[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 ตำแหน่งประธาน (อัปเดต)

            หลังจากที่ได้ทำสัญญาระยะยาวกับห้างสมบัติมังกรทองแล้ววันต่อมาหลี่ลั่วก็ได้ประกาศเปิดการประชุมระดับสูงขึ้นที่เรือนซีหยางทันทีในนามของคุณชายน้อย

            ณห้องประชุม รองประธานจวงอี้มาถึงเป็นคนสุดท้าย พร้อมกับเอ่ยบ่นออกมาเบาๆ ว่า“ช่วงนี้ห้องหลอมระดับสามของข้ากำลังเร่งหลอมน้ำยาแสงวิเศษระดับสามอยู่ธุระรัดตัวมากจริงๆอย่างไรเสียช่องว่างที่เกิดขึ้นจากห้องหลอมระดับหนึ่งก็ต้องให้ฝั่งข้าคอยชดเชยให้ด้วยนะ”

            เขาเดินไปนั่งที่ของตัวเองจากนั้นก็หันมายิ้มให้หลี่ลั่วแล้วกล่าวว่า “รบกวนคุณชายน้อยโปรดเห็นใจด้วย”

            “ลำบากแล้วจริงๆ”

            เมื่อเผชิญกับรอยยิ้มเสแสร้งของจวงอี้หลี่ลั่วกลับแสดงท่าทีสุภาพอ่อนโยนอย่างมากรอยยิ้มบนใบหน้าอันหล่อเหลายังคงไม่จางหายไป เพราะหลังจากวันนี้เป็นต้นไปปัญหาภายในของเรือนซีหยางก็จะถูกแก้ไขได้อย่างหมดจดจากนี้ไปที่นี่ก็จะเป็นแหล่งสร้างผลกำไรให้กับเขาอย่างต่อเนื่องเป็นทุนให้เขาซื้อน้ำยาแสงวิเศษระดับสูงได้มากขึ้นจะไม่ให้เขามีอารมณ์ดีได้อย่างไร?

            จวงอี้ที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ลั่วแล้วก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก อย่างไรเสียถึงแม้หลี่ลั่วจะเป็นถึงคุณชายน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ดูแลเรื่องอะไร อีกทั้งเขายังเป็นคนของเผยฮ่าวหากหลี่ลั่วไม่มีเหตุผลอะไรมากพอก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว

            ผู้อาวุโสเจิ้งผิงก็อยู่ในที่ประชุมเช่นกันเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงที่หลี่ลั่วเปิดการประชุมระดับสูงครั้งนี้คืออะไรตอนนี้เมื่อเห็นว่าทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้วจึงเอ่ยปากถามว่า“คุณชายน้อยเรียกพวกเรามาวันนี้มีเรื่องอะไรจะสั่งการหรือ?”

            หลี่ลั่วยิ้มกล่าว“ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรอื่นหรอกก่อนหน้านี้ข้าได้พูดคุยกับผู้อาวุโสเรื่องตำแหน่งประธานของเรือนซีหยางที่ว่างอยู่ไม่ใช่หรือ?”

            เจิ้งผิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วกล่าว“เรื่องนี้พวกเราได้ข้อสรุปกันไปแล้วไม่ใช่หรือ? ให้ตัดสินจากผลงานของผู้ดูแลห้องหลอมซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าฝั่งของรองประธานเหยียนจะเสียเปรียบอยู่มากนะ”

            “หรือว่าคุณชายน้อยไม่ต้องการใช้วิธีนี้แล้ว? แต่นี่เป็นกฎของเรือนซีหยางแม้แต่คุณชายน้อยเองก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยพลการมิฉะนั้นจะทำให้คนไม่พอใจได้” จวงอี้รีบพูดแทรกขึ้นมา

            เหล่าบุคลากรระดับสูงที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาแต่ดูจากสีหน้าของพวกเขาแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าเห็นด้วยกับคำพูดของจวงอี้

            หลี่ลั่วโบกมือให้กับสายตาเคลือบแคลงสงสัยของทุกคนแล้วกล่าว“กฎข้อนี้มันดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง”

            “ข้าแค่อยากจะบอกว่าผลลัพธ์มันออกมาแล้ว”

            ความสงสัยในแววตาของทุกคนยิ่งทวีคูณขึ้นแม้แต่จวงอี้เองก็ยังชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวออกมาอย่างขำขัน“หรือว่าคุณชายน้อยกำลังจะประกาศว่าข้าเป็นผู้ชนะงั้นหรือ?”

            “หรือว่า...รองประธานเหยียนยอมแพ้ไปแล้ว?”

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้บุคลากรระดับสูงบางคนก็แสดงสีหน้าเข้าใจอันที่จริงหากเปรียบเทียบกันตามกฎข้อนี้แล้วผลงานของห้องหลอมระดับสามที่จวงอี้ดูแลอยู่ก็เหนือกว่าห้องหลอมระดับหนึ่งและระดับสองอย่างมากอยู่แล้วด้วยความห่างชั้นที่มากขนาดนี้ การที่เหยียนหลิงชิงจะเลือกยอมแพ้ก็ถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

            “ยอมแพ้? ฝันไปเถอะ!”เหยียนหลิงชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา

            ขณะเดียวกันไช่เวยก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน นำสัญญาฉบับหนึ่งออกมาจากนั้นก็ยื่นให้กับผู้อาวุโสเจิ้งผิง“เรือนซีหยางของพวกเราได้ทำสัญญาซื้อขายน้ำยาเขียวครามแบบระยะยาวกับห้างสมบัติมังกรทองแล้ว”

            ผู้อาวุโสเจิ้งผิงรับสัญญามาหลังจากกวาดตามองครู่หนึ่ง สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง“น้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกจุด?”

            “พวกเจ้า...พวกเจ้าไม่ได้กำลังเล่นพิเรนทร์อะไรกันอยู่ใช่ไหม?!”

            “เรือนซีหยางจะไปหาน้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกจุดมาจากที่ไหนกัน?!”

            ผู้อาวุโสเจิ้งผิงมีสีหน้าบึ้งตึงฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะอย่างแรง เขาจ้องมองหลี่ลั่วด้วยสายตาผิดหวังอย่างมาก กล่าวว่า“คุณชายน้อย ทำไมถึงไปทำสัญญาแบบนี้? นี่มันเอาชื่อเสียงของเรือนซีหยางไปล้อเล่นชัดๆเลยนะ!”

            คนอื่นๆที่ได้ยินต่างก็เหม่อลอยกันไปแล้ว พวกเขามองหลี่ลั่ว ไช่เวยและเหยียนหลิงชิงด้วยความตื่นตะลึง ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะทำสัญญาแบบนี้ออกมาได้น้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกจุด? ล้อกันเล่นหรือเปล่านักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งของเรือนซีหยางไม่มีทางหลอมมันออกมาได้หรอก!

            ส่วนจวงอี้นั้นก็เบิกตาโพลงจากนั้นก็รู้สึกดีใจอย่างบ้าคลั่งอย่างอดไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าเขายังไม่ทันได้ทำอะไรหลี่ลั่วก็หาเรื่องตายเองซะแล้ว

            น้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกจุดมันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

            “เฮ้อ”

            จวงอี้ถอนหายใจออกมายาวๆจากนั้นก็หันไปกล่าวกับไช่เวยด้วยน้ำเสียงดุดัน “คุณชายน้อยเป็นยังเด็กไม่รู้ความแต่ผู้จัดการไช่เวยไม่รู้ความไปด้วยแล้วหรือไง?”

            เขาหันไปมองทางเจิ้งผิงและคนอื่นๆกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “น้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกจุดหรือพวกเขาคิดจะให้ห้องหลอมระดับสามเป็นคนทำงั้นหรือ? แบบนี้มันคิดจะทำลายเรือนซีหยางหรืออย่างไร?!”

            “ข้าไม่เห็นด้วยเด็ดขาด!”

            “ผู้อาวุโสเจิ้งผิงท่านเองก็เห็นแล้ว เรือนซีหยางในตอนนี้จำเป็นต้องกำหนดตัวประธานโดยเร็วที่สุดมิฉะนั้นหากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปเรือนซีหยางจะต้องสูญเสียตลาดทั้งหมดในมณฑลเทียนสู่แน่!”

            หลี่ลั่วมองจวงอี้ที่กำลังทำท่าราวกับผู้ผดุงความยุติธรรมอย่างเงียบงันไม่ได้ขัดจังหวะแต่อย่างใดปล่อยให้มันพูดระบายออกมาจนพอใจแล้วจึงค่อยหันไปมองผู้อาวุโสเจิ้งผิงที่ตอนนี้มีสีหน้าบึ้งตึงก่อนจะกล่าวว่า“สัญญาฉบับนี้จะไม่รบกวนนักเกลาอัตลักษณ์ระดับสามของเรือนซีหยางแม้แต่คนเดียวจะให้ห้องหลอมระดับหนึ่งเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด”

            ผู้อาวุโสเจิ้งผิงขมวดคิ้วเล็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “คุณชายน้อย ห้องหลอมระดับหนึ่งของเรือนซีหยางพวกเขาไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก”

            “นั่นมันก็แค่เมื่อก่อน”

            หลี่ลั่วยิ้มออกมาอย่างแผ่วเบาจากนั้นก็หยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาจากใต้เท้า เปิดออกภายในนั้นมีน้ำยาเขียวครามฉบับปรับปรุงอยู่สิบกว่าขวด

            “ผู้อาวุโสเจิ้งผิงนี่คือน้ำยาเขียวครามฉบับปรับปรุงที่เรือนซีหยางของพวกเราจะผลิตออกมาในอนาคตพลังเกลาอัตลักษณ์สามารถทำได้ถึงหกจุดอย่างแน่นอนก่อนหน้านี้ทางเราได้ส่งมอบไปให้ห้างสมบัติมังกรทองแล้วสี่สิบขวดตอนนี้เหลืออยู่ประมาณสิบขวด”

            “อีกทั้งในอนาคตผลผลิตของน้ำยาเขียวครามฉบับปรับปรุงนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละสามร้อยขวดหรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยหากเทียบมูลค่ารวมแล้วห้องหลอมระดับหนึ่งจะต้องมีมูลค่าสูงกว่าห้องหลอมระดับสามอย่างแน่นอน”

            น้ำเสียงเรียบเฉยของหลี่ลั่วดังก้องไปทั่วห้องประชุมแต่กลับทำให้ทั้งห้องจมสู่ความเงียบงัน

            ทุกคนต่างจ้องมองเขาด้วยความตกตะลึงราวกับว่ากำลังฟังนิทานหลอกเด็กอยู่ยังไงยังงั้นแหละ

            “น้ำยาเขียวครามฉบับปรับปรุง? มันคืออะไรกันข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน!ห้องหลอมระดับหนึ่งของเรือนซีหยางเราสามารถหลอมน้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกจุดได้งั้นหรือ? เจ้ากำลังพูดเพ้อเจ้ออะไรอยู่!”จวงอี้กล่าวออกมาด้วยความโกรธเคืองเล็กน้อย คำพูดของมันเริ่มไม่ค่อยเกรงใจกันแล้ว

            หรือต้องกล่าวว่ามันเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

            เพราะท่าทางที่ใจเย็นของหลี่ลั่วนั้นดูไม่เหมือนกับคนที่ขาดสติไร้เหตุผล

            คนอื่นๆต่างก็มองหน้ากันไปมาสุดท้ายผู้อาวุโสเจิ้งผิงที่เงียบไปครู่หนึ่งก็หยิบเข็มทดสอบขึ้นมาจากนั้นก็จุ่มลงไปในน้ำยาเขียวครามฉบับปรับปรุงขวดนั้น

            ทุกคนต่างก็เห็นว่าเข็มวัดได้ชี้ไปที่หกจุดทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เบิกตาโพลงอย่างอดไม่ได้

            “ทุกท่านไม่ต้องสงสัยไปหรอกว่าน้ำยาเขียวครามฉบับปรับปรุงพวกนี้จะเป็นของที่รองประธานเหยียนหลอมขึ้นมาเองหรือไม่เพราะไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ห้องหลอมระดับหนึ่งถูกปิดผนึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์แต่อีกเดี๋ยวก็จะทำการเปิดให้ทุกท่านเข้าไปชมดูได้แล้ว สิ่งที่คุณชายน้อยกล่าวมาล้วนเป็นความจริงทุกประการในอนาคตน้ำยาเขียวครามฉบับปรับปรุงที่เรือนซีหยางหลอมขึ้นมานั้นจะมีพลังเกลาอัตลักษณ์อยู่ที่หกจุดทุกขวดอย่างแน่นอน”จังหวะนี้เองเสียงพูดอันนุ่มนวลของไช่เวยเองก็ดังขึ้น

            ผู้อาวุโสเจิ้งผิงเหม่อลอยไปครู่หนึ่งจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่จะเป็นเรื่องจริงแต่น้ำยาเขียวครามสิบกว่าขวดที่อยู่ตรงหน้าก็ได้ยืนยันกับเขาอย่างชัดเจนว่านี่เป็นเรื่องจริงอีกทั้งหลี่ลั่วและคนอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เรื่องโกหกที่สามารถเปิดโปงได้ง่ายๆแบบนี้มาหลอกพวกเขาด้วย

            หลังจากนั้นครู่หนึ่งผู้อาวุโสเจิ้งผิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ยิ้มเจื่อนกล่าวว่า“ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ ละก็ในอนาคตห้องหลอมระดับหนึ่งอาจจะเหนือกว่าห้องหลอมระดับสามจริงๆ ก็ได้”

            “ดังนั้นข้าขอประกาศว่าเหยียนหลิงชิงจะได้ขึ้นเป็นประธานของเรือนซีหยางสาขามณฑลเทียนสู่...”

            “ข้าไม่เห็นด้วย!”จวงอี้ที่ตอนนี้มีสีหน้าบิดเบี้ยวได้ทุบโต๊ะแล้วตะคอกออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

            “เรื่องนี้มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอนห้องหลอมระดับหนึ่งจะไปหลอมน้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกจุดอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร?!”

            ผู้อาวุโสเจิ้งผิงขมวดคิ้วกล่าว“ถึงเจ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่มีประโยชน์อย่างน้อยสัญญากับห้างสมบัติมังกรทองฉบับนี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ได้แล้ว”

            จวงอี้หน้าดำคร่ำเครียดกล่าวว่า “ข้าไม่เชื่อข้าไม่เชื่อว่าพวกมันจะสามารถส่งมอบน้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกจุดได้อย่างต่อเนื่อง!”

            หลี่ลั่วลุกขึ้นยืนเดินไปเปิดม่านของห้องประชุมออกตรงนี้สามารถมองเห็นห้องหลอมระดับหนึ่งที่อยู่ภายในกำแพงผลึกได้พอดีตอนนี้ภายในนั้นมีนักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งหลายคนกำลังวุ่นอยู่กับการทำงานและก็มีบางคนที่กำลังรวบรวมน้ำยาเขียวครามที่เพิ่งหลอมเสร็จใหม่ๆ อยู่ด้วยจากนั้นก็มีคนรับใช้คนหนึ่งอุ้มกล่องที่บรรจุน้ำยาเขียวครามที่เพิ่งหลอมเสร็จใหม่ๆวิ่งตรงมายังห้องประชุม

            ครู่ต่อมาเมื่อกล่องน้ำยาเขียวครามฉบับปรับปรุงปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนครั้งนี้ก็ไม่มีใครพูดจาเคลือบแคลงสงสัยออกมาอีกเลยเพราะไม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกเหลือเชื่อมากเพียงใด แต่ความจริงก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว

            แม้แต่จวงอี้เองก็ยังมีสีหน้าซีดเผือดทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พึมพำออกมาว่าเป็นไปไม่ได้ซ้ำไปซ้ำมาทุกคนต่างก็รู้ดีว่าครั้งนี้จวงอี้พ่ายแพ้อย่างราบคาบที่สำคัญคือเกรงว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะพ่ายแพ้ได้รวดเร็วขนาดนี้

            บนใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของผู้อาวุโสเจิ้งผิงในตอนนี้กลับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างหาได้ยาก เขาลุกขึ้นยืน ประกาศออกมาโดยตรง

            “นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเหยียนหลิงชิงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นประธานคนใหม่ของเรือนซีหยางประจำมณฑลเทียนสู่!”

            ภายในห้องประชุมมีเสียงปรบมือดังขึ้นหลี่ลั่วก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            ในที่สุดกระเป๋าเงินทุนใบนี้ก็มั่นคงเสียทีลำบากจริงๆ

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance ที่คุณอ่าน