เป็เวลากว่าสัปดาห์ที่คาร์ลนอนในโรงพยาบาล สายระบายถูกถอดออกหลังจากการตรวจครั้งล่าสุดพบว่าไม่มีภาวะเืออกในช่องเยื่อหุ้มปอดอีก หลายวันที่ผ่านมาเขาต้องฝึกหายใจตามคำบอกของพยาบาล ตาสองข้างนั้นยังคงถูกปิดไว้ กระจกตาของเขาได้รับาเ็ หลังจากที่แผลหายดีหากไม่สามารถมองเห็นได้เขาจำเป็ต้องได้รับการผ่าตัดซ้ำ
“คาร์ล ข้าวเช้ามาแล้ว เดี๋ยวพี่ช่วยป้อนเธอ”
คาร่าเฝ้าน้องชายมาั้แ่วันแรก น้องชายที่อายุห่างจากเธอถึง 12 ปี โกลเดนเบิร์กอาจมีคู่แข่งทางธุรกิจมากมาย พวกเขาห้ำหั่นกันในวงการธุรกิจเท่านั้น มีไม่กี่คนที่จะสามารถลงมือได้ถึงขั้นนี้ และคาร่ารู้ดีว่าเื่นี้เธอมีส่วนผิดไม่มากก็น้อย
“ผมทานเองได้” คาร์ลส่ายหน้าปฏิเสธ เขารับช้อนมา ลองคลำดูแล้วก็ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
ใน่ที่ผ่านมาเป็อเล็กเซย์ที่ต้องเข้าไปดูแลบริษัทเต็มตัวและเป็ตัวแทนพูดคุยกับคู่ค้า โดยทุกอย่างจะมีเมิ่งเซียนให้การช่วยเหลือดูแลในตำแหน่งเลขา เื่ใดที่สามารถตัดสินใจเองได้คาร์ลไว้ใจให้พวกเขาจัดการ ส่วนเื่ใดที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ก็ส่งมาให้เขาพิจารณา ทุกวันเขาจะได้รับรายงานของบริษัทจากทางเมิ่งเซียน และคดีความจากแมต จากการปิดข่าวครั้งนี้ทำให้โกลเดนเบิร์กยังอยู่ในสถานการณ์ปกติ จนกว่าอีกฝั่งจะมีความเคลื่อนไหว คาร่ามองคาร์ลที่นั่งทานอาหารอยู่เงียบๆ
“เื่นี้มันเกินขีดจำกัดที่คนดีๆ จะทำกันแล้ว พี่คิดว่าเราควรดึง
มอร์รอนลงมาช่วย” คาร์ลส่ายหน้าปฏิเสธ
“โอเดนบรู๊คที่อยู่ในมือเอเดรียนมีคนของรัฐมากมายหนุนหลังอยู่ ถ้าสืบไม่ได้ทั้งหมด เราก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ถ้าต้องดึงคนเหล่านี้ให้ลงหลุม สถานการณ์ตอนนี้พวกเขาจะพุ่งเป้ามาที่โกลเดนเบิร์ก พวกเราอยู่ในที่สว่างจะพังไปด้วยกันทั้งหมด”
“แต่เราจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เธอคงไม่คิดว่าพ่อแม่จะยอมให้เธอเจ็บตัวฟรีๆ หรอกนะ ต่อให้เราไม่ดึงมอร์รอนลงมา พวกเขาทำแน่”
คาร์ลเงียบไป มอร์รอนคือหน่วยงานลับของรัฐที่ได้รับทุนสนับสนุนด้านการฝึกฝนเพื่อป้องกันอาชญากรรมและการโจรกรรมทุกรูปแบบ ครึ่งหนึ่งของทุนสนับสนุนเป็ของโกลเดนเบิร์ก พวกเขาจะทำงานให้รัฐจนถึง่ระยะเวลาที่เหมาะสม จากนั้นก็จะเกษียณอายุราชการออกมาทำงานให้
โกลเดนเบิร์ก การเกษียณเกิดขึ้นในหลายกรณีด้วยกันเช่นการปฏิบัติภารกิจที่ถูกเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงไปแล้ว หนึ่งในนั้นก็คือแมต มอร์รอนนั้นมีคนแบบแมตนับพัน
“ไม่ต้องถึงมอร์รอน บอกคนของเรา ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เขาส่งคนติดตาม ไล่ล่าผม ก็ให้พวกเขาได้ััรสชาติของการถูกล่าเช่นเดียวกัน ระบบรถยนต์ในประเทศนี้ผมไม่คิดว่าคนของเราจะทำอะไรกับมันไม่ได้”
“ถ้าเธอว่าแบบนั้น”
“อย่าใช้คนที่อยู่ข้างกายผม” คาร์ลบอก คาร่าขมวดคิ้ว
“เธอสงสัยใคร”
คาร์ลส่ายหน้า เขายังไม่มั่นใจจนกว่าจะได้ข้อมูลทั้งหมดจากทีมของแมตโดยตรง บางส่วนเกษียณจากมอร์รอน แต่บางส่วนไม่ใช่ แม้ว่าเขาจะมีการกรองประวัติในการรับคนเข้ามาทำงานอย่างละเอียด แต่เมื่อย้อนคิดถึงคนที่เป็แบบเฉินรุ่ย คนแบบนี้ก็สามารถปกปิดตัวเองได้อย่างแยบยลไม่แพ้กัน
คิดถึงตรงนี้ก็ทำให้นึกถึงสิ่งที่เขาได้ยินมา ฟังจากเมิ่งเซียนทันทีที่เธอรู้ว่าเขาฟื้น เธอก็ได้ขอเข้าพบเขาทันที เื่ที่เฉินรุ่ยทำนั้นผิดกฎหมาย อีกฝ่ายติดตามเขา ฟังจากน้ำเสียงท่าทางเธอจะเป็กังวลกับสิ่งที่เด็กคนนั้นกระทำต่อเขาอย่างมาก อันที่จริงเขาเองก็พอเดาได้
‘เด็กคนนั้นได้บอกเหตุผลไหม’ เป็คำถามเดียวที่เขาถามออกไป เมิ่งเซียนขมวดคิ้วท่าทางอ้ำอึ้ง
‘เขาบอกเธอไหมว่าทำไปทำไม’ คาร์ลถามเสียงเข้ม เด็กคนนั้นชอบทำอะไรเกินตัว ั้แ่เื่อุบัติเหตุในครั้งแรกจนถึงตอนนี้เทียบกับอายุเพียงเท่านี้ เขาไม่อาจประเมินได้แล้วว่าเฉินรุ่ยจะทำอะไรได้อีกบ้าง
‘เขาเป็ห่วงคุณ’ คาร์ลเงียบเมื่อได้ยินคำตอบ นั่นทำให้เมิ่งเซียนเดาอารมณ์อีกฝ่ายไม่ถูก
‘ถ้าพวกคุณ้าสอบสวนเขาจริงๆ ฉันขออนุญาตไปด้วยในฐานะผู้ปกครอง’
‘เื่คดีความฉันจัดการเอง เธอสนใจแค่เื่งานก็พอ’ เมิ่งเซียนกล่าวขอบคุณก่อนที่เธอจะลากลับไป คาร์ลในตอนนั้นคิดว่า ถ้าเด็กคนนั้นจะเป็ห่วงเขาแล้วใช้วิธีการนี้ ก็ถือว่าเท่าเทียมกันแล้วหรือไม่ถ้าเขาจะใช้วิธีการเดียวกัน
“เด็กคนนั้น ที่มากับเมิ่งเซียน”
พวกเขาเงียบจมอยู่กับความคิดของตัวเองไปสักพักก่อนที่คาร่าจะพูดขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ถึงเื่เด็กที่เธอรู้สึกคุ้นหน้า
“เขาชื่อเฉินรุ่ย” คาร์ลบอก
“เฉินงั้นหรือ?”
“เขาทำไม” พอเป็เื่เด็กคนนี้คาร์ลไม่สนใจไม่ได้
“ไม่มีอะไร แค่เหมือนคนที่เคยรู้จัก แต่ถ้าสกุลคือเฉินก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้”
คาร์ลเงียบไป ขณะที่คาร่าหันไปสนใจกับการปอกแอปเปิ้ลในมือ เขากำลังคิดว่าการที่เฉินรุ่ยไม่มีประวัติอะไรนอกจากที่พำนักอาศัยใน ZG0 นั้นเป็ไปได้ว่าแม้แต่ชื่อของเด็กคนนั้นก็ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริง
“คนที่พี่เคยรู้จักชื่ออะไร” คาร่าหยุดมือที่ปอกแอปเปิ้ล เงยหน้ามองน้องชาย
“เธอสงสัยเด็กคนนั้นหรือ”
“ไม่ใช่ เขาเป็แค่เด็กที่เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะเท่านั้น ไม่ใช่คนร้ายกาจอะไร” คาร์ลบอก
เด็กดื้อที่สะกดรอยสัญญาณโทรศัพท์เขานั่นแหละ ไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรเลย คาร่าเลิกคิ้ว ไม่ได้สงสัยเด็กคนนั้น แต่ตอนนี้คาร่ากำลังสงสัยในตัวน้องชายของเธอมากกว่า ดีที่อีกฝ่ายมองไม่เห็นสีหน้าของเธอตอนนี้
“เด็กคนนั้นเอาแต่จ้องมองไปที่เธอตอนที่ยังไม่ได้สติ ฉันเลยติดใจกับเขานิดหน่อย บางทีเราอาจต้องสืบเื่เขา เขาเกี่ยวข้องอะไรกับเมิ่งเซียนหรือเปล่า” คาร่าแค่หยั่งเชิงและคนป่วยก็ดันแสดงออกมาทางสีหน้าเสียหมด
“ผมสืบเื่เขาไปแล้ว” คาร่าเกือบหลุดขำ คาร์ลหลุดมันออกมาเอง ถ้าเป็แค่เด็กคนหนึ่งน้องเธอจะไปสืบเื่เขาทำไมกัน
“พี่บอกมาเถอะว่าเขาเหมือนใคร”
“จางหลินน่ะ สะใภ้รองของโอเดนบรู๊ค เหมือนจะมีลูกชายอยู่คนหนึ่งดูท่าทางฉลาดมาก เกิดในปีที่ฉันออกมาจากโอเดนบรู๊คพอดี” พูดขณะที่มือก็ปอกแอปเปิ้ลต่อ
“ผมไม่เคยได้ยินว่ามีโอเดนบรู๊คคนอื่นหลงเหลืออยู่” คาร์ลว่า
“อีวาน โอเดนบรู๊ค น้องชายแท้ๆ ของเอเดรียนเป็ทายาทสายตรงเช่นเดียวกัน ก่อนหน้าพี่ไม่เคยรู้มาก่อน จนเจอครอบครัวนั้นเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ปู่ของอเล็กเซย์เสีย”
“คิดแล้วก็อดขำไม่ได้พวกเขาเลี้ยงดูลูกชายได้ดีมากทีเดียว ทั้งที่อายุห่างจากเ้าอเล็กซ์ไม่มาก ของเล่นฝั่งนั้นคือหุ่นยนต์ที่ต้องป้อนคำสั่งเอง ในขณะที่เ้าอเล็กซ์มีแผลเต็มตัวเพราะเพิ่งต่อยตีกับเพื่อนที่โรงเรียนมา สองคนนั้นยืนเทียบกัน ตอนนั้นถ้าบอกว่าใครคือทายาทโอเดนบรู๊คคนต่อไปก็หนีไม่พ้นหลินอี้แน่” คาร่าพูดไปก็อดขันไม่ได้เมื่อนึกถึงสภาพอเล็กเซย์วันนั้น
เธอรู้สึกประทับใจครอบครัวอีวานไม่น้อย ภาพในความทรงจำของเธอจึงชัดเจน ในเวลานั้นครอบครัวของเธอล้มเหลวเพราะความโลภของเอเดรียน เมื่อเจอกับครอบครัวที่ฝ่ายพ่อเป็โอเดนบรู๊คเช่นกันแต่กลับยอมทิ้งทุกอย่างในประเทศนี้เพื่อลูกและภรรยา เวลานั้นนอกจากความต่างที่ชัดเจนระหว่างเด็กสองคน เธอก็อดเปรียบเทียบกับตัวเองไม่ได้
“แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน” คาร์ลถาม
“ตอนนี้พวกเขาน่าจะอยู่ในประเทศ A แล้วล่ะ”
คาร์ลเงียบไป ทั้งอายุ ครอบครัว และสถานที่อยู่อาศัย ไม่อาจมาเกี่ยวข้องกันได้ แต่ความสามารถแบบนั้น ถ้าเด็กมัธยมต้นสามารถป้อนคำสั่งให้ปัญญาประดิษฐ์ได้ ตอนนี้จะไปได้ถึงขั้นไหนกัน
“เธอดูสนใจมากเลยนะ” คาร์ลไม่ตอบ ได้แต่ทานอาหารไปเงียบๆ
⚖️
อเล็กเซย์กำลังจะตาย
ในวันที่คาร์ลประสบอุบัติเหตุเขาอยู่ ZF9 ใช่เมืองและเขตเดียวกับที่เมิ่งเมิ่งทำงานอยู่ แต่เขาไม่ได้ไปหาเธอ อเล็กเซย์ไปติดต่อเื่สัมปทาน ในวันนั้นนอกจากแพ้การประมูลระหว่างทางกลับเขายังได้รับข่าวอุบัติเหตุของคาร์ล พอลงจากเครื่องที่ ZG6 กว่าจะเดินทางมาถึง ZE2 ก็ผ่านไปเกือบวัน
อเล็กเซย์อาสาเฝ้าไข้คาร์ลแทนแม่ ทั้งที่อีกฝ่ายเจ็บขนาดนั้น แถมยังมีสายขนาดใหญ่ออกมาจากชายโครงยังมีแรงมากพอจะไล่เขากลับ แม่ของเขาต้องเข้ามาแทรกกลาง บอกให้เขาช่วยดูแลโกลเดนเบิร์กให้ดี อเล็กเซย์จะทำอะไรได้นอกจากกลับมา ตอนนี้สิ่งที่เขาจะทำได้ดีที่สุดคือประคองสถานการณ์ในบริษัทเอาไว้
อเล็กเซย์ไม่เคยกังวลว่าเขาจะทำอะไรผิดพลาดเพราะตลอดมาเขาเชื่อว่าภาระความรับผิดชอบของโกลเดนเบิร์กอยู่ในมือของคาร์ล แต่พอวันนี้ที่มันอยู่ในมือเขา ทุกการตัดสินใจ ทุกความเคลื่อนไหวหมายถึงความเป็ไปของชีวิตในโกลเดนเบิร์ก ไม่ใช่เพียงครอบครัวเขาครอบครัวเดียว แต่หมายถึงอีกหลายครอบครัวที่ทำงานให้พวกเขาด้วย
เสียงกริ่งประตูดังขึ้น เขากดมือถือสั่งเปิดประตูเมื่อเห็นเป็เมิ่งเซียน เพราะว่าบ้านใน ZG6 อยู่ห่างจากบริษัท ทุกวันเขาจะเผชิญปัญหารถติด
สุดท้ายอเล็กเซย์จึงขอย้ายมาอยู่คอนโดของคาร์ลโดยเลือกห้องที่ว่างอยู่ในชั้นเดียวกันมาหนึ่งห้อง จากนั้นก็นำกระเป๋าเดินทางเข้ามา เขาอาศัยที่นี่เพื่อนอนและตื่นไปทำงานเท่านั้น ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้นอนสักเท่าไหร่
“ฉันเอาพวกของใช้จำเป็มาให้ค่ะ” เมิ่งเซียนเอาของไปจัดเข้าที่
“ในตู้เย็นฉันซื้อของทานเล่นมาให้ บางส่วนแม่คุณก็ฝากมา”
อเล็กเซย์ขอบคุณ ขณะไล่สายตาอ่านเอกสาร มีข้อมูลมากมายที่เขาไม่เคยรู้ในการบริหารโกลเดนเบิร์ก นี่ไม่ใช่แค่โปรเจกต์เดียวที่ทำเสร็จแล้วจบ เขาไม่สามารถบริหารโดยไร้ข้อมูลได้ เมิ่งเซียนเห็นท่าทางแบบนั้น แทนที่จะออกจากห้องไปอย่างเคย ก็หยุดมองก่อนจะพูดขึ้นมา
“ข้อมูลที่คุณไม่เข้าใจก็สามารถถามฉันได้ หาก้าสรุปฉันจะช่วยทำมันให้คุณคร่าวๆ โกลเดนเบิร์กไม่ใช่ธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเปิด เราทำงานมานานก่อนที่คุณจะเข้ามา มันไม่แปลกถ้าคุณจะขอความช่วยเหลือ”
อเล็กเซย์เงยหน้าขึ้นมา ถ้าเมิ่งเซียนตาไม่ฝาด เหมือนอีกฝ่ายเบะปากเล็กน้อยและทำท่าว่าจะร้องไห้ เขาอายุมากกว่าเฉินรุ่ยเสียอีกเด็กน้อยของเธอยังไม่เคยทำท่าทางแบบนี้เลย
“คุณอเล็กเซย์กรุณารักษาภาพลักษณ์ต่อพนักงานในบริษัทด้วยค่ะ”
‘รักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าเลขาอย่างฉันด้วย’
อเล็กเซย์ฮึบแทบไม่ทัน ั้แ่เข้ามาทำงานนี่เป็ครั้งแรกที่มีคนเสนอความช่วยเหลือด้วยความจริงใจและหวังดีต่อเขา ครอบครัวมักปล่อยให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียนรู้จากความผิดพลาด แต่ในเวลานี้เขาไม่สามารถผิดพลาดได้ เพราะหากเขาพลาดมันหมายถึงอนาคตของโกลเดนเบิร์ก
“ผมแทบจะไม่เข้าใจอะไรเลย” บอกออกไป
เมิ่งเซียนแทบกุมขมับ อีกฝ่ายไม่ใช่คนหัวทึ่ม แต่ก็ไม่ใช่คนฉลาดเหมือนกัน เธอเดินเข้าไปหาเขา มองเอกสารที่อยู่บนพื้นพรม เพราะว่าอ่านในจอจนปวดตา สุดท้ายก็ต้องปริ้นมาอ่านบางส่วน เธอหยิบมันมาดูคร่าวๆ ว่ามีเื่อะไรบ้างก่อนจะวางมันลง
“ฉันจะส่งข้อมูลสรุปในเื่ที่เราจำเป็ต้องดำเนินงานก่อนตามลำดับ คุณอ่านและทำความเข้าใจตามนั้น จุดไหน้าข้อมูลเพิ่มเติมให้ถามฉันทันที เอกสารตรงนี้มากเกินไป ตัวเลขมากมายขนาดนี้คุณรับไม่ไหวหรอก หรือคุณอยากตรวจจับความผิดปกติ ใช้อัลกอริทึมจากระบบที่เรามีจะดีกว่า”
“เมิ่งเซียนขอบคุณคุณมาก”
เมิ่งเซียนหรี่ตามอง เหมือนคนตรงหน้าจะน้ำตาคลอทำท่าจะไหลแหล่ไม่ไหลแหล่ เมิ่งเซียนคิดว่าขอตัวกลับก่อนจะดีกว่า เด็กที่บ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน ยิ่ง่นี้ดูเหมือนจะเงียบลงไปอีกยิ่งน่าห่วง แม้ว่าเื่คดีความจะไม่มีเ้าหน้าที่เข้ามาขอข้อมูลั้แ่เ้านายของเธอฟื้นขึ้นมาให้ปากคำแล้วก็ตาม
หลังจากเมิ่งเซียนออกไป อเล็กเซย์ก็ยังจมอยู่กับข้อมูลมากมาย ถึงบอกว่าจะส่งสรุปมาให้ แต่วันพรุ่งนี้ก็ยังมีเื่ให้ตัดสินใจของวันพรุ่งนี้อยู่ดี อเล็กเซย์นั่งอ่านจนเกือบเที่ยงคืน มีเอกสารจากเมิ่งเซียนเข้ามาจำนวนสิบหน้ากระดาษพอๆ กับเปเปอร์วิจัย และข้อมูลแบบสรุปในหน้าเดียวฉบับย่อแล้วย่ออีก เอามาแต่เนื้อหาที่สำคัญมากๆ ไม่รู้ไม่ได้ แทบร้อง เขาจะยกเมิ่งเซียนขึ้นหิ้งบูชาหลังจากนี้ จะตั้งใจทำงานอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นอเล็กเซย์ก็ต้องมานั่งทำความเข้าใจ ค่อยๆ ย่อยข้อมูลอีกทีอยู่ดี ข้าวเย็นยังไม่ได้กิน ไม่สนใจจะกิน ไม่หิว
เช้าวันศุกร์ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ แม้จะได้เมิ่งเซียนมาช่วยแต่สภาพ
อเล็กเซย์ก็ไม่ได้ดีขึ้น เพราะไม่ได้เก่งมาก การทำงานสักอย่างเลยใช้ความทุ่มเทมากกว่าคนอื่นหลายเท่า เทียบกับวันแรกๆ ที่อ่านยังไงก็ไม่เข้าหัว ไปนั่งประชุมก็ทำท่าเหมือนเข้าใจแล้วตอบกลับไปว่า
‘ขอผมกลับไปพิจารณาอีกที แล้วจะให้คำตอบคุณในการประชุมครั้งถัดไป’
ในตอนนี้ที่มีข้อมูลจากเมิ่งเซียนมาให้ เขาเข้าใจมันมากกว่าเดิม เเม้จะต้องมานั่งทำความเข้าใจเองอยู่นาน แต่เทียบกับเมิ่งเซียนที่ต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาสรุปให้เขาแล้ว นี่ถือว่าไม่ได้ครึ่งของเลขาเขาเลย
“คุณไปล้างหน้าและจัดการตัวเองก่อน ยังมีเวลาก่อนเข้าประชุมเย็นนี้” เมิ่งเซียนบอกอเล็กเซย์ที่ลากสังขารออกมาจากห้องทำงานตาโหล สาบานว่าเธอช่วยเต็มที่แล้ว อเล็กเซย์พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องทำงานไป
“แบบนี้ดีขึ้นไหม”
“กาแฟสักแก้วไหมคะ” เธอไม่ตอบซ้ำยังถามกลับ
“วันนี้แก้วที่ห้าแล้ว” อเล็กเซย์ส่ายหัว กาแฟก็เอาไม่อยู่หรอก อย่างไรวันนี้ก็วันศุกร์กลับห้องไปเขาจะนอนให้เต็มที่
ถึงเวลาเข้าประชุมอเล็กเซย์ผู้บริหารเอกการแสดงสวมบทบาทเรียนเเบบคาร์ล โกลเดนเบิร์กทันที เจอปัญหามากมายก็เอาความนิ่งเข้าสู้แม้ในใจอยากจะกรีดร้องแล้วพังโต๊ะปาไมค์อยู่หลายรอบก็ตาม ทุกครั้งที่กระตุกยิ้มมุมปาก เหล่ากรรมการผู้บริหารท่านอื่นก็จะเริ่มตีความไปต่างๆ นานา ทั้งที่ปากแค่กระตุกอยากจะด่าออกมาก็ได้แต่ฮึบไว้
จบการประชุม เขาเป็คนแรกที่ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง อเล็กเซย์พยักหน้ารับคำลาของทุกคน กลับเข้าไปเก็บข้าวของในห้องทำงานก่อนจะลงไปที่รถ อเล็กเซย์ให้คนขับรถของบริษัทขับมาจนถึงคอนโด
“จอดด้านหน้าก็พอ” เขาไม่เคยลงทะเบียนรถคันนี้ในระบบ และไม่อยากเสียเวลา
รถจอดสนิทด้านหน้าคอนโดแล้ว อเล็กเซย์หยิบกระเป๋าออกมาก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ส่วนบุคคล เพราะอยู่ในนั้นคนเดียวพอประตูลิฟต์ปิดเขาก็ทรุดตัวลง เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว บ่นในใจ และใครจะคิดว่าประตูลิฟต์มันจะเปิดขึ้นมาทันทีหลังจากนั้น อเล็กเซย์ดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนมองหน้าบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่
“งานหนักมากเลยเหรอ” เป็สามภพที่เดินเข้ามา
อะไรมันจะนรกชัง์แกล้งขนาดนี้ อเล็กเซย์ไม่มีแรงจะต่อปากต่อคำด้วย ได้แต่พยักหน้ากลับไป สามภพขมวดคิ้ว เงียบแบบนี้มันผิดวิสัยคนขี้โวยวาย
“ย้ายมาอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่”
“อาทิตย์ก่อน” ดูหมดแรง สีหน้าก็ไม่สู้ดี อเล็กเซย์รู้สึกว่าชั้นที่อยู่มันสูงเกินไป เมื่อไหร่จะถึง
“ไหนๆ ก็อยู่คอนโดเดียวกันฉันขอเบอร์นายหน่อย”
เหตุผลบ้าบออะไร
“ไม่ให้”
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาเบอร์ฉันไปแทน” ได้ยินแล้วอเล็กเซย์ขมวดคิ้วมุ่น
“ไม่เอา” เป็ปกติคงด่าไปแล้ว ทว่าตอนนี้แรงจะยืนยังไม่มี เขาเอาแต่มองตัวเลขดิจิตอล ทำไมไม่ถึงสักที
“งั้นเบอร์ห้องนาย” น่ารำคาญเป็บ้า
อเล็กเซย์ถอนหายใจออกมาแล้วยื่นมือถือไปให้ ไว้ค่อยบล็อกอีกฝ่ายทีหลังก็ยังได้ สามภพรับมือถือโดยเขาตั้งใจััมืออเล็กเซย์ มีไข้หรือ สามภพขมวดคิ้ว ไม่เถียงไม่ด่าไม่โต้ตอบแถมยังยอมง่ายๆ เพราะป่วยสินะ
“ไปหาหมอไหม” พูดขณะพิมพ์ลงไป เขากดโทรออกหาตัวเองก่อนจะลบประวัติทิ้ง ไม่ได้บันทึกเบอร์ของตัวเองลงไปเพราะอีกฝ่ายคงหลีกเลี่ยงจะรับสายหรือบล็อกกันไปั้แ่แรก
“ไม่” ทั้งที่ยืนจะไม่ไหว
ลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 28 สามภพก้าวออกไปก่อนจะหันไปมองคนในลิฟต์ น่าห่วงมากจริงๆ
“ฉันอยู่ห้อง 281 มีอะไรก็โทรมา”
“...” ไอ้บ้านี่แช่งกันหรือไง
ประตูลิฟต์ปิดลงก่อนจะเปิดอีกครั้งที่ชั้นของเขา อเล็กเซย์ลากสังขารตัวเองไปที่เตียงทันที เขาไม่ไหวแล้ว ้าการพักผ่อน พอหัวถึงหมอนปุ๊บก็น็อคทันที อาการแบบนี้เขาเคยเป็มาก่อนเพราะโหมงานหนักเกินไป เป็เื่ปกตินอนพักสองวันให้เต็มที่เดี๋ยวก็กลับมาเหมือนเดิมแล้ว
⚖️
ใครจะไปคิดว่าเช้าวันต่อมาจะถึงขั้นลุกไม่ขึ้น ปวดหัวจนจะะเิ ปวดเมื่อยไปทั้งตัวไม่มีแรงจะลุกขึ้นมา กระบอกตาสองข้างร้อนผ่าว คอแห้งผาก สมองเขาเบลอไปหมดเพราะฤทธิ์ไข้ อเล็กเซย์กลัวตายขึ้นมา นึกได้ว่าเมิ่งเซียนจะเข้ามาหา จึงควานหามือถือเพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่เสียงมือถือดันดังขึ้นเสียก่อน เขากดรับทันที
“คุณช่วยผมด้วย ผมจะตายแล้ว” เค้นเสียงแหบแห้งพูดออกมา
“กดคำสั่งเปิดลิฟต์ชั้น 28 ไปชั้นของนายให้ฉัน อย่าลืมปลดล็อกประตูไว้ด้วย”
อเล็กเซย์ทำตามสั่งอย่างว่าง่าย สมองเขาคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น เสร็จแล้วก็ปล่อยมือถือทิ้งไว้ข้างตัว พอคิดว่าทุกวันนี้ยังมีคนที่ตายด้วยไข้หวัดใหญ่อยู่ เขาก็กลัวตายขึ้นมา สมองน้อยๆ คิดซ้ำไปมา จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกจากดวงตาที่ร้อนผ่าวด้วยฤทธิ์ไข้
สามภพเพียง้าโทรไปเช็กว่าอีกคนอาการดีขึ้นบ้างหรือเปล่า ยังไม่ทันได้ถามปลายสายก็ดันให้คำตอบกลับมาแล้ว เป็ไปได้ว่าไม่ได้ดูให้ดีเสียด้วยซ้ำว่าใครโทรมา เขาคว้ามือถือกับกุญแจรถออกไปทันที
อเล็กเซย์ไม่บอกเลขห้อง แถมบนชั้นนี้ทั้งชั้นมีอยู่หกห้อง สามภพไล่เปิดประตูทีละห้องจึงเจอห้องที่ไม่ได้ล็อกไว้ เขาตรงเข้าไปในห้องนอนก่อนจะพบว่าอีกคนนอนร้องไห้อยู่บนเตียง สามภพอึ้งไป คนป่วยเบนสายตามาเจอเขาดวงตาแดงก่ำมีน้ำตาคลอหน่วย
“ทำไมเป็นาย” อเล็กเซย์เป็เหม่อ
สามภพเดินมานั่งลงบนเตียงก่อนจะใช้หลังมือแตะลงบนซอกคออีกฝ่ายเพื่อวัดไข้ เขาขมวดคิ้วเป็ปม ถ้าเมื่อวานไม่ดื้อแล้วไปหาหมอ วันนี้ก็ไม่เป็ขนาดนี้ นอกจากนี้ทั้งที่คาร์ลก็อยู่ที่นี่กลับปล่อยปละละเลยอีกฝ่าย เป็คนในครอบครัวแต่กลับดูแลอเล็กเซย์ได้แค่นี้หรือ
“ไปหาหมอกัน” สามภพประคองให้อเล็กเซย์ลุกขึ้นนั่ง
“จะอ้วก”
พอลุกขึ้นมาก็เวียนหัวไปหมด สามภพกวาดสายตาไปทั่วห้องก่อนจะเจอถังขยะใบน้อย เขาคว้าเอามาถือรองไว้ข้างเตียง ใช้ตัวและแขนอีกข้างประคองไม่ให้อเล็กเซย์ล้มลงไป หลังจากอาเจียนเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมา สามภพก็ปล่อยให้อีกฝ่ายลงไปนอนอีกครั้งก่อนจะหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดปากให้และจัดการกับถังขยะใบนี้
เนื่องจากปวดหัวมากเกินไปต่อให้อเล็กเซย์อยากจะหลับต่อก็ทำไม่ได้ เขานอนพับไปกับเตียง สามภพนั่งลงบนเตียง มือหนาแตะลงบนแขนของคนที่นอนซมอยู่
“ให้ฉันแบกนายไป ตกลงไหม”
เวลาแบบนี้ไม่ตกลงได้หรือไง อเล็กเซย์ได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น สามภพจึงนำมือข้างหนึ่งของอเล็กเซย์วางไว้บนบ่าตัวเอง คนป่วยขมวดคิ้วเป็ปม เขาเวียนหัวอีกแล้ว สามภพสังเกตสีหน้าของคนตรงหน้าก่อนจะช้อนใต้ขา ยกอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมแขน
ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้น อเล็กเซย์หลับตาแล้วพิงลงบนตัวอีกฝ่ายไม่อยากรับรู้อะไรอีก แบกหรืออุ้มเขาไม่สนทั้งนั้น ถ้าเขาหายดีแล้วเหตุการณ์เหล่านี้จะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น สามภพมองคนในอ้อมแขนก่อนจะพาอีกฝ่ายเดินเข้าลิฟต์ไป
⚖️