บทที่ : 17
“ทางนั้นว่าอย่างไรบ้าง...” หลังจากที่ตื่นขึ้นมาใน่ต้นยามอู่ สิ่งแรกที่ออกจากปากของเยว่ฮวาก็คือคำถาม “ข้าสามารถเข้าพบท่านพ่อได้ไหม”
“ได้เ้าค่ะ นายท่านแจ้งว่าวันนี่ท่านว่างตลอดทั้งวัน และ่นี้จะยังอยู่ที่บ้านอีกหลายวันเ้าค่ะ”
“หือ... ไม่ใช่ว่าท่านพ่อต้องกลับไปที่กลุ่มการค้าหรอกหรือ”
“เื่นี้ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันเ้าค่ะ แต่อาจจะเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายท่านอาจจะจำเป็ต้องอยู่เพื่อที่จะควบคุมทุกอย่างก็เป็ได้” หลิงหลินออกความเห็น ซึ่งหญิงสาวเองก็เห็นด้วย
เพราะเรือนที่เคยสุขสงบมาตั้งนานเพราะความไม่สู้คนของเ้าของร่างนี้ แต่เมื่อนางกลับมาต่อสู้แบบนี้แล้วหลายๆ อย่างกคงจะวุ่นวายน่าดู โดยเฉพาะทางฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินรอง ที่ตอนนี้คงอยากที่จะฉีกเนื้อกินหัวนางเต็มทีแล้วก็ตาม
แต่แล้วมันยังไงล่ะ ถ้าเลือกที่จะสู้แล้วจะสนใจทำไมว่าศัตรูนั้นมีาแตรงไหนบ้าง ที่สำคัญที่สุดก็คือต่อให้ไม่ใช่ตัวนางที่ทะลุมิติมา แต่เ้าของร่างเองก็มีสิทธิ์เต็มที่ในตระกูลนี้ มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
ไม่ใช่เพียงเพราะว่าความมั่งคั่งของตระกูลจางเอส่วนมากก็มาจากฝั่งมารดา แต่จะอย่างไรนางก็เป็บุตรสาวของฮูหยินใหญ่ ตามกฎแล้วนางมีสิทธิ์สูงสุดในบ้าน เหนือพี่ใหญ่หรือพี่รองด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงฮูหยินรองเลย ตราบที่พวกเขายังไม่ได้ขึ้นนั่งเป็ผู้นำตระกูลแทนบิดา พวกเขาก็เป็แค่ลูกของเมียน้อยเท่านั้น...
แต่ที่นางไม่เข้าใจที่สุดก็คือทำไมฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้เกลียดชังท่านแม่นัก ทั้งๆ ที่ท่านแม่ก็ดีพร้อมทุกอย่าง...
‘แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะต่อให้ไปถามก็คงไม่ได้อะไรกลับมาอยู่ดี’
“ก็คงเป็แบบนั้นแหละ ถ้าอย่างนั้นหลังจากที่เข้าสู่ยามเว่ยแล้วพวกเราไปพบท่านพ่อกัน”
“ได้เ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะให้คนไปแจ้งไว้”
“ตกลง”
เมื่อปรึกษากันเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ลากสังขารของตนลงมาจากเตียง แต่น่าประหลาดใจมากที่ร่างกายที่เคยเ็ปจะเป็จะตายของนางนั้นฟื้นฟูขึ้นได้รวดเร็วมาก จนตอนนี้แม้จะยังปวดตามเนื้อตามตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้เป็อุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวแล้ว
ไม่อย่างนั้นตอนไปพบบิดานางคงน่าสมเพชน่าดู...
“ข้าหิวแล้วพี่ไปบอกครัวให้ข้าหน่อย เพิ่มเนื้อกับผักให้ข้าอีกก็ดีนะ”
“รับทราบเ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้...” หลิงหลินรับคำด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยจะปกตินัก คุณหนูของนางอาจจะไม่รู้ตัว แต่นางในตอนนี้กินอาหารมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มาก ั้แ่นางออกกำลังกายอะไรนั่นเมื่อสามวันก่อน การกินของนางแต่ละมื้อก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในมื้อล่าสุดนางกินอาหารมากพอๆ กับผู้ชายตัวโตๆ สองคนเห็นจะได้
แล้วตอนนี้ยังมาบอกว่าขอเพิ่มอีก...
“พี่เป็อะไรหรือเปล่า...”
เมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของคนสนิท เยว่ฮวาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป เพราะอีกฝ่ายที่มองดูนางด้วยดวงตาที่เบิกกว้างนั้นก็ทำให้นางรู้สึกแปลกๆ เช่นกัน
“ปะ...เปล่าเ้าค่ะ ข้าขอตัวไปแจ้งที่ครัวก่อนนะเ้าคะ” ว่าแล้วนางก็ก้าวยาวๆ หายลับไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเหล่าคนรับใช้ก็นำอาหารเข้ามา ซึ่งวันนี้ก็มากขึ้นกว่าทุกวันอีกราวสามส่วน และแน่นอนว่าเมื่ออาหารมาถึงเยว่ฮวาก็จัดการสำรับสำหรับสามคนหมดลงในเวลาไม่ถึงสองเค่อ คนหลิงหลินถึงกับตาค้างไปแล้ว เพราะนางไม่คิว่าคนตัวเล็กๆ อย่างคุณหนูของนางจะสามารถกินไก่เป็ตัวๆ หรือแม้แต่หมูชิ้นโตๆ หมดลงได้
“เอ่อ...คุณหนูเ้าคะ” เมื่ออีกฝ่ายวางตะเกียบเช็ดมือเช็ดปากเรียบร้อยแล้ว นางก็เลยกล่าวสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของนางออกมา
“มีอะไรหรอพี่หลิน”
“คือคุณหนูไม่รู้สึกอะไรบางเลยหรือเ้าคะ”
“ทำไมหรอ...”
“ก็อาหารที่คุณหนูกินไปนั้นมันมากพอกับผู้ชายตัวโตๆ สามคนกินเลยนะเ้าคะ!”
“!!”
เมื่อได้ยินคำถามเยว่ฮวาที่ไม่เคยสังเกตมาก่อนก็ถึงกับใ เพราะนางเองก็แค่กินไปเท่าที่คิดไหว เพราะคิดว่านางอ่อนแอมาก จนต้องหาอะไรมาบำรุงร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์พร้อม แม้จะใช้เวลานานไปบ้าง แต่อย่างน้อยนางก็อยากจะทำให้นางกลับมาแข็งแกร่งพอกับตัวนางก่อนที่จะตายไป
เพราะสุดท้ายถ้านางกลับไปในโลกแห่งการค้าอีกครั้ง ในสังคมที่กฎหมายไม่ได้แข็งแรงอย่างในตอนนี้ นางที่เป็ผู้หญิงตัวเล็กๆ มีความเสี่ยงที่จะถูกลอบทำร้ายได้ง่ายที่สุด
นางจึงคิดแค่การออกเรี่ยวออกแรงให้ร่างกายทำลายและสร้างกล้ามเนื้อใหม่ขึ้นมาให้เร็วที่สุด และการกินก็เป็การเติมส่วนที่จำเป็ต่อการนั้น นางจึงกินไปทั้งๆ ที่อาหารในโลกนี้ทั้งจืดชือดทั้งเลี่ยนด้วยซ้ำ เพราะอยากให้มีพลังงานและสารอาหารพอที่จะเสริมสร้างร่างกาย
โดยที่นางไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเองกินไปเยอะขนาดไหน...
“เดี๋ยวนะ...”
ในตอนนั้นเองที่นางเริ่มจะเอะใจกับความสามารถของร่างกายตัวเอง ที่นางเพียงแค่รู้สึกตงิดๆ ใจเท่านั้น แต่พอมาถึงตรงนี้อะไรหลายๆ อย่างก็เริ่มชัดเจนขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็ความสามารถในการฟื้นฟู ความสามารถในการจดจำ ร่างกาย หรือกระทั่งความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของตัวนางที่ดูจะมากขึ้นอย่างก้าวะโ
พอมาคิดๆ ดูให้ดีแล้วนางก็ไม่ใช่ถูกส่งมาอย่างตัวเปล่าอย่างที่คิด แต่แค่ลำพังความสามารถที่นางมีในตอนนี้ ถ้าหากเป็ในโลกเก่า ไม่แคล้วต้องถูกจับตัวไปผ่าพิสูจน์แล้วแน่นอน
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน จะว่าไปมันก็แปลกจริงๆ นั่นแหละ” นางบอกออกมาด้วยหน้าเฉย แม้จะพอเดาได้ถึงที่มาอย่างแม่แน่ชัดของความสามารถใหม่ คงไม่พ้นตัวต้นเหตุทที่พานางมายังโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็อะไรก็ตามที มันคงจะให้อะไรนางมาบ้างก็เป็ได้
แต่จะให้นางบอกว่านางมาจากต่างโลกแล้วได้พรจาก์ให้นางมาฟื้นในร่างคุณหนูของเ้านะ...
นางก็ไม่คิดว่ามันเป็สิ่งที่จะต้องบอกใครให้รู้หรอกนะ
“แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ข้าแข็งแรงขึ้น อาจจะเป็เพราะข้ารอดจากความตายกลับมาทั้งๆ ที่ควรจะตายไปแล้ว ์คงจะสงสารและสมเพชคนอย่างข้ากระมัง”
“คุณหนู...”
เมื่อเห็นท่าทางเหมือนหมาหงอยของผู้เป็นาย หลิงหลินก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก มันก็จริงอย่างที่คุณหนูของนางว่า ขอเพียงนางยังมีชีวิตอยู่ แค่นั้นมันก็พอแล้ว...
“ถ้าอย่างนั้นเราเตรียมตัวไปหาท่านพ่อกันเถอะ”
..............................................
ยามอู่ (午:wǔ) คือ 11.00 – 12.59 น.
ยามเว่ย (未:wèi) คือ 13.00 – 14.59 น.