ณ เทือกเขาแยกสวรรค์ ภูเขาที่เป็นจุดแบ่งกั้นทั้งสี่อาณาจักรออกจากกันอย่างสมบูรณ์ที่ไม่มีอาณาจักรใดสามารถอ้างสิทธิ์ในการครอบครองมันได้ มันเคยเป็นสมรภูมิหลักในการแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก่อน เนื่องจากมันเป็นจุดเชื่อมต่อทั้งสี่อาณาจักร หากใครครอบครองมันได้ ก็แทบไม่ต่างจากครอบครองเส้นทางคมนาคมที่สั้นที่สุดไว้ได้
อย่างไรก็ตามไม่มีอาณาจักรใดทำได้สำเร็จมาก่อน ส่วนใหญ่จะแพ้ภัยตัวเองไปเสียก่อน มันช่างเป็นเทือกเขาราวกับสวรรค์สรรค์สร้าง ไม่ว่าจะความสูงชันกับหน้าผาตัดสลับกันไปมาทำให้ยากแก่การเดินทัพ หากใครคิดจะรุกรานด้วยเส้นทางบนเทือกเขานี้ก็ไม่ต่างกับไก่วิ่งตามสายพานเพื่อรอเจ้าถิ่นเชือด
หรือหากคิดจะใช้เรือบินเพื่อบินข้าม ความสูงของมันก็สูงเสียดฟ้าสมชื่อแยกสวรรค์ของมัน แม้แต่นภาที่เชี่ยวชาญการบินกว่าใครยังหนักใจกับความสูงเสียดฟ้าของมัน จุดที่พอจะบินผ่านได้ก็ไม่สะดวกนัก มียอดเขาน้อยใหญ่ที่ทิ่มแทงเสียบฟ้าอยู่มากมาย หากใช้เรือบินลำใหญ่เกินไปก็เสี่ยงจะไปเกี่ยวเข้ากับยอดเขาในม่านหมอกที่ปกคลุมยอดเขาเหล่านั้นตลอดทั้งปีไม่มีวันจางหายไป
หลังผ่านไปราวสองชั่วโมงโดยประมาณ...
“พวกเรามาถูกที่แล้วหรือครับอาจารย์” เทพไทมองดารินขณะถาม
“ตามตำแหน่งที่ท่านผอ.ส่งมาก็น่าจะตรงนี้แหละ” ดารินตรวจสอบกับลูกแก้วสื่อสารของเธออีกครั้งว่าพิกัดในข้อความที่เธอได้รับจากผอ.ธาวิสกับที่อยู่ของเธอปัจจุบันถูกต้องหรือไม่
ไม่แม้แต่เทพไทที่รู้สึกขัดแย้งเมื่อมองไปเห็นหน้าผาตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้าของพวกเขา หากจะมีทางไปต่อก็คงเป็นเพียงสันเขาที่เป็นทางที่มีความกว้างแบบเดินต่อแถวเรียงหนึ่งเท่านั้นที่พอจะไปได้ ยังไม่นับกับความลาดชันที่น่ากลัวว่าจะได้ไถลลงมามากกว่าได้ขึ้นไปยังข้างบน ไม่มีใครบอกได้ว่าตัวมาร์จาจะไม่ร่วงลงมาระหว่างทางเมื่อไรหากต้องปีนขึ้นไปทางนั้นจริง ๆ และเมื่อยิ่งหันมองดิเรกแล้ว ด้วยน้ำหนักตัวของเขา ดิเรกน่าจะเป็นตัวทำลายเส้นทางมากว่าไต่ขึ้นไปได้
“นี่พวกเราต้องทางเดินผ่านทางนี้จริง ๆ หรือครับอาจารย์?” เทพไทเงยหน้ามองฟ้า เขากลืนน้ำลายอย่างกังวล
“จะต้องทางนี้แล้วล่ะ ต่อให้ย้อนกลับไป มันก็เสียเวลาเกินจะทำแล้ว” ดารินแล้วแต่ถอนหายใจออกมาขณะพูด
เธอไม่เข้าใจในความคิดของผอ.ของเธอเลย
“แบบนี้เลือกไปทางเดิมกับที่มายังจะดีกว่าอีก แม้ว่าจะเสี่ยงกับทหารศิขาก็ตามเถอะ” เทพไทรู้สึกแย่
“บ่นไปก็ไม่ทำให้ทางมันเรียบขึ้นมาหรอก เลิกบ่นแล้วออกเดินทางได้แล้ว” ธัญญ่าเอ็ดอดีตลูกทีมของเธอก่อนจะเริ่มขี่มาร์จานำขบวน
“แต่มันจะไหวหรือครับ?” เทพไทยังรู้สึกขัดข้องใจบางอย่าง “พวกเรามีเด็ก ๆ ติดมาด้วยนะครับ”
พวกเขามัวแต่เร่งรีบ แม้แต่ดารินเองก็ลืมรายงานเรื่องนี้กับผอ.ของเธอไปด้วย นี่ถือเป็นปัญหาเสียแล้ว การพาเด็ก ๆ มาในเส้นทางที่เสี่ยงแบบนี้อาจจะยิ่งทำให้เสียเวลามากขึ้นไปอีก
ดูเหมือนเก้าจะรู้ตัวว่าทุกคนกำลังกังวลตัวเขากับน้องสาว เมื่อสถานการณ์มันบังคับ แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เขาก็มีความสุขมากพอแล้วที่มีคนยินดีที่จะรับเขาและน้องสาวไปดูแล
เขายิ้มให้กับดารินขณะกล่าว “พวกพี่ไปกันเถอะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงผมกับน้องแล้วครับ ขอบคุณทุกคนมากครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนต่างไม่มีใครพูดออกมา การจากลาก็คือจากลา แม้มิตรภาพจะเกิดกันเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างไรก็มันชวนให้เศร้าใจอยู่ดี
ดารินจมดิ่งอยู่ในความคิด เธอเงียบจนทุกคนคิดว่าเธอคงกำลังพยายามทำใจอยู่ หลังผ่านไปชั่วอึดใจ ดารินก็พูดออกมา
“หลังจากนี้คนออกคำสั่งจะเป็นธัญญ่า” ดารินตัดสินใจ เธอพูดอย่างจริงจัง “ให้ทุกคนทำตามสั่งของท่านผอ.ธาวิสต่อไป ฉันจะตามไปสมทบทีหลัง”
ทุกคนต่างเข้าใจว่าดารินหมายความว่าไง หากไม่จำเป็นจริง ๆ หัวหน้าทีมของเธอไม่มีวันขัดคำสั่งของผอ.ธาวิสแบบนี้ แม้ไม่มีใครอยากให้ดารินละทิ้งหน้าที่แบบนี้ แต่ก็ไม่มีใครคัดค้านเช่นกัน
“อาจารย์ดารินคะ” ปลายฝนเรียกชื่อของดาริน
“รีบไปเถอะ ฉันตัดสินใจแล้ว” ดารินยังคงดื้อดึง
“อาจารย์คะ” ปลายฝนยังคงเรียกดารินอีกครั้ง