ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่489 สืบค้นปราณจิต หลินจี

       กลุ่มเพื่อนๆ ของอี้เฉิน ต่างก็หัวใจสั่นสะท้าน เมื่อเห็นแขน กับกายเนื้อบางส่วน อี้เฉิน บาดเจ็บหนักจาก วิชาลับเพลิงผลาญชีวิต หากเขาถอยช้ากว่านี้อีกเสี้ยววินาที เกรงว่าเขาต้องตายตกลงภายในทะเลเพลิง อย่างไม่ต้องสงสัย
 


       เยว่ชิงเซียน ที่เตรียมจะเอ่ยถ้อยคำ เข้าไปดูอาการบาดเจ็บอี้เฉินฉับพลันนางก็ต้องหรี่ตาจนเล็กแคบ "เจ้า! เจ้า!" ครั้นเห็นอี้เฉินพุ่งปราด เข้าไปด้านในส่วนลึกของแท่นศิลาหยก ในเสี้ยวพริบตา

 


        เข้าหา หลินจี อย่างฉับพลันจากด้านหลัง เหมือนว่านางในยามนี้ จะอยู่ในช่วงเวลา ตกใจอยู่ไม่น้อยทำให้นางเกิดช่องว่างใหญ่ โดยที่ไม่ทันระวัง ก่อนอี้เฉินจะส่งฝ่ามือจับศีรษะของสตรีที่อยู่เบื้องหน้าไว้แน่น พร้อมเอ่ยปาก ถีบขาทั้งสองข้างของนางให้คุกเข่าลง "เจ้าอยู่นิ่งๆ อย่าได้ขัดขืนหากเจ้ายังไม่อยากตาย"

 


       หลินจี นางเม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้ในทันใด กล่าวถ้อยคำสบถด่าออกมาด้วยความไม่จำยอม "บัดซบ! บัดซบ! นี่หรือคือสิ่งที่บุรุษหนุ่ม พึงกระทำกับสตรี"

 


        อี้เฉินยกยิ้มกว้างแค่นเสียงดุในทันที "เจ้าอย่าพูดดี หน่อยเลยคนทวีปมืด ข้ารู้ดีว่าพวกเจ้าอันตรายถึงเพียงใด หากเจ้าให้ความร่วมมือกับข้า ให้ข้าได้ตรวจสอบปราณจิตของเจ้า เจ้าจะปลอดภัยสาวน้อย"

 


        ขณะเดียวกันกลุ่มพวก ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน โม่กวาง เดินสืบเท้าตามอี้เฉินเข้ามาใกล้แท่นศิลาหยก ต่างก็ยกยิ้มยินดีกันไม่น้อย เมื่อพวกเขาพบเจอโชค วาสนาครั้งใหญ่ รอคอยให้พวกเขา เก็บเกี่ยวผลผลิต ที่สุกงอม "พวกเจ้าดูสิ สถานที่แห่งนี้มีไฟวิเศษ ระดับสูง อยู่หลายสิบดวงเลย ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะเสียจริงๆ"

 


        ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน ต่างก็พยักหน้าให้กับคำพูดของโม่กวาง พวกเขาอยู่ในขั้นพลังเทวะขั้นสุด ยังไม่ได้กลืนกินไฟเทพ เมื่อพบเจอไฟเทพ ระดับสูงเฉกเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี "จริงอย่างที่เจ้าว่า แถมสถานที่แห่งนี้ ยังมีมรดกของเซียนโบราณหลับใหลอยู่ด้วย หากได้ศึกษาเกรงว่าคงจะเพิ่มพูน ประสบการณ์ความรู้ ของพวกเราได้ ไม่มากก็น้อย"

 


"เช่นนั้นพวกเรารีบสยบไฟเทพเถอะ"

 


       ด้าน หลินจีนางที่ครุ่นคิดจนหัวหมุน ครั้นเห็นสตรีใบหน้างามมายืนจ้องตานางใกล้ๆ นางยิ่งไม่สบอารมณ์ เมื่อนางที่ไร้ทางเลือก จึงพยักหน้าออกไปด้วยความยากลำบาก พร้อมกับยื่นข้อเสนอ ออกไปต่อรอง "ข้าต้องการหยั่งรู้ มรดกของเซียนโบราณ หากเจ้าอยากรู้อะไรไต่ถามข้ามาก็ได้"

 


       "ดี ..ดี เช่นนั้นข้าขอตรวจปราณจิตของเจ้า" ฉับพลันฝ่ามืออี้เฉิน ก็ส่งปราณจิตของเขาเข้าไปสืบค้นดวงวิญญาณในทันที หากให้ถามจากปากของนางอย่างไร ความน่าเชื่อถือย่อมน้อยกว่า เห็นเองกับตา แต่ทว่านางผู้นี้ กลับให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดชอบกล แม้ว่านางจะมีแต้มสีดำที่หน้าผาก แต่เหมือนว่านางผู้นี้ จะไม่ถูกความชั่วร้าย กลืนกิน

 


"เจ้า! เจ้า! ไอ้เวร!" หลินจี นางเบิกตาออกกว้างก่อนจะถูกบังคับให้หมดสติ ถูกอี้เฉินพุ่งเข้าไปภายในทะเลความรู้ สืบค้นปราณจิตในทันใด

 


        ด้านพวกซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน โม่กวาง แม้แต่สัตว์วิเศษ เยว่ เยว่ พวกเขาเริ่มที่จะสยบไฟเทพกันแล้วในยามนี้ หลงเหลือเพียง เยว่ชิงเซียนที่ยังดึงดัน จะกลืนกินไฟเทพ ระดับตำนาน นางจึงไปนั่งหยั่งรู้ มรดกของเซียนโบราณ ไม่ยินยอม ปล่อยให้เวลาอันมีค่าในยามนี้เสียไปโดยง่าย

 


       อี้เฉินที่เข้าไปภายในทะเลความรู้ ของหลินจี เขาถึงกับต้องเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็นทะเลความรู้ มืดมิด สีดำสนิท ราวกับหมึกของพู่กัน เพียงสืบเท้าดูภาพต่างๆ ไม่นานมันก็ทำให้ ร่างปราณจิตอี้เฉินรู้สึก สั่นสะท้าน จากปราณพลังความมืด ที่เข้ากัดกิน เกรงว่าหากจิตใจไม่เข้มแข็งพอ เป็นไปได้ว่าจะถูกความมืดกลืนกิน

 


       มันจึงทำให้อี้เฉินรู้สึกแปลกใจกับปราณพลังความมืดนี้ เนื่องด้วยดินแดนเทพเองก็ไม่มีความมืดมากมายถึงเพียงนี้ ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "หรือว่าปราณพลังความมืด จะมาจากทะเลมืดเขตปลอดคนกัน"

 


        ทว่าเมื่ออี้เฉินเอ่ยน้ำเสียงออกไปไม่ดังมากนัก กลับเกิดสิ่งผิดปกติบางอย่างภายในทะเลความรู้ของหลินจี ราวกับมันตอบรับกับคำพูดของอี้เฉิน พร้อมกับดวงตาของใครบางคนที่จ้องมองจากที่สูง ฉับพลันความมืดมิดภายในทะเลความรู้ ก็ถูกบางอย่างขับไล่ออกไปจากทะเลความรู้จนหมด กลับกลายเป็นทะเลสีฟ้าคราม ไกลสุดลูกหูลูกตา ทว่าด้านหน้าอี้เฉินกลับมีวิหารสีขาวหลังเล็ก หลังหนึ่งปรากฏออกมาท่ามกลางทะเลความรู้ พร้อมกับเขตแดนกักขังปราณจิต

 


      อี้เฉินเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน เมื่อรับรู้ถึงปราณจิตของผู้ไม่ดับสูญ ผู้อยู่บนจุดสูงสุดของปราณจิต หลบซ่อนอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ "เป็นไปไม่ได้ ปราณจิตของข้าถูกกักขังอย่างนั้นหรือ?"

 


       ก่อนน้ำเสียงสตรี ด้านในวังวิหารสีขาว จะกล่าวพูด "ทะเลมืดที่เจ้ากล่าวถึง มันเรียกว่า ทะเลมืด หยงหย่วน เจ้ารู้ความหมายของมันหรือไม่ มันหมายถึง จะเป็นเฉกเช่นนั้นไป ชั่วนิจนิรันดร์"

 


       อี้เฉินที่ได้ยิน หัวใจของเขาสั่นสะท้านไม่น้อย ไม่รู้ยามนี้เขาจะตกใจสิ่งไหนก่อนดี แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงหญิงสาวกล่าวพูด ทิ่มแทงเข้าไปภายในโสตประสาท "เชิญเจ้าเข้ามา ภายในวิหารสีขาวของข้า เหมือนว่าข้ามีเรื่องต้องพูดคุย เจรจากับเจ้า"

 


       อี้เฉินที่มีสีหน้าตาตื่น เขาเดินสืบเท้าเข้าไปภายในวิหารสีขาว ด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เมื่อเห็นใบหน้าสตรีงามเพริศพริ้ง งดงามราวกับเซียนหญิงลงมาจุติคำนั้นกล่าวไม่เกินจริงแม้เพียงนิด ราวกับสตรีผู้นี้ หลุดออกมาจากภาพวาด นิ้วมือเรียวยาว รินชาด้วยสองมือ ทำให้อี้เฉินที่จ้องมอง ต้องมนต์สะกด ในความงดงามของนางอยู่ครู่หนึ่ง

 


        เมื่อเห็นหญิงสาวเลื่อนแก้วชา ยกยิ้มบาง มาให้ อี้เฉินจึงหลุดออกจากภวังค์ ไต่ถามนางออกไปในทันที "เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงมาอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ แถมยัง กักขังปราณจิตของข้าอีก"

 


        หญิงสาวแค่นเสียงดุ "หนุ่มน้อยคำพูดคำจาของเจ้าช่างโอหังนัก อยู่ต่อหน้าปราณจิตของผู้ไม่ดับสูญ เจ้ายังจะทำใจดีสู้เสือ อีกอย่างนั้นหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ ข้าสามารถกักขัง ร่างปราณจิตของเจ้าไว้ที่นี่ตลอดไป เป็นเพื่อนเล่นของข้าได้"

 


        อี้เฉินที่ได้ยินเขาหน้าบูดหน้าเบี้ยว เขียวคล้ำไม่น่ามองในทันที ครั้นจะเอ่ยคำต่อล้อต่อเถียง เขาก็ต้องเก็บคำเหล่านั้นกลับไป จ้องสายตานาง นั่งเงียบงัน จนหลงลืมวันเวลาไปเสียอย่างนั้น ก่อนจะกล่าวคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก เมื่อความอดทนของเขา สิ้นสุดลง "ท่านต้องการสิ่งใดเอ่ยพูดออกมาเสีย ข้าไม่อยากเสียเวลาอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ อีกต่อไป"

 


         หญิงสาวยกยิ้มบาง แม้ว่าประกายตาในกรอบสายตา ของนางจะแฝงไว้ด้วย ความสุขุมนุ่มลึก ดูผ่านโลกมายาวนาน ก็ไม่อาจเก็บซ่อนความต้องการของนางได้ จึงรอคอยให้ชายหนุ่มกล่าวพูดมันออกมา "เจ้าช่วยปล่อยสตรีในกำมือของเจ้า นามว่า หลินจี ศิษย์ของข้าผู้นี้เป็น อิสระได้หรือไม่"

 


อี้เฉินใบหน้าของเขาแฝงไว้ด้วยความไม่จำยอม ก่อนเขาจะถอนลมหายใจออกมายาว "ได้ๆ ข้าตกลง"

 


        สิ้นคำพูดของ อี้เฉินตราประทับบางอย่างก็ถูกนางสำแดงออกมา จากปลายนิ้วมือในทันที ในเสี้ยววินาที ที่อี้เฉินเห็นแสงนั้น หน้าผากของเขาก็ถูกตราประทับจางๆ บางอย่าง สลักไว้

 

"เจ้า! เจ้า!"

 


        หญิงสาวยิ้มบาง "หากเจ้าไม่ทำผิดคำสัญญา พวกเราต่างก็อยู่รอดปลอดภัย" สิ้นคำพูดของนางฝ่ามือของนาง ก็โบกสะบัดโยกย้าย ส่งอี้เฉินออกไปด้านนอกทะเลความรู้ของ หลินจี ในทันที

 


        เมื่อปราณจิตอี้เฉินกลับเข้าร่าง กายาของเขาถึงกับลอยกระเด็นออกไปไกล กระแทกผนังจนกระอักเลือด ออกมาคำใหญ่ ก่อนจะก่นด่าออกมาด้วยความไม่จำยอม "บัดซบ! บัดซบ!"



         หลินจี ที่หลับตาพริ้มนางเองก็ฟื้นตื่นขึ้นมาเช่นกัน ก่อนคอหอยของนางจะถูกคมกระบี่ของเยว่ชิงเซียน จ่อไว้พร้อมกับอายสังหารที่โหมซัด "เจ้าทำอะไรกันแน่ นางผู้หญิงโอหัง ...อี้เฉินเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง"

 


         อี้เฉินรีบห้ามปรามเยว่ชิงเซียนในทันใด "เยว่ชิงเซียน ผ่อนโทสะลงก่อน ข้าไม่เป็นอะไร อย่าสังหารนางเด็ดขาด" เมื่ออี้เฉินหันไปมองคนอื่นๆ กำลังดูดกลืนไฟเทพ อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย เขาจึงผ่อนลมหายใจออกมายาว เกรงว่าเขาจะติดอยู่ในทะเลความรู้ไปหลายวัน แต่ก็ยังดีที่หนีรอดออกมาได้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน