องค์รัชทายาททรงสามารถตกลงกับองค์ชายรองได้ด้วยดีในตอนนี้องค์ชายรองทรงให้สัจจะวาจาว่าจะจงรักภักดีองค์รัชทายาทตลอดไปดังนั้นองค์รัชทายาทจึงทรงยอมปล่อยองค์ชายรองให้เป็นอิสระ
ในวันถัดมาเวลาพลบค่ำ องค์รัชทายาททรงเข้าเฝ้าฝ่าบาท ณ ที่ประทับของฝ่าบาท
“มาแล้วหรือองค์รัชทายาท พ่อได้ยินข่าวว่าหลายคืนก่อนลูกนำกองกำลังบุกฐานลับนอกเมืองหลวงมันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงเค้นถาม
“ทูลฝ่าบาทลูกแค่ปราบกองโจรพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสอ้าง
“ไม่ใช่ว่าเจ้าไปกำราบกองทัพขององค์ชายรองงั้นหรือและหลายวันนี้พ่อก็ไม่เห็นองค์ชายรองด้วย” ฝ่าบาททรงได้ข่าวมาจากพระสนมเอก
“ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยผิดแล้วพะย่ะค่ะหยางต้วนได้ร่วมมือกับกระหม่อมช่วยปราบโจรด้วยกัน จนเขาได้รับบาดเจ็บพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงแต่งเรื่อง
“งั้นก็แล้วไปในวันที่เรากับเจ้าออกไปเยี่ยมราษฎรเราพบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายอดีตฮองเฮามาก ราวกับคนคนเดียวกัน” ฝ่าบาททรงสงสัย
“อดีตฮองเฮาทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้วพะย่ะค่ะลูกเห็นกับตาของตัวเองว่าพระนางได้จากไปแล้ว” องค์รัชทายาทแสร้งมีน้ำตาคลอเพื่อทำทีว่ากำลังสะเทือนใจ
“พ่อหวังว่าเจ้าคงไม่เล่นตุกติกอะไรหรอกนะเพราะพ่อรู้ดีว่าเจ้ารักแม่บุญธรรมของเจ้ามากแค่ไหน” ฝ่าบาททรงระแวง
“ไม่ใช่ว่าพระองค์ทรงคิดถึงพระนางหรือพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงย้อนถาม
“บังอาจนี่เจ้ากล้าย้อนถามพ่ออย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงกริ้ว
“ทรงอย่าขุดคุ้ยเรื่องนี้เลยพะย่ะค่ะเพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าหลักฐานและพยานที่บ่งบอกว่าอดีตฮองเฮาก่อการกบฏเป็นของจริงหรือไม่หรือเกิดจากใครให้ร้ายอดีตฮองเฮา” องค์รัชทายาทตรัส
“องค์ชายรองหายดีหรือยังเราอยากพบเขา” ฝ่าบาททรงเปลี่ยนเรื่อง
“เมื่อวานนี้ลูกไปเยี่ยมเขามาแล้วบาดแผลหายดีแล้วพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“พ่อไม่มีอะไรแล้วเจ้ากลับไปเถิด” ฝ่าบาทตรัส
“กระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ”
******************************
พอกลับตำหนักองค์รัชทายาททรงรีบสวมชุดดำแล้วไปเตี๊ยมกันกับองค์ชายรองก่อนที่องค์ชายรองจะเข้าเฝ้าฝ่าบาท
ณ ที่ประทับของฝ่าบาท
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
“ได้ข่าวว่าเจ้าบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง” ฝ่าบาทตรัสถาม
“กระหม่อมหายดีแล้วพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“หากพ่อจะส่งเจ้าไปประจำการอยู่ชายแดนเจ้าจะว่าอย่างไร” ฝ่าบาททรงถามหยั่งเชิง
“กระหม่อมยินดีไปพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัสเพราะตนไม่ได้หวังที่จะแก้แค้นอีกแล้ว
“เหตุใดเจ้าถึงไม่คัดค้าน”ฝ่าบาททรงแปลกพระทัย
“กระหม่อมทราบดีว่าพระองค์ทรงไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“ถูกแล้วพ่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจริงๆการที่พ่อลดอำนาจของเจ้าและให้เจ้าไปประจำการอยู่ที่ชายแดนหนึ่งคือเพื่อปกป้ององค์รัชทายาทสองคือพ่อไม่อยากให้สองพี่น้องต้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงอำนาจเจ้าเข้าใจหรือไม่” ฝ่าบาทตรัสพระประสงค์
“กระหม่อมเข้าใจดีพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
“ดูครั้งนี้จิตใจของเจ้าสงบกว่าทุกครั้งแววตาของเจ้าไม่เหลือซึ่งความแค้นอีกแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น” ฝ่าบาททรงสงสัย
“ลูกดูตัวอย่างจากการแย่งชิงอำนาจของฝ่ายในที่แคว้นฝางพะย่ะค่ะผลสุดท้ายก็มีแต่การสูญเสียเท่านั้น” องค์ชายรองทรงกล่าวอ้าง
“เจ้าคิดได้ก็ดีแล้วอีกสองวันเจ้าเดินทางไปชายแดนได้เลย” ฝ่าบาทตรัสสั่ง
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองทรงยอมรับแต่โดยดี
******************************
ในระหว่างที่องค์ชายรองทรงกำลังเตรียมตัวเสด็จไปชายแดนฉู่หลินเองก็ต้องเตรียมตัวไปประจำอยู่ที่สำนักแพทย์ในฐานะหมอหลวงหญิงเช่นกัน
ดังนั้นในคืนก่อนเสด็จออกเดินทางองค์ชายรองได้เสด็จไปที่ตำหนักองค์รัชทายาทเพื่อลาฉู่หลิน
“วันพรุ่งนี้เราต้องไปชายแดนแล้วเจ้าไม่ติดตามเราไปแน่นะ” องค์ชายรองตรัสถาม
“หม่อมฉันเคยทูลพระองค์ไปแล้วนี่เพคะว่าหม่อมฉันอยากเป็นหมอหลวงหญิง” ฉู่หลินยังคงมุ่งมั่น
“เจ้าเห็นตำแหน่งดีกว่าการติดตามเราไปทุกที่อย่างนั้นหรือ”องค์ชายรองทรงน้อยพระทัย
“เอ่อ เดี๋ยวก่อนนะเพคะพระองค์ทรงเกลียดหม่อมฉันแล้วเรื่องอะไรที่หม่อมฉันจะต้องไปอยู่กับคนที่เกลียดตัวเองด้วยล่ะเพคะ” ฉู่หลินตั้งสติทบทวน
“ไม่เป็นไรเอาเป็นว่าเราจะรอให้เจ้าเป็นฝ่ายยินยอมไปกับเราเองโดยไม่มีข้อแม้ก็แล้วกัน”องค์ชายรองตรัส
“ทรงรักษาพระวรกายด้วยเพคะ”ฉู่หลินทำท่าคารวะแล้วรีบหนีกลับเข้าไปในห้องพักทันที
******************************
องค์ชายรองทรงยังไม่กลับพระองค์ทรงรีบไปพบเหลียงอ้ายที่ห้องทำงานในบ้านพักที่อยู่ท้ายสุด
“ทำไมบ้านพักของเจ้าถึงอยู่ไกลนักล่ะ”องค์ชายรองทรงบ่น
“หม่อมฉันต้องระวังตัวนี่เพคะว่าแต่พระองค์ทรงมีอะไรชี้แนะหรือเปล่าเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“ได้ข่าวว่าเจ้าทำนายดวงเป็นช่วยทำนายให้เราหน่อยสิ” องค์ชายรองตรัส
“ทำนายเรื่องอะไรเพคะเกี่ยวกับการเมืองการปกครองอย่างนั้นหรือ” เอิ่นลั่วคาดเดา
“ความรัก” องค์ชายรองตรัสสั้นๆ
“หม่อมฉันหูฝาดไปหรือเปล่าเพคะ”เอิ่นลั่วแปลกใจ
“จะทำนายหรือเปล่า”องค์ชายรองทรงแอบเขิน
“ก็ได้เพคะทรงเขียนอักษรที่กระดาษนั่นสิเพคะ” เอิ่นลั่วชี้
องค์ชายรองทรงเขียนเสร็จก็ยื่นให้เอิ่นลั่วอ่าน
“พระองค์ทรงเขียนว่าเนื้อคู่” เอิ่นลั่วแอบยิ้ม สักพักก็แซวว่า “แหม! ทรงอภิเษกจนได้พระชายาแล้วยังถามถึงเนื้อคู่อีกหรือเพคะ”
“เลิกแซวได้แล้วทำนายเถอะ” องค์ชายรองทรงมีพระพักตร์แดงก่ำ
“หนึ่งดวงวิญญาณสองร่างเพคะ”เอิ่นลั่วกล่าวสั้นๆ
“หมายความว่ายังไงเราไม่เข้าใจ” องค์ชายรองตรัส
“เรื่องที่พระองค์ทรงสงสัยหากทรงอยากไขให้กระจ่าง ต้องคอยติดตามนางเท่านั้นเพคะ” เอิ่นลั่วไม่สามารถกล่าวตามตรงได้
“เราสงสัยเรื่องอะไร”องค์ชายรองตรัสถาม
“หนึ่งคือพระองค์ทรงสงสัยว่าเนื้อคู่ของพระองค์เป็นใคร สองคือ พระองค์ทรงรักใครกันแน่เพคะ” เอิ่นลั่วอ่านใจ
“เจ้าอธิบายให้ชัดเถอะ เราไม่เข้าใจหรอก”องค์ชายรองตรัส
“เนื้อคู่ของพระองค์จะมีหนึ่งสิ่งที่มีเหมือนกับพระองค์เพคะแต่มันคืออะไร หม่อมฉันไม่สามารถบอกได้ ส่วนเรื่องพฤติกรรมของฉู่หลินนั้นหม่อมฉันไปสืบมาแล้วว่า ฉู่หลินไม่มีความรู้ทางการแพทย์เลยเพคะ” เอิ่นลั่วอธิบาย
“ถ้าอย่างนั้นนางรักษาคนได้อย่างไร”องค์ชายรองทรงแปลกพระทัย
“ต้องถามใหม่ว่าเหตุใดนางถึงเหมือนเหวยเซียงมากแม้กระทั่งความรู้ทางการแพทย์ก็มีเหมือนกัน ต่างหากเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“เจ้ารู้อะไรบอกเราให้ชัดซิ” องค์ชายรองทรงอยากรู้
“หม่อมฉันพูดไปพระองค์ก็ทรงไม่ยอมเชื่อหม่อมฉันอยู่ดี สู้ให้พระองค์พิสูจน์ด้วยตัวเองดีกว่าเพคะ”เอิ่นลั่วกล่าว
“พิสูจน์ยังไง” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันมีแผนการพวกเราไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทกันเถอะเพคะ” เอิ่นลั่วคิดแผนการไว้แล้ว
องค์ชายรองทรงไม่ชอบพระทัยที่เอิ่นลั่วไม่ยอมพูดตรงๆต้องแฝงความหมายโดยนัยอยู่เรื่อย
พอถึงตำหนักองค์รัชทายาทเอิ่นลั่วที่ปลอมตัวเป็นเหลียงอ้ายต้องแสดงบุคลิกให้เคร่งขรึมให้ได้มากที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์ขององค์รัชทายาท
******************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
“พี่ได้ข่าวว่าเจ้าจะไปประจำการอยู่ที่ชายแดนงั้นหรือ”องค์รัชทายาทตรัส
“ใช่แล้วพะย่ะค่ะกระหม่อมต้องไปวันพรุ่งนี้แล้ว” องค์ชายรองไม่สามารถขัดรับสั่งได้
“น่าเจ็บใจนักพระสนมเอกเป็นคนทูลให้ฝ่าบาททรงระแวงเจ้าแต่เราจำเป็นต้องให้เจ้าช่วยรับมือพระสนมเอกนี่สิ จะทำยังไงดี” องค์รัชทายาททรงต้องการให้องค์ชายรองช่วยงาน
“งั้นพวกเราก็ใช้วิธีตบตาว่าองค์ชายรองทรงเสด็จไปที่ชายแดนสิพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายกล่าว
“ทำยังไง” องค์รัชทายาททรงอยากรู้
“ในเมื่อท่านแม่ทัพจะต้องเดินทางไปชายแดนอยู่แล้วก็ให้เขาปลอมตัวเป็นองค์ชายรองส่วนองค์ชายรองตัวจริงก็ปลอมเป็นทหารองครักษ์อยู่ข้างกายองค์รัชทายาทแทนไงพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายเสนอ
“เป็นความคิดที่ดี”องค์รัชทายาททรงเห็นด้วย
“ท่านลั่วหยางไม่สะดวกใจใช่หรือไม่ดูสีหน้าท่านดูเป็นกังวลยิ่งนัก” องค์ชายรองทรงทัก
“กระหม่อมยินดีให้ความร่วมมือพะย่ะค่ะแต่ที่กระหม่อมห่วงก็คือซือหยี นางแกล้งแสดงไม่เป็น มีหวังความลับแตกเป็นแน่”ท่านแม่ทัพลั่วหยางอธิบาย
“ท่านเขียนจดหมายบอกนางเถิดพวกเราจะบอกนางว่าท่านจำเป็นต้องเดินทางไปก่อนและจะให้นางร่วมขบวนเสด็จขององค์ชายรองไปชายแดนด้วยกัน ท่านเห็นว่าเป็นยังไง”เหลียงอ้ายเสนอ
“ได้ ตกลงตามนี้” ท่านแม่ทัพลั่วหยางยอมทำตามแผนการ
******************************
และแล้วแผนการสลับตัวก็เริ่มขึ้นองค์ชายรองพระองค์จริงทรงปลอมตัวเป็นทหารองครักษ์ส่วนแม่ทัพลั่วหยางต้องปลอมตัวเป็นองค์ชายรองแทน
ท่านเหลียงอ้ายรีบไปหาซือหยีเพื่ออธิบายให้นางฟัง
“นี่คือจดหมายของแม่ทัพลั่วหยางเขาไม่ได้มีเจตนาทิ้งเจ้า เพียงแต่มีธุระสำคัญต้องรีบออกเดินทางไปก่อนส่วนตัวเจ้าก็ติดตามองค์ชายรองไปที่นั่นดีมั้ย” เหลียงอ้ายกล่าว
“ไม่จริงหรอกเขาไม่บอกข้าเลยสักคำ เขาคงตั้งใจทิ้งข้าจริงๆ” ซือหยีมีน้ำตาคลอ
“พวกเจ้าคบกันมาตั้งหลายปีแล้วนะยังไม่เชื่อใจเขาอีกงั้นหรือ” เหลียงอ้ายเตือนสติ
“ใจคนเปลี่ยนแปลงได้เสมอนี่เจ้าคะต่อให้รักกันมากถึง 20 ปี ก็ยังสามารถผิดใจกันได้เลยเหมือนอดีตฮองเฮานั่นไง” ซือหยีเปรียบเทียบ
“มันไม่เหมือนกันนะซือหยีเจ้าลองเชื่อใจเขาดูสักครั้ง หากเขาผิดคำพูด ก็ทูลขอให้องค์ชายรองทรงจัดการได้เลย”เหลียงอ้ายเกลี้ยกล่อม
“ข้าต้องเสี่ยงเดินทางไปไกลถึงชายแดนเลยงั้นหรือเจ้าคะแล้วหากเขาไปมีผู้หญิงคนอื่น ข้าก็ต้องถอดสังขารเดินทางกลับมาที่นี่เนี่ยนะ”ซือหยีกล่าว
“เจ้ากังวลเกินไปแล้วเอาเถอะ ข้าพอตรวจดวงชะตาได้ ดวงของเจ้าไม่มีทางอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรอก ชีวิตคู่ของเจ้านั้นจะได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนั่นแหละ”เหลียงอ้ายกล่าว
“ก็ได้เจ้าค่ะข้ายอมไปก็ได้” ซือหยีใจอ่อน
ในใจเหลียงอ้ายคิดว่า “เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ซือหยีเป็นคนขี้น้อยใจนางเกือบตัดสินใจเลิกรากับท่านแม่ทัพเสียแล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริง มีหวังท่านแม่ทัพได้อาละวาดเป็นแน่”
******************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาพร้อมกับทหารองครักษ์คนใหม่ซึ่งแท้ที่จริงก็คือองค์ชายรองนั่นเอง
“อ้าวฉู่หลินยังไม่ไปสำนักแพทย์อย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทตรัสทัก
“หม่อมฉันเตรียมของเรียบร้อยแล้วเพคะเย็นนี้ถึงขนย้ายไปที่สำนักแพทย์” ฉู่หลินกล่าว
“งั้นดีเลยให้ต้าหยวนไปช่วยเจ้าสิ” องค์รัชทายาทตรัสแนะนำ
“ไม่เป็นไรเพคะ” ฉู่หลินเกรงใจเพราะต้าหยวนนั้นเป็นคนแปลกหน้าสำหรับนาง
“ผู้หญิงยกของหนักไม่ไหวหรอก”องค์รัชทายาทตรัส
“ก็ได้เพคะ ขอบพระทัยเพคะ” ฉู่หลินเลิกเกรงใจ
ต้าหยวนหรือองครักษ์คนใหม่รีบอาสาไปช่วยขนย้ายข้าวของของฉู่หลินเพื่อย้ายไปที่บ้านพักที่อยู่ใกล้สำนักแพทย์
“ท่านร้องไห้อย่างนั้นหรือ”ต้าหยวนเห็นร่องรอยน้ำตาของฉู่หลิน
“เปล่าเสียหน่อยข้าจะร้องไห้ไปทำไม” ฉู่หลินพูดกลบเกลื่อนทั้งๆที่นางก็แอบร้องไห้จริงๆ
“ได้ข่าวว่าองค์ชายรองเสด็จจากไปแล้วท่านซึ่งเป็นอดีตพระชายาคงอาลัยอาวรณ์เขาล่ะสินะ”ต้าหยวนกล่าวอย่างรู้ทัน
“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นหรอกท่าน” ฉู่หลินรีบปฏิเสธ
“ทำไมล่ะ” ต้าหยวนอยากรู้
“เรื่องราวมันซับซ้อนข้าไม่รู้จะอธิบายยังไง” ฉู่หลินพยายามเลี่ยงที่จะตอบ
ระหว่างที่ขนของไปด้วยกันสักพักฉู่หลินก็ทำป้ายหยกตกพื้น
ต้าหยวนเก็บขึ้นมาดูเขาก็ตกใจเพราะมันเหมือนป้ายหยกของเหวยเซียงมากเขาแอบหยิบมาเทียบกับป้ายหยกที่ตนพกติดตัวมาด้วยก็พบว่ามันเป็นลายพิมพ์เดียวกันจริงๆ
“ต้าหยวน! ท่านเห็นป้ายหยกของข้ามั้ย” ฉู่หลินพยายามตามหาด้วยสีหน้ากังวลเพราะมันเป็นของสำคัญสำหรับนาง
ต้าหยวนรีบเก็บป้ายหยกของเหวยเซียงที่พกติดตัวไว้ก่อนแล้วรีบส่งป้ายหยกที่ตกพื้นคืนฉู่หลิน
“มันเป็นป้ายหยกของเจ้าอย่างนั้นหรือ”ต้าหยวนลองถาม
“ใช่” ฉู่หลินกล่าว
“น่าแปลก! ลายหยกเป็นศิลปะเฉพาะของแคว้นฉีท่านซึ่งเป็นชาวแคว้นฝางจะมีป้ายหยกแบบนี้ได้อย่างไร”ต้าหยวนกล่าวอ้าง
“ไม่แปลกหรอกท่านข้ามาเที่ยวที่แคว้นฉีบ่อย ข้าก็เลยซื้อป้ายหยกของแคว้นฉีมาเก็บไว้” ฉู่หลินแต่งเรื่อง
“อย่างนี้นี่เอง” ต้าหยวนทำเป็นเชื่อ
ฉู่หลินรับมาเก็บไว้ทันทีราวกับว่ากลัวมันจะหายไปอีก
ต้าหยวนคิดถึงคำทำนายของเอิ่นลั่วในใจว่า“นี่สินะ ที่เอิ่นลั่วหมายถึง ฉู่หลินเป็นเนื้อคู่ของเรานางมีป้ายหยกเหมือนเรา ว่าแต่เหตุใดนางถึงมีป้ายหยกนี้ทั้งๆที่มันเป็นป้ายหยกประจำตระกูลของเหวยเซียง เราต้องรู้ความจริงให้จงได้”
******************************
ณ ขบวนเสด็จขององค์ชายรอง
ซือหยีรู้สึกน้อยใจแม่ทัพลั่วหยางที่เขาไม่ยอมรอเดินทางไปชายแดนพร้อมกับนาง
เนื่องจากมีข่าวลือกันว่าแม่ทัพลั่วหยางทิ้งซือหยีโดยหนีกลับชายแดนไปแล้วและซือหยีก็ยังดึงดันตามมาที่ชายแดนอีก ทำให้ทหารที่แอบหลงรักซือหยีพากันรุมจีบนางไม่เว้นแม้กระทั่งไฉ่สง
“แม่นางซือหยีเจ้าไม่คิดมองคนอื่นบ้างเลยงั้นหรือ” ไฉ่สงถาม
“ไม่ล่ะข้ายังคงมีความเชื่อว่าลั่วหยางคงมีเหตุผลจำเป็นบางอย่าง” ซือหยีกล่าว
“ช่างน่าอิจฉาท่านแม่ทัพยิ่งนักที่มีคนรักคงมั่นเช่นเจ้า”ไฉ่สงรู้สึกอิจฉาจริงๆ
“ความรักระหว่างข้ากับท่านแม่ทัพมันเกิดจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหาใช่ความใคร่ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งคราวไม่ หวังว่าท่านจะเข้าใจนะไฉ่สง” ซือหยีกล่าว
“ข้าเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงที่พูดตรงเช่นเจ้ายังไงพวกเรานั้นเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่” ไฉ่สงอยากคบซือหยีเป็นสหาย
“หากท่านมีความจริงใจที่จะคบข้าเป็นเพื่อนข้าก็ยินดี” ซือหยีกล่าว
“มีอะไรกันอย่างนั้นหรือ”แม่ทัพลั่วหยางที่ปลอมตัวเป็นองค์ชายรองแอบฟังมานานแล้ว พอทนไม่ได้ก็เลยรีบออกมาขัดจังหวะ
“ไม่มีเพคะพวกเราแค่สนทนากันเท่านั้น” ซือหยีกล่าว
“เราหิวแล้วเจ้าช่วยยกสำรับอาหารมาให้หน่อยสิ” แม่ทัพลั่วหยางหาเรื่องใช้นาง
“เอ่อแล้วนางกำนัลคนอื่นล่ะเพคะ” ซือหยีคิดว่าตนไม่ใช่นางกำนัลข้างกายองค์ชายรอง
“เจ้าไม่สะดวกอย่างนั้นหรือ” แม่ทัพลั่วหยางกล่าว
“ก็ได้เพคะ” ซือหยีก็เลยยอมรับใช้องค์ชายรองตัวปลอม
กลายเป็นว่าซือหยีจะต้องคอยรับใช้องค์ชายรองอย่างใกล้ชิดทำให้ซือหยีไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว และไม่สามารถพูดคุยกับใครได้อีกซึ่งนางเองก็แปลกใจเหมือนกัน
“เอ่อองค์ชายรองเพคะ เหตุใดถึงให้หม่อมฉันคอยติดตามพระองค์ไปทุกที่แบบนี้แม้กระทั่งเดินทางโดยรถม้า หม่อมฉันก็ต้องนั่งคันเดียวกับพระองค์” ซือหยีบ่น
“ก่อนไปแม่ทัพลั่วหยางได้มาขอร้องเรา บอกให้เรากันไม่ให้ชายอื่นเข้าใกล้เจ้า” แม่ทัพลั่วหยางรีบกล่าวอ้าง
“เขาบอกพระองค์เช่นนั้นหรือเพคะ”ซือหยีสงสัย
“ใช่! เขาบอกว่าจะจัดงานแต่งงานระหว่างเจ้ากับเขาที่ชายแดนนั่นหวังว่าเจ้าจะไม่เปลี่ยนใจไปรักใครหรอกนะ” แม่ทัพลั่วหยางหวงนางมาก
“หม่อมฉันไม่อยู่แล้วเพคะแต่สำหรับเขาหม่อมฉันไม่รู้” ซือหยีรู้สึกน้อยใจ
“เจ้าเองก็เห็นว่าบุคลิกภายนอกของเขาเป็นเช่นไรหญิงใดที่เห็นเขาต่างพากันกลัวเกรง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาเลยสักคนยกเว้นเจ้า”แม่ทัพกล่าวอ้าง
“หม่อมฉันก็กลัวเขาเพคะ”ซือหยีสารภาพ
“อะไรนะ” แม่ทัพตกใจ
“แต่เพราะหม่อมฉันรู้จักเขามานานจึงรู้ว่าโดยเนื้อแท้แล้ว เขาเป็นคนใจดีเพคะ” ซือหยีกล่าว
“เจ้ารักเขามากเลยงั้นหรือ”แม่ทัพหลอกถาม
“หม่อมฉันจะรักเขาเพียงคนเดียวตลอดไปเพคะแม้เขาจะเปลี่ยนใจไปจากหม่อมฉันแล้วก็ตาม”ซือหยีเผลอเปิดใจให้คนรักรู้โดยไม่รู้ตัว
“อ่ะนี่” องค์ชายรองตัวปลอมทรงมอบกำไลหยกให้
“นี่คืออะไรหรือเพคะ”ซือหยีสงสัย
“ท่านแม่ทัพฝากมา สวมซะสิเขาบอกว่ามันคือของหมั้น” แม่ทัพยื่นให้เขาอยากจะสวมให้กับมือ แต่ทำไม่ได้เพราะเขาปลอมเป็นองค์ชายรองอยู่ มันไม่เหมาะสม
ซือหยีรับมาอย่างงงๆแต่นางก็ยอมสวมใส่แต่โดยดี จนท่านแม่ทัพที่สวมรอยเป็นองค์ชายรองแอบยิ้ม
ท่านแม่ทัพลั่วหยางคิดในใจว่า “ขอบคุณที่เจ้ามีรักคงมั่นนะซือหยี ขอบคุณที่เชื่อใจกันข้าจะดูแลเจ้าไปตลอดชีวิตของข้า”