Pioneer Era

    ตอนที่ 47 ตีฝ่าดงงู

    ***แม่สาวนมติดลบ [ลิลลี่ออฟซิเดียน]

    "ระ… รีบหนีออกจากที่นี่ก่อนเถอะ! "

    แม่สาวกระต่ายดำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแถมยังติดอ่าง

    ยังมีพิษตกค้างอยู่ในร่างกายหรือดอง?

    "มะ… มัวแต่ยืนมองบื้ออยู่ได้เจ้าค่ะ! "

    แม่สาวกระต่ายหันหลังให้ฉันแล้วเริ่มวิ่งนำไปก่อนโดยไม่หันกลับมามองอีก

    เหมือนว่าจะโดนเธอเกลียดเสียแล้ว

    สงสัยคงจะยังโกรธเรื่องที่ฉันไปนวยหูกระต่ายเธอเล่นละมั้งดอง?

    แต่ช่างเถอะ เอาไว้ค่อยเข้าไปขอโทษทีหลังแล้วกัน

    จะว่าไป ฉันยังไม่รู้จักชื่อของเธอเลยแฮะ

    “จริงสิ เธอชื่ออะไรหรือ? ฉันชื่อ [ลิลลี่ออฟซิเดียน] จะเรียกว่า [ลี่] ก็ได้นะ”

    “...”

    แม่สาวกระต่ายดำไม่ตอบฉันงะ

    ทำเมินแบบนี้ เดียวฉันก็ร้องไห้ออกมาให้เห็นเสียหรอก!

    “ซิก…”

    “... [ทัวร์มาลีน-เอท] หรือจะเรียกข้าน้อยว่า [เอท] ก็ได้เจ้าค่ะ”

    น้ำตาได้ผลด้วยละ!

    ทัวร์มาลีน-เอท? เป็นชื่อที่ทำให้พาลคิดไปว่ายังมี [วัน] [ทู] [ทรี] อยู่ด้วยเลยนะเนี่ยดอง

    ทัวร์มาลีน-เอท เพื่อนสาวที่เป็นชนเผ่าท้องถิ่นจากเผ่ามนุษย์สัตว์

    หุ หุ หุ ทีนี้ฉันก็มีเพื่อนกระต่ายเอาไว้นวยเล่นเพิ่มมาอีกคนหนึ่งแล้วละ ดอง~



    พวกเราวิ่งไปในเส้นทางคดเคี้ยวที่ถูกใยสีดำกางเอาไว้อย่างระมัดระวัง เลยทำให้เคลื่อนที่ได้ช้ามาก

    แต่ยังวางใจได้อยู่ เพราะแถวนี้ไม่มีพวกมันอยู่เลยสักตัว

    หากหันหลังกลับไปมอง ก็จะพบว่าไฟกองใหญ่ที่ฉันจุดในทางแยกเมื่อกี้กำลังโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิม

    เปลวไฟสีส้มกำลังลุกลามใหญ่ขึ้น รุนแรงขึ้น และส่งควันสีดำลอยขึ้นสูง

    ควันหนาทึบลอยขึ้นไปบนบังแสงอาทิตย์ที่เคยส่องลอดผ่านรอยแยกของโถงเก็บอาวุธ จนทำให้พื้นที่บริเวณเมื่อกี้กลายเป็นสีดำมืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่าง

    แสงไฟเพียงหนึ่งเดียวของพื้นตรงนั้น จึงมีเพียงแค่แสงจากกองเพลิงที่ลุกไหม้

    “นั่นมันอะไรกันดอง…”

    ฉันรู้สึกได้ว่าท่ามกลางความมืดมีอะไรบางอย่างขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนไหวอยู่

    ซึ่งฉันได้รับคำตอบของคำถามนั้นแทบจะในทันที

    เปลวไฟที่ลุกไหม้ทำให้ฉันมองเห็นเงาที่เคลื่อนไหวเข้าไปใกล้

    เจ้าสิ่งนั้นคือตัวจ่าฝูงที่เคยนอนขี้เกียจอยู่ใจกลางห้อง

    ขาแมงมุมทั้งแปดกำลังยกร่างกายที่ยาวและหนาของมันให้ขึ้นสูงเหนือเปลวไฟ

    ทั่วร่างกายของมันเต็มไปด้วยเกล็ดสีดำมันขลับ และมีท่อปล้องแมงมุมติดอยู่ตามขาทั้งแปด

    มันใช้ร่างกายที่ยาวมากกว่าสามสิบเมตรและหนาเกือบห้าเมตรขดเป็นก้อนขนาดใหญ่เหนือเปลวไฟที่ลุกโชน แล้วล้มนอนทับลงไปใส่มัน

    เปลวไฟขนาดยักษ์ดับมอดลงในทันทีที่ถูกมันทับ

    ที่น่าตกใจคือเจ้าตัวจ่าฝูงไม่ได้แสดงความเจ็บปวดออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย

    ราวกับว่าความร้อนจากเปลวไฟเป็นได้เพียงแค่สิ่งที่น่ารำคาญใจเท่านั้น

    หัวที่ชูขึ้นสูงของมันกำลังสอดสายตาไปทั่วบริเวณ

    บางทีมันคงกำลังมองหาวายร้ายที่มาเผาบ้านของมันอยู่

    พวกเราสองคนยืนนิ่งไม่ขยับเพราะกลัวว่าจะถูกเจอตัวเข้า

    มันสอดสายตาอยู่ประมาณสิบวินาที ก่อนจะเริ่มอ้าปากกว้างเพื่อหาวออกมาอย่างขี้เกียจ แล้วนอนหลับลงไปทั้งอย่างงั้น

    มีผิวที่แข็งแกร่งจนแม้แต่เปลวไฟร้อนแรงยังทำอะไรไม่ได้ มีขนาดตัวที่ใหญ่และยาวมากกว่าสามสิบเมตร…

    ถ้าถูกมันหมายตาคงเอาตัวรอดยากแฮะ

    “ยัยดอง--- เออ ข้าน้อยหมายถึงเธอนะ ตอนนี้รีบเร่งฝีเท้าก่อนเถอะ ข้าน้อยรู้สึกไม่ดีเลยเจ้าค่ะ”

    “อืม~”

    ฉันพยักหน้าตอบเธอ



    ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเดาถูกต้องเลยทีเดียวละดอง

    ทำไมนะหรือ?

    นั่นก็เพราะว่า---

    “แว๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!! ”

    พวกฉันกำลังถูกพวกมันไล่ล่าอยู่นะสิดอง!

    พวกเราสองคนกำลังวิ่งหน้าตั้ง โดยมีฝูงสไปเดอร์-อาบอกวิ่งไล่ตามมาจากด้านหลัง

    แล้วนี่ขอประท้วงหน่อยเถอะ กับเหยื่อแค่คนสองคนนี่ถึงกับต้องยกทั้งรังมาล่าเลยหรือยังไงกันเนี่ย!

    “แสดงว่าที่ตัวจ่าฝูงสอดสายตาเมื่อกี้คือมองเห็นเราสินะ? ต้องขี้เกียจเบอร์ไหนถึงส่งแต่ลูกน้องมาไล่ล่าพวกเราเนี่ยดอง! ”

    “พูดแบบนี้แปลว่าอยากถูกเจ้าสัตว์ประหลาดแบบนั้นไล่ล่าหรือยังไงเจ้าค่ะ! ”

    “แบบไหนก็ไม่เอาทั้งนั้นดอง! ”

    เสียงสับขาแมงมุมชวนขนลุกดังไล่ตามหลังราวกับเป็นเสียงของเครื่องกล

    แกรก แกรก แกรก ดังประมาณเนี่ย~

    พวกมันไม่ใช้วิธีการเลื้อยเหมือนงู แต่เดินเหมือนกับแมงมุมโดยใช้สี่ขายกตัวขึ้นสูง และใช้อีกสี่ขาสร้างสมดุลให้กับตัวเอง

    เขี้ยวพิษกับลิ้นที่ใช้พ่นใยสีดำกำลังยื่นยาวออกจากปากที่อ้าออกกว้าง

    *งับ! *

    กรี๊ดดดด! ถูกกัดตูดแหว่งไปส่วนหนึ่งแล้วดอง!

    อะ… ไม่สิ โดนแค่เนื้อผ้าแหว่งไปเองดอง~

    ตูดลูกท้อผิวขาวเนียนไร้รอยแผลของฉันกำลังโผล่ออกมาสวัสดีโลกเพราะถูกเจ้างูตัวหนึ่งกัดเอาชายกระโปรงขาดไป

    อืม… ลมเย็นดีแฮะ

    “ยังจะทำหน้าระรื่นได้อีกนะเธอเนี่ย! ”

    เอทบ่นใส่ฉันแล้วกระโดดตีลังกาพร้อมกับโปรยตะปูเรือใบทิ้งเอาไว้ด้านหลัง

    ขาแมงมุมที่มีขนาดใหญ่จิ้มลงไปบนตะปูเหล่านั้นเต็มแรงจนพวกมันล้มระเนระนาดไปกลุ่มหนึ่ง

    แต่คลื่นสีดำอันน่าขยะแขยงยังคงวิ่งไล่ตามมาต่อ

    “เอท พวกมันจะพ่นใยมาแล้ว รีบมานี่เร็ว! ”

    “อืม! ”

    เอทรีบวิ่งมาอยู่ด้านหน้าของฉัน

    ฉันใช้พลังของปีกภูติ รวบรวมมวลอากาศจำนวนมากมาก่อตัวเหนือหัว แล้วระเบิดมันออกเป็นคลื่นลมแรง

    คลื่นระเบิดนั้นทำให้เส้นใยสีดำที่พ่นออกมาถูกพัดปลิวกระจายย้อนกลับไปหาพวกมันเอง

    เส้นใยส่วนหนึ่งเข้าไปรัดพวกมัน และกลายเป็นสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่

    แต่สิ่งกีดขวางพวกนั้นทำได้แค่ถ่วงเวลา

    ขาแมงมุมทำให้พวกมันไม่ต้องสนใจว่าสิ่งกีดขวางนั้นคืออะไร สิ่งที่มันทำก็มีเพียงแค่เสียเวลาปีนป่ายข้ามมาเท่านั้น

    “หน่อย งั้นแบบนี้ลองเจอ [ระเบิดตดภูติ] หน่อย! ”

    “มันคืออะไรละนั่น!?! ”

    ฉันตอบคำถามของเอทด้วยการทำให้เธอดู

    นี่คือวิชาลับที่ฉันคิดขึ้นมาเอง

    มันเป็นวิชาที่โหดร้ายซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะใช้มันเท่าไหรนัก

    ฉันหันตูดลูกท้อไปทางพวกฝูงสัตว์ร้ายที่กำลังไล่ตามมาด้านหลัง

    *ปรูดดดด~*

    แล้วพ่นตดออกไปใส่พวกมันซะ



    [ตด] คือการระบายแก๊สในระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายของเสียออกมา

    ซึ่งในตดนั้นจะมีแก๊ส ไนโตรเจนราว 59 เปอร์เซ็นต์ ไฮโดรเจนราว 21 เปอร์เซ็นต์ คาร์บอนไดออกไซด์ราว 9 เปอร์เซ็นต์ ออกซิเจนราว 4 เปอร์เซ็นต์ มีเธนราว 7 เปอร์เซ็นต์ โดยมีสัดส่วนเปลี่ยนไปตามแต่สุขภาพของลำไส้ผู้ตด

    แก๊สในตดนั้นถือว่ามีความสำคัญต่อการโจมตีครั้งนี้มาก เพราะมันมี [ไฮโดรเจน] กับ [มีเธน] ที่เป็นสารติดไฟ และมี [ออกซิเจน] ที่ช่วยในการสันดาปอยู่ครบ

    ใช่ ฉันตั้งใจที่จะใช้ [ตด] ของตัวเองมาเป็นเชื้อตั้งต้นทำระเบิดแก๊สนั่นเอง

    อย่างที่รู้กันว่าพลังภูตินั้นมีความสามารถในการควบคุมธรรมชาติ ควบคุมได้ลึกลงไปถึงระดับโมเลกุลตามแต่ความสามารถและความเข้าใจในธรรมชาติของผู้ใช้

    แต่ทว่าการประกอบพันธะโครงสร้างขึ้นมาจากหนึ่งใหม่มันยากนะเออ

    ดังนั้นถ้าหากมีโครงสร้างของสารตั้งต้นเป็นตัวนำร่อง แล้วเริ่มทำการโคลนโครงสร้างเหล่านั้นขึ้นมาจึงเป็นวิธีที่รวดเร็วและสะดวกกว่ามาก

    เพราะงั้น [ตด] จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ดอง

    แถมการตดนั้นยังต้องหันตูดลูกท้อสวย ๆ ของฉันให้ฝ่ายตรงข้าม เลยทำได้ทั้งกวนประสาทและบินหนีไปพร้อมกับโจมตีได้

    เห็นมั้ย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวเลยดอง

    ขอตั้งชื่อท่าไม้ตายนี้ว่า [ระเบิดตดภูติ] ดอง!



    แสงสว่างจากปีกภูติเริ่มส่องประกายขึ้น

    พลังอันมหาศาลก็เริ่มจดจำรูปโครงสร้างของแก๊ส [ไฮโดรเจน] [มีเธน] กับ [ออกซิเจน] ในตดของฉัน แล้วสลายพันธะ รวมตัว ปรับโครงสร้างของอากาศรอบตัวขึ้นมาใหม่

    ฉันใช้เวลาไปหนึ่งนาทีกับการเปลี่ยนพื้นที่อากาศตรงหน้าให้กลายเป็น [ไฮโดรเจน] [มีเธน] กับ [ออกซิเจน]

    ปกติถ้าหากไม่มีสารนำร่อง จะต้องใช้เวลาราวห้าหรือสิบนาทีเลยละดอง

    แน่นอนว่าช่องว่างหนึ่งนาทีนั้นมีเอทคอยช่วยป้องกันให้ไปพลาง วิ่งหนีไปพลาง

    ผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงที่ผิดธรรมชาตินี้ ได้ทำให้เกิดพลังงานส่วนเกินจำนวนมากแผ่กระจายออกมา

    เมื่อสมดุลถูกทำลาย ความผิดเพี้ยนผันแปรถึงขีดสุด ในที่สุดมันก็ปริแตกระเบิดออกมา

    “ข้าแต่เทพทั้งสามผู้น่าชิงชัง ขอบันดาลพลังให้แด่ข้าด้วย... [ระเบิดตดภูติ] ! ดอง~”

    ฉันร่ายบทพูดแสนจะจูบิเนียวออกไปอย่างไร้ความจำเป็น

    ลูกไฟขนาดใหญ่กว่าห้าเมตร กินพื้นที่กว้างกว่ายี่สิบเมตรได้ระเบิดลุกไหม้ขึ้นกลางอากาศ

    เปลวเพลิงสีแดงฉานอมน้ำเงินแผ่กระจายออกกว้างจากที่ว่าง ลมร้อนพัดโหมรุนแรงปัดเป่าใยโดยรอบจนขาดกระจุยกระจาย ไปพร้อมกับแผดเผาร่างของ สไปเดอร์-อาร์บอก ที่เข้ามาอยู่ในระยะโจมตี

    เกล็ดสีดำหลุดร่อนจากผิวหนังที่แห้งเกรียมของพวกมัน

    พวกมันถูกย่างสดจนกลายเป็นงูปิ้งที่ส่งกลิ่นหอมฉุยน่าทานไปแล้ว

    งูแมงมุมปิ้งย่างพร้อมเสริฟสำหรับสองร้อยที่พร้อมให้บริการแล้ว ดอง~

    “สุดยอด…”

    เอทพึมพำให้กับภาพระเบิดตรงหน้าด้วยความชื่นชม

    *แซก ๆ *

    เหมือนจะจบเรื่องแล้ว… แต่มันดันไม่จบนี่สิ

    จากที่ประเมินด้วยสายตา คิดว่าเมื่อกี้คงมีถูกย่างสดไปไม่ต่ำกว่าสองร้อยตัว

    แต่เพียงไม่ทันไร ก็มีฝูงใหม่เดินเข้ามาชดเชยฝูงที่ถูกฆ่าไปแล้ว

    “แย่ละ พวกมันวิ่งมาอ้อมดักข้างหน้าพวกเราแล้ว! ”

    พวกนี้มันมีกี่สิบตัวกันแน่เนี่ย?

    ในตอนนั้นเองที่ฉันนึกอะไรขึ้นมาได้

    เคยได้ยินอยู่ว่าแมงมุมบางสายพันธุ์สามารถวางไข่ได้ครั้งละถึง 2,500 ฟอง

    แล้วถ้าหากว่าเจ้าพวกนี้เป็นแบบนั้นเหมือนกันละก็… อาจมีความเป็นไปได้ที่ภายในรังนี้อาจจะมีนับหมื่น ๆ ตัวเลยทีเดียว

    ให้สู้ทั้งหมดนี้ไม่ไหวหรอกนะดอง มีหวังตูดระบมหมดก่อนแน่

    “อย่าให้โดนล้อมเด็ดขาดนะเจ้าค่ะ ถ้าโดนล้อมไม่รอดแน่! ”

    เอทพูดเตือนฉันแล้วรีบวิ่งตีฝ่าพวกที่ขวางตรงหน้า

    “ถ้าหากโดนล้อม พวกมันจะเริ่มพ่นใยประสานกันจากทุกทิศทาง ซึ่งวิธีนั้นจะทำให้ใยมีความเหนี่ยวมาก แถมหลบยากด้วย”

    “อืม”

    เอทโยนมีดสั้นขึ้นท้องฟ้า แล้วใช้สองมือจับมีดพร้าขนาดหนึ่งเมตรฟันหัวของสไปเดอร์-อาร์บอกตรงหน้า ก่อนจะปลอยมือซ้าย แล้วใช้มือซ้ายนั้นจับมีดที่ร่วงลงมาเพื่อใช้มันแทงใส่ศัตรูอีกตัวที่กำลังฉกเข้ามาจากทางซ้ายของเธอ

    “การฆ่าพวกมันควรโจมตีที่หัว แต่ถ้าเป็นไปได้ควรเลี่ยงแถวคอมัน เพราะจะไปโดนถุงพิษจนทำให้มีดเสียหายแบบนี้ได้”

    เอททิ้งมีดในมือซ้ายที่ส่งควันเหม็นเปรี๊ยวฉุน แล้วหยิบมีดเล่มใหม่ที่ซ่อนเอาไว้ใต้กระโปรงแถวต้นขาขึ้นมาใช้แทน

    ที่เรียวขาขาวของเธอมีสายรัดสีน้ำตาลเส้นหนึ่งปรากฏอยู่

    บนนั้นมีซองสำหรับใส่มีดเรียงรายอยู่ แต่ข้างในซองเหล่านั้นกลับว่างเปล่าทั้งหมด

    สรุปคือมีดที่เธอกำลังถืออยู่ กับมีดพร้าเล่มยาวในมือขวา ณ ตอนนี้ คืออาวุธชุดสุดท้ายที่เธอมีนั่นเอง

    ฉันเองก็ใช้พลังไปเป็นจำนวนมากกับการยิงระเบิดเมื่อกี้ เลยทำให้อยู่ในสภาพที่แค่วิ่งก็เต็มกลืนแล้ว

    สถานการณ์เริ่มแย่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสิ

    ฉันใช้ปืนรังสีในมือยิงโจมตีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต

    แต่ลำแสงรังสีจากปืนกระบอกเล็กเพียงกระบอกเดียวนั้น มันเป็นได้เพียงแค่ก้านไม้ขีดเส้นบางที่อาจหาญแทงใส่ก้อนเหล็กยักษ์นั่นละ

    พวกเราสองคนกำลังจะถูกคลื่นสีดำกลืนกินเข้าไป

    “ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตสุดท้ายของข้าน้อยจะต้องมาตายพร้อมกับพวกอสูรกายอย่างเธอ”

    “อสูรกาย? ”

    “ชื่อเรียกที่พวกข้าน้อยใช้เรียกเผ่าของพวกเธอนะ”

    “ตั้งชื่อได้สุดยอดไปเลยนะดอง”

    พึ่งรู้นะเนี่ยว่าพวกชนเผ่าท้องถิ่นของที่นี่เรียกพวกเราว่าเป็น [อสูรกาย] เพราะโพเทนไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้ฉันรู้เลยสักครั้ง

    แสดงให้เห็นถึงความเกลียดชังที่มีอยู่ในวิธีการเรียกเลยแฮะ

    “ถึงจะถูกเกลียด แต่ยังไงฉันก็ไม่เกลียดพวกชนเผ่าท้องถิ่นแบบพวกเธอหรอกนะเอท”

    “... (คนบ้า) ”

    “เมื่อกี้พูดอะไรหรือเปล่าดอง? ”

    “เปล่า…”

    พวกเราดิ้นรนวิ่งไม่หยุดไปพร้อมกับหาเส้นทางหลบเลี่ยงไม่ให้ถูกพวกมันตีวงล้อม

    แต่ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังจะพบกับทางตันแล้ว

    เส้นทางที่วกวนราวกับเส้นเขาวงกตแห่งนี้ ได้นำพาพวกเรามาถึงทางตัน

    กำแพงขึ้นสนิมแดงตรงหน้าที่ดูหนาทึบ ทำให้พวกเรารู้สึกถึงความสิ้นหวัง

    เสียงย่ำเท้าอันน่าขยะแขยงของแมงมุมเริ่มดังเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกขณะ

    “สิ้นหวังแล้ว...”

    เอททำท่าจะหันมีดพร้าเข้าหาตัวเองเพื่อปลิดชีวิต

    “ยังหรอกดอง”

    ฉันใช้มือของตัวเองไปจับมีดพร้าของเธอเพื่อหยุดเอาไว้

    แต่เพราะกำแรงมากเกินไป เลยทำให้ถูกคมของมีดพร้าบาดมือ

    เจ็บ! แต่จะร้องออกไปไม่ได้ เดียวหมดฟอร์มกันพอดี

    “พวกเรารอดได้แน่นอนดอง! ”

    “ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นกัน…”

    “เพราะว่าฉันดวงดียังไงละดอง! ”

    ฉันมั่นใจในดวงของตัวเองมากดอง

    ฉันสอบติดแผนกการทหารเพราะดวง รอดชีวิตจากหลาย ๆ เหตุการณ์ได้ก็เพราะดวงเช่นกัน

    ไม่ว่าจะได้อาจารย์ฮอร์เนสมาช่วย หรือถูกจับเหวี่ยงฟาดพื้นจนกระดูกหัก แต่สุดท้ายก็เลี่ยงจุดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์

    ถ้าไม่ใช่เพราะดวงแล้วจะให้เรียกว่าเป็นเพราะอะไรละดอง?

    "เพราะงั้นพวกเราต้องรอดแน่ดอง! "

    "ลี่อยู่ตรงนี้ตามที่จาวิสว่าเลย! เร็ว! รีบหนีมาทางนี้เร็ว! "

    เสียงดิวซ์ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของฉัน

    พอหันกลับไป ก็พบว่ากำแพงขึ้นสนิมที่เต็มไปด้วยใยสีดำเมื่อกี้ ได้ถูกเปิดออกกว้างเป็นช่องทางเดินไปต่อ

    และคนที่มาเปิดประตูบานนี้ให้พวกเราจากด้านในก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล

    "ดิวซ์ จาวิส เจ้ามังกรขี้เรื้อน! ทำไมถึงอยู่ที่นี่กันได้ละ ดอง! "

    "จาวิสช่วยพวกเราและนำทางมาหาเธอนะ เอาเป็นว่ารีบเข้ามาหลบในนี้ก่อนเถอะ! "

    ฉันกับเอทรีบพุ่งเข้าไปข้างในตามคำแนะนำของดิวซ์ แล้วลั่นประตูปิดใส่อย่างรวดเร็ว

    จาวิสใช้พลังที่เหนือมนุษย์ เปิดทรัสเตอร์ตรงหัวไหล แล้วดันประตูบานเลื่อนที่ผืดเคืองเข้าที่เดิม

    เกิดเสียงกระแทกประตูดังลั่น พร้อมกับมีเสียงเคลื่อนไหวที่พยายามพังประตูจากด้านนอกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    จาวิสเลยทำการเชื่อมประตูปิดตายด้วยแสงเลเซอร์ความร้อนสูงที่ยิงออกมาจากดวงตาของเธอ

    ถึงจะไม่รู้ว่าจาวิสใช้วิธีไหนช่วยพวกดิวซ์กับตามหาตัวฉัน แต่เอาเป็นว่า---

    "ยัยดอง เธอนี่ดวงดีอย่างพูดจริง ๆ "

    ถูกต้องตามที่เอทพูด ฉันดวงดีจริง ๆ ด้วยละดอง

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758