เฉินหนานฉีกยิ้มมุมปากออกมากว้าง ครั้นคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เนื่องด้วยสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของเขายามก่อน ถูกขัดเกลาด้วยหยดเลือด ไม่ได้กลับออกมาพร้อมกับเฉินหนานในตอนไปเยือนโบราณสถานปิดผนึก
เฉินหนานจึงหยดเลือดลงใส่ตะขาบสายฟ้า ใช้วิชาขัดเกลาดวงวิญญาณ ของมัน ซ้ำๆ ด้วยหยดเลือด เอามันมาเป็นสัตว์เลี้ยงผู้น่ารัก คอยเป็นหูเป็นตา
จากตะขาบหนึ่งตัว กลายเป็นสองสามตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกมันได้กลิ่นคาวเลือด ยิ่งกรูกันเข้ามาเป็นฝูง
เฉินหนานยิ่งฉีกยิ้มมุมปากออกมาอย่างยินดี เมื่อได้ฝูงตะขาบไม่น้อยมาใช้งาน
ก่อนปล่อยพวกมันบางตัวออกไปเป็นหูเป็นตา ค้นหาทางขึ้นไปยังชั้นที่2 ส่วนฝูงตะขาบกลุ่มใหญ่ เขาเก็บไว้ภายในกระเป๋าเก็บของด้านหลัง
ครั้นมองความไว มันกระโดด เลื้อยออกจากฝ่ามือ พุ่งไปอย่างรวดเร็ว…พอให้เฉินหนาน มีเวลาปิดขั้นพลัง ขัดเกลากายเนื้อไปพลาง
ไม่นานเขาก็ฉีกยิ้มมุมปากออกมากว้าง เมื่อเห็นประตูแสงขึ้นไปยังชั้นที่สองจากดวงตาเจ้าตะขาบ…เฉินหนานไม่รอช้า เมื่อก้าวฝีเท้าลุกเดินเคลื่อนไหวอีกครั้ง…
“ไม่เลวจริงๆ แบบนี้สามารถร่นระยะเวลาหาทางขึ้นของข้าไม่น้อย ต้องขอบคุณวิชา จาก อก จูซือเจีย”
เป้าหมายต่อไปเฉินหนานกล่าว ก็คือทางเดินขึ้นไปยังชั้นที่2 เหล่าจอมยุทธ์รวมตัวกันอยู่เยอะที่สุด ณ ตอนนี้
…เมื่อฝีเท้าเฉินหนาน เดินทางมาพักใหญ่ ก้าวข้ามประตูแสง ส่งขึ้นไปชั้นที่2 ของหอคอยสายฟ้า ชนิดแทบไม่เสียเวลาคลำหาทาง
จู่ๆ เฉินหนานก็รับรู้แรงกดดันชั้นที่2รุนแรงไม่น้อย พร้อมพลังงานสายฟ้าแผ่กระจายอยู่ทั่วทุกอณู ชนิดมองเห็นด้วยตาเปล่าชัดเจนขึ้น
ทว่าแรงกดดันแค่นี้ตามจริง แค่ทำให้เฉินหนาน รู้สึกเจ็บปวด คันๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับการหักกระดูก ซ้ำๆ ที่เหมือนตายทั้งเป็น
แต่ก็มีจอมยุทธ์ไม่น้อย เฉินหนานเดินผ่านใบหน้าเหยเก ชนิดหน้างอบุญไม่รับ บางคนก็เริ่มเอาของวิเศษออกมาคุ้มกันกาย
ทว่าก็มีจอมยุทธ์ส่วนใหญ่ เลือกปิดขั้นพลัง ให้ชินชากับพลังงานสายฟ้า ที่ผ่าแลบแปลบปลาบทั่วร่างพวกเขา เหมือนว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด อยู่เหมือนกัน
เฉินหนานก้าวเดินออกหน้าไปทันที ไม่ได้สนใจพวกจอมยุทธ์ อยู่ตามทางอีกต่อไป… เมื่อส่งตะขาบออกไปไม่นาน ก็คล้ายเฉินหนานเจอเส้นทางขึ้นไปยังชั้นที่3 เมื่อเห็นผู้คนเดินตรงไปทิศทางป่าทึบเป็นทิศทางเดียวกัน “หวังว่าจะถูกทางนะ”
ด้านนอกหอคอยสายฟ้า…หมู่ชนเฝ้ามองความเป็นไปด้านนอกเอง ก็เกิดความฮือฮาไม่น้อย เมื่อเวลา3ชั่วยามผ่านพ้น
หอคอยสายฟ้าของชั้นที่3 ก็เปล่งแสงพร่างพราวขึ้นมา ซึ่งก็หมายความว่า มีคนพิชิตชั้นที่3สำเร็จ กำลังขึ้นไปสำรวจชั้นที่4 ถือว่าเวลารวดเร็วไม่น้อย
จอมยุทธ์ด้านนอกเฝ้ามอง ต่างก็พากันพูดคุยคาดเดา แม้แต่ผู้อาวุโส อาจารย์ในสำนักกองทหารบางคน ยังพากันขมวดคิ้ว ปนเสียงทอดถอนหายใจ “พวกเจ้าเดาสิว่า เป็นผู้ใดขึ้นไปถึงชั้นที่4 สำเร็จแล้ว…ตอนนี้”
จอมยุทธ์ที่เชิดชูคนจากโลกเบื้องบน…มาเยือนแค่สองท่าน พลางกล่าวออกถึงชื่อ สตรีศักดิ์สิทธิ์หยุนซีทันใด ไม่ก็หาญเซิ่ง คุณชายแห่งศาลานรกเองก็ดังออกมาเช่นกัน
ชนิดข้อนี้หลายคนต่างก็ไม่กล้ากล่าวค้าน
ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ผู้เป็นผู้นำกลุ่มจอมยุทธ์ รุ่นเยาว์กลับกลายเป็นตี้เทียน ศิษย์พี่สำนักธารสวรรค์ ที่อยู่แถวหน้าสุด
แม้แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์หยุนซี เห็นตี้เทียน เดินนำออกหน้าตัวนางไป หญิงสาวอดไม่ได้ ยอมรับศักยภาพเจ้าหนุ่มมีเส้นชีพจรปราณมังกร น่าหวาดกลัวไม่น้อย
หากนางขั้นพลังไม่สูงกว่าอีกฝ่าย คงไม่เจอแรงกดดันสายฟ้า ที่รุนแรงเช่นนี้
ทว่าหยุนซีก็ต้องทนกัดฟัน ก้าวเดินต่อไปเท่านั้น เมื่อเสียงเย็นชานางพลันกล่าวออก ดังเล็ดลอดไรฟัน “คราวนี้ เกรงว่าข้าต้องยอมรับว่า คนจากโลกเบื้องบน เสียเปรียบพวกเจ้าคนจากโลกเบื้องล่างไม่น้อย”
อีกด้าน คุณชายแห่งศาลานรก ก็ต้องยอมรับในข้อนี้ เมื่อเห็นสายฟ้าตามตัว แผ่แรงกดดันมาใส่พวกเขารุนแรง จนเห็นกายาปรากฏหลุมเลือด
พริบตาเวลาหนึ่งวันก็ผ่านพ้นไป…ตี้เทียนอยู่ชั้นที่4 ยังต้องนั่งพัก ให้ชินกับสายฟ้าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ลอยอยู่ทั่วอากาศ
ส่งให้ผิวกายตี้เทียน เกิดรอยสายฟ้าไหม้ดำ เป็นจุดๆ บาดเจ็บมีโลหิตไหลซึม แต่ที่น่ากลัวเกรงว่า จะเป็นแรงกดดันที่รุนแรงของชั้นที่4 ทำให้ก้าวเดินยากลำบาก
ก่อนเขาจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มค่อนข้างยินดี มั่นใจตนเองเป็นผู้นำกลุ่ม “ที่นี่ช่างเหมาะให้ข้าฝึกฝนตนเอง จริงๆ ฮ่าๆ”
ด้านเฉินหนานขึ้นประตูแสงมาถึงชั้นที่3 เห็นได้ชัดว่าชั้นนี้ สายฟ้ารุนแรง กว่าชั้นก่อนหน้านี้ชนิดเทียบไม่ติด เส้นเอ็นกล้ามเนื้อ เขาถูกกระตุ้นขัดเกลาอย่างรุนแรง คล้ายได้ยินเสียง ดีดพินขาดดังขึ้นมา ซ้ำๆ
จนหอคอยสายฟ้าชั้นที่3 แห่งนี้แทบไม่มีกลุ่มจอมยุทธ์กลุ่มใหญ่ เกาะกลุ่มเกิน 5คนอีกต่อไป
ทว่าเฉินหนานออกเดินสำรวจ พร้อมปล่อยตะขาบสายฟ้า ออกไปเป็นหูเป็นตา เขาก็รับรู้ความไม่ชอบมาพากล ของชั้นที่3 ครั้นได้กลิ่นคาวเลือดความตาย ลอยมาตามอากาศ
เฉินหนานกล่าวพึมพำ “หืม! สิ่งที่ระวัง ก็ยังต้องเป็นจอมยุทธ์ด้วยกันอยู่ซินะ” แค่เจอแรงกดดันจากสายฟ้า ก็ถือว่ายากลำบากไม่น้อยแล้ว ยังต้องมาปล้นชิง ฆ่ากันอีก
เมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ ดังออกมาจากทิศทางป่าไผ่สายฟ้าข้างหน้า ทิศทางธารน้ำสายฟ้า ด้านในนั้นก็เช่นกัน
เฉินหนานก้าวเดินเข้าไปบริเวณป่าไผ่ พลางแอบหัวเราะ เหอะๆ ออกมา เบาๆ เมื่อส่งนิ้วมือหนึ่ง ปรากฏกรงเล็บใบมีดแหลมคม ตัดเอาหน่อไผ่ฝึกจิต มาอยู่ในฝ่ามือ
“ของดี!” เมื่อเก็บมันเข้าถุงมิติเก็บของ
ก่อนมองลำต้นของต้นไผ่ฝึกจิต สูงเกิน10ข้อ ยังเอาไปทำกระบี่สายฟ้าอานุภาพไม่ธรรมดาได้ ถือเป็นของล้ำค่า ทว่ามันถูกตัดช่วงชิงไปหมดแล้ว
“เฮ้อ! ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก” หลังจากเฉินหนานเดินผ่านพ้นป่าไผ่ เขาก็พบเข้ากับป่าดิบชื้นเบื้องหน้า พร้อมกับฝูงหิ่งห้อยสายฟ้า มันก็ทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น เล็กๆ เมื่อได้ยินเสียงต่อสู้รุนแรง ดังเล็ดลอดออกมาไม่ขาด