ภายในห้องพักของกิลด์
บรรยากาศเงียบลงแล้ว
นัทนั่งอยู่ที่โต๊ะ
สมุดเล่มหนึ่งถูกเปิดออกตรงหน้า
ปลายปากกาขยับไปตามหน้ากระดาษ
บันทึกรายละเอียด
ตั้งแต่เส้นทางที่พวกเขาเดินทางมา
กลุ่มคนที่พบระหว่างทาง
พื้นที่ที่ผิดปกติ
รวมถึงเรื่องการถูกติดตาม
มาร์โกนั่งอยู่ไม่ไกล
เขามองนัทอยู่ครู่หนึ่ง
“นายยังจดอีกเหรอ?”
นัทไม่ได้เงยหน้า
“อืม”
“ก็เห็นจดมาตลอด”
“ก็เลยจดต่อ”
มาร์โกพ่นลมหายใจเบา ๆ
“แปลกคน”
นัทเงยหน้าขึ้นมอง
“พี่ก็เห็นอยู่แล้วว่าผมจดอะไร”
“เห็น”
“แล้ว?”
“ก็ไม่มีอะไร”
นัทส่ายหน้าเล็กน้อย
ก่อนก้มลงเขียนต่อ
ภายนอก
ทั้งสองคน
อาจดูเหมือนไม่ได้สนใจเรื่องต่าง ๆ มากนัก
โดยเฉพาะนัท
ที่มักพูดเล่น
ชวนมาร์โกเถียง
หรือทำเหมือนไม่ได้คิดอะไร
แต่ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา
สิ่งที่เขาเห็น
สิ่งที่เขาได้ยิน
และสิ่งที่รู้สึกว่าผิดปกติ
แทบไม่มีเรื่องไหน
หลุดออกจากความคิดของเขา
โดยเฉพาะตอนนี้
พวกเขาอยู่ในเมืองใหม่
อยู่ในกิลด์ใหม่
และเพิ่งผ่านการถูกไล่ล่า
โดยคนสองกลุ่ม
การระวังตัว
จึงไม่ใช่เรื่องเกินเหตุ
นัทปิดสมุด
ก่อนเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งไปทางมาร์โก
มาร์โกหยิบขึ้นมาอ่าน
ภายในนั้น
มีเพียงข้อความสั้น ๆ
ในกิลด์นี้ มีอะไรที่เรายังไม่รู้เยอะ
มาร์โกมองนัท
นัทพยักหน้าเล็กน้อย
ไม่มีใครพูดต่อ
มาร์โกพับกระดาษ
ก่อนส่งกลับมา
จากนั้น
เขาก็พูดขึ้น
“ถ้างั้นก็หาดู”
นัทมองเขา
“จะไปเดินสำรวจเลย?”
“ไม่”
มาร์โกตอบ
“ฉันไม่ได้บอกว่าจะไปเอง”
นัทชะงักไปเล็กน้อย
จากนั้นก็เข้าใจทันที
เขาเหลือบมองเงาของมาร์โก
“อีกตัว?”
“อืม”
ก่อนหน้านี้
มาร์โกใช้ร่างเงาอีกตน
แอบอยู่กับหีบที่พระราชวัง
และตอนนี้
เขายังไม่คิดเรียกมันกลับ
อย่างน้อย
จนกว่าจะมีเหตุผล
ที่ต้องทำเช่นนั้น
แต่ร่างเงาที่อยู่กับตัวเขา
ยังสามารถใช้ได้
มาร์โกหลับตาลงเล็กน้อย
เงาบนพื้น
เริ่มสั่นไหว
นัทมองอย่างเงียบ ๆ
ร่างเงาค่อย ๆ แยกตัวออกมา
ก่อนเคลื่อนกลับเข้าไปใกล้ร่างของมาร์โก
เงาแฝงร่าง
มาร์โกไม่ได้หายไป
เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้
แต่การรับรู้ส่วนหนึ่ง
เริ่มเคลื่อนไหวออกจากร่าง
ก้าวผ่านเงา
เงาหนึ่ง
เงาอีกหนึ่ง
การเคลื่อนไหวของมัน
เงียบสนิท
ไม่มีเสียงฝีเท้า
ไม่มีใครรู้ว่า
ภายในกิลด์ขนาดใหญ่แห่งนี้
มีบางสิ่ง
กำลังเคลื่อนผ่านไปตามเงามืด
นัทมองประตูห้อง
ก่อนถอนหายใจ
“พี่”
“อะไร?”
“อย่าไปโผล่ในห้องน้ำคนอื่นนะ”
มาร์โกลืมตาขึ้นทันที
“ไอ้นัท”
นัทยิ้มเล็กน้อย
“ผมเตือนไว้ก่อน”
“เงียบไปเลย”
“ครับ”
ภายในห้อง
กลับมาเงียบอีกครั้ง
แต่ในเวลาเดียวกัน
การรับรู้ของมาร์โก
กำลังเริ่มสำรวจกิลด์แห่งใหม่
อย่างช้า ๆ
อย่างระมัดระวัง
และโดยไม่มีใครรู้ตัว
อีกฟากหนึ่ง
ณ โลกที่ 1
การเดินทางของโอม
สิ้นสุดลงแล้ว
เบื้องหน้าเขา
คือเมืองเริ่มต้น
เมืองที่มนุษย์จากโลกดั้งเดิม
เคยเดินทางมาถึงเป็นครั้งแรก
โอมยืนมองกำแพงเมืองอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหันกลับไปมองผู้คนด้านหลัง
มนุษย์กว่า 20 คน
เดินทางมากับเขาจนถึงที่นี่
ทุกคนเหนื่อย
เสื้อผ้าบางส่วนมีร่องรอยจากการเดินทาง
แต่ไม่มีใครถอยกลับ
เพราะพวกเขารู้ดี
ว่าปลายทาง
อยู่ตรงหน้าแล้ว
โอมพาทุกคนเดินเข้าไปภายในเมือง
การกลับมาครั้งนี้
ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเหมือนเดิม
ครั้งก่อน
พวกเขาเป็นเพียงคนจากโลกดั้งเดิม
ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกแห่งนี้
แต่ตอนนี้
หลายสิ่ง
เปลี่ยนไปแล้ว
โอมเดินตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
แท่นบูชา
หลังจากตรวจสอบทุกอย่าง
และดำเนินการตามที่ต้องทำ
เขาจึงพากลุ่มมนุษย์
มุ่งหน้าไปยังจุดวาร์ป
กระแสพลังงาน
หมุนวนอยู่เบื้องหน้า
แสงสีฟ้า
ส่องออกมาจากใจกลางของมัน
มนุษย์หลายคน
มองภาพนั้นอย่างเงียบ ๆ
สำหรับบางคน
นี่คือครั้งแรก
ที่พวกเขาได้เห็นสิ่งนี้
แต่ก่อนที่ใครจะก้าวเข้าไป
เสียงหนึ่ง
ก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
“หยุดก่อน”
ทุกคนหันไปทันที
หญิงสาวคนหนึ่ง
ยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดวาร์ป
ท่าทางของเธอ
ดูผ่อนคลาย
ราวกับไม่ได้รู้สึกกังวลกับผู้คนจำนวนมาก
ที่กำลังมองมาทางตัวเอง
แต่โอม
รู้ทันทีว่าเธอคือใคร
เซเลสเทีย
ผู้ที่เคยยืนอยู่ตรงนี้
ตั้งแต่วันแรก
ที่มนุษย์จำนวนมาก
เดินทางมาถึงโลกแห่งนี้
เซเลสเทียมองผ่านผู้คน
ก่อนสายตาจะหยุดที่โอม
“กลับมาถึงสักทีนะ”
โอมพยักหน้า
“ครับ”
เซเลสเทียมองไปยังมนุษย์กลุ่มด้านหลัง
“คนพวกนี้?”
“มนุษย์จากโลกเดิมครับ”
โอมตอบ
“เดินทางมาด้วยกัน”
“อืม”
เซเลสเทียพยักหน้า
ก่อนหันไปมองทุกคน
สีหน้าของเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ก่อนจะเดินเข้าไป”
“ข้าจะบอกเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อน”
ไม่มีใครพูด
มนุษย์ทุกคน
ตั้งใจฟังทันที
เซเลสเทียชี้ไปยังจุดวาร์ป
“คนที่อยู่ตรงนี้”
“และเคยเข้าสู่โลกที่ 1 แล้ว”
“สามารถใช้จุดวาร์ปนี้”
“เดินทางกลับไปยังโลกเดิมของพวกเจ้าได้”
บางคนเริ่มมองหน้ากัน
เซเลสเทียพูดต่อ
“จุดวาร์ปจะเปิดที่โลกของพวกเจ้า”
“และผู้ที่เคยเข้ามายังโลกที่ 1 แล้ว”
“ไม่ว่าจะเป็นพวกเจ้าที่อยู่ตรงนี้”
“หรือคนที่กลับไปก่อนหน้านี้”
“เมื่อถึงปลายทาง”
“ก็สามารถใช้จุดวาร์ปเดินทางกลับไปกลับมาได้”
เธอยกนิ้วขึ้น
“แต่”
“มีเพียงระหว่างโลกเดิม”
“กับโลกที่ 1 เท่านั้น”
บรรยากาศเงียบลง
บางคนพยักหน้า
พยายามทำความเข้าใจ
เซเลสเทียจึงพูดต่อ
“ส่วนโลกที่ 2”
สายตาของเธอมองผ่านทุกคน
“เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
โอมขมวดคิ้วเล็กน้อย
มนุษย์บางคน
เริ่มมองจุดวาร์ปตรงหน้า
เซเลสเทียพูดต่อ
“สำหรับผู้ที่เคยเข้าสู่โลกที่ 1 อยู่แล้ว”
“สามารถเดินทางต่อไปยังโลกที่ 2 ได้”
“ไม่มีข้อจำกัดใหม่”
“แต่ผู้คนหน้าใหม่”
เธอชี้ไปยังกลุ่มคนที่เดินทางมาจากโลกเดิมในภายหลัง
“คนจากโลกของพวกเจ้า”
“สามารถเข้ามาได้”
“ครั้งละหนึ่งร้อยคนเท่านั้น”
หลายคนมีสีหน้าประหลาดใจ
“แค่ร้อยคน?”
ชายคนหนึ่งถามขึ้น
เซเลสเทียหันไปมอง
“ใช่”
“หนึ่งร้อยคน”
“เมื่อผ่านเข้ามาแล้ว”
เธอชี้ไปยังจุดวาร์ป
“เพียงเดินเข้าไป”
“และกล่าวชื่อโลกที่ต้องการเดินทาง”
“พวกเจ้าก็จะไปถึงที่นั่น”
คำพูดนั้น
ทำให้หลายคนเริ่มมีความหวัง
แต่เซเลสเทีย
กลับยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“แต่ข้าแนะนำไว้ก่อน”
ทุกคนมองเธอ
หญิงสาวกอดอก
ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“เผ่าที่อ่อนแอเช่นพวกเจ้า”
“แวะมาทักทายข้าก่อน”
“ค่อยไปตายที่โลก 2 จะดีกว่า”
ความเงียบ
เกิดขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง
มนุษย์หลายคน
ทำหน้าไม่ถูก
บางคนหันไปมองโอม
โอมเอง
ก็ถอนหายใจเบา ๆ
ส่วนเซเลสเทีย
ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
เหมือนไม่ได้พูดอะไรแปลก
เพราะสำหรับเธอ
นั่นอาจเป็นเพียง
คำแนะนำธรรมดา
เท่านั้น
แต่สำหรับมนุษย์กลุ่มนี้
คำพูดของเธอ
ทำให้ทุกคนเริ่มเข้าใจอีกครั้งว่า
แม้พวกเขาจะเดินทางมาถึงโลกที่ 1 แล้ว
แม้จุดวาร์ปจะอยู่ตรงหน้า
และแม้โลกที่ 2
จะสามารถเดินทางไปถึงได้
แต่นั่น
ไม่ได้หมายความว่า
พวกเขาพร้อมแล้ว
โอมมองไปยังจุดวาร์ป
ก่อนมองผู้คนด้านหลัง
จากนั้น
เขาจึงพูดขึ้น
“ใครจะไปต่อ”
“ก็คิดให้ดี”
“แต่ถ้าใครยังไม่พร้อม”
“อย่ารีบ”
ไม่มีใครตอบทันที
เพราะหลังผ่านทุกอย่างมา
ทุกคนเริ่มรู้แล้วว่า
การเดินทางข้ามโลก
ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเดินเข้าไปในแสง
และไปถึงอีกที่หนึ่ง
สิ่งที่รออยู่
อาจเป็นโลกใหม่
โอกาสใหม่
หรืออาจเป็น
ความตาย
ก็ได้
และในขณะที่มนุษย์กลุ่มใหม่
กำลังยืนอยู่หน้าเส้นทาง
ที่สามารถพาพวกเขาไปยังโลกที่ 2
ณ อีกโลกหนึ่ง
นัทและมาร์โก
เองก็เพิ่งก้าวเข้าสู่
เส้นทางใหม่
เช่นกัน
เมืองที่ใหญ่ที่สุด
กิลด์แห่งใหม่
ผู้คนที่ยังไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู
และเงาของมาร์โก
ที่กำลังเคลื่อนที่
อยู่ภายในความมืดของกิลด์
เรื่องราวของมนุษย์
ยังคงเดินหน้า
เพียงแต่นับจากวันนี้
เส้นทางของพวกเขา
เริ่มเชื่อมโยงกันมากขึ้น
ทีละน้อย