ตอนที่ 14 พลังของซ่งเจิง
ของเหลวนั้นถูกนักวิทยาศาสตร์เรียกว่าน้ำยาวิวัฒนาการ!
มันมีคุณลักษณะตามชื่อและเพียงใช้น้ำยาวิวัฒนาการนี้ก็สามารถทำให้คนธรรมดาวิวัฒนาการตัวเอง ได้รับพลังที่แข็งแกร่งขึ้นจนกลายเป็มนุษย์สายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา!
แต่น้ำยาวิวัฒนาการนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถหาได้ง่ายๆ แม้ว่าซอมบี้ระดับต่ำสุดอาจจะมีน้ำยานี้ แต่ว่ามีน้ำยานี้ค่อนข้างน้อยหากฆ่าซอมบี้ไปสิบตัวก็อาจมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ในกะโหลกศีรษะจะมีน้ำยาวิวัฒนาการ
ว่ากันว่าหาก้าให้คนหนึ่งคนได้รับวิวัฒนาการเป็มนุษย์สายพันธุ์ใหม่นั้นอย่างน้อยต้องฆ่าซอมบี้สิบถึงยี่สิบตัวกว่าจะได้น้ำยาวิวัฒนาการมา!
หรืออาจกล่าวได้ว่าคนธรรมดานั้นหาก้าได้น้ำยาวิวัฒนาการเพื่อเปลี่ยนเป็มนุษย์สายพันธุ์ใหม่อย่างน้อยต้องฆ่าซอมบี้ถึงหนึ่งร้อยกว่าตัว!
ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่รอดชีวิตนั้นจะเป็คนหนุ่มมากฝีมือแต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถฆ่าซอมบี้ตามจำนวนที่้า พวกเขาจะกลายเป็เหยื่อของซอมบี้
นับั้แ่มีการรวมตัวกันที่โรงแรมพู่คังในระยะสามปีมานี้ยังไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนตัวเองให้เป็มนุษย์สายพันธุ์ใหม่เลยแม้แต่คนเดียว!
ในกะโหลกของซอมบี้ระดับสูงมีน้ำยาวิวัฒนาการด้วยเช่นกันแต่ว่าซอมบี้เหล่านี้จัดการได้ค่อนข้างยากตัวอย่างเช่นซอมบี้ระดับหนึ่งอาจต้องใช้คนจากทีมสำรวจมากกว่าสิบคนถึงจะสามารถจัดการกับมันได้!
เป็เหตุให้นับั้แ่นั้นมาเมื่อเหล่าผู้รอดชีวิตที่อยู่ข้างนอกพบร่องรอยหรือเจอซอมบี้ระดับหนึ่งก็ทำแค่ติดตามไปไม่มีใครกล้าที่จะต่อสู้กับมันโดยพวกเขาทำได้เพียงแค่รายงานไปยังกองทัพที่อยู่เบื้องบนเท่านั้น ซึ่งความหวังในการค้นพบครั้งนี้จะทำให้เดือนหน้าพวกเขาสามารถได้รับของจำเป็ต่าง ๆ มาใช้กันได้
“น้ำยาวิวัฒนาการ…” ซ่งเจิงจับที่ด้ามจับของกระทะตัวเองและบ่นพึมพำออกมาอย่างแ่เบา
เวลาผ่านมาได้สักพักเขาเข้าใจแล้วว่าจุดจบของโลกนี้เป็ยุคที่อาหารการกินค่อนข้างไม่มีประโยชน์ และหากมีพลังไม่มากพอเื่ที่จะมีชีวิตอยู่ได้ก็เป็เื่เพ้อฝัน
"ตัดสินใจแล้ว เราจะฆ่าซอมบี้เ่าั้ แล้วเอาน้ำยาวิวัฒนาการมาเพื่อที่จะได้กลายเป็มนุษย์สายพันธุ์ใหม่!"
ซ่งเจิงตัดสินใจอยู่เงียบๆ คนเดียวพลางมองไปยังกระทะเหล็กที่อยู่ข้างตัว ทันใดนั้นในหัวก็เกิดความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา
ไม่รู้ว่ากระทะเหล็กนี้จะสามารถดูดซับน้ำยาวิวัฒนาการออกมาเป็อาหารได้หรือเปล่า?
แล้วมันจะต้องเก็บรักษายังไง?ผลลัพธ์จะยังใช้ได้อยู่ไหมนะ?
ถ้าหากว่าทำได้ล่ะก็เขาก็ไม่จำเป็ต้องหมกมุ่นอยู่กับการฆ่าซอมบี้ หลังจากนั้นเขาก็แค่เพียงรอเวลาที่จะนำกระทะมาทำขนมเปี๊ยะทอดเท่านั้นก็พอเมื่อกินมันลงท้องไปแล้ว เขาจะสามารถกลายเป็มนุษย์สายพันธุ์ใหม่ได้รึเปล่านะ ?
วิธีนี้นับว่าคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงดู...
รถบรรทุกทั้งสองคันขับออกมาเป็เวลาชั่วโมงกว่าจนตอนนี้มาถึงเส้นทางที่ค่อนข้างเล็ก ใกล้กับบริเวณนั้นมีตึกสูงระฟ้าอยู่จำนวนหนึ่งและดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเข้ามาที่นี่นานจนกลายเป็ตึกร้าง
หากมองไปรอบๆ อย่าว่าแต่จะเจอคน แม้แต่เสียงของสิ่งมีชีวิตก็ยังไม่มี โดยมีเพียงเสียงลมพัดผ่านไปมากับเสียงกรวดเม็ดทรายที่กลิ้งไปมาเท่านั้น
"ลงรถได้!"
รถบรรทุกคันแรกได้ถูกเปิดประตูแล้วโดยมีเฉินเฟิงะโลงมาจากรถเป็คนแรกเพื่อมาทักทายคนที่อยู่ในรถคันหลัง
สถานที่ข้างหน้านี้เป็เขตที่อยู่อาศัยขนาดเล็กดังนั้นหากขับรถคันใหญ่เข้าไปคงจะเกิดปัญหาในการเลี้ยวไปยังเส้นทางอื่นซึ่งมันทำได้ค่อนข้างยาก
ดังนั้นพวกเขาจึงทำเพียงจอดรถไว้ตรงนี้ก่อนที่จะเเจ้งให้บรรดาทีมสำรวจเดินไปตามทางเพื่อจัดการซอมบี้จากนั้นสมาชิกสองคนในทีมจะเป็คนเฝ้ารถ ส่วนคนอื่น ๆ แบ่งออกไปเป็สามถึงห้ากลุ่มเพื่อกระจายตัวกันออกไปทั่วเขตที่อยู่อาศัย
ทุกกลุ่มมีสมาชิกสี่ถึงห้าคนโดยแต่ละกลุ่มมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่แตกต่างกันการทำแบบนี้ไม่ว่าซอมบี้จะโผล่ออกมาจากทางทิศทางใดก็จะโดนทีมสำรวจจัดการอย่างแน่นอน
ซ่งเจิงอยู่ในกลุ่มสี่คนซึ่งเป็กลุ่มสุดท้ายและในมือของชายหนุ่มกำด้ามกระทะเหล็กไว้แน่นพร้อมกับกวาดสายตามองไปทุกทิศทางด้วยความตื่นเต้น
หากมองในมุมมองของผู้อื่นเ้าพวกนั้นก็เป็เพียงแค่ศพ แต่ในสายตาของซ่งเจิง พวกมันเป็เหมือนกับขนมเปี๊ยะทอดที่มีรสชาติแสนอร่อยขอเพียงมีซอมบี้เดินออกมาเท่านั้น เขาจะต้องเป็คนแรกที่จัดการมันให้ได้
ไม่อย่างนั้นมันก็จะถูกคนอื่นจัดการก่อนแล้วเขาก็จะไม่ได้กินสิ่งที่้า!
ซ่งเจิงคิดแบบนั้นขณะที่ไม่ทราบว่าหนทางข้างหน้าจะได้พบกับอะไรบ้างโดยในใจของซ่งเจิงเอาแต่คิดถึงขนมเปี๊ยะทอดหอมกรุ่น จากนั้นเขาจึงได้ยินเสียงของซอมบี้จากระยะสิบกว่าเมตร
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงบางอย่างดังขึ้นตามมาทว่าเสียงนั้นค่อนข้างเบาจนไม่มีใครสังเกต แต่ซ่งเจิงที่ผ่านการทำขนมเปี๊ยะทอดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเคยได้ยินเสียงเบาๆ ซึ่งเกิดจากแป้งที่กำลังสุก โดยที่ชายหนุ่มไม่ทราบว่าหูของเขาดีเกินไปรึเปล่าจึงทำให้เขาได้ยินเสียงที่ว่านั่น
เขาเงยหน้าขึ้นมองเห็นหน้าต่างบานหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักและด้านหลังหน้าต่างบานนั้นมีเงารูปร่างคล้ายคนกำลังเดินไปมา… มันคือซอมบี้!
แต่เงาที่หน้าต่างบานนั้นมีเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งพบเข้าเขาจึงรีบส่งสัญญาณให้ทุกคนทันที ดังนั้นคนในกลุ่มจึงรีบหยิบอาวุธประจำตัวขึ้นมาและตั้งหน้าตั้งตารอ…
เหล่าผู้รอดชีวิตที่อยู่ข้างนอกนั้นไม่ใช่ว่าจะสามารถนำอาวุธปืนประเภทต่าง ๆ มาใช้ได้เนื่องจากการที่อยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ การใช้ปืนเพื่อให้เกิดเสียงดังนั้นเป็การกระทำที่โง่เง่ามากที่สุดดังนั้นทุกคนจึงใช้อาวุธจำพวกเหล็กแท่งหรือมีดดาบปลายแหลมที่ทำจากช่างตีเหล็กในเมือง
ด้วยเหตุนี้คนที่อยู่ภายนอกเมืองจึงเสียเงินไปเป็จำนวนไม่น้อยกับอาวุธดีๆ เหล่านี้อย่างไรก็ตามซอมบี้ที่อยู่แถบนี้เป็ระดับต่ำ มันจึงไม่มีความคิดแต่ดูเหมือนว่ามันจะได้กลิ่นของเนืุ้์
เพราะท่าทางของพวกมันแสดงออกโดยตรงไร้ความหมายแอบแฝงใดทันทีเมื่อออกจากที่อยู่อาศัย พวกมันจะพุ่งตรงเข้าหากลุ่มคนอย่างรวดเร็วเป็ผลให้กลุ่มคนที่อยู่ไม่ไกลพากันยกแท่งเหล็กในมือขึ้นมาต้านรับอย่างตื่นตระหนก
พวกเขารอให้ซอมบี้เข้ามาใกล้แล้วค่อยแทงมันให้ตายทันที!
ถึงแม้ซอมบี้พวกนั้นจะไม่มีสมองแต่พลังของพวกมันค่อนข้างมหาศาล แต่ขอเพียงพวกมันได้รับาเ็ที่หัว พวกเขาก็จะสามารถรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้
ปกติแล้วคนในทีมมักจะไม่ค่อยมีใครกล้าต่อสู้กับซอมบี้ตัวต่อตัวพวกเขาจะรอลงมือพร้อมกันทีเดียวแต่ในความโกลาหลที่เกิดขึ้นตรงหน้ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถฆ่าซอมบี้ให้ตายได้
แต่ครั้งนี้ยังไม่ทันที่พวกเขาจะรอให้ซอมบี้เข้ามาใกล้ก็มีคนหนึ่งกระโจนออกจากกลุ่มแล้วพุ่งเข้าโจมตีซอมบี้ทันที!
เสียงการปะทะดังปรากฏทั่วบริเวณ!
ที่ได้เห็นคือชายคนหนึ่งถือกระทะเหล็กหนึ่งใบทุบฟาดบนหัวของซอมบี้อย่างรุนแรงราวกับเขาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดทุบลงที่หัวมันโดยตรง
ตึง! ตึง! ตึง!
ผลลัพธ์ก็คือถึงแม้หัวกะโหลกของมันจะมีความยืดหยุ่นแต่ก็ทำให้ซอมบี้ตัวนั้นเดินโซซัดโซเซไปมาอยู่สองสามก้าวก่อนจะล้มลงกับพื้นไป!
์!มันตายแล้ว!
บุคคลที่ลงมือไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็ซ่งเจิง!
แต่ละคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่รองหัวหน้าทีมต่างก็ต้องมองซ่งจงด้วยอาการตกตะลึง
ยกเว้นเฉินเฟิงพี่ใหญ่กุ้ย และคนอื่นซึ่งอยู่ในทีมสำรวจที่ออกมาข้างนอกนี้เป็เวลานาน ฝีมือของพวกเขาคือการคร่าชีวิตของซอมบี้ไปนับสิบตัวแล้วดังนั้นซอมบี้ระดับต่ำที่อยู่ตรงหน้าจึงไม่ใช่เื่น่ากลัวอะไร
แต่สำหรับคนอื่นๆ เช่นตู่ิที่เข้าร่วมทีมสำรวจได้ไม่กี่เดือน เมื่อเห็นซอมบี้ปรากฏอยู่ข้างหน้าไม่แปลกหากจะเกิดอาการแตกตื่น มิหนำซ้ำยังพยายามจะถอยหนีอีกด้วยส่วนคนที่ออกมาเป็ครั้งแรกนั้นไม่ต้องพูดถึง
มันแตกต่างกับซ่งเจิงที่เพิ่งออกมาข้างนอกครั้งแรกเขาถึงขั้นสามารถจัดการกับซอมบี้ได้หนึ่งตัว ไม่แปลกหากทุกคนจะตกตะลึง!
"เ้าเด็กคนนี้... เขาไม่กลัวเลยรึไงกัน?"
แต่ซ่งเจิ่งในตอนนี้นั้นไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าคนอื่นจะคิดกับเขาอย่างไรขณะที่ในหัวของชายหนุ่มได้ยินเพียงเสียงของตัวเองที่เอาแต่นึกถึงเื่ที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่หยุดหย่อน
“ติง!”
[ได้รับน้ำยาวิวัฒนาการมาแล้วหนึ่งครั้งแต่คุณภาพต่ำมาก]
[อาหารเย็นวันนี้มาแล้ว!]
เฉินเฟิงผิวปากออกมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับยกนิ้วและพยักหน้าให้อย่างชื่นชม
"ไม่เลวซ่งเจิง! นายทำได้ดีมาก แต่ว่าครั้งหน้าควรระวังกว่านี้หน่อยทางที่ดีที่สุดคือการลงมือพร้อมกันทุกคน ไม่อย่างนั้นอาจไม่สามารถฆ่ามันแถมยังจะโดนพวกมันจับไปแทนอีก หากเป็แบบนั้นมันจะยุ่งยากเอา"
ซ่งเจิงหยิบกระทะเหล็กขึ้นมาขณะที่ซ่อนความดีใจของตัวเองเอาไว้ภายในเขาตอบรับ
"รับทราบครับ"
ตอนนั้นเองมีสมาชิกในทีมคนหนึ่งเดินออกไปตรวจสอบร่างซอมบี้เขาพลิกร่างมันไปมาหลายครั้ง ก่อนจะพูดอย่างท้อแท้ว่า
"ไม่มีน้ำยาวิวัฒนาการเลย"
ไม่ใช่ว่าซอมบี้ระดับต่ำสุดจะมีน้ำยาวิวัฒนาการทุกตัวเฉลี่ยแล้วสิบตัวถึงจะเจอสักหนึ่งตัวที่มีน้ำยาวิวัฒนาการ ดังนั้นเมื่อผลเป็แบบนี้แล้วเหล่าทีมสำรวจจึงไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่
แต่ซ่งเจิงนั้นเกิดความสงสัยเขาฆ่าซอมบี้ไปทั้งหมดสองตัวผลที่ได้คือกระทะของเขาดูดชับน้ำยาวิวัฒนาการไปแล้วทั้งสองครั้งและหากนับตามสถิติสิบต่อหนึ่งนั้น มันคือโอกาสเจอน้ำยาวิวัฒนาการที่ถือว่ามีน้อยมากใช่หรือเปล่า?
หรือว่ากระทะเหล็กของเขาสามารถดูดซับน้ำยาวิวัฒนาการนี้ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์?