มี!
เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานพลันสั่นสะท้านไปทั้งร่างนันย์ตาของเขาอัดแน่นไปด้วยความต้องการที่ยากจะปิดบังเพราะหากได้รับเหมันต์หมื่นปีมาเมื่อใดเขาก็จะสามารถผสานพลังกับขุมพลังโลกันตร์ได้ทันทีและคัมภีร์ทวนเทพของเขาก็จะพัฒนาขึ้นไปอยู่ในระดับอักษรฮวง
จะต้องมีวิชายุทธ์อันแข็งแกร่งไว้ครอบครองจึงจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ จึงจะสามารถเดินทางไปยังสุสานสวรรค์ได้
สถานที่แห่งนั้นถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนต้องห้ามอันดับหนึ่งของพรมแดนจตุทิศแม้แต่จอมยุทธ์ในขั้นปปราณทะลวงหรือปราณประสานก็ยังไม่กล้าย่างกรายเข้าไปหากไร้ซึ่งศักยภาพที่มากพอเข้าไปย่อมต้องตายสถานเดียว! ดังนั้นเมิ่งฝานจึงต้องการผสานพลังกับขุมพลังโลกันตร์เพื่อยกระดับคัมภีร์ทวนเทพ!
หลังจากที่พยายามในที่สุดเขาก็พบกับแสงสว่างแห่งโอกาส!
เมิ่งฝานกำหมัดแน่น จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเบา“ข้าพร้อมที่จะแลกมาด้วยสิ่งที่มีคุณค่าเทียบเท่ากัน ท่านคิดว่าอย่างไร”
แม้จะรู้ดีว่าปีศาจสาวผู้นี้จะต้องทำให้ตนเองเจ็บแสบอย่างยิ่งแต่เมิ่งฝานก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้
หยางต้าซือย่นคิ้วเล็กน้อยหลังจากนั้นจึงเอ่ยว่า “ของแลกเปลี่ยนหรือ ต่อให้มันยิ่งใหญ่เพียงใดข้าก็ไม่ยอมขาย!”
เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานก็เดินหน้าไปหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยเสียงเข้ม“โลหิตบริสุทธิ์ของเทพวานรสามขวดเป็นอย่างไรนี่ถือเป็นของล้ำค่าที่สุดของข้าแล้วนะขอรับ!”
“ไม่แลก!”นางเอ่ยขึ้นเสียงเบาอย่างเด็ดขาด
“สี่ขวด หรือว่าท่านต้องการสิ่งใดกันแน่!”
ใบหน้าของเมิ่งฝานกระตุกแล้วเอ่ยถามอย่างจนปัญญายามนี้เขาพยายามอย่างสุดความสามารถจนเข้าเนื้อเพราะต้องการเหมันต์หมื่นปีเป็นอย่างยิ่ง
“เปิ่นเสี่ยวเจี่ยไม่ต้องการสิ่งใดเหมันต์หมื่นปีนี้คือสิ่งที่ข้าต้องใช้จึงไม่อาจให้เจ้าได้ แม้ว่าสิ่งที่เจ้านำมาแลกนั้นจะทำให้ข้าลังเลก็ตาม”
เมื่อได้ยินดังนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานพลันวาวโรจน์ดูท่าสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาจะเป็นความจริง มิฉะนั้นแล้วคงไม่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดเช่นนี้
หลังจากที่เงียบงันอยู่ชั่วครู่เมิ่งฝานจึงเอ่ยขึ้น“แม้ต้องขออภัย แต่ข้ายังคงต้องถามออกไป ท่านรู้หรือไม่ว่าสิ่งใดคือราษฎรเดิมไม่มีความผิดแต่เพราะมีหยกกับตัวจึงมีความผิด?”
เมิ่งฝานเอ่ยพลางก้าวเดินไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวนัยน์ตาของเขาวาวโรจน์
เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็ย่นคิ้วแล้วเอ่ยถามเสียงเข้ม“เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“หากข้าจับตัวท่านเอาไว้บางทีท่านอาจจะยอมยกเหมันต์หมื่นปีนั้นให้แก่ข้า!”
เมิ่งฝานยังคงยืนอยู่กับที่แต่กลับพร้อมที่จะลงมือทุกเวลายามนี้ภายในห้องนอกจากเมิ่งฝานก็มีเพียงหยางต้าซือเท่านั้น เมื่อใดที่เขาลงมือย่อมไม่มีผู้ใดรับรู้ขอเพียงเร็วพอก็จะได้เหมันต์หมื่นปีมาครอบครอง
แม้ว่าสตรีตรงหน้าจะอยู่ในขั้นเกลาวิญญาณแต่เมิ่งฝานในยามนี้ก็ไม่ได้สนใจและพร้อมที่จะลงมือ!
“หืม!”
แล้วในวินาทีต่อมาสตรีผู้นั้นพลันย่นคิ้วพลังจิตแผ่ซ่านออกมาทางสายตาแล้วจู่โจมเมิ่งฝานผ่านอากาศ
เมิ่งฝานนึกไม่ถึงเลยว่านางจะรวดเร็วเพียงนี้ซ้ำยังลงมือก่อนเขาเสียอีกหลังจากที่หัวใจของเขาสั่นสะท้านจึงระเบิดพลังจิตออกมาเช่นกันเมื่อใดที่เขาใช้เทวะแปรเปลี่ยนพลังจิตก็จะแยกตัวออกเป็นแปดเส้นแล้วพุ่งทะลวงออกไปอย่างดุดัน
ปัง!
เพียงชั่วพริบตาต่อมาทั้งสองฝ่ายไม่ได้ขยับทว่าอากาศรอบตัวกลับบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย ความรุนแรงจากการปะทะของพลังจิตนั้นรุนแรงเป็นอย่างยิ่งหากมีบุคคลที่สามอยู่ในที่แห่งนี้คงจะต้องถูกลูกหลงจนกลายเป็นคนโง่เขลา!
“คิดจะจับตัวข้าหรือเจ้ามันช่างไม่เจียมตนเลยเสียจริง!”
สตรีผู้นั้นหัวเราะเสียงเบาน้ำเสียงของนางมีด้วยความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม แล้วในวินาทีต่อมาพลังจิตของนางพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงในอากาศและสยบทุกสิ่งรอบกาย
แม้แต่เมิ่งฝานก็ยังต้องใช้พลังจิตทั้งแปดต้านทานอยู่ในอากาศเขานึกไม่ถึงเลยว่าพลังจิตนั้นสามารถกลายเป็นผนึกโลกาได้ด้วยเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่านางเหมาะสมกับสมญานามต้าซือเพียงใดแม้แต่พลังจิตก็ยังน่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง!
“เทวะควบคุม!”
หลังจากสิ้นเสียงนั้นพลังผนึกโลกาพลันระเบิดแล้วในวินาทีต่อมาก็สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยว่ามันกำลังพุ่งทะยานเข้ามาหาเมิ่งฝานจากทั่วสารทิศจนเขาไม่รู้ว่าต้องต้านทานเช่นไรหลังจากที่ตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ แม้แต่พลังจิตของเขาก็ยังต้องกลับมาปกป้องสมุทรจิตของตนเอง
ตู้ม!
ในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานพลันรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านที่เกิดขึ้นในหัวราวกับมีค้อนขนาดใหญ่ทุบลงมาจนทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดที่ดวงจิตเป็นอย่างยิ่ง
เขายังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใดสตรีผู้นั้นก็ก้าวเดินออกมาเบื้องหน้ากำมือแน่นแล้วประสานมุทราก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “เจ้าคิดว่า...ข้ารูปงามหรือไม่?”
เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไปสติของเขาเริ่มเลือนรางรู้สึกคล้ายดั่งว่าสตรีตรงหน้ามีเสน่ห์ยั่วยวนชวนหลงใหลแม้แต่ส่วนใต้ท้องน้อยของเขาก็ยังเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง
ทว่าเมิ่งฝานยังคงกัดฟันแน่นแล้วข่มทุกสิ่งเอาไว้ในใจจากนั้นมือของสตรีตรงหน้าเขาก็ขยับเปลี่ยนแปลงมุทรา ก่อนจะมีผนึกโบราณดวงหนึ่งปรากฏขึ้นมา
ทว่าในหัวของเมิ่งฝานกลับมีภาพของซินหลันปรากฏขึ้นใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความรักและทะนุถนอม และเอ่ยเสียงเบา “ฝานเอ๋อร์มานี่สิ แม่คิดถึงเจ้า”
เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานพลันใจอ่อนทันทีเขาผ่อนคลายและปล่อยวางทุกสิ่งแม้ในช่วงเวลาหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมานั้นเขาจะเดินทางอยู่ท่ามกลางการเข่นฆ่าแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าซินหลันกลับเป็นดั่งเด็กน้อยผู้หนึ่ง เด็กน้อยที่ไม่รู้จักโต
“ท่านแม่!”
เขาหรี่ตาเล็กลงแล้วเดินไปหาซินหลันขณะเดียวกันก็เอ่ยเสียงเบา “ข้าเหนื่อยขอรับท่านแม่ข้าเหนื่อยมากจริงๆ...”
“มานี่สิ”ซินหลันเอ่ยพลางยิ้มขึ้นซึ่งนั่นก็ทำให้เมิ่งฝานก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าอย่างไม่อาจห้ามใจแล้วสุดท้ายสติที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยของเขาก็เลือนรางไปอย่างช้าๆ
ทว่าในวินาทีต่อมาผนึกแห่งคัมภีร์ทวนเทพในสมุทรปราณของเมิ่งฝานพลันสั่นสะท้านพร้อมกับปลดปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ออกมาจึงทำให้เมิ่งฝานลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าแท้จริงแล้วไม่มีซินหลันอยู่ที่นี่มันเป็นเพราะตนเองตกหลุมพรางมายาของหยางต้าซือเท่านั้น!
ปีศาจ นางช่างเป็นดั่งปีศาจเสียจริง!
เมิ่งฝานตวาดขึ้นในใจการโจมตีด้วยพลังจิตเช่นนี้สามารถทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในภวังค์แห่งภาพลวงตา และนึกถึงสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของตนเอง
นับว่าร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ได้พลังอันยิ่งใหญ่ของผนึกทวนเทพเมิ่งฝานก็คง...
แผ่นหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อขณะเดียวกันนัยน์ตาของเขาก็วาวโรจน์แล้วเดินเข้าไปใกล้สตรีตรงหน้าทีละก้าวอย่างใจเย็นในชั่วพริบตาหลังจากนั้นพลันใช้พลังยาตราเซียนเหินพร้อมกับออกมืออย่างรวดเร็วปานสายฟ้าและมายืนอยู่ข้างกายของหญิงสาว
“เจ้า...มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!”
เมื่อหญิงสาวได้สติอย่างฉับพลันสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปแต่นางไม่มีเวลาได้ครุ่นคิดถึงสิ่งใดเพราะเมิ่งฝานได้คว้าเอวของนางเอาไว้ ก่อนจะจับนางโยนลงพื้นไปอย่างไม่ปรานี
พละกำลังของเมิ่งฝานในยามนี้ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณก็ไม่สามารถทัดเทียมทานนับประสาใดกับสตรีผู้เป็นปรมาจารย์จิตศัสตราที่ได้ดีเพียงเพราะเรื่องของพลังจิต
ปัง!
เพียงชั่วพริบตาต่อมานางก็ถูกทุ่มลงไปบนพื้นแม้ว่าหยางต้าซือผู้นี้เป็นถึงจอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณแต่ก็ยังรู้จึกเจ็บปวดจนต้องกัดเม้มริมฝีปากสีแดงสวยเอาไว้แน่น
ทว่านางยังไม่ได้ลุกขึ้นมาเมิ่งฝานก็ก้าวออกไปอย่างรวดเร็วแล้วนั่งอยู่บนหลังของนางขณะเดียวกันนิ้วทั้งห้าก็กดลงไปจุดของอีกฝ่าย จากนั้นฝ่ามือใหญ่ของเขาจึงตรงดิ่งไปเบื้องล่าง
เพี้ยะ!
ฝ่ามือของเมิ่งฝานฟาดลงไปบนสะโพกของหญิงสาวในวินาทีต่อมาซึ่งนั่นก็ทำให้รูปร่างของสะโพกนุ่มแน่นเต็มมือนั้นเปลี่ยนรูปไปชั่วครู่ เมิ่งฝานกดร่างของอีกฝ่ายเอาไว้โดยไม่ให้โอกาสแล้วใช้ฝ่ามือของตนเองฟาดลงไปบนสะโพกของหญิงสาวอย่างแรง
เพี้ยะ! เพี้ยะ!
เสียงตีดังขึ้นในทันใด หลังจากที่ทำเช่นนี้อยู่หลายครั้งเมิ่งฝานจึงค่อยรู้สึกคล้ายดั่งได้ปลดปล่อย
การที่อีกฝ่ายเล่นงานเมิ่งฝานโดยใช้เรื่องของมารดาเช่นนี้ทำให้เขาเดือดดาลอย่างยิ่ง
จากนั้นหยางต้าซือก็พยายามเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา“นี่ เจ้าอย่าได้ทำให้มันเกินงาม...ลุกออกไปเดี๋ยวนี้!”
ใบหน้าของนางแดงก่ำน้ำลายหยดลงพื้นและมีสีหน้าเดือดดาลปนความเขินอาย
จากนั้นเมิ่งฝานจึงรู้สึกตัวว่ายามนี้ท่วงท่าของเขากับสตรีใต้ร่างนี้ค่อนข้างทำให้คิดไปไกลโดยเฉพาะการที่แท่งร้อนของตนเองกดลงไปบนร่างของนาง หลังจากที่ยิ้มแห้งเขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น“นำของมาให้ข้า!”
เมื่อได้ยินดังนั้นนางพลันกัดฟันแน่นจากนั้นจึงได้เอ่ยเสียงเข้ม “ฝันไปเถอะ!”
“หึถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!”
เขามองสะโพกผายเบื้องหน้าแล้วยกมือขึ้นทว่ากลับรู้สึกลังเลไปชั่วครู่
เมื่อครู่เป็นการกระทำที่บุ่มบ่ามเพราะนางเป็นสตรีงามแต่หากคิดที่จะรังแกสตรีผู้หนึ่งจริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากทำมันจริงๆ
“หึต่อให้เจ้าสังหารข้าก็ไม่ให้ อีกอย่างเจ้าก็ไม่มีทางออกไปได้ด้วยที่นี่มีองครักษ์ของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราและพวกเขาจะจดจำเจ้าเอาไว้ เมื่อถึงตอนนั้นไม่ว่าเจ้าไปที่ใดก็จะกลายเป็นศัตรูของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรา!”หยางต้าซือกัดฟันแน่น หลังจากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานจึงชะงักงันไปชั่วครู่การมีเรื่องกับสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราเป็นเรื่องที่เขายากจะรับมือเพราะถึงอย่างไรแล้วเรื่องราวหลังจากนี้ของเขาก็ยังต้องเกี่ยวข้องกับพวกนี้
แล้วในวินาทีต่อมาสตรีผู้นั้นก็เอ่ยขึ้น“หากเจ้าต้องการเหมันต์หมื่นปีจริงไม่มีปัญหา...แต่เจ้าจะต้องทำตามเงื่อนไขของข้าให้ได้”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานพลันวาวโรจน์หลังจากนั้นจึงถามด้วยความสงสัย “เงื่อนไขใด?”
“เจ้าคนเสเพลลุกขึ้นก่อนแล้วค่อยคุยกัน!”
หญิงสาวตวาดเสียงดัง เมิ่งฝานพลันรู้สึกเขินอายเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นในทันใดทว่าเขาก็ไม่ได้เชื่อใจนางทั้งหมด เพราะถึงอย่างไรแล้วนางยังมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา
ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างฉับพลันและมีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นตามมา “หยางต้าซือไม่ทราบว่ามีเรื่องใดหรือไม่ขอรับ?”
เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้องครักษ์ได้ยินพลังลมปราณพลันที่แผ่ซ่านเข้ามาบ่งบอกว่าผู้ที่อยู่นอกประตูนั้นล้วนแต่เป็นทหารผู้มากด้วยประสบการณ์หากต้องต่อกรด้วยคงจะเป็นปัญหาไม่น้อย
นางกลอกตาขาวมองเมิ่งฝาน จากนั้นจึงกัดฟันบอกไป“ไม่มีเรื่องใด พวกเจ้าไปเถอะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นบุรุษที่อยู่หน้าประตูจึงพยักหน้ารับแล้วพาทหารองครักษ์ข้างหลังจากไป
หยางต้าซือลุกขึ้นยืนแล้วกระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “หึ มือหนักไม่น้อย เจ้าไม่รู้หรือไรว่าต้องเบามือกับสตรีงาม?”
เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานทำได้เพียงยิ้มแห้งแล้วทำทีเป็นไม่สนใจ
“ข้าต้องการใช้เหมันต์หมื่นปีนั้นจริงเพราะต้องนำมันไปหลอมผสานเพื่อสร้างศัสตราวุธที่สำคัญของข้า หากเจ้าอยากได้มันจริงจะต้องช่วยข้าเรื่องหนึ่งนั่นคือช่วยให้ข้าได้เข้าไปในใจกลางของเทือกเขาหุนต้วน!”
เทือกเขาหุนต้วน!
เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานจึงครุ่นคิดขึ้นในใจ ‘หรือนางต้องการสมบัติปราณประสาน?’
“ถูกต้อง!”
นางพยักหน้ารับ จากนั้นเมื่อฝ่ามือขยับพลันมีขวดหยกใบหนึ่งปรากฏขึ้นมาซึ่งภายในนั้นก็คือเหมันต์หมื่นปีที่เมิ่งฝานพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา
ทว่านางกลับถือเอาไว้แน่นเสมือนว่าต้องการป้องกันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างเมิ่งฝานโดยเฉพาะจากนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียบ “แต่เพราะศักยภาพของข้าเพียงผู้เดียวนั้นไม่เพียงพอหากมีเจ้าเป็นตัวช่วยก็คงจะมีโอกาสมากกว่าเดิม แม้จะไม่รู้ว่าเจ้าทำลายพลังเทวะควบคุมของข้าได้อย่างไรแต่หากสามารถทำเช่นนี้ได้ก็ถือว่าเจ้ามีศักยภาพมากพอ!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งฝานก็ยิ้มเจื่อนดูท่านางคงต้องการให้เขาเข้าไปในดินแดนซึ่งแฝงไปด้วยอันตรายนั้นเช่นทหารรับจ้าง!
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่เมิ่งฝานก็พยักหน้ารับแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ตกลง แต่ข้าจะพาท่านเข้าไปภายในเท่านั้นที่เหลือข้าก็จะไม่สนใจ!”
“ไม่มีปัญหา!”
นางเอ่ยพลางยิ้มขึ้น จากนั้นก็พยักหน้ารับพร้อมกับยื่นมืออันงดงามดุจหยกออกมา“ข้ามีนามว่าหยางเถียน หวังว่าพวกเราจะร่วมมือกันได้อย่างมีความสุข!”
คิดไม่ถึงว่าคนที่กระทำการตรงข้ามกันมาก่อนจะต้องมาร่วมมือกันเช่นนี้เมิ่งฝานครุ่นคิดขึ้นในใจว่าหยางเถียนผู้นี้ช่างมีการวางแผนที่ล้ำลึกเสียจริง
ปีศาจชัดๆ...