เรือรบเหยากวงแหวกว่ายสู่ห้วงทะเลไร้สิ้นสุดอย่างรวดเร็วบนเรือนั้นเนืองแน่นไปด้วยร่างของผู้ฝึกตนจนเกิดเป็นภาพแห่งความเกรียงไกรหาใดเปรียบ
ทุกแห่งที่เรือแล่นผ่านเกาะน้อยใหญ่เบื้องล่างนั้นเต็มไปด้วยผู้ฝึกตนผู้แหงนหน้าขึ้นมองด้วยใบหน้าหวาดหวั่น
"นั่นผู้คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง!!!"
"สวรรค์!ผู้แข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนี้ พวกเขายกพลมาทั้งสำนักเลยหรือ?"
"ดูท่าทีแล้ว ผู้มาเยือนมิได้มาดี"
"ไร้สาระ!เรื่องนี้ยังต้องให้เจ้าบอกอีกหรือ?"
"ผู้นำตระกูลมู่สังหารประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงเชียวนะทำลายเกียรติศักดิ์ศรีเช่นนั้น บัดนี้เหล่าเซียนต่างตื่นจากการจำศีลคงมาสะสางบัญชีแค้นเป็นแน่"
"..."
"แต่...ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาผิดที่ผิดเวลาเสียแล้ว"
"ท่านผู้นั้นแห่งตระกูลมู่เพิ่งจะข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์เพื่อทะลวงระดับบัดนี้คงสำเร็จเป็นกึ่งเซียนแล้ว"
"เมื่อรวมกับอาวุธจักรพรรดินั่นด้วยแล้วไม่ว่าฝ่ายเหยากวงจะมามากเพียงใด ก็คงไม่พอให้เขาสังหาร!"
"เจ้าพูดถูกแล้วรอชมเรื่องสนุกได้เลย!"
ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยส่งกระแสจิตกระซิบกระซาบกันด้วยเกรงว่าเหล่าเซียนที่ตื่นจากการจำศีลของเหยากวงจะได้ยินเข้า
ท้ายที่สุดพวกเขาก็หยั่งรากลึกอยู่ในทะเลไร้สิ้นสุดนี้ และเคารพเทิดทูนผู้คนจากตระกูลมู่ยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นผู้คนจากตระกูลมู่ก็มิได้หยิ่งยโสโอหังกลับถ่อมตนยิ่งกว่าเก้าถ้ำสวรรค์ก่อนหน้าเสียอีก
หากสองขั้วอำนาจต่อสู้กันจนถึงแก่ชีวิตพวกเขาย่อมหวังให้ตระกูลมู่ได้รับชัยชนะเพื่อปกครองห้วงสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ต่อไป
ไม่นานนัก
เหล่าศิษย์เหยากวงทั้งหมดบนเรือรบต่างก็มองเห็นอย่างชัดเจนถึงเกาะสวรรค์มหึมาที่ลอยคว้างอยู่บนฟากฟ้าเบื้องหน้า
บนนั้นตั้งตระหง่านด้วยเสามารสีทองเข้มทะลุฟ้าจรดดินอักขระเทพอยู่คู่กับเปลวเพลิงมาร ส่งประกายเทพออกมาอย่างต่อเนื่องทะลวงผ่านเก้าชั้นฟ้าและก้นสมุทรไร้สิ้นสุด แผ่ขยายความยิ่งใหญ่นับหมื่นจั้ง!
"นั่นคืออาวุธจักรพรรดิของตระกูลมู่หรือ?"
เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสแห่งเหยากวงนับไม่ถ้วนต่างรู้สึกสะท้านสะเทือนในจิตใจอดมิได้ที่จะส่งเสียงพึมพำเบาๆ ออกมา
แม้แต่สามบรรพชนแห่งเหยากวงของพวกเขายังต้องเบิกตากว้างใบหน้าดูกระอักกระอ่วนยิ่ง รับรู้ได้ถึงพลังสุดขีดที่แผ่ออกมาจากเสามารต้นนั้น!
"ฮึ่ม มู่เสินฉวนช่างอวดดีเสียจริง!"
"กล้าที่จะเอาอาวุธจักรพรรดิตั้งไว้บนพื้นที่ตระกูลเช่นนี้!"
บรรพชนเหยากวงที่สามแค่นเสียงเย็นชาเยาะเย้ย
ตระกูลเก่าแก่อื่นๆ ราชวงศ์โบราณและเหล่าทายาทแห่งจักรพรรดิที่ครอบครองอาวุธจักรพรรดิล้วนเก็บรักษาสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ไว้ในที่ลับตาที่สุด
เมื่อจำเป็นต้องใช้ จึงค่อยอัญเชิญด้วยวิชา
การโอ้อวดเช่นตระกูลมู่นั้นเป็นสิ่งที่มิเคยได้ยินได้เห็นมาก่อน!
"ก็แค่ตระกูลเล็กๆที่ผงาดขึ้นมาในพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น คงหนีนิสัยแบบพวกเศรษฐีใหม่ไม่ได้"
"คนเขลามักกล้าหาญ"
"หากมีเซียนที่บำเพ็ญเคล็ดวิชาอักษรเหนือฟ้าผ่านมาเพียงยกมือก็อาจช่วงชิงอาวุธของเขามาได้"
เซียนบรรพชนอีกท่านหัวเราะเย้ยไม่หยุดสายตาที่มองไปยังเสามารสะกดฟ้ามหึมานั้น แฝงไว้ด้วยความปรารถนาเร่าร้อน
"เร่งเครื่องเต็มกำลัง!"
"สงครามครานี้จักต้องหลั่งโลหิตแห่งตระกูลมู่ทั้งมวล เพื่อบูชาดวงวิญญาณวีรชนผู้ล่วงลับ"
"รับสั่ง!"
...
ในขณะเดียวกันอีกฟากฝั่งหนึ่งของทะเลไร้สิ้นสุด
ตำหนักเคลื่อนที่ขนาดเล็กกำลังขับเคลื่อนด้วยแสงเซียนพุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็ว
บัดนี้เหยาซีได้สละตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วการนั่งประทับอยู่ในตำหนักเซียนเหยาฉืออีกต่อไปนั้นเห็นทีจะไม่เหมาะสมจึงเก็บสิ่งของทุกอย่างที่เกี่ยวกับเหยาฉือไว้ทั้งหมด
ดวงตางามของนางกะพริบไหวอย่างต่อเนื่องมองไปยังเบื้องหน้าเป็นระยะ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงราวกับลูกกวาง
ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรจะเผชิญหน้ากับมู่เสินฉวนเช่นไร
"เฮ้อ"
เหยาซีถอนหายใจแผ่วเบา มิได้คิดมากอีกต่อไปมุ่งตรงไปยังเบื้องหน้าต่อไป
มิช้านานมู่เสินฉวนที่อยู่ในตำหนักผู้นำตระกูลก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาเปล่งประกายเจิดจ้า
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกึ่งเซียนทั้งสามที่กำลังมุ่งหน้ามายังเกาะเทพหลัก
ส่วนตัวตนของผู้มาเยือนนั้น เขาเดาไม่ออก
ท้ายที่สุดในสงครามที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ก็สังหารประมุขไปมากมาย ใครๆอาจส่งกองทัพมาปราบเขาได้ทั้งนั้น
จากนั้นมู่เสินฉวนก็วูบกายปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าเหนือจวนตระกูล กระแสจิตที่ปกคลุมฟ้าดินแผ่ขยายออกไปในทุกทิศ
"ผู้คนจากเหยากวงมาเยือนแล้วหรือ"
"น่าสนใจ"
มุมปากของมู่เสินฉวนยกยิ้มขบขันก่อนส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
อันที่จริงเขาและแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงมิได้มีความแค้นใดๆต่อกัน
เรื่องที่สังหารประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ในครานั้นก็เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงเป็นผู้ก่อเรื่องทั้งนั้น
หลังจากที่ทราบถึงต้นสายปลายเหตุทั้งหมดแล้วเขาก็มิได้คิดที่จะสร้างความลำบากให้ผู้คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงอีก
คาดไม่ถึงว่าเหล่ากึ่งเซียนทั้งสามของเหยากวงกลับนำพาทวยเทพนับสิบตนศิษย์นับหมื่นทัพยาตรามาสังหารตระกูลมู่ของพวกเขา
เช่นนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้
วันนี้แดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงจะเป็นขั้วอำนาจชั้นนำแห่งแรกที่มู่เสินฉวนขยี้ให้แหลก!
และในขณะนี้เอง
มู่เสินฉวนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาอีกสายหนึ่งซึ่งคุ้นเคยอย่างยิ่ง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็นึกขึ้นมาได้ทันที นั่นคือธิดาศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ—เหยาซี!
"เหตุใดนางจึงมายังทะเลไร้สิ้นสุดได้?"
มู่เสินฉวนนึกสงสัยอยู่ครามครัน
แต่สถานการณ์ในตอนนี้ เขาไม่ได้คิดมากเรือรบมหึมาลำหนึ่งได้แหวกว่ายผ่านฟากฟ้า พุ่งมายังศูนย์กลางของทะเลไร้สิ้นสุดแล้ว
กระทั่งเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าบนหัวเรือปรากฏร่างของยอดฝีมือระดับกึ่งเซียนทั้งสามปลดปล่อยกฎเกณฑ์แห่งวิถีอันน่าหวาดหวั่นออกมาเบื้องหลังคือเหล่าผู้ฝึกตนจากเหยากวงที่มีลมปราณมั่นคงและแผ่จิตสังหารเต็มเปี่ยม
และในขณะนี้เหยาซีที่ขับเคลื่อนตำหนักก็มาถึงเหนือจวนตระกูลมู่พอดี
ดวงตางามของนางพลันแข็งค้างเมื่อพบร่างของมู่เสินฉวนและเรือรบมหึมาที่กำลังพุ่งมาในระยะใกล้!
บนเรือรบลำนั้นปักธงของเหยากวง!
จุดประสงค์ในการมาที่แห่งนี้ย่อมมิอาจตีความไปเป็นอื่นได้!
"รอข้าอยู่ที่นั่นสักครู่"
"ข้าจะไปแล้วกลับมา"
มู่เสินฉวนพยักหน้าให้เหยาซีพร้อมส่งกระแสจิตออกไป
จากนั้นเขาก็วูบกายปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเรือรบแห่งเหยากวง!
"ท่านบรรพชน!"
"เขาคือมู่เสินฉวน!!!"
ผู้อาวุโสสูงสุดท่านหนึ่งเบิกตากว้างชี้ไปยังร่างในชุดสีขาวเบื้องหน้าแล้วตะโกนลั่น
"หยุด!" เสียงคำรามดังกึกก้องเรือรบแห่งเหยากวงหยุดลงทันใด
เหล่ากึ่งเซียนทั้งสามแห่งเหยากวงยืนตระหง่านอยู่บนเรือรบจ้องมองไปยังมู่เสินฉวนด้วยสายตาเย็นชา
กระแสจิตราวกับมองไปยังกลุ่มหมอกซึ่งมองไม่เห็นระดับพลังบ่มเพาะของเขา
คงเป็นความอัศจรรย์ของกายาโกลาหล!
"มู่เสินฉวนเจ้าสังหารประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้าเมื่อหลายปีก่อน!"
"วันนี้จะล้างบางทั้งตระกูลเจ้าเพื่อสะสางทะเลไร้สิ้นสุด!"
บรรพชนเหยากวงที่สามฉายแววตาแข็งกร้าวแสงศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมร่างราวเทพสถิต
เสียงตวาดที่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดังสะท้อนไปทั่วฟ้าดิน!