กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตีห้า แสงสว่างก็พลันเบ่งบานไสว กลายเป็นชุดอุปกรณ์ยูนิคอร์นที่ดรอปออกมาอีกหนึ่งชิ้น ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมเล็กน้อย เพราะอุปกรณ์ที่ดรอปออกมานั้นแท้จริงแล้วเป็นแหวนสีเงิน——
【แหวนยูนิคอร์น】 (อุปกรณ์ระดับเงิน)
ความแข็งแกร่ง: +23
ความว่องไว: +20
เอฟเฟกต์พิเศษ: อัตราคริติคอล +3%
โบนัส: เพิ่มพลังโจมตีให้แก่ผู้ใช้งาน 4%
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 38
……
หลังจากดูคุณสมบัติของแหวนยูนิคอร์น ก็รู้สึกสั่นทะท้านไปทั้งตัว แขนก็ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาในทันที แทบจะเป็นลมสำลักความสุข ซึ่งแหวนวงนี้ต้องเป็นของระดับสุดยอดในช่วงนี้แน่นอน มันไม่เพียงแค่เพิ่มพลังโจมตี 4% เท่านั้น แต่ยังเพิ่มอัตราคริติคอลอีก 3% และแม้ว่าจะเพิ่มค่าสถานะเป็นความแข็งแกร่งและความว่องไว ทว่าความว่องไวจะเป็นตัวกำหนดความเร็วในการโจมตีในระดับหนึ่ง และยังเป็นการเพิ่มความเก่งให้อีกด้วย!
แน่นอนว่า คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็ยังคงเป็นเอฟเฟกต์พิเศษอัตราคริติคอล +3%!
อย่างที่เราทราบกันดีว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่ในสกายโร้ดไม่มีอัตราคริติคอลพื้นฐาน ซึ่งหมายความว่าคือผู้เล่นทุกคนเกิดมาพร้อมกับคริติคอล 0% ซึ่งในช่วงแรกมีเพียงการโจมตีแทงหลังของมือสังหารเท่านั้นที่มีโอกาสสร้างความเสียหายคริติคอล โดยผู้เล่นที่เหลือหากต้องการได้รับความเสียหายคริติคอล 200% ก็ต้องพึ่งอุปกรณ์เท่านั้น และอุปกรณ์เดียวที่สามารถเพิ่มอัตราคริติคอลได้ก็คือเครื่องประดับ นั่นคือแหวนสองวง และสร้อยคอหนึ่งเส้น มีเพียงเครื่องประดับสามชิ้นนี้เท่านั้นที่สามารถเพิ่มคริติคอลได้ และนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเห็นถึงความล้ำค่าของคุณสมบัตินี้
ผมจึงทำการสวมใส่มันในทันที เมื่อสวมแหวนยูนิคอร์นแล้ว กำลังสู้รบของผมก็ระเบิดขึ้นมา——
【จินซีเหอซี】 (อัศวิน)
เลเวล: 38
พลังโจมตี: 372-635 (+ 31%)
อัตราคริติคอล: 3%
พลังป้องกัน: 562 (+ 10%)
ค่า HP: 6208
พลังปราณ: 100/100
ค่าความโชคดี: 11
ค่าความสำเร็จพิเศษ: 9
ค่าชื่อเสียง: 235
กำลังรบ: 2054
……
นอกจากนี้ในหน้าต่างสเตตัสก็มีคริติคอลเพิ่มเข้ามาแล้ว ขณะเดียวกันกำลังสู้รบของผมก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสองร้อยแต้มในชั่วพริบตาจนทะลุ 2,000 แต้มไปแล้ว ฉะนั้นผมจึงยังคงเป็นอันดับหนึ่งในรายชื่ออันดับพลังต่อสู้ของเมืองจิ่นโจว และทันทีที่เปิดรายการจัดอันดับกำลังรบแล้วกวาดตามองนั้น ก็พบว่าตัวเองนำมาไกลแล้ว——
1.จินซีเหอซี กำลังรบ: 2054 อัศวิน
2.ทิรามิสุ กำลังรบ: 1900 นักจิตวิญญาณ
3.เฟยเยว่ กำลังรบ: 1740 นักจิตวิญญาณ
4.ไป๋อี้กงจื้อ กำลังรบ: 1709 นักดาบ
5.ซานโหย่วฝูซู กำลังรบ: 1650 มือสังหาร
6.เว่ยหนี่เปี้ยนไกว กำลังรบ: 1622 อัศวิน
7.กั่วเจวี๋ย กำลังรบ: 1601 อัศวิน
8.ชิวฉุ่ยหาน กำลังรบ: 1558 นักบวช
9.คั่งหลงอู๋หุ่ย กำลังรบ: 1550 นักพรต
10.หั่วเยี่ยนฉู่ กำลังรบ: 1490 นักจิตวิญญาณ
……
โดยสิบอันดับแรกในรายการเป็นคนคุ้นเคยทั้งนั้น และถังหยุนที่ได้รับอุปกรณ์ระดับทองแล้วหนึ่งชิ้น ในไม่ช้านี้หรอกกำลังรบของเธอก็จะพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างแน่นอน ส่วนเฟยเยว่ที่เบื้องหลังมีทีมอัศวินที่ทรงพลังอยู่นั้นจึงหมดกังวลเรื่องอุปกรณ์ไปได้เลย และทางด้านซานโหย่วฝูซูเด็กคนนี้ก็น่าจะดรอปสุดยอดไอเทมได้ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นกำลังสู้รบคงจะไม่สูงขนาดนี้ สุดท้ายหลิวเฉียงที่พึ่งแต่การ “ซื้อ ซื้อและซื้อ” มาโดยตลอด ก็หลุดจากห้าอันดับแรกไปแล้ว นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ยิ่งเกมดำเนินเข้าสู่ช่วงกลางและช่วงท้ายก็จะสามารถพึ่งเงินในการพัฒนาตัวเองได้น้อยลง เนื่องจากหลายคนจะไม่ขายอุปกรณ์ที่ได้มา ด้วยเพราะจะเก็บอุปกรณ์เอาไว้ใช้เอง
นอกจากนี้ หลินเฉอเองก็เข้าสู่สิบอันดับแรกของรายการจัดอันดับกำลังรบเช่นกัน ซึ่งน่ายินดีมาก จากนี้ต่อให้ผมไม่อยู่ ความแข็งแกร่งของหลินเฉอก็เพียงพอที่จะปกป้อง ซูซีหราน จางเหว่ยและหวังจินไห่ได้แล้ว เขาเป็นคนนิสัยดีและเก่งมาก นอกจากนี้ยังมีพรสวรรค์ในการเล่นเกมสูงมากและการทำความเข้าใจได้ดี ตอนนี้เขาจึงโดดเด่นกว่าผู้อื่นเหมือนเมื่อครั้งสมัยเกมเทียนจ้งอีกครั้ง และในทุกวันนี้สถานะของเขาก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะถึงจุดสูงสุด อย่างน้อยในเมืองจิ่นโจวหากมีห้าคนหรือหกคนไล่ฆ่าหลินเฉอ เพียงแค่ถูกเขาไคท์จนต้องตายอย่างน่าอนาถเท่านั้น
และต่อมาคนที่ชื่อว่าคั่งหลงอู๋หุ่ยผมไม่รู้จักเขาหรอก ทว่ามีกำลังรบสูงขนาดนั้น เลเวลของเขาก็คงจะติดหนึ่งในยี่สิบอันดับแรกของเมืองจิ่นโจวเป็นแน่ เท่านี้ก็ถือได้ว่าเป็นนักพรตอันดับหนึ่งแห่งเมืองจิ่นโจวได้เลย และคนอย่างนี้ก็จะปรากฏสู่สายตาไม่ช้าก็เร็ว
ส่วนอันดับที่สิบคือหั่วเยี่ยนฉู่ ซึ่งตอนนี้กิลด์ปู้ฝู๋จิ้วก้านของพี่ฉู่เงียบหายไปนานแล้ว รู้สึกเหมือนว่าเขากำลังจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้น
ช่างเถอะ เก็บเลเวลกันต่อ
ป่าภูติแห่งนี้ก็ถือได้ว่าเป็นแผนที่ทองคำจริงๆ มันเป็นแผนที่ที่ถังหยุนยอมแพ้ไปด้วยเลเวลของเธอ ฉะนั้นผมจึงได้ประโยชน์นี้เต็มๆ และในเวลาเพียงห้าชั่วโมงก็สามารถดรอปอุปกรณ์ระดับเงินได้ถึงสามชิ้น ขาดไปอีกเพียงชิ้นเดียว ชุดอุปกรณ์จะครบสมบูรณ์ 4/4 แล้ว ซึ่งอัตราการการดรอปในแผนที่ก่อนหน้าล้วนไม่มีแบบนี้สำหรับผมแผนที่นี้ไม่ใช่ป่าภูติ แต่เป็นป่าแห่งโชคลาภต่างหาก!
“ติ๊งง!”
มีคำขอโทรมาจากผู้เล่น “ติงตุ้ยเตอะเสี่ยวเกินปาน”
หลังจากกดยืนยัน ใบหน้าที่สวยของซูซีหรานก็ปรากฏขึ้นที่มุมขวาบนอินเทอร์เฟซทันที เธอที่ดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยจึงพูดขึ้นว่า “ยังไม่นอนอีกเหรอ ฉันจะมีรอยคล้ำใต้ตาแล้วนะ!”
ผมหัวเราะเบาๆและพูดว่า “ฉันเห็นไม่ชัดเลย เธอลองยื่นหน้ามาให้ฉันดูหน่อยสิ”
ตามคาด เธอก็ได้เหยียดคอระหงนั้นเข้ามาใกล้จริงๆ แต่ในไม่ช้าเธอก็รู้ว่าผมกำลังหยอกเล่น เธอจึงอดหัวเราะไม่ได้ “คนบ้า! นายหลอกฉันอีกแล้ว ภาพอวตารมันไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเพียงเพราะยื่นคอยาวหรอกนะ อีกอย่างความยาวโฟกัสก็ได้รับการแก้ไขนานแล้ว”
ผมที่ยิ้มเล็กน้อยจึงพูดขึ้นว่า “ฉันยังอยากจะฝึกอีกสักพักน่ะ ซีหรานเธอไปนอนก่อนเถอะ ไม่ต้องรอฉัน”
“จริงเหรอ? งั้นฉันไปนอนก่อนนะ ~~~”
“อื้ม ไปนอนเถอะ”
……
จากนั้นภาพเหมือนของซูซีหรานก็ค่อยๆจางลงจนเลือนหายไปในที่สุด และขณะนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงสวบๆอยู่ข้างกายจากในโลกแห่งความจริง ดูเหมือนว่าเธอจะลุกขึ้นและเข้านอนแล้ว
ก็ดี ผมจะได้เก็บเลเวลต่อได้โดยไม่วอกแวก อีกทั้งขณะนี้ผมก็มีความฝันมากกว่าหนึ่งในใจ
ความฝันแรกคืออยากจะรวบรวมชุดอุปกรณ์ยูนิคอร์นให้ครบ 4/4 ความฝันที่สองโลภมากหน่อย คืออยากดรอปได้แหวนยูนิคอร์นอีกหนึ่งวง เพราะแหวนวงนี้สุดยอดมาก ถ้าหากสามารถดรอปได้อีกอันล่ะก็จะสามารถขายได้ราคาสูงเสียดฟ้าแน่นอน และมันก็เป็นชนิดที่มีสิทธิ์เปิดประมูลในโรงประมูล เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องแค่จ่ายเงินเดือนให้กับทุกคน หากอยากกินหูฉลามกันก็ยังได้ แน่นอนว่าการปกป้องธรรมชาติเป็นสิ่งที่จำเป็น ฉะนั้นต้องคุ้มครองฉลามนะทุกคน อย่ากินหูฉลาม แค่กินปลาดุกหัวเหลืองแทนก็ได้ รสชาติดีเหมือนกัน
แต่สวรรค์ก็ไม่ให้ตามปรารถนา เพราะจนกระทั่งถึง 7 โมงเช้า ผมที่อัพเป็นเลเวล 39 แล้ว แต่ก็ไม่มีอุปกรณ์เซ็ตยูนิคอร์นดรอปออกมาเลยสักชิ้น คงเพราะเมื่อคืนโชคดีเกินไปแน่ๆ พอมาถึงเช้านี้โชคคงใช้ไปจนหมดแล้ว
และตอนนี้เหล่ายูนิคอร์นก็ถูกผมฆ่าตลอดทั้งคืนจนหมดเกลี้ยง ฉะนั้นต้องรอพวกมันเกิดใหม่อย่างช้าๆ โดยเวลาเกิดใหม่ของพวกมันอยู่ที่ประมาณ 3-5 ชั่วโมง ฉะนั้นออฟไลน์นอนก่อนละกัน เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็คงจะเต็มไปด้วยมอนสเตอร์แล้ว
ไม่รอช้าผมจึงค้นหาสถานที่ปลอดภัย แล้วออฟไลน์ทันที
หลังถอดหมวกเกมออก ผมจึงเป่าปากพ่นลมด้วยความรู้สึกเมื่อยล้าไปทั้งตัว ครั้งนี้ผมออนไลน์ติดต่อกันเกือบ 20 ชั่วโมง โดยเฉพาะในตอนที่ใช้กระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารทำคอมโบอย่างรวดเร็ว ทำเอาผมปวดหัวหนึบเล็กน้อย พร้อมกับร่างกายที่ดูเหมือนจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
และขณะที่ผมค่อยๆยันตัวขึ้นนั้น ก็พบซูซีหรานนอนอยู่บนเตียงข้างๆ เธอหลับไปภายใต้ปลอกผ้าห่มบาง ๆ เมื่อกี้ที่บอกว่าจะไปนอน แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะมานอนอยู่ข้างๆผมแบบนี้
แต่ในใจผมก็หวั่นไหวเล็กน้อย แน่นอนว่าความรู้สึกของทุกคนในสตูดิโอกำลังค่อยๆเชื่อมเข้าหากัน และซูซีหรานก็ดูแลผมได้อย่างดีเยี่ยมเสมอมา ตราบใดที่ผมยังอยู่ในห้องโถง เธอก็จะอยู่เป็นเพื่อน
เวลานี้เธอนอนหลับสนิทไปแล้ว ดูได้จากลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ และแม้ว่าเธอจะนอนราบก็ไม่อาจซ่อนรูปร่างที่แสนน่าภูมิใจของตัวเธอได้ ยอดเขาแฝดข้างหน้าตั้งสูงพร้อมกับส่วนโค้งที่เห็นได้ชัดกำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ทำให้ผมอดคิดไปไกลไม่ได้เลย
ขณะเดียวกันร่างของผมแทบจะกลายเป็นหินอยู่ที่เดิมนี้แล้ว และจนถึงตอนนี้สองสาวที่ผมเคยเห็นที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น นั้นก็คือถังหยุนคนหนึ่ง ส่วนอีกคนคือซูซีหราน โดยทั้งคู่ต่างมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ซึ่งก็คือขาของถังหยุนและหน้าอกของซูซีหราน ทั้งหมดล้วนเป็นความงามที่ทำให้ผู้คนกระอักเลือดเลยทีเดียว
ผมรีบสะบัดหัวทันที ความคิดแบบนี้ไม่ดีเลย มันดูโรคจิตเกินไป!
“ซีหราน กลับไปนอนที่ห้องเถอะ อย่านอนข้างนอกนี้เลย เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะ”
ขณะพูด ผมก็เขย่าแขนขาวอมชมพูของเธอเบาๆ
ดวงตาที่ต้องการหลับใหลของซูซีหรานนั้นหนักอึ้งจนแทบยกไม่ขึ้น กระทั่งเมื่อเธอปรือตามองมาที่ผมแวบหนึ่ง จึงพูดงึมงำขึ้นว่า “เหนื่อยจังเลย... ไม่อยากขยับไปไหนแล้วอ่ะ......”
“แล้วจะทำยังไง จะนอนข้างนอกนี้ไม่ได้นะ” ผมพูดขึ้น
เธอยังคงหลับตาและเหยียดแขนออกอย่างเกียจคร้านพร้อมกับพูดขึ้นว่า “นายส่งฉันกลับห้องหน่อยสิ”
“นี่มัน......”
หัวของผมว่างเปล่าไปครู่หนึ่งและมือของผมก็เอื้อมไปจับขาที่ขาวเนียนนุ่มราวกับหิมะคู่นั้นของเธอโดยที่ไม่รู้ตัวแล้ว จากนั้นจึงค่อยๆ เข้าไปกอดเธอพร้อมทั้งอุ้มยกขึ้นจากเตียงอย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงน้อย ซูซีหรานส่งเสียง “อื้อ” ออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะลืมตาที่ง่วงงุนจ้องมองมาพลางส่งยิ้มให้ “ฉัน... หนักไหม?”
“ไม่เท่าไหร่”
ชั่วขณะหนึ่งหัวของผมที่กำลังยุ่งเหยิงสับสน สายตาก็พลันซบลงที่หน้าอกของเธอ ทันใดนั้นความภาคภูมิใจสีขาวราวกับหิมะทั้งสองก็ถูกบีบจนผิดรูป แต่ก็ยังคงความยืดหยุ่นอยู่เสมอ เพียงเสี้ยววินาทีนั้นตาของผมราวกับมืดบอดลงทันที อีกทั้งทำเอาเลือดกำเดาแทบจะไหลออกมา ผมจึงรีบสับเท้าเดินอย่างรวดเร็ว หลังจากเตะประตูห้องของซูซีหรานให้เปิดออกแล้วจึงเดินตรงไปยังเตียงแล้ววางเธอลง จากนั้นจึงก้าวเท้ายาวๆ ออกมาเหมือนหนีอะไรซักอย่าง
“ฝันดีนะ ซีหราน!”
เธอหัวเราะเบา ๆ “ฝันดีเหมือนกันนะ!”
……
เมื่อกลับมาถึงห้องของตัวเอง ผมหอบหายใจ เกรงไปทั้งตัวและหลังจากยืนพิงกำแพงสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พลางยกมือขึ้นลูบหน้าอกเหมือนปลอบใจตัวเอง ให้ตายสิ นี่มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ทว่าในตอนนี้เองโทรศัพท์ก็ดังขึ้น และทันทีที่เหลือบมองไปยังรายชื่อผู้โทรแล้วพบว่าเป็น “สหายติงชิวฉี” ผมก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ นั้นเป็นชื่อที่ผมตั้งให้กับพ่อเอง จากนั้นเมื่อกดรับ เสียงของพ่อก็ดังมาตามสายทันที “ไงเจ้าลูกชาย! ตื่นหรือยัง?”
“ผมยังไม่ได้นอนเลย ……” ผมเอ่ยอย่างประหม่าเล็กน้อย “แล้วพ่อมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถึงโทรมาแต่เช้า?”
“ช่วงบ่ายนี้พ่อไม่ไปทำงาน ลูกกลับมาทานข้าวเที่ยงที่บ้านสิ” พ่อพูดขึ้น
“เที่ยงนี้เหรอ...” ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ลูกต้องมานะ พ่อได้เตรียมหมูตุ๋นของโปรดลูกเอาไว้แล้ว และตอนนี้ลูกกับหลินเฉอไม่ใช่ว่าเล่นเกมอยู่ด้วยกันเหรอ? พาเขามากินข้าวด้วยกันสิ!”
“เดี๋ยวก่อนครับพ่อ ตอนนี้ผมสร้างสตูดิโอเกมแล้ว จึงยังมีคนเล่นเกมด้วยกันอีกสามคน รวมทั้งหมดก็มีห้าคน ทำอย่างไรดีล่ะ?“
“ก็พากันมาให้หมดนั่นแหละ กินข้าวด้วยกันเยอะๆคึกครื้นดี”
“อย่างงั้นก็ได้ครับ ผมจะกลับไปตอนเที่ยงนะ”
“อื้ม งั้นพ่อไปเตรียมตัวละ”
และเมื่อวางสายลงแล้ว ผมจึงพุ่งตัวไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ส่งข้อความเข้าในกลุ่มวีแชทของสตูดิโอ โดยบอกพวกเขาว่าหลังจากตื่นนอนแล้วไม่ต้องสั่งอาหาร วันนี้จะไปกินทานอาหารที่บ้านผมกัน และเพียงชั่วครู่หลังจากบอกพวกนั้นเสร็จ ผมก็ผล็อยหลับไป
……
เมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นผมจึงสะดุ้งตื่นทันที เวลานี้พลังก็เหมือนถูกฟื้นฟูกลับคืนมาไม่น้อย นอนไปสี่ชั่วโมงก็พอได้อยู่ ไม่รอช้าจึงรีบลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าล้างตา ขณะเดียวกันเสียงของซูซีหรานและหลินเฉอก็ดังมาจากข้างนอก
“เที่ยงนี้ไปกินข้าวที่บ้านบอสติงจริงดิ? “เสียงของซูซีหรานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หลินเฉอพูดขึ้นว่า “ใช่แล้ว ฝีมือทำอาหารของพ่อพี่เฉินนี้สุดยอดเลยนะพี่ เพราะเมื่อตอนคุณลุงยังหนุ่มๆเคยทำครัวอยู่ในกองทัพ แถมยังเป็นถึงเชฟระดับห้าดาวเลยนะ คุณลุงปรุงอาหารได้อร่อยมากๆ โดยเฉพาะหมูตุ๋นโครตจะอร่อย และเป็นเพราะผมกินมันมาตั้งแต่เด็กจนโตแน่ๆถึงแข็งแรงขนาดนี้ พี่ซีหรานพี่ต้องลองนะ!”
“ได้ ได้ ฉันเองก็อยากแข็งแรงเหมือนกัน ~~~”
ผม”......”
เมื่อผลักประตูห้องออกไป ผมจึงมองไปที่ซูซีหรานพลางพูดขึ้นว่า “ซีหราน เธอแข็งแรงมากอยู่แล้วน่า……”
ขณะพูด ซูซีหรานก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “นายหลับสบายดีไหม?”
“ก็พอได้ เตรียมตัวออกเดินทางเถอะ อย่าให้พ่อต้องรอนาน”
“อื้ม”