ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ผมััได้ถึงเงาที่ทอดมาจากร่างหนึ่งซึ่งอยู่เื้ั
ฉับพลันนั้นใครบางคนเคลื่อนตัวผ่านทางขวามือของผมไปอย่างรวดเร็วมือของเขาทาบไปบนหน้าผากของหุ่นยนต์ตัวสีขาว สัญญาณจากไมโครชิพในมือสื่อสารถึงสมองกลของมันในชั่วพริบตา
“ขอบคุณที่ใช้บริการ”หุ่นยนต์ตอบก่อนหมุนตัวกลับเข้าครัว เ้าของร้านส่ายหน้าอย่างระอาใจก่อนสาวเท้ากลับไปดูทีวีดังเดิมผมรู้สึกเหมือนเชือกที่รัดคออยู่คลายออกจนสามารถหายใจได้อีกครั้ง ธรณีมาช่วยผมทันเวลาพอดีท่าทางเขาดูกระหืดกระหอบ
“ขอโทษนะเราคุยกับวิณณ์เพลินไปหน่อย พอเห็นท่านยืนจนมุม เลยรีบวิ่งมาช่วย”
“ทำไม นายสนใจอุบัติเหตุขนาดนั้นเหรอสนใจมากกว่าฉันอีกเหรอ” ผมเริ่มขึ้นเสียงด้วยความโกรธจริงผมเกือบถูกตำรวจจับติดคุก
“เรานึกว่าท่าน...มีบัตรเงินสดอยู่แล้ว”ธรณีตอบ ๆ หยุด ๆ ตามจังหวะหายใจร่างกายเขาคงไม่เคยผ่านการออกกำลังกายมาเลย
“เออฉันผิดเองที่ทำหาย แต่นายก็ไม่ควรมาทิ้งเพื่อนไว้คนเดียวแบบนี้ถามจริงนายคุยอะไรกับเพื่อน เื่อุบัติเหตุเหรอ ทำไมนายต้องสนใจขนาดนั้นด้วย”ผมใส่เป็ชุด ๆ เหมือนเอาความอัดอั้นที่ผ่านมาทั้งหมดมาลงตรงนี้ธรณีเริ่มหายเหนื่อยแล้ว จึงพอยืนตรงได้
“พ่อแม่ของเราโดนรถชนตายเพราะคนที่ชนไม่ยอมใช้ระบบอัตโนมัติ มัน...”สีหน้าธรณีดูเศร้าสร้อยคงไม่ใช่เพราะสำนึกผิดแต่เป็เพราะความทรงจำอันเลวร้ายบางอย่าง มือที่เคยผายขณะอธิบายสิ่งต่าง ๆกลับแนบข้างลำตัวอย่างสงบ เสียงเขาขาดหายไปดื้อ ๆพร้อมกับการเบือนหน้าไปทางอื่นราวกับ้าหลบซ่อนความอ่อนแอที่ฉายชัดในแววตาผมเพิ่งเข้าใจท่าทางกระตือรือร้นแปลก ๆตอนที่เห็นอุบัติเหตุเมื่อครู่อย่างแจ่มแจ้ง ความรู้สึกผิดในใจผมท่วมท้นขึ้นมาทันที
“ขอโทษนะฉันไม่ได้ตั้งใจ” ผมพูด เสียงกลับมาเบาลงตามเดิม“นายไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเื่นี้”
“ไม่เป็ไรมันนานมาแล้ว” ธรณีฉีกยิ้มเหมือนตั้งใจให้ดูสีหน้าสดชื่นเขาคงฝึกเก็บซ่อนความเศร้าไว้จนชำนาญแล้วไม่งั้นคงทำตามความฝันที่จะเป็นักการเมืองไม่ได้เขาเล่าให้ฟังว่าั้แ่กฎหมายที่บังคับการขับรถยนต์อัตโนมัติเมื่อเกือบ 20ปีก่อนก็ไม่ได้มีอุบัติเหตุลักษณะนี้บ่อยเคสนี้เป็เคสแรกในรอบปีวิณณ์แจ้งผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้ธรณีแล้วว่ารถคันที่เกิดอุบัติเหตุใช้ระบบอัตโนมัติแสดงว่าเป็ปัญหาที่ตัวระบบเอไอไม่ใช่ตัวบุคคลอย่างที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก
“ไปกันเถอะ”ธรณีชวนและกดปุ่มที่แว่นปรับกลับไปโหมดนำทางตามเดิมสายตาเ้าของร้านหน้าบูดมองตามพวกผมจนออกร้านไป คงสงสัยพฤติกรรมแปลก ๆของผมอยู่บ้างสักครู่หนึ่งไฟของร้านไดโรม่อนก็ดับลง ทิ้งตัวการ์ตูนแรคคูนสีแดงไว้ในความมืดมิด
พวกเราไม่ได้พูดถึงเื่อุบัติเหตุนั้นอีกระหว่างที่นั่งรถไฟกลับผมเดาว่าเพื่อนคงผิดหวังไม่น้อยที่ได้ยินผลการตรวจสอบของวิณณ์ก่อนขึ้นรถไฟผมไปที่จุดของหายตามที่ธรณีแนะนำ บัตรเงินสดสีขาวอยู่ที่นั่นจริง ๆโดรนตรวจตราเจอและนำมาไว้ตรงนี้ โชคดีที่มันดูจากกล้องวงจรปิดละแวกนั้นเพื่อยืนยันว่ารูปพรรณสัณฐานผมตรงกับคนที่ทำตกจริงไม่ได้ล้วงลึกถึงเลขบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งผมไม่มีถ้าเป็ยุคผมคงสวดมนต์อธิษฐานขอให้ได้คืนอย่างเดียว
รถไฟขากลับแล่นไปอย่างรวดเร็วผมดูวิวนอกหน้าต่างเช่นเดิมแต่บรรยากาศต่างออกไปเพราะทุ่มครึ่งท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว เมืองดูเงียบสงบ แม้ตึกรามบ้านช่องเต็มไปด้วยแสงไฟเสียงหนึ่งดึงผมออกจากสุนทรียภาพของการชมเมือง
"ท่านลองทำประชามติดูสักครั้งไหม" ธรณีสะกิดผมให้ดูแอปบนหน้าจอ แอปซิติเซน(Citizen App) ถูกเปิดทิ้งไว้ โลโก้ของมันเป็รูปโครงร่างคนที่จับมือกันสามคนรู้คร่าว ๆ ว่าเป็แอปที่ใช้ทำธุรกรรมแทบทุกอย่างกับภาครัฐรวมไปถึงการออกเสียงประชามติและเลือกตั้ง ผมอึ้งในขอเสนอ เดาไม่ถูกว่าเพื่อนมาไม้ไหนผมไม่ใช่คนของประเทศนี้ด้วยซ้ำ
“ให้ลองใช้ให้รู้เฉย ๆ เรามีคำตอบในใจอยู่แล้วเราเลือกเอง” ผมรับมือถือมาจากเพื่อน ธรณีใช้ไมโครชิปล็อกอิน เขาบอกว่าคนที่ไม่ได้ฝังเ้าสิ่งนี้ไว้หลังมือก็สามารถยืนยันตัวตนหลายรูปแบบร่วมกันได้เพื่อความปลอดภัย อย่างเช่นการอ่านใบหน้าร่วมกับรหัสผ่าน
เขาอธิบายวิธีการใช้แอปอย่างรวบรัดผมจำได้บ้างไม่ได้บ้าง แถบโนติฟิเคชัน้าจะเตือนว่าเร็ว ๆนี้จะมีกิจกรรมการเมืองอะไรบ้าง ผมกดปุ่มตามคำสั่งของเพื่อน หลังจากเลือกหัวข้อดีเบต หน้าจอก็เปลี่ยนเข้าสู่หน้าถัดไปมีอยู่ประมาณสิบ อันที่ให้เลือกตอนนี้ ตัวหนังสือสีแดง คือหัวข้อที่ยังไม่ได้ทำส่วนสีน้ำเงินแสดงหัวข้อที่ทำแล้ว ผมกดเลือกตรงหัวข้อ “ระบบการเลือกตั้ง”ตามคำสั่งเพื่อน ผมจำได้ว่าเพิ่งดูข่าวไปเมื่อเช้านี้
“ระบบเลือกตั้งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆใน่หลายปีตามรัฐบาล ส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนแค่จำนวนสัดส่วน สส เขต กับ สสบัญชีรายชื่อ ปัจจุบันนี้เป็ สส เขตมีมากกว่า ในอัตราส่วน 3:2 ฝ่ายเสนอเลยดีเบตระหว่างรูปแบบใหม่ที่เพิ่ม สส บัญชีรายชื่อ: สส เขต เป็ 1:1 หรือมากกว่า กับแบบเดิม”ธรณีเท้าความ เื่นี้ไม่ใช่เื่ใหม่ ผมเลยเข้าใจไม่ยากั้แ่ยุคสมัยผมก็เปลี่ยนไปมา การเลือกตั้งปี พ.ศ.2562 ก็เพิ่งทดลองระบบใหม่ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวทำเอาประชาชนหลายคนสับสนงุนงง
นอกจากปุ่มเลือกโหวตก็ยังมีปุ่มอื่นอีกสองอันอันแรกเป็ลิงก์เปิดวิดีโอที่บันทึกไว้ ซึ่งจะดูแบบสองมิติหรือสามมิติผ่านการใช้เครื่องมือสร้างโลกเสมือนก็ได้ปุ่มที่สองเป็การดูตารางสรุปการดีเบต ผมลองกดดูตารางดีเบตคร่าว ๆ[1]เป็ตารางที่แบ่งสองคอลัมน์ซึ่งเป็ฝ่ายเสนอและฝ่ายค้านแถวแรกจะบอกข้อดีที่ผ่ายตนเองเสนอ แถวที่สองบอกข้อเสียที่ฝ่ายตนเองดักทางไว้ในแต่ละช่องก็จะบอกหลักฐานที่ยกขึ้นมาสนับสนุนด้วย ส่วนแถวล่าง ๆท้ายตารางก็จะบอกเปอร์เซ็นต์ว่าประชาชนโหวตเข้าข้างฝ่ายไหนกี่เปอร์เซ็นต์ในหัวข้อต่าง ๆ ทั้งภารกิจหลัก และภารกิจรอง ช่องนี้ยังว่างอยู่เพราะต้องรอผลโหวตของคนทั้งประเทศ
ธรณีบอกไม่ต้องสนใจตารางจึงกดเลือกปุ่มโหวตเองซึ่งอยู่ถัดจากปุ่มที่เขียนว่า ‘Delegate’ ผมประหลาดใจเมื่อกดเข้าไปไม่เจอตัวเลือกที่ให้ตอบใช่หรือไม่ แต่ดันเป็คำถาม
ในการดีเบตที่ผ่านมาหลักฐานที่ฝ่ายค้าน ยกขึ้นสนับสนุนว่าการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยมาจากการไม่ลงรอยกันของนักการเมือง คืออะไร?
“เป็ คำถามคัดกรอง” ธรณีบอกว่าคำถามคัดกรองก่อนโหวตเช่นนี้มีมาเพื่อทำให้มั่นใจว่าผู้ลงคะแนนเสียงได้ฟังการดีเบตจนจบไม่ได้โหวตมั่ว ๆ โดยจะมีสามข้อ
{ “ตอบข้อแรกไปเลย โพลแห่งชาติเลขที่ 154A/2067”ผมทำตามที่ธรณีบอก เครื่องหมายถูกสีเขียวใหญ่ั์ปรากฏขึ้นกลางจอ
"เฮ้ย!ใครจะไปจำได้" ผมรู้สึกเหมือนเป็เด็กเจอข้อสอบที่ยากไม่ตรงกับที่สอนแล้วโวยวายอดทึ่งในความจำอันปราดเปรื่องของเพื่อนไม่ได้
“แค่ตอบว่าโพลแห่งชาติก็น่าจะอนุโลมให้ถูกต้องแล้วแน่นอนว่ามีเฉพาะคนที่ชมการดีเบตแล้วเท่านั้นจะตอบได้ แต่ถ้าผิดเกินห้ารอบอาจต้องกลับไปย้อนฟังดีเบตใหม่”
ธรณีใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง่พักเที่ยงกับอีกหนึ่งชั่วโมง ตอนกลับถึงห้องในการฟังดีเบตที่ยาวสี่ชั่วโมงได้จนจบทำได้อย่างไร อัจฉริยชัด ๆ
หน้าจอแสดงคำถามต่อไป
ข้อใดไม่ใช่ข้อดีที่ฝ่ายสนับสนุนเสนอ ก.สะท้อนเสียงจริงของประเทศ ข.เข้าใจการเลือกตั้งได้ง่ายค.เปิดโอกาสให้เกิดรัฐบาลที่หลากหลายตามความถนัด?
“ข้อ ขอไข่ รึเปล่า ถ้าเป็เื่การเลือกตั้ง MMP เหนือกว่าMMM”ผมลองตอบตามความเข้าใจ
“ท่านกดเลือกเลยถ้าผิดก็แค่ต้องเริ่มคำถามที่สุ่มใหม่”
เครื่องหมายถูกสีเขียวปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“ท่านก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ยสมแล้วที่เป็นักกิจกรรม" ธรณีเอ่ยปากชมนาน ๆ ทีเคยเล่าให้เขาฟังว่าตนเคยพูดบนเวทีปราศรัยแววตาปลาบปลื้มของเพื่อนปรากฏชัดเจนเมื่อได้ยินคำว่าชุมนุมประท้วงราวกับเป็ความภาคภูมิใจอย่างใหญ่หลวง
คำถามข้อสุดท้ายถามว่าหัวหน้าของทีมฝ่ายค้านใช้หุ่นอวตารเป็อะไร
“เหี้ยอะไรเนี่ย” ผมเผลออุทานคำหยาบเบาๆ ธรณีไม่มีทีท่าใส่ใจความถ่อยของผม เขาเฉลยให้ว่า อีกา นี่เป็ข้อพิสูจน์ชัดเจนว่าต้องดูการดีเบตมาถึงจะตอบได้หน้าจอแสดงเครื่องหมายถูก พร้อมแจ้งว่าท่านมีสิทธิโหวต }
หลังจากคำถามคัดกรองสามข้อผ่านพ้นไปผมยืนมือถือคืนให้รูมเมต “นายโหวตสิ”
ตั้งใจจะไม่แอบบดูคำตอบแต่เพื่อนกลับกดเลือก "เห็นด้วย" ต่อหน้าผม เขากดปุ่ม ‘ยืนยัน’ ต่ออย่างรวดเร็วจนแทบดูไม่ทัน
นี่ไม่คิดจะแอบซ่อนสักหน่อยหรือ
ชายหนุ่มอธิบายเหตุผลราวกับอ่านใจผมออก"ปกติเราก็ไม่ปิดบังอยู่แล้ว เรายังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบางคนต้องปิดด้วยทุกคนควรมีเสรีภาพในการแสดงออก"
อันที่จริงอยากเถียงกลับไปว่ามีหลายเหตุผลที่คนต้องปกปิดบางทีก็เป็ความปลอดภัย บางทีก็เป็เื่ความสัมพันธ์ แต่กลัวว่าจะยืดเยื้อเลยเลี่ยงไปถามเื่อื่นแทน
“แล้วถ้า ตอบไม่ผ่าน เพราะความจำไม่ดี ก็แปลว่าไม่มีสิทธิโหวตเหรอ”
“ใช่ คำถามไม่ได้ยากเลยนะท่านคิดว่าเสียงโหวตของคนที่ไม่เข้าใจว่าจะโหวตอะไร ไม่เคยฟังเนื้อหาเต็ม ๆจะมีหนึ่งเสียงเท่ากับคนที่เข้าใจเหรอ แต่ถ้าตอบไม่ผ่านจริง ๆ ไม่มีเวลาศึกษาก็แค่เดลิเกตให้คนอื่น”
“ประชาธิปไตยลื่นไหล ใช่ไหม” ผมถามพอปะติดปะต่อได้แล้ว ธรณีพยักหน้าพลางอมยิ้ม
แท้จริงแล้วประชาธิปไตยในยุคนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยทางตรงแบบยุคกรีกโบราณแต่เป็ประชาธิปไตยลื่นไหล (Liquiddemocracy)นั่นคือเป็ประชาธิปไตยทางตรงที่สามารถถ่ายโอนสิทธิให้กับตัวแทนของเราได้ทุกการโหวต และสามารถเรียกคืนสิทธิได้ถ้าพบว่าตัวเลือกที่ตัวแทนตอบนั้นไม่ตรงกับใจเราซึ่งการถ่ายโอนสิทธิถูกเรียกว่าการเดลิเกต (Delegate)
“ถ้าท่องโพยเข้าไปได้ไหม” ผมถามต่อ
“ไม่ได้หรอก คำถามจะถูกสุ่มมาจากในพูล[2]ซึ่งตั้งมาจาก คฉร. ซึ่งในภารกิจนี้ เลือกมาจาก ประชาชนหลากหลายอาชีพ ที่ถูกสุ่มมาและเ้าหน้าที่ กกต. ก็มาช่วยกันตั้งคำถาม แน่นอนว่าไม่เปิดเป็สาธารณะ เพราะมีโอกาสท่องโพยได้แต่ละคนจึงเจอไม่เหมือนกัน จริง ๆ เอไอจะช่วยสร้างให้เบื้องต้นให้อยู่แล้วคณะกรรมการแค่ไปเช็กและดัดแปลงให้เหมาะสมเฉย ๆ”
"ยุ่งยากชะมัด” ผมบ่นไปงั้น ๆตัวเองก็ไม่ได้มีสิทธิแต่แรกอยู่แล้ว
“ท่านแค่ไม่ชินแค่นั้นแหละ” ธรณีพูดจบก็ยึดมือถือคืนจากผมไป
พวกเราไปถึงที่พักทันเวลาเพื่อนผมรีบตรงรี่ไปเข้าไปดูการดีเบตในห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว เขาคงโฟนอินเข้าไปถามได้สะดวกกว่าและใช้สมาธิได้ดีกว่าในห้องส่วนตัวผมหย่อนก้นลงบนโซฟาประจำตัวแล้วสั่งเอไอเปิดทีวีข่าวอุบัติเหตุที่ผมเจอเป็ข่าวใหญ่พอสมควร มีการพูดถึงอย่างน้อยสามช่องไม่น่าเชื่อว่าชายที่ติดในซากรถผู้มีรอยสักบนแขนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมาในข่าวไม่ได้บอกรายละเอียด แต่ผมสงสัยว่าต้องหนักขนาดไหนเทคโนโลยีในยุคนี้ถึงไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ภาพที่เขาร้องะโอย่างเ็ปยังติดตาผมอยู่เลย
จู่ ๆ ประตูห้องธรณีก็เหวี่ยงเปิดออกผมดูนาฬิกาข้อมือ อีก 15 นาทีจะถึงเวลาออกอากาศ เพื่อนตรงมาทางผม ในมือซ่อนของบางอย่างไว้
“ท่านเก็บไว้ใช้เถอะ เครื่องนี้เราได้ฟรีจากรัฐั้แ่มีสิทธิเลือกตั้งแล้วพอทำงานมีเงินเลยซื้อใหม่ แล้วไม่ได้เอาเครื่องของรัฐบาลไปเปลี่ยน”เขายื่นของสิ่งหนึ่งมาให้ หน้าตาเหมือนโทรศัพท์มือถือไอโฟนในยุคของผมแต่ไม่มียี่ห้อเขียนกำกับ ผมเพิ่งรู้ว่า รัฐบาลมีนโยบายแจกมือถือให้ทุกคนเพราะต้องใช้แอปซิติเซนในการทำกิจกรรมทางการเมืองก่อนจะแจกก็จะให้คนที่ประสงค์จะไม่รับไปลงทะเบียนไว้จึงไม่ผลิตออกมามากเกินไปลดงบประมาณผมลองกดหน้าจอัันั้นเพื่อเช็คว่ามันทำงานปกติ มันดูไม่ได้เก่ามาก แต่ 70 ปีผ่านไปก็ไม่ได้มีรูปลักษณ์อะไรโดดเด่นขึ้นมาการพัฒนามือถืออาจถึงทางตันมานานแล้ว
“เข้าแอปซิติเซนไม่ได้นะเพราะท่านยังไม่ได้เป็พลเมือง ได้แต่โทรออก กับส่งสัญญาณจ่ายเงินได้เราตั้งค่าผูกกับบัญชีธนาคารไว้แล้ว”
“ขอบคุณมาก” ผมตอบแม้จะรู้สึกรำคาญนิดๆ ที่เขาเอาแต่ย้ำเื่เดิม
ธรณีกลับเข้าห้องแล้วให้ผมทดลองเล่นเอง เขาล้างการยืนยันตัวตนเดิมออกแล้วตั้งค่าใหม่จะป้องกันหนาแน่นแค่ไหนก็ได้ ทว่าผมเลือกใช้แค่ลายนิ้วมืออันเดียวเพื่อความสะดวกอันที่จริงผมไม่เคยได้ใช้สมาร์ทโฟนมาก่อน แต่ผมยอมรับว่าตนเองเรียนรู้ได้ไวใช้เวลาเพียง 20 นาทีผมก็ลองกดมือถือสีฟ้าในมือดูจนพบวิธีพื้นฐานทั้งหมดอย่างโทรเข้าออกตั้งปลุก และถ่ายรูป ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ผมกดเปิดแอปอันหนึ่งที่ชื่อว่าแอปมายไดอะรี(My Diary App) ซึ่งเอาไว้จดบันทึกธรรมดาจะพิมพ์เอาหรือใช้เอไอแปลงคำพูดเป็ตัวอักษรก็ได้ ยังแนบรูปภาพ ไฟล์เสียง หรือคลิปวิดีโอใดๆ ได้อีกด้วยผมกดบันทึกแล้วลองพูดรายละเอียดเท่าที่นึกออก ไม่ว่าจะเป็เื่เอวีเอสอีความเป็ส่วนตัว หรือการดีเบต ผมเงยหน้ามองให้แน่ใจว่าธรณีไม่แอบแง้มประตูมาฟัง มิฉะนั้นคงเขินแปลกๆ สักพักตัวอักษรภาษาไทยก็พิมพ์ขึ้นเองตามคำบอกผมไม่จำเป็ต้องบันทึกในนาฬิกาอีกต่อไป
พอพูดไปราวสิบประโยค ผมก็รู้สึกฝืนแปลกๆ มันขัดกับนิสัยผมบางอย่าง จนรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองทำไมผมต้องสนใจรายละเอียดในโลกนี้มากขนาดนี้ด้วย มันไม่ใช่ความจริงสักหน่อยถ้าผมวาร์ปกลับไปยุคเดิมผมก็ต้องไปเจอประชาธิปไตยตัวแทนที่เต็มไปด้วยนักการเมืองที่คดโกงอยู่ดีแล้วจะมีประโยชน์อะไร
เมื่อคิดได้ ผมจึงผละจากมือถือไปอาบน้ำ แล้วเตรียมตัวเข้านอน ผม รู้สึกว่าวันนี้พิเศษกว่าวันอื่น ๆแม้ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรทำให้เหนื่อยล้า แต่ผมก็รู้สึกว่าวันนี้แตกต่างจากทุกวันหรือว่าจะเป็จุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่
[1]สามารถดู “ตารางสรุปการดีเบตเื่ระบบการเลือกตั้ง” ที่อ้างอิง ในภาคผนวก
[2]Pool ในที่นี้หมายถึง "คลัง" หรือ"แหล่งรวบรวม" เช่น ครูเลือกข้อสอบจากในพูลมาออกสอบ