ท่านตาท่านยาย ท่านพ่อท่านแม่ ดูมีความสุขมากกว่าทุกๆ วัน ส่วน่นี้ข้าเหมือนจะลืมอะไรไปเลยแหะ ทำไมพอเข้ามาอยู่ในโลกใบนี้แล้วจริงๆ ข้าถึงได้รู้สึกว่า เื่ราวมันเยอะแยะไปหมด ไม่เห็นจะจัดการได้ง่ายๆ เลยนะ
เห่ออ เป่ยจินเหนื่อย เป่ยจินเพลีย
ข้าอยากโตไวๆ จังเลยย อืออ เป็เด็กทำไมมันทำอะไรชักช้าไปหมด หรือ เอ๊ะ เป็แค่ข้ากันเดียวกันนะ หึยยยย นอนก่อนก็ได้ ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ อิอิ ข้าคิดเสมอว่าข้าจะค่อยๆ ก้าว ค่อยๆ ใช้ชีวิตนี้ ให้คุ้มค่า เพราะงั้นละก็….อุปสรรคทั้งหลายช่วยหายไปทีเถอะ
เช้าวันรุ่งขึ้น
“นี่ ยัยเด็กอัปลักษณ์ ตื่นได้แล้ว เช้าแล้ว”
“อืออ ข้าจะนอน อย่ามากวนหน่า จินหลง”
“หึยย เื่ของเ้าละกัน ข้าจะไปดูแปลงผักล่ะ”
“อืมม มม ห๊ะ แปลงผัก แปลงผักทำไมอ่ะ”
“ไม่ใช่ว่าเ้าอยากปลูกหรือยังไง”
“อืม ก็ใช่ไง”
“พ่อเ้าก็กำลังรอเ้าอยู่ไง”
“อือ ๆ ข้าไปล้างหน้าล้างตาแล้ว”
ยามเช้ารุ่งของวันนี้ ยังไม่มีแดด ลมพัดอ่อนๆ เหมาะแก่การลงมือทำสวนมากนัก ซานหลงเห็นว่าลูกของตัวเองบ่นอยากทำกิจการสักอย่าง บิดาอย่างเขา ก็คิดสิ่งใดไม่ออกเลย นอกจากการเริ่มต้นปลูกผักแบบชาวบ้านธรรมดาทั่วไป จึงได้ตื่นเช้ามา ทำร่องแปลงผูกผัก ชนิดต่างๆ รอให้ลูกสาวตัวดีตื่นขึ้นมาเจอ
“ท่านพ่อเ้าขา ลูกมาแล้วเ้าค่ะ”
“มาแล้วหรือจินเออร์ พ่อกำลังยกร่องแปลงผักให้เ้า”
“ท่านพ่อดีที่สุดเลยเ้าค่ะ”
“แล้วลูกคิดไว้หรือยังว่าจะปลูกผักชนิดใดก่อน”
“ยังมีเวลาอีกกี่เดือนจะเข้าฤดูหนาวหรือเ้าค่ะท่านพ่อ”
“หืม ทางการออกมาประกาศว่าอีกสามเดือนจะเข้าสู่ฤดูหนาวนะจินเออร์ เพียงแต่หนาวนี้จะยาวนานกว่าเดิมไปถึงห้าเดือน”
“หืมม นานจังเลยเ้าค่ะท่านพี่ ในขณะที่ท่านแม่กำลังเดินมาตามท่านพ่อกับข้าให้ไปทานข้าวเช้ามาได้ยินพอดี จึงได้ยินสิ่งที่ท่านพ่อพูดออกมาจึงถามออกไป”
"หืมม ใช่แล้วล่ะ หลินเหมย เราคงต้องเตรียมตัวรับมือกันแล้วล่ะ"
“เ้าค่ะท่านพี่ แต่ตอนนี้ท่านพาจินเออร์ไปล้างเนื้อล้้างตัวแล้วตามไปทานข้าวก่อนเถอะเ้าค่ะ”
“ได้ๆ เดี๋ยวพี่ตามไป”
ระหว่างทานข้าวบนโต๊ะอาหารวันนี้ มื้อเช้าท่านยายและท่านแม่ ได้ทำซุุปกระดูกหมูร้อนๆ กับข้าวต้ม และผัดผักกาดที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อวานเป็มื้อเช้า ฝีมือท่านแม่และท่านยายอร่อยมากจนข้าคิดว่าในอนาคตจะเปิดแผงลอยดีหรือไม่ ค้าขายอาหารแบบตามแผงลอยข้างทาง เหมือนชาติก่อนที่ข้าจากมา หืมมมม น่าจะรุ่ง
"ทานเยอะๆ นะหลานตา" ท่านตาพูดพร้อมกับคีบผัดผักให้ข้า
“เ้าค่ะท่านตาท่านตาเ้าคะ ท่านพ่อบอกว่าหนาวนี้จะยาวนานถึงห้าเดือนเลยหรือเ้าคะ”
“อืม ใช่แล้วล่ะ เ้ามีอะไรหรือ”
“ข้ามีเื่อยากเสนอเ้าค่ะ”
“อันใด ไหนเ้าลองพูดออกมาสิหลานตา”
“เ้าค่ะ ตอนนี้เราพอจะมีเงินใช่หรือไม่เ้าค่ะ”
“อืม”
“แล้วเราก็กำลังจะสร้างบ้านในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งข้าคำนวณเวลาแล้ว การสร้างบ้านคงต้องรีบบอกให้นายช่างเร่งมือให้ทันหนาวที่กำลังจะถึง น่าจะทันก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง ซึ่งจะเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งเดือน แต่ข้าอยากให้เราเตรียมตัวรับมือกับฤดูหนาวที่จะมาถึงั้แ่ตอนนี้เ้าค่ะ”
“หืมม ทำไมล่ะจินเออร์ ตาว่าจะเร็วไปหรือไม่ ชาวบ้านแถวนี้ก็เตรียมตัวกันตอนใกล้ๆ ทั้งนั้น”
“นั้นเพราะชาวบ้านไม่มีกำลังพอสำหรับเจียดเงินไปใช้จ่าย เพื่อเตรียมตัวเป็เวลานานขนาดนั้นอย่างไรเล่าเ้าคะ แต่พวกเรามีเงิน มีบ้าน มีเกวียน มีกำลังมากพอที่จะช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นแล้ว มิใช่หรือเ้าคะ”
“หืมม เ้าอยากช่วยเหลือชาววบ้านด้วยอย่างนั้นหรือ”
“แหะๆ ถ้าเราไหวนะเ้าคะ”
“ได้ เ้าว่ายังไงตาก็ว่าตามนั้นจินเออร์ ฮ่าๆ”
“ท่านตาดีที่สุดเลยเ้าค่ะ” ข้าพูดพร้อมกับกระดดลงไปเกาะแขนท่านตา
“แล้วยายล่ะ”
“ท่านยายก็ดีที่สุดเ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่ก็ดีที่สุดเหมือนกันเ้าค่ะ ฮ่าๆ” ข้าตอบออกไป ข้ากลัวทุกคนจะน้อยใจ ฮิๆ ข้าคือลูกรัก หลานรัก นี่นา เดี๋ยวทุกคนน้อยใจ
“เ้าตัวแสบ ฮ่าๆ” ทุกคนหัวเราะออกมา เมื่อได้ยินสิ่งที่จินเออร์เอ่ยออกมา
“ถ้าอย่างนั้นข้าว่าเราควรปลูกผักที่เหมาะสำหรับฤดูนี้ก่อนหรือไม่เ้าคะ เมื่อเราซื้อที่ดินเพิ่มเสร็จเรียบร้อย เราค่อยจ้างชาวบ้านมาปรับหน้าดินและสอนชาวบ้านปลูกผักที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในฤดูหนาว เพียงเท่านี้ชาวบ้านก็จะมีเงิน แม้เพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ส่วนเราก็จะได้แปลงผักทันฤดูหนาวนะเ้าค่ะ”
“อืม พ่อว่าก็ดีนะจินเออร์ แล้วเราจะปลูกอะไรกันดีล่ะ”
“ข้าว่าควรจะปลูกพืชผักที่สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ดีเ้าค่ะ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในฤดูใบไม้ร่วง เช่น เซี่ยงช่าย (ผักชี) คงซินจ่าย (ผักบุ้ง) แล้วก็ หวงกวา (แตงกวา) เ้าค่ะ”
“งั้นพ่อว่าปลูก หลัวโป (หัวไชเท้า) ไป๋ช่าย (ผักกาดขาว) และก็ ถู่โต้ว (มันฝรั่ง) ด้วยดีหรือไม่”
“ตาว่าเราปลูกมั่นฝรั่งเป็หลักดีหรือไม่ มันสามารถเก็บได้นาน ทั้งยังสามารถเก็บไว้เป็เสบียงใน่ฤดูหนาวได้อีกด้วย”
“หากท่านตาว่าดีหลานก็ว่าดีเ้าค่ะ อิิอิ”
“ท่านพ่อจะไปคุยเื่ที่ดินตอนไหนหรือเ้าค่ะ”
“อืม สักยามเซิน พ่อว่าจะออกไปแล้วล่ะ ผู้ใหญ่บ้านน่าจะจัดการเรียบร้อยแล้ว พ่อจะเข้าไปคุยเื่การจ้างคนในหมู่บ้านจัดการแปลงผักด้วยเช่นกัน”
“งั้นข้าไปด้วยนะเ้าคะ ท่านพ่อ”
“อืมไปสิ”
เมื่อถึงยามเซินท่านพ่อจึงพาข้าเดินไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน ท่านพ่อบอกว่า อยากพาข้าเดินออกไปทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน จึงไม่ยอมใช้เกวียน ทำให้เ้าพวกจินทั้งหลาย นอนเล่นต่อไปใต้ร่มต้นเหมยใหญ่ หึยย ข้าละอิจฉาพวกมันเสียจริง
“อ้าวว สวัสดีอาซาน นั้นลูกเ้าหรือ”
“ขอรับท่านป้าเหยียนซื่อ จินเออร์ทำความเคารพท่านยายสิลูก”
“จินเออร์ทำความเคารพท่านยายเ้าค่ะ”
“จ้าๆ กินอะไรหรือยัง เอาแป้งทอดหรือไม่ ยายทำไว้เยอะเชียว”
“ไม่เป็ไรขอรับ ท่านป้าเหยียนซื่อ พวกข้าทานมาจกาที่บ้านแล้ว”
“แล้วเ้ากำลังจะไปไหนหรือ”
“ข้ากำลังจะไปธุระที่บ้านผู้ใหญ่ขอรับ”
“อืมๆ ไปเถอะๆ จะได้ไม่เสียเวลา”
“ขอรับงั้นข้าและลูกลาก่อนนะขอรับ”
หลังจากนั้นท่านพ่อก็พาข้าเดินผ่านบ้านชาวบ้านอีกหลายหลัง มีทั้งหลังที่รู้จักท่านแม่ของข้า และหลังที่ไม่ชอบใจท่านแม่ของข้าก่อนแต่งออกไปให้ท่านพ่อ
อีกทั้งยังมีหลายหลังที่เหมือนจะสอบถามเื่ราวของเกวียนที่เข้ามาในหมู่บ้านเมื่อวาน จนข้าคร้านจะยิ้มแย้มให้ จึงแกล้งทำเป็เหนื่อยและให้ท่านพ่ออุ้ม จนท่านพ่อเข้าใจไปเองว่าข้าง่วงจึงบอกปัดชาวบ้านเ่าั้ไป ว่าต้องรีบไปธุระก่อนเนื่องจากข้าง่วงนอนแล้ว จะรีบกลับบ้าน จึงทำให้ชาวบ้านเ่าั้เลิกเข้ามาชวนท่านพ่อข้าพูดคุย
“อ้าว มาถึงกันแล้วหรืออาซาน”