มีร่างไร้วิญญาณประดับทับทุกบนเส้นทางที่ก้าวย่าง
ทั้งความตายของเพื่อน ๆความต่ำช้าของมนุษย์ ความไม่ยุติธรรมของโลกใบนี้ และเหนือสิ่งอื่นใด ความโกรธความชังต่อตัวเองที่ไร้ซึ่งพลัง ความรู้สึกอันไม่สามารถฝืนทนได้เหล่านั้นเขาระบายมันออกมาด้วยการมอบความตายแด่ผู้อื่น
เพียงแค่หลักนาทีต่อมา ทั้งอาคารถูกชโลมไปด้วยเลือดมีเศษซากและชิ้นส่วนอวัยวะกระจายเกลื่อน เสียงคร่ำครวญกรีดร้องเริ่มเบาบาง
ชายคนหนึ่งพยายามเอาตัวรอดกัดฟันดิ้นรนคลานไปกับพื้นแม้ปรากฏบาดแผลฉกรรจ์ไปทั่วทั้งร่างแต่กระนั้นสัญชาตญาณยังพยายามกระเสือกกระสนหลีกหนีจากความตาย ยื่นมือสั่น ๆออกไปเพื่อร้องหาใครสักคนให้มาช่วย
“คุณอาม่อน ชะ...ช่วยด้ว—"
หากการทรมานให้ทุกข์ทนในนรกมีจริงสถานการณ์คงเป็นเช่นนั้น
ฉึก!เศษสมองกระฉอกออกมา ดาบยาวเจาะทะลุกลางกระหม่อม ย้อมดาบเป็นสีแดงฉานทอแสงหม่นมัวเรย์หลังหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายคนหนึ่งซึ่งยืนรออยู่อีกฟากของโถงทางเดินยาว
"อา— ฉันจำนายได้แล้ว...น่าชื่นชมที่ฝ่าฟันจนมีชีวิตรอดถึงตอนนี้ แต่ทั้งที่อุตส่าห์หนีรอดไปได้แล้วแท้ ๆยังกล้าเสนอหน้ากลับมาด้วยตัวเอง สุดท้ายเธอก็ยังเป็นแค่เด็ก ไม่ว่าจะพูดยังไงเด็กก็ยังมีความแข็งกร้าวแบบเด็ก ๆ นั่นล่ะนะ แถมดันมาทำให้กำหนดการของพวกฉันต้องพังพินาศนั่นแหละที่มันทำให้คนอย่างฉันแสนจะหงุดหงิด"
“…”
เรย์จ้องมองศัตรูเบื้องหน้าไม่ได้เอ่ยสิ่งใดกลับไป เดินผ่านโถงยาวซึ่งมีศพมนุษย์นอนตายเกลื่อนกลาดอย่างเฉยชา
หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงแทบสำลักเมื่อได้เห็น
ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกชินจนไม่ได้ใส่ใจสิ่งใดอีกต่อไป
คนเราทำตัวให้ชินกับสิ่งที่ไม่ควรชินได้อย่างง่ายดาย
“เธอคิดหรือว่าด้วยกำลังเพียงแค่นี้จะหยุดแผนการของพวกเราได้น่ะ...หืม?”
สองนักดาบเริ่มเยื้องย่างหาตำแหน่งทีละก้าวแสดงความระมัดระวังตัวถึงขั้นสุด
ดาบของอาม่อนถูกชักออกจากฝักเมื่อได้ระยะเปลวไฟลุกพรึ่บ โหมไหม้แผดเผา พุ่งเข้าใส่เรย์อย่างบ้าคลั่ง
บริเวณตำแหน่งที่ดาบไฟฟันฉับลงไปนั้นบัดนี้ว่างเปล่า เพราะเปลวไฟบดบังเรย์ซึ่งเมื่อครู่ยังยืนอยู่ตรงนั้นหายวับไปจากสายตาแล้ว
ใจของอาม่อนกระตุกทีหนึ่งหมุนตัวไปทางขวาอย่างรีบร้อน ดาบไฟฟันสับลงไปถึงกับหมุนตามเปลี่ยนฟันสับเป็นตัดขวาง เปลวไฟลุกไหม้รอบตัวจนเต็มวง
ทว่าดาบนี้ก็ยังฟันวืดอาม่อนหมุนตัวกลับมา เห็นเด็กหนุ่มกระโดดถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็วหลบพ้นเพลิงดาบซึ่งฟันขวางมาอย่างเฉียดฉิวปรากฏรอยไหม้บนแขนเสื้อของเด็กหนุ่มเล็กน้อย
‘เมื่อกี้เหมือนว่าฉันจะคิดถูกนะหากไม่เพิ่มระยะฟันรอบวง คงโดนไอ้เด็กนี่แทงข้างหลังไปแล้ว’
เปลวไฟดับมอดลงอย่างรวดเร็วทั้งสองต่างไม่ขยับ สีหน้าของอาม่อนเคร่งขรึมรู้สึกได้ทันทีเลยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ธรรมดานี่นับเป็นครั้งสองที่มีคนหลบกระบวนท่านี้ของเขาได้นอกจากคุราเบะ
"เธอ... เป็นตัวตนแบบใดกัน?"
อาม่อนสัมผัสได้ว่าตัวตนของอีกฝ่ายผิดแปลกไปไม่เหมือนบุคลิกที่เคยจำได้
“ตัวตนที่จะปลิดชีวิตพวกคุณทุกคน”
ดวงตาของเรย์พูดด้วยน้ำเสียงไม่มีอัธยาศัยนั้นแฝงไว้ด้วยการยอมแพ้ต่อโลกใบนี้และความโกรธอันแผ่ซ่านไปทั่วตัวเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นนักล่า
เด็กหนุ่มตั้งดาบ
"นักดาบก็ต้องคุยกันผ่านดาบสินะเข้ามาไอ้หนู!"
อาม่อนโผล่งอีกหนึ่งคำตวัดดาบฟันใส่อย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้ไม่ได้เรียกใช้เปลวไฟห่อหุ้มดาบเป็นเพียงท่วงท่าธรรมดา
เรย์คอยระวังอยู่ก่อน ชักตัวหลบออกข้างปัดดาบลงตอบโต้ เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายมีสิ่งที่เรียกว่าเต๋าใช้ได้อย่างจำกัด
ในชั่วพริบตาดาบกับดาบพุ่งสวนกัน ทั้งสองตวัดฟาดฟัน รอบตัววูบวาบไปด้วยเงาดาบทั้งคู่ไม่เพียงดาบไว การก้าวเดินย้ายที่ก็ไวแสนไว เงาร่างสองเงาสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งไม่หยุดหย่อน
เกี่ยว ตวัด ฟัน แทง—เสียงโลหะกระทบกันดังโคร้งเคร้งดุจห่าฝน ภายใต้จังหวะรุกรับเร่งเร็วเช่นนี้อาวุธยังกระทบกันได้อย่างแม่นยำ
สภาวะบีบคั้นเช่นนี้เกิดผิดพลาดแค่นิดเดียวนั่นคือความตาย
ระหว่างแลกดาบกันครู่ใหญ่อาม่อนได้ยินเสียงตูมตามและเสียงปืนดังขึ้นอยู่บริเวณอีกฟากของอาคารถัดไปจากทิศทางคร่าว ๆ แม้จะไม่ชัดเจนว่ากำลังเสริมของอีกฝ่ายมีจำนวนมากเท่าไหร่แต่ถึงขนาดบุกเข้ามายังที่นี่ได้ ย่อมมีฝีมือไม่ธรรมดา
โดยอาม่อนหารู้ไม่ว่ากลุ่มบุกรุกมีจำนวนแค่สองคนเพียงเท่านั้น
เมื่อเกิดอาการวอกแวกเสียสมาธิเพียงชั่วครู่อาม่อนทำผิดพลาดจนเปิดตำแหน่งให้เด็กหนุ่มก้าวประชิดเข้ามาในมุมอันตราย มองเห็นมืออีกฝ่ายเงื้อมขึ้นสูงแกว่งส่วนโค้งคมกริบซึ่งฉาบด้วยเลือดเล็งเข้าตำแหน่งส่วนลำคอของตน
อาม่อนยกดาบขึ้นมากันลำคอได้ก่อนที่ดาบของเรย์จะไปถึง
อาม่อนออกแรงดันดาบอีกฝ่ายออกไปพอได้ระยะก้าว และจังหวะเว้นว่างนี้อาม่อนพลันเหวี่ยงดาบซึ่งปรากฏเปลวไฟม้วนขดกันพวยพุ่งตวัดฟาด
ในยามคับขันดาบของอาม่อนเร็วกว่ายามปกติเป็นอย่างมากเร็วประดุจสายฟ้าฟาดก็ไม่ปาน
ทว่าสิ่งที่อาม่อนได้รับกลับคืนมาเป็นแสงวูบวาบสีเงินที่ปรากฏบนใบดาบของเด็กหนุ่มมันดูสว่างผิดปกติเสียจนแสบตา อาม่อนเห็นมันผ่าเปลวเพลิงของเขาจนแยกออก
เคร้ง— ฉับ!
เสียงดังขึ้นมาสองเสียงเสียงแรกเป็นโลหะกระทบกัน สะเก็ดไฟลุกไหม้ปลิวว่อนราวกับหิ่งห้อยส่วนอีกเสียงหนึ่งกลับเป็นเสียงเสียดสีอันเกิดขึ้นจากคมดาบสัมผัสกับร่างกายดาบที่เหลือเพียงครึ่งเล่มกระเด็นลอยคว้างขึ้นไป
พริบตานั้นความเจ็บได้แผ่ซ่านจากมือข้างขวาข้างที่กุมดาบง่ามนิ้วหมดความรู้สึกในบัดดล
อาม่อนเลื่อนสายตาลงจึงพบว่าหนึ่งในห้าส่วนของร่างกายนั้นหายไป ศอกขวากระเด็นลอยหวือออกจากร่างกล้ามเนื้อและกระดูกสีขาวแดงปรากฏแก่สายตาราวกับดอกหญ้าลิ้นงูที่เบ่งบาน
หากวัดกันตามเนื้อผ้าฝีมือของทั้งคู่นั้นนับว่าไม่ห่างชั้นกันมากนักทว่าสิ่งที่ทำให้เห็นระยะของทั้งคู่อย่างชัดเจนคือการไม่หวาดกลัวความตายซึ่งอยู่ไม่ห่างการทำใจยอมรับว่าความตายในวันพรุ้งคือโชคชะตาอันไม่อาจหลีกเลี่ยงทำให้ทุกอย่างก้าวของเรย์เคลื่อนไหวได้อย่างไร้ความลังเลแตกต่างจากอีกฝ่ายซึ่งยังไม่อาจละทิ้งความกลัวในสามัญสำนึก
เด็กหนุ่มสืบเท้าตามมาอย่างสงบนิ่งราวกับมัจจุราชซึ่งกำลังมารับตัวสู่ยมโลก
อาม่อนถอยหลังไปหลายก้าวก่อนสะดุดล้มหงายลงไปกับพื้นด้วยความลนลานความขลาดกลัวปรากฏในจิตใจส่งผ่านถึงแววตา
"เพื่อคนที่ตายไปแล้วทำไมต้องทำถึงขนาดนี้!?"
เด็กหนุ่มใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบไหล่เขาไว้คมดาบอันเย็นยะเยือกจ่อแนบคอ จากมุมนี้อาม่อนเห็นดวงตาสีสันแปลกประหลาดส่องประกายจ้องมองมา
"ผมยังไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นจะเจ็บปวดหรือเสียใจ ก็ยังทำไม่ได้ มีแต่ความโกรธถมเต็มในจิตใจตราบเท่าที่พวกคุณยังมีชีวิตอยู่ ทุกอย่างจะทำได้หลังจากฆ่าพวกคุณทั้งหมด...แล้วความสิ้นหวังหรือเสียใจจะเกิดหลังจากนั้น"
อาม่อนตะลึงลานเมื่อได้ฟังน้ำเสียงอันเย็นเหยียบนั่นตัวตนราวกับดาบที่ถูกลับจนเฉียบคมเพื่อฟาดฟันเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว
‘น่ากลัวเหลือเกิน’
นี่เป็นความคิดสุดท้ายก่อนที่ปลายดาบปลิวพุ่งผ่านเล็งเสียบขั้วหัวใจ ไร้ซึ่งความปรานี
รอยยิ้มอำมหิตปรากฏบนใบหน้ามันฉาบด้วยความเปล่าเปลี่ยว ยอมจำนน และดูราวกับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกเดือดดาลและเหยียดหยามอันเย็นเยียบ ผสมปนเปกันอยู่ภายในจนเผยออกมาเป็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยว
ถูกขังอยู่ในสมรภูมิแห่งความตายเผชิญกับการฆ่าฟันและเจตนาร้ายรุนแรง ถูกบั่นเฉือนทุกสิ่งอย่างมากถึงเพียงนั้น
ลบเลือนผู้คนที่เคยมอบความรักความเอื้ออาทร ความอบอุ่น และความสุขที่เคยรู้จักให้หายออกไป
บาดแผลทารุณที่ทิ้งไว้ในตัวความสิ้นหวังต่อโลกทั้งใบที่ฝังลึกในจิตใจ
หากไม่ได้ช่วยฝัง หากไม่ได้ชดใช้ความผิดก็ไม่อาจเดินหน้า
เขานั้นเกลียดชังและยินดีตกสู่ความเลวทรามแบบเดียวกัน