"ท่านพัศดี ท่านว่าเรือนจำทั้งสิบแห่งของพวกเรา ที่ใดคุมขังมหาปีศาจเอาไว้มากที่สุด? และที่ใดทำงานอย่างจริงจังที่สุดหรือขอรับ?" สวี่หยางตะล่อมถามอย่างไม่รีบร้อน
ท่านพัศดียกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะหัวเราะออกมา "เื่ทำงานจริงจังนั้นข้าไม่กล้าพูดหรอก ใครจะไปตั้งใจทำงานกัน?? มีแต่อู้งานกันทั้งนั้นแหละ
แต่หากจะพูดถึงสถานที่ที่คุมขังมหาปีศาจเอาไว้มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเรือนจำ์เจี่ยอย่างแน่นอน"
สวี่หยางเอ่ยถามต่อ "แล้วเรือนจำ์ทั้งสิบแห่งนี้ อยู่ห่างไกลกันมากหรือไม่ขอรับ?"
"ฮี่ฮี่" ท่านพัศดีหัวเราะพลางวาดมือปัดป่ายไปมาในอากาศด้วยท่าทีเมามายไร้ทิศทาง
"ไม่ไกล ไม่ไกลเลย ที่นี่ของพวกเราเรียกว่าูเาสือฟาง ยอดเขาแต่ละลูกล้วนมีเรือนจำ์ตั้งอยู่หนึ่งแห่ง ูเาแต่ละลูกเชื่อมต่อถึงกันราวกับเป็วงกลม
เมืองสือฟางที่พวกเราอยู่นี้ ก็ตั้งอยู่ใจกลางของูเาทั้งสิบลูกยังไงล่ะ!" ท่านพัศดีพูดจาลิ้นพันกัน ทว่าก็ยังคงคิดจะรินสุราดื่มต่อไป
สวี่หยางรีบดึงรั้งเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายดื่มต่อ หากท่านพัศดีผู้นี้ดื่มหนักไปกว่านี้ เกรงว่าคงได้เมาพับไม่ได้สติแน่ หากเขาหลับเป็ตายไป แล้วตนจะซักถามข้อมูลต่อได้อย่างไร
"ท่านพัศดี ดื่มให้น้อยลงหน่อยเถอะ ท่านเมาแล้วนะขอรับ" เมื่อวางจอกสุราลง ท่านพัศดีก็สะบัดแขนไปมาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าข้ายังไม่เมา
สวี่หยางเอ่ยถามอีกครั้ง "ท่านพัศดี เรือนจำ์มีทั้งหมดหกชั้น หากข้าอยากจะขอย้ายลงไปทำงานที่ชั้นสอง พอจะมีวิธีใดบ้างหรือไม่ขอรับ?"
"เอิ๊ก..." ท่านพัศดีสะอึกด้วยความเมามายพลางโบกไม้โบกมืออย่างคนสติเลอะเลือน
"ลงไปชั้นสองงั้นหรือ? ไอ้หนูอย่างเ้าลงไปไม่ได้หรอก เ้าไม่มีระดับการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย ไปไม่ได้ ไปไม่ได้เด็ดขาด
แม้แต่พวกพัศดีหรือตุลาการเรือนจำอย่างพวกข้า ก็ยังลงไปไม่ได้เลย!
ต่อให้มีเส้นสายก็ลงไปไม่ได้ การจะลงไปชั้นล่างนั้นมีกฎเกณฑ์กำหนดเอาไว้ หากเ้าเป็ยอดฝีมือวิถียุทธ์ แล้วเอาของฝากพื้นเมืองมามอบให้ข้าเยอะ ๆ หน่อย ข้าก็พอจะเสนอชื่อแนะนำเ้าให้ได้!"
เมื่อท่านพัศดีกล่าวจบ เขาก็ยกจอกสุราขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด สวี่หยางคีบกับข้าวเข้าปากคำหนึ่ง พลางประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากปากของอีกฝ่าย
มิน่าเล่า กรงขังชั้นล่างของเรือนจำทั้งสิบแห่งถึงได้เชื่อมต่อถึงกันหมด ที่แท้เรือนจำทั้งสิบแห่งก็ตั้งอยู่รวมกันนี่เอง เมื่อทอดสายตามองออกไปจากบนูเา ก็สามารถมองเห็นยอดเขาลูกอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน เพียงแต่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า บนยอดเขาเ่าั้ล้วนแต่เป็ที่ตั้งของมหาเรือนจำสยบอสูรทั้งสิ้น
การจะลงไปยังชั้นที่สอง ไม่เพียงแต่จะต้องมีระดับพลังที่แข็งแกร่งพอเท่านั้น แต่ยังจำเป็ต้องมีคนคอยเสนอชื่อให้อีกด้วย เื่นี้สวี่หยางจึงขอพักความคิดเอาไว้ก่อนชั่วคราว
แม้ว่ามหาเรือนจำสยบอสูรกุ่ยจะมีมหาปีศาจถูกคุมขังอยู่ไม่มากนัก ทว่าขอเพียงแค่เขาจัดการรวบรวมพวกมันได้ทั้งหมด ระดับพลังของเขาก็จะสามารถยกระดับขึ้นได้อย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นกัน
สวี่หยางประคองร่างอันเมามายของท่านพัศดีกลับไปส่ง เพื่อที่จะหลอกถามข้อมูลจากปากของอีกฝ่าย เขาถึงกับยอมทุ่มเงินเก็บทั้งหมดที่มีมอบให้ไปจนหมดเกลี้ยง
เมื่อกลับมาถึงบนเขาก็เป็เวลาดึกดื่นค่อนคืนแล้ว สวี่หยางปรายตามองไปยังห้องพักของหวังอวี่ ไฟในห้องของเ้านั่นยังคงสว่างไสวอยู่ ไม่รู้ว่ากำลังวุ่นวายอยู่กับสิ่งใด
เื่นี้สวี่หยางก็คร้านที่จะเข้าไปก้าวก่าย อย่างไรเสียเขาก็ยังคงหวังพึ่งพาให้หลี่เหวยเลี่ยช่วยสร้างค่าประสบการณ์ให้ตนเองได้กอบโกยต่อไป
่เวลาหลังจากนั้น หวังอวี่ก็ถือว่าทำตัวได้ปกติธรรมดา ไม่ได้มีพฤติกรรมใด ๆ ที่ออกนอกลู่นอกรอยเป็พิเศษ เพียงแต่ลักษณะนิสัยดูร่าเริงเบิกบานขึ้นไม่น้อย ถึงขั้นสามารถพูดคุยหยอกล้อกับผู้คุมทายาทตระกูลสองคนนั้นได้อย่างสนิทสนม
ส่วนทางด้านของสวี่หยางนั้น เนื่องจากเขาได้ล่วงรู้เื่ราวของูเาสือฟางแล้ว เขาจึงมักจะอาศัยฐานะหัวหน้าผู้คุมของตนเอง ออกไปเดินเตร็ดเตร่เยี่ยมเยียนตามเรือนจำต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง เขาเป็คนใจกว้างและมีมนุษยสัมพันธ์ดี จึงสามารถสร้างความคุ้นเคยกับคนในมหาเรือนจำสยบอสูรทั้งสิบแห่งได้อย่างรวดเร็ว
ผู้คนในเรือนจำทั้งสิบแห่ง ล้วนล่วงรู้ว่ามีหัวหน้าผู้คุมหนุ่มอายุน้อยผู้นี้ประจำการอยู่
แน่นอนว่าใน่หลายวันมานี้ สวี่หยางก็ไม่ได้เอาแต่เที่ยวเล่นไร้สาระ เขาเข้าไปป่วนพวกมหาปีศาจบางตนในเรือนจำทั้งสิบแห่งจนหัวปั่นวุ่นวายไปหมด พวกมันพอเห็นหน้าเขาก็พากันโกรธแค้นจนแทบจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน!
มหาปีศาจระดับขอบเขตรวบรวมลมปราณสองตน และระดับขอบเขตขัดเกลากายาสองตน รวมทั้งหมดสี่ตน ได้ถูกสวี่หยางบันทึกข้อมูลเอาไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ในตอนนี้ บันทึกเื่ราวปีศาจสามารถมอบค่าประสบการณ์ให้กับสวี่หยางได้ถึงสามร้อยหกสิบแต้มต่อหนึ่งชั่วยาม! ...
"จางซง ่ที่ผ่านมานี้เ้าทำตัวได้ดีมาก เบื้องบนแจ้งมาว่าเื่ที่เ้าถูกกล่าวหาได้รับการตรวจสอบจนเกือบจะกระจ่างแล้ว อีกไม่นานเ้าก็สามารถออกไปจากที่นี่ได้แล้วล่ะ"
มหาปีศาจจางซงถูกสวี่หยางคุมตัวเข้ามาขังไว้เมื่อหนึ่งเดือนก่อน พฤติกรรมของมันนับว่าดีมาโดยตลอด สวี่หยางพยายามงัดสารพัดวิธีมาหาเื่กลั่นแกล้งมัน แต่มันกลับเพียงแค่ส่งยิ้มรับอย่างปลงตกราวกับผู้ละทิ้งกิเลส ทำเอาสวี่หยางถึงกับหมดหนทางจะจัดการ
เดิมทีสวี่หยางคิดว่ามันแสร้งทำตัวเช่นนั้น ทว่าเมื่อวันนี้เขาได้รับข่าวจากท่านพัศดี เขาถึงได้ตระหนักว่าเหตุใดเ้านั่นถึงได้ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี และไม่เคยบันดาลโทสะออกมาเลย!
จางซงเป็พวกหน้าเงิน มันรับสินบนและผลประโยชน์จากผู้อื่น จึงยอมเข้ามารับเคราะห์แทนผู้ยิ่งใหญ่บางคน และใน่เวลาที่ผ่านมา ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นก็คอยแอบวิ่งเต้นอยู่เื้ัให้มันมาโดยตลอด จนกระทั่งลบล้างความผิดให้มันได้สำเร็จ และตอนนี้อีกไม่นานก็คงต้องปล่อยตัวมันไปแล้ว
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ชั่วขณะหนึ่ง สวี่หยางถึงกับแยกแยะไม่ออกเลยว่า มหาปีศาจคือคน หรือว่าคนคือมหาปีศาจกันแน่
เมื่อจางซงได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะหึ ๆ ออกมาพลางเอ่ย "น้องสวี่เอ๋ย ยังจำตอนที่พวกเราพบกันครั้งแรกได้หรือไม่ว่าเ้าพูดสิ่งใดเอาไว้? เ้าบอกว่าข้าจะได้ออกไปก็ต่อเมื่อเหลือเพียงร่างไร้ิญญาเท่านั้น!
เ้าดูสิ นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่เดือนกว่า ๆ เอง เ้าได้เลื่อนขั้นเป็หัวหน้าผู้คุม ส่วนข้าก็กำลังจะถูกปล่อยตัวออกไปแล้ว นี่แหละที่เขาเรียกกันว่าเื่บนโลกล้วนยากจะคาดเดา
ข้าน่ะหลงใหลเพียงแค่ทรัพย์สินเงินทอง แต่ไม่เคยคร่าชีวิตผู้ใด ข้าคือพลเมืองดีนะ!"
คำว่าพลเมืองดีที่หลุดออกมาจากปากของมหาปีศาจ ฟังดูแล้วช่างย้อนแย้งและน่าขันยิ่งนัก ทว่าสวี่หยางก็ต้องยอมรับว่า อย่างน้อยภายนอกจางซงผู้นี้ก็ดูซื่อสัตย์และว่าง่ายจริง ๆ
"หัวหน้าผู้คุมสวี่ หัวหน้าผู้คุมสวี่!" ผู้คุมคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากด้านนอก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ที่มหาเรือนจำสยบอสูรปิ่งมีอันธพาลตัวฉกาจถูกส่งตัวมา ท่านอยากจะไปดูสักหน่อยหรือไม่?"
"อันธพาลตัวฉกาจงั้นหรือ?" ดวงตาของสวี่หยางทอประกายวาบขึ้นมาในทันที "อันธพาลแบบใดกันล่ะ?"
ผู้คุมผู้นี้คือผู้คุมประจำมหาเรือนจำสยบอสูรปิ่ง ่เวลาที่ผ่านมา สวี่หยางได้ไปผูกมิตรและฝากฝังเอาไว้ว่า หากมีมหาปีศาจที่ดุร้ายถูกส่งตัวมา ให้รีบมาแจ้งข่าวแก่เขาทันที
"เถาหลิน มหาปีศาจแห่งูเาเฮยซาน มันอาศัยความแข็งแกร่งของตนเอง รวบรวมสมัครพรรคพวกปีศาจชั้นผู้น้อยมาตั้งตนเป็ใหญ่ ซุ่มโจมตีและสังหารพ่อค้าวาณิชรวมถึงเ้าหน้าที่ทางการที่สัญจรผ่านไปมาเป็จำนวนมาก"
ผู้คุมผู้นั้นเดินไปพลางอธิบายไป สวี่หยางเดินตามเขาเข้าไปภายในมหาเรือนจำสยบอสูรปิ่ง จนกระทั่งได้พบกับมหาปีศาจนามว่าเถาหลินตนนี้
เถาหลินมีรูปร่างใหญ่โตกำยำ บนเรือนร่างเต็มไปด้วยรอยสัก แม้ทั่วทั้งร่างจะถูกจองจำด้วยเครื่องพันธนาการ ทว่ากลับไม่ยอมอยู่นิ่ง ทันทีที่เห็นหน้าสวี่หยาง เขาก็อ้าปากสบถด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคายและระคายหูที่สุดเท่าที่จะสรรหามาได้
"เป็คนบ้าชัด ๆ " สวี่หยางเดาะลิ้นจ้องมองอีกฝ่าย ในขณะที่บันทึกเื่ราวปีศาจได้ทำการรวบรวมข้อมูลของเ้านั่นเอาไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"์" สวี่หยางลอบเปิดดูประวัติชีวิตของมหาปีศาจเถาหลินภายในหัว เ้านั่นเป็คนวิกลจริตที่คลั่งไคล้เพียงแค่การเข่นฆ่า สองมือเปื้อนเืผู้คนมาไม่ต่ำกว่าร้อยชีวิต นับว่าเป็ผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้อย่างมหาศาล
"เป็อย่างไรบ้าง ดุร้ายสมคำร่ำลือหรือไม่?" ผู้คุมที่อยู่ด้านข้างถูมือไปมาพลางหัวเราะแหะ ๆ
สวี่หยางพยักหน้ารับ "ดุร้ายมากทีเดียว นี่รางวัลของเ้า แล้วห้องทรมานของพวกเ้าเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?"
ก้อนเงินถูกยื่นส่งให้ผู้คุม ผู้คุมรับไปพลางฉีกยิ้มกว้าง "เตรียมพร้อมไว้หมดแล้วขอรับ แต่ใต้เท้าต้องรีบจัดการหน่อยนะขอรับ"
"หากจัดการมันจนตายคงไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่? เบื้องบนสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วหรือ?" สวี่หยางเปลี่ยนเื่ถามพลางจ้องมองผู้คุม
ผู้คุมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ "สอบสวนเสร็จสิ้นแล้วขอรับ อย่างไรเสียมันก็ต้องโทษปะาชีวิต เพียงแค่รอวันปะาก็เท่านั้น..."
"เช่นนั้นก็ดี!" ภายใต้สายตาจับจ้องของผู้คุม สวี่หยางก็กระชากโซ่ตรวนของเถาหลิน แล้วลากตัวมุ่งหน้าไปยังห้องทรมาน
เขาอ้าปากกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพลางพึมพำ "ดูเหมือนข่าวลือที่ว่าหัวหน้าผู้คุมหนุ่มผู้นี้เป็พวกวิปริต จะเป็ความจริงเสียด้วย!"
พวกมหาปีศาจภายในเรือนจำ์ล้วนมีความผิดติดตัวจนตายก็ไม่สาสม ขอเพียงแค่มีคำตัดสินโทษปะาชีวิตลงมาแล้ว ต่อให้ต้องมาตายอยู่ภายในเรือนจำ์ เบื้องบนก็จะไม่ซักไซ้ไล่เลียงอันใดให้มากความ
แต่ตามปกติแล้ว ต่อให้พวกผู้คุมจะนำมหาปีศาจมาระบายอารมณ์ ก็คงไม่ถึงขั้นลงมือทรมานจนตาย...
ทว่า ท่าทางของสวี่หยางเมื่อครู่นี้ ดูราวกับว่า...