พลิกชะตามาเป็นสาวงาม

    ตอนที่ 33 สลับตัวกันวุ่น

              องค์รัชทายาททรงสามารถตกลงกับองค์ชายรองได้ด้วยดีในตอนนี้องค์ชายรองทรงให้สัจจะวาจาว่าจะจงรักภักดีองค์รัชทายาทตลอดไปดังนั้นองค์รัชทายาทจึงทรงยอมปล่อยองค์ชายรองให้เป็นอิสระ

            ในวันถัดมาเวลาพลบค่ำ องค์รัชทายาททรงเข้าเฝ้าฝ่าบาท ณ ที่ประทับของฝ่าบาท

              “มาแล้วหรือองค์รัชทายาท พ่อได้ยินข่าวว่าหลายคืนก่อนลูกนำกองกำลังบุกฐานลับนอกเมืองหลวงมันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงเค้นถาม

              “ทูลฝ่าบาทลูกแค่ปราบกองโจรพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสอ้าง

              “ไม่ใช่ว่าเจ้าไปกำราบกองทัพขององค์ชายรองงั้นหรือและหลายวันนี้พ่อก็ไม่เห็นองค์ชายรองด้วย” ฝ่าบาททรงได้ข่าวมาจากพระสนมเอก

              “ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยผิดแล้วพะย่ะค่ะหยางต้วนได้ร่วมมือกับกระหม่อมช่วยปราบโจรด้วยกัน จนเขาได้รับบาดเจ็บพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงแต่งเรื่อง

              “งั้นก็แล้วไปในวันที่เรากับเจ้าออกไปเยี่ยมราษฎรเราพบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายอดีตฮองเฮามาก ราวกับคนคนเดียวกัน” ฝ่าบาททรงสงสัย

              “อดีตฮองเฮาทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้วพะย่ะค่ะลูกเห็นกับตาของตัวเองว่าพระนางได้จากไปแล้ว” องค์รัชทายาทแสร้งมีน้ำตาคลอเพื่อทำทีว่ากำลังสะเทือนใจ

              “พ่อหวังว่าเจ้าคงไม่เล่นตุกติกอะไรหรอกนะเพราะพ่อรู้ดีว่าเจ้ารักแม่บุญธรรมของเจ้ามากแค่ไหน” ฝ่าบาททรงระแวง

              “ไม่ใช่ว่าพระองค์ทรงคิดถึงพระนางหรือพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงย้อนถาม

              “บังอาจนี่เจ้ากล้าย้อนถามพ่ออย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงกริ้ว

              “ทรงอย่าขุดคุ้ยเรื่องนี้เลยพะย่ะค่ะเพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าหลักฐานและพยานที่บ่งบอกว่าอดีตฮองเฮาก่อการกบฏเป็นของจริงหรือไม่หรือเกิดจากใครให้ร้ายอดีตฮองเฮา” องค์รัชทายาทตรัส

              “องค์ชายรองหายดีหรือยังเราอยากพบเขา” ฝ่าบาททรงเปลี่ยนเรื่อง

              “เมื่อวานนี้ลูกไปเยี่ยมเขามาแล้วบาดแผลหายดีแล้วพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส

              “พ่อไม่มีอะไรแล้วเจ้ากลับไปเถิด” ฝ่าบาทตรัส

              “กระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ”

                        ******************************

              พอกลับตำหนักองค์รัชทายาททรงรีบสวมชุดดำแล้วไปเตี๊ยมกันกับองค์ชายรองก่อนที่องค์ชายรองจะเข้าเฝ้าฝ่าบาท

              ณ ที่ประทับของฝ่าบาท

              “ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส

              “ได้ข่าวว่าเจ้าบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง” ฝ่าบาทตรัสถาม

              “กระหม่อมหายดีแล้วพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส

              “หากพ่อจะส่งเจ้าไปประจำการอยู่ชายแดนเจ้าจะว่าอย่างไร” ฝ่าบาททรงถามหยั่งเชิง

              “กระหม่อมยินดีไปพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัสเพราะตนไม่ได้หวังที่จะแก้แค้นอีกแล้ว

              “เหตุใดเจ้าถึงไม่คัดค้าน”ฝ่าบาททรงแปลกพระทัย

              “กระหม่อมทราบดีว่าพระองค์ทรงไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส

              “ถูกแล้วพ่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจริงๆการที่พ่อลดอำนาจของเจ้าและให้เจ้าไปประจำการอยู่ที่ชายแดนหนึ่งคือเพื่อปกป้ององค์รัชทายาทสองคือพ่อไม่อยากให้สองพี่น้องต้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงอำนาจเจ้าเข้าใจหรือไม่” ฝ่าบาทตรัสพระประสงค์

              “กระหม่อมเข้าใจดีพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส

              “ดูครั้งนี้จิตใจของเจ้าสงบกว่าทุกครั้งแววตาของเจ้าไม่เหลือซึ่งความแค้นอีกแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น” ฝ่าบาททรงสงสัย

              “ลูกดูตัวอย่างจากการแย่งชิงอำนาจของฝ่ายในที่แคว้นฝางพะย่ะค่ะผลสุดท้ายก็มีแต่การสูญเสียเท่านั้น” องค์ชายรองทรงกล่าวอ้าง

              “เจ้าคิดได้ก็ดีแล้วอีกสองวันเจ้าเดินทางไปชายแดนได้เลย” ฝ่าบาทตรัสสั่ง

              “รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองทรงยอมรับแต่โดยดี

                                  ******************************

              ในระหว่างที่องค์ชายรองทรงกำลังเตรียมตัวเสด็จไปชายแดนฉู่หลินเองก็ต้องเตรียมตัวไปประจำอยู่ที่สำนักแพทย์ในฐานะหมอหลวงหญิงเช่นกัน

            ดังนั้นในคืนก่อนเสด็จออกเดินทางองค์ชายรองได้เสด็จไปที่ตำหนักองค์รัชทายาทเพื่อลาฉู่หลิน

              “วันพรุ่งนี้เราต้องไปชายแดนแล้วเจ้าไม่ติดตามเราไปแน่นะ” องค์ชายรองตรัสถาม

              “หม่อมฉันเคยทูลพระองค์ไปแล้วนี่เพคะว่าหม่อมฉันอยากเป็นหมอหลวงหญิง” ฉู่หลินยังคงมุ่งมั่น

              “เจ้าเห็นตำแหน่งดีกว่าการติดตามเราไปทุกที่อย่างนั้นหรือ”องค์ชายรองทรงน้อยพระทัย

              “เอ่อ เดี๋ยวก่อนนะเพคะพระองค์ทรงเกลียดหม่อมฉันแล้วเรื่องอะไรที่หม่อมฉันจะต้องไปอยู่กับคนที่เกลียดตัวเองด้วยล่ะเพคะ” ฉู่หลินตั้งสติทบทวน

              “ไม่เป็นไรเอาเป็นว่าเราจะรอให้เจ้าเป็นฝ่ายยินยอมไปกับเราเองโดยไม่มีข้อแม้ก็แล้วกัน”องค์ชายรองตรัส

              “ทรงรักษาพระวรกายด้วยเพคะ”ฉู่หลินทำท่าคารวะแล้วรีบหนีกลับเข้าไปในห้องพักทันที

                                  ******************************

              องค์ชายรองทรงยังไม่กลับพระองค์ทรงรีบไปพบเหลียงอ้ายที่ห้องทำงานในบ้านพักที่อยู่ท้ายสุด

              “ทำไมบ้านพักของเจ้าถึงอยู่ไกลนักล่ะ”องค์ชายรองทรงบ่น

              “หม่อมฉันต้องระวังตัวนี่เพคะว่าแต่พระองค์ทรงมีอะไรชี้แนะหรือเปล่าเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว

              “ได้ข่าวว่าเจ้าทำนายดวงเป็นช่วยทำนายให้เราหน่อยสิ” องค์ชายรองตรัส

              “ทำนายเรื่องอะไรเพคะเกี่ยวกับการเมืองการปกครองอย่างนั้นหรือ” เอิ่นลั่วคาดเดา

              “ความรัก” องค์ชายรองตรัสสั้นๆ

              “หม่อมฉันหูฝาดไปหรือเปล่าเพคะ”เอิ่นลั่วแปลกใจ

              “จะทำนายหรือเปล่า”องค์ชายรองทรงแอบเขิน

              “ก็ได้เพคะทรงเขียนอักษรที่กระดาษนั่นสิเพคะ” เอิ่นลั่วชี้

              องค์ชายรองทรงเขียนเสร็จก็ยื่นให้เอิ่นลั่วอ่าน

              “พระองค์ทรงเขียนว่าเนื้อคู่” เอิ่นลั่วแอบยิ้ม สักพักก็แซวว่า “แหม! ทรงอภิเษกจนได้พระชายาแล้วยังถามถึงเนื้อคู่อีกหรือเพคะ”

              “เลิกแซวได้แล้วทำนายเถอะ” องค์ชายรองทรงมีพระพักตร์แดงก่ำ

              “หนึ่งดวงวิญญาณสองร่างเพคะ”เอิ่นลั่วกล่าวสั้นๆ

              “หมายความว่ายังไงเราไม่เข้าใจ” องค์ชายรองตรัส

              “เรื่องที่พระองค์ทรงสงสัยหากทรงอยากไขให้กระจ่าง ต้องคอยติดตามนางเท่านั้นเพคะ” เอิ่นลั่วไม่สามารถกล่าวตามตรงได้

              “เราสงสัยเรื่องอะไร”องค์ชายรองตรัสถาม

              “หนึ่งคือพระองค์ทรงสงสัยว่าเนื้อคู่ของพระองค์เป็นใคร สองคือ พระองค์ทรงรักใครกันแน่เพคะ” เอิ่นลั่วอ่านใจ

              “เจ้าอธิบายให้ชัดเถอะ เราไม่เข้าใจหรอก”องค์ชายรองตรัส

              “เนื้อคู่ของพระองค์จะมีหนึ่งสิ่งที่มีเหมือนกับพระองค์เพคะแต่มันคืออะไร หม่อมฉันไม่สามารถบอกได้ ส่วนเรื่องพฤติกรรมของฉู่หลินนั้นหม่อมฉันไปสืบมาแล้วว่า ฉู่หลินไม่มีความรู้ทางการแพทย์เลยเพคะ” เอิ่นลั่วอธิบาย

              “ถ้าอย่างนั้นนางรักษาคนได้อย่างไร”องค์ชายรองทรงแปลกพระทัย

              “ต้องถามใหม่ว่าเหตุใดนางถึงเหมือนเหวยเซียงมากแม้กระทั่งความรู้ทางการแพทย์ก็มีเหมือนกัน ต่างหากเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
              “เจ้ารู้อะไรบอกเราให้ชัดซิ” องค์ชายรองทรงอยากรู้

              “หม่อมฉันพูดไปพระองค์ก็ทรงไม่ยอมเชื่อหม่อมฉันอยู่ดี สู้ให้พระองค์พิสูจน์ด้วยตัวเองดีกว่าเพคะ”เอิ่นลั่วกล่าว

              “พิสูจน์ยังไง” องค์ชายรองตรัส

              “หม่อมฉันมีแผนการพวกเราไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทกันเถอะเพคะ” เอิ่นลั่วคิดแผนการไว้แล้ว

              องค์ชายรองทรงไม่ชอบพระทัยที่เอิ่นลั่วไม่ยอมพูดตรงๆต้องแฝงความหมายโดยนัยอยู่เรื่อย

              พอถึงตำหนักองค์รัชทายาทเอิ่นลั่วที่ปลอมตัวเป็นเหลียงอ้ายต้องแสดงบุคลิกให้เคร่งขรึมให้ได้มากที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์ขององค์รัชทายาท

              ******************************

              ณ ตำหนักองค์รัชทายาท

              “พี่ได้ข่าวว่าเจ้าจะไปประจำการอยู่ที่ชายแดนงั้นหรือ”องค์รัชทายาทตรัส

              “ใช่แล้วพะย่ะค่ะกระหม่อมต้องไปวันพรุ่งนี้แล้ว” องค์ชายรองไม่สามารถขัดรับสั่งได้

              “น่าเจ็บใจนักพระสนมเอกเป็นคนทูลให้ฝ่าบาททรงระแวงเจ้าแต่เราจำเป็นต้องให้เจ้าช่วยรับมือพระสนมเอกนี่สิ จะทำยังไงดี” องค์รัชทายาททรงต้องการให้องค์ชายรองช่วยงาน

              “งั้นพวกเราก็ใช้วิธีตบตาว่าองค์ชายรองทรงเสด็จไปที่ชายแดนสิพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายกล่าว

              “ทำยังไง” องค์รัชทายาททรงอยากรู้

              “ในเมื่อท่านแม่ทัพจะต้องเดินทางไปชายแดนอยู่แล้วก็ให้เขาปลอมตัวเป็นองค์ชายรองส่วนองค์ชายรองตัวจริงก็ปลอมเป็นทหารองครักษ์อยู่ข้างกายองค์รัชทายาทแทนไงพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายเสนอ

              “เป็นความคิดที่ดี”องค์รัชทายาททรงเห็นด้วย

              “ท่านลั่วหยางไม่สะดวกใจใช่หรือไม่ดูสีหน้าท่านดูเป็นกังวลยิ่งนัก” องค์ชายรองทรงทัก

              “กระหม่อมยินดีให้ความร่วมมือพะย่ะค่ะแต่ที่กระหม่อมห่วงก็คือซือหยี นางแกล้งแสดงไม่เป็น มีหวังความลับแตกเป็นแน่”ท่านแม่ทัพลั่วหยางอธิบาย

              “ท่านเขียนจดหมายบอกนางเถิดพวกเราจะบอกนางว่าท่านจำเป็นต้องเดินทางไปก่อนและจะให้นางร่วมขบวนเสด็จขององค์ชายรองไปชายแดนด้วยกัน ท่านเห็นว่าเป็นยังไง”เหลียงอ้ายเสนอ

              “ได้ ตกลงตามนี้” ท่านแม่ทัพลั่วหยางยอมทำตามแผนการ

                       ******************************

              และแล้วแผนการสลับตัวก็เริ่มขึ้นองค์ชายรองพระองค์จริงทรงปลอมตัวเป็นทหารองครักษ์ส่วนแม่ทัพลั่วหยางต้องปลอมตัวเป็นองค์ชายรองแทน

              ท่านเหลียงอ้ายรีบไปหาซือหยีเพื่ออธิบายให้นางฟัง

              “นี่คือจดหมายของแม่ทัพลั่วหยางเขาไม่ได้มีเจตนาทิ้งเจ้า เพียงแต่มีธุระสำคัญต้องรีบออกเดินทางไปก่อนส่วนตัวเจ้าก็ติดตามองค์ชายรองไปที่นั่นดีมั้ย” เหลียงอ้ายกล่าว

              “ไม่จริงหรอกเขาไม่บอกข้าเลยสักคำ เขาคงตั้งใจทิ้งข้าจริงๆ” ซือหยีมีน้ำตาคลอ

              “พวกเจ้าคบกันมาตั้งหลายปีแล้วนะยังไม่เชื่อใจเขาอีกงั้นหรือ” เหลียงอ้ายเตือนสติ

              “ใจคนเปลี่ยนแปลงได้เสมอนี่เจ้าคะต่อให้รักกันมากถึง 20 ปี ก็ยังสามารถผิดใจกันได้เลยเหมือนอดีตฮองเฮานั่นไง” ซือหยีเปรียบเทียบ

              “มันไม่เหมือนกันนะซือหยีเจ้าลองเชื่อใจเขาดูสักครั้ง หากเขาผิดคำพูด ก็ทูลขอให้องค์ชายรองทรงจัดการได้เลย”เหลียงอ้ายเกลี้ยกล่อม

              “ข้าต้องเสี่ยงเดินทางไปไกลถึงชายแดนเลยงั้นหรือเจ้าคะแล้วหากเขาไปมีผู้หญิงคนอื่น ข้าก็ต้องถอดสังขารเดินทางกลับมาที่นี่เนี่ยนะ”ซือหยีกล่าว

              “เจ้ากังวลเกินไปแล้วเอาเถอะ ข้าพอตรวจดวงชะตาได้ ดวงของเจ้าไม่มีทางอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรอก ชีวิตคู่ของเจ้านั้นจะได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนั่นแหละ”เหลียงอ้ายกล่าว

              “ก็ได้เจ้าค่ะข้ายอมไปก็ได้” ซือหยีใจอ่อน

              ในใจเหลียงอ้ายคิดว่า “เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ซือหยีเป็นคนขี้น้อยใจนางเกือบตัดสินใจเลิกรากับท่านแม่ทัพเสียแล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริง มีหวังท่านแม่ทัพได้อาละวาดเป็นแน่”

                                 ******************************

              ณ ตำหนักองค์รัชทายาท

              องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาพร้อมกับทหารองครักษ์คนใหม่ซึ่งแท้ที่จริงก็คือองค์ชายรองนั่นเอง

              “อ้าวฉู่หลินยังไม่ไปสำนักแพทย์อย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทตรัสทัก

              “หม่อมฉันเตรียมของเรียบร้อยแล้วเพคะเย็นนี้ถึงขนย้ายไปที่สำนักแพทย์” ฉู่หลินกล่าว

              “งั้นดีเลยให้ต้าหยวนไปช่วยเจ้าสิ” องค์รัชทายาทตรัสแนะนำ

              “ไม่เป็นไรเพคะ” ฉู่หลินเกรงใจเพราะต้าหยวนนั้นเป็นคนแปลกหน้าสำหรับนาง

              “ผู้หญิงยกของหนักไม่ไหวหรอก”องค์รัชทายาทตรัส

              “ก็ได้เพคะ ขอบพระทัยเพคะ” ฉู่หลินเลิกเกรงใจ

              ต้าหยวนหรือองครักษ์คนใหม่รีบอาสาไปช่วยขนย้ายข้าวของของฉู่หลินเพื่อย้ายไปที่บ้านพักที่อยู่ใกล้สำนักแพทย์

              “ท่านร้องไห้อย่างนั้นหรือ”ต้าหยวนเห็นร่องรอยน้ำตาของฉู่หลิน

              “เปล่าเสียหน่อยข้าจะร้องไห้ไปทำไม” ฉู่หลินพูดกลบเกลื่อนทั้งๆที่นางก็แอบร้องไห้จริงๆ

              “ได้ข่าวว่าองค์ชายรองเสด็จจากไปแล้วท่านซึ่งเป็นอดีตพระชายาคงอาลัยอาวรณ์เขาล่ะสินะ”ต้าหยวนกล่าวอย่างรู้ทัน

              “ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นหรอกท่าน” ฉู่หลินรีบปฏิเสธ

              “ทำไมล่ะ” ต้าหยวนอยากรู้

              “เรื่องราวมันซับซ้อนข้าไม่รู้จะอธิบายยังไง” ฉู่หลินพยายามเลี่ยงที่จะตอบ

              ระหว่างที่ขนของไปด้วยกันสักพักฉู่หลินก็ทำป้ายหยกตกพื้น

              ต้าหยวนเก็บขึ้นมาดูเขาก็ตกใจเพราะมันเหมือนป้ายหยกของเหวยเซียงมากเขาแอบหยิบมาเทียบกับป้ายหยกที่ตนพกติดตัวมาด้วยก็พบว่ามันเป็นลายพิมพ์เดียวกันจริงๆ

              “ต้าหยวน! ท่านเห็นป้ายหยกของข้ามั้ย” ฉู่หลินพยายามตามหาด้วยสีหน้ากังวลเพราะมันเป็นของสำคัญสำหรับนาง

              ต้าหยวนรีบเก็บป้ายหยกของเหวยเซียงที่พกติดตัวไว้ก่อนแล้วรีบส่งป้ายหยกที่ตกพื้นคืนฉู่หลิน

              “มันเป็นป้ายหยกของเจ้าอย่างนั้นหรือ”ต้าหยวนลองถาม

              “ใช่” ฉู่หลินกล่าว

              “น่าแปลก! ลายหยกเป็นศิลปะเฉพาะของแคว้นฉีท่านซึ่งเป็นชาวแคว้นฝางจะมีป้ายหยกแบบนี้ได้อย่างไร”ต้าหยวนกล่าวอ้าง

              “ไม่แปลกหรอกท่านข้ามาเที่ยวที่แคว้นฉีบ่อย ข้าก็เลยซื้อป้ายหยกของแคว้นฉีมาเก็บไว้” ฉู่หลินแต่งเรื่อง

              “อย่างนี้นี่เอง” ต้าหยวนทำเป็นเชื่อ

              ฉู่หลินรับมาเก็บไว้ทันทีราวกับว่ากลัวมันจะหายไปอีก

              ต้าหยวนคิดถึงคำทำนายของเอิ่นลั่วในใจว่า“นี่สินะ ที่เอิ่นลั่วหมายถึง ฉู่หลินเป็นเนื้อคู่ของเรานางมีป้ายหยกเหมือนเรา ว่าแต่เหตุใดนางถึงมีป้ายหยกนี้ทั้งๆที่มันเป็นป้ายหยกประจำตระกูลของเหวยเซียง เราต้องรู้ความจริงให้จงได้”

               
                                 ******************************

              ณ ขบวนเสด็จขององค์ชายรอง

              ซือหยีรู้สึกน้อยใจแม่ทัพลั่วหยางที่เขาไม่ยอมรอเดินทางไปชายแดนพร้อมกับนาง

              เนื่องจากมีข่าวลือกันว่าแม่ทัพลั่วหยางทิ้งซือหยีโดยหนีกลับชายแดนไปแล้วและซือหยีก็ยังดึงดันตามมาที่ชายแดนอีก ทำให้ทหารที่แอบหลงรักซือหยีพากันรุมจีบนางไม่เว้นแม้กระทั่งไฉ่สง

              “แม่นางซือหยีเจ้าไม่คิดมองคนอื่นบ้างเลยงั้นหรือ” ไฉ่สงถาม

              “ไม่ล่ะข้ายังคงมีความเชื่อว่าลั่วหยางคงมีเหตุผลจำเป็นบางอย่าง” ซือหยีกล่าว

              “ช่างน่าอิจฉาท่านแม่ทัพยิ่งนักที่มีคนรักคงมั่นเช่นเจ้า”ไฉ่สงรู้สึกอิจฉาจริงๆ

              “ความรักระหว่างข้ากับท่านแม่ทัพมันเกิดจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหาใช่ความใคร่ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งคราวไม่ หวังว่าท่านจะเข้าใจนะไฉ่สง” ซือหยีกล่าว

              “ข้าเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงที่พูดตรงเช่นเจ้ายังไงพวกเรานั้นเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่” ไฉ่สงอยากคบซือหยีเป็นสหาย

              “หากท่านมีความจริงใจที่จะคบข้าเป็นเพื่อนข้าก็ยินดี” ซือหยีกล่าว

              “มีอะไรกันอย่างนั้นหรือ”แม่ทัพลั่วหยางที่ปลอมตัวเป็นองค์ชายรองแอบฟังมานานแล้ว พอทนไม่ได้ก็เลยรีบออกมาขัดจังหวะ

              “ไม่มีเพคะพวกเราแค่สนทนากันเท่านั้น” ซือหยีกล่าว

              “เราหิวแล้วเจ้าช่วยยกสำรับอาหารมาให้หน่อยสิ” แม่ทัพลั่วหยางหาเรื่องใช้นาง

              “เอ่อแล้วนางกำนัลคนอื่นล่ะเพคะ” ซือหยีคิดว่าตนไม่ใช่นางกำนัลข้างกายองค์ชายรอง

              “เจ้าไม่สะดวกอย่างนั้นหรือ” แม่ทัพลั่วหยางกล่าว

              “ก็ได้เพคะ” ซือหยีก็เลยยอมรับใช้องค์ชายรองตัวปลอม

              กลายเป็นว่าซือหยีจะต้องคอยรับใช้องค์ชายรองอย่างใกล้ชิดทำให้ซือหยีไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว และไม่สามารถพูดคุยกับใครได้อีกซึ่งนางเองก็แปลกใจเหมือนกัน

              “เอ่อองค์ชายรองเพคะ เหตุใดถึงให้หม่อมฉันคอยติดตามพระองค์ไปทุกที่แบบนี้แม้กระทั่งเดินทางโดยรถม้า หม่อมฉันก็ต้องนั่งคันเดียวกับพระองค์” ซือหยีบ่น

              “ก่อนไปแม่ทัพลั่วหยางได้มาขอร้องเรา บอกให้เรากันไม่ให้ชายอื่นเข้าใกล้เจ้า” แม่ทัพลั่วหยางรีบกล่าวอ้าง

              “เขาบอกพระองค์เช่นนั้นหรือเพคะ”ซือหยีสงสัย

              “ใช่! เขาบอกว่าจะจัดงานแต่งงานระหว่างเจ้ากับเขาที่ชายแดนนั่นหวังว่าเจ้าจะไม่เปลี่ยนใจไปรักใครหรอกนะ” แม่ทัพลั่วหยางหวงนางมาก

              “หม่อมฉันไม่อยู่แล้วเพคะแต่สำหรับเขาหม่อมฉันไม่รู้” ซือหยีรู้สึกน้อยใจ

              “เจ้าเองก็เห็นว่าบุคลิกภายนอกของเขาเป็นเช่นไรหญิงใดที่เห็นเขาต่างพากันกลัวเกรง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาเลยสักคนยกเว้นเจ้า”แม่ทัพกล่าวอ้าง

              “หม่อมฉันก็กลัวเขาเพคะ”ซือหยีสารภาพ

              “อะไรนะ” แม่ทัพตกใจ

              “แต่เพราะหม่อมฉันรู้จักเขามานานจึงรู้ว่าโดยเนื้อแท้แล้ว เขาเป็นคนใจดีเพคะ” ซือหยีกล่าว

              “เจ้ารักเขามากเลยงั้นหรือ”แม่ทัพหลอกถาม

              “หม่อมฉันจะรักเขาเพียงคนเดียวตลอดไปเพคะแม้เขาจะเปลี่ยนใจไปจากหม่อมฉันแล้วก็ตาม”ซือหยีเผลอเปิดใจให้คนรักรู้โดยไม่รู้ตัว

              “อ่ะนี่” องค์ชายรองตัวปลอมทรงมอบกำไลหยกให้

              “นี่คืออะไรหรือเพคะ”ซือหยีสงสัย

              “ท่านแม่ทัพฝากมา สวมซะสิเขาบอกว่ามันคือของหมั้น” แม่ทัพยื่นให้เขาอยากจะสวมให้กับมือ แต่ทำไม่ได้เพราะเขาปลอมเป็นองค์ชายรองอยู่ มันไม่เหมาะสม

              ซือหยีรับมาอย่างงงๆแต่นางก็ยอมสวมใส่แต่โดยดี จนท่านแม่ทัพที่สวมรอยเป็นองค์ชายรองแอบยิ้ม

              ท่านแม่ทัพลั่วหยางคิดในใจว่า “ขอบคุณที่เจ้ามีรักคงมั่นนะซือหยี ขอบคุณที่เชื่อใจกันข้าจะดูแลเจ้าไปตลอดชีวิตของข้า”

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตามาเป็นสาวงาม ที่คุณอ่าน

    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179