บทที่ 12 จวินซานลี่
จวินซานลี่!
ทันทีที่ได้ยินเย่อู๋เชวียพูดจบหัวใจของฉีซื่อหลงก็สั่นไหว หลังจากขบคิดอย่างหนักเขาก็จำบางอย่างได้และสายตาของเขาที่มองไปยังเย่อู๋เชวียและจวินซานลี่ก็เปล่งประกายสดใสราวกับว่าเขาค้นพบสิ่งที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
“จวินซานลี่ เขาคนนี้คือใคร?”
“มีคนแบบนี้ในเมืองหลงกวงด้วยหรือ?”
“ข้าไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อนแต่เย่อู๋เชวียดูเหมือนจะรู้จักเขา”
...
ตัวตนของผู้มาใหม่ทั้งสามทำให้ลูกหลานของตระกูลมู่หรงประหลาดใจเป็อย่างมาก
อย่างไรก็ตามดวงตาที่เ็าของหลินอิงหลัวได้เปลี่ยนเป็ความเคร่งขรึมนางรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากชายหนุ่มในชุดคลุมสีเขียวที่ชื่อจวินซานลี่และเห็นได้ชัดว่านี่คือคู่ต่อสู้ที่นางไม่สามารถเอาชนะได้!
“แข็งแกร่งเหลือเกิน! คนคนนี้คือใครเขามีพร์สูงส่งแค่ไหนกันแน่!”
หลินอิงหลัวรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้าศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนางมองไปยังเย่อู๋เชวียโดยไม่รู้ตัวและทันใดนั้นนางก็พบว่าชายหนุ่มยังคงยืนอยู่อย่างเงียบๆ ด้วยดวงตาที่สงบนิ่งและไม่มีความรู้สึกตึงเครียดใดๆ
“จวินซานลี่ ไม่ได้พบกันมาสิบปีแล้วข้าไม่คิดว่าเ้าจะกล้ากลับมายังเมืองหลงกวง”
เย่อู๋เชวียกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาที่มองตรงไปยังจวินซานลี่ก็เปล่งประกายสดใสเล็กน้อย
จวินซานลี่ยืนอยู่บนหลังอสูรวิหคและมองดูชายหนุ่มที่สร้างความอับอายให้กับเขาเมื่อสิบปีก่อนด้วยความโกรธแค้น!
“หลอมรวมร่างกายระดับสมบูรณ์แบบทั้งยังมีพลังต่อสู้เทียบเท่าอาณาจักรวีรชน เย่อู๋เชวียตอนนี้เ้าช่างอ่อนแอเหลือเกิน”
เมื่อได้ยินคำพูดของจวินซานลี่ใบหน้าของเย่อู๋เชวียไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
“หรือเ้ากำลังรู้สึกภาคภูมิใจที่เอาชนะเ้าขยะตัวเล็กๆภายในตระกูลของตัวเองได้ ถ้าใช่ เ้าก็ทำให้ข้าผิดหวังเกินไปแล้ว!”
เมื่อมู่หรงเทียนได้ยินคำพูดของจวินซานลี่ใบหน้าของเขาก็มืดมนลงทันที แต่จากรัศมีพลังที่โอบล้อมร่างกายของฝ่ายตรงข้ามมันทำให้เขาเกิดความหวาดกลัวเกินกว่าที่จะตอบโต้กลับไป
คำพูดของจวินซานลี่ชี้ไปที่เย่อู๋เชวียโดยตรงในคำพูดของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามต่อตระกูลมู่หรงและความหยิ่งผยองนี้ทำให้ลูกหลานของตระกูลมู่หรงไม่สามารถระงับความโกรธไว้ได้
“จวินซานลี่ สิบปีผ่านไปดูเหมือนคำพูดของเ้าจะไม่พัฒนาขึ้นแม้แต่น้อยอาจารย์ของเ้าไม่เคยสั่งสอนเื่นี้หรือ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับความเย่อหยิ่งของจวินซานลี่เย่อู๋เชวียเพียงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเท่านั้น
“เ้าเศษสวะน้อย กล้าดีอย่างไรถึงมาสั่งสอนคุณชายของข้า!”
ชายชราในชุดคลุมสีเหลืองที่นั่งอยู่บนหลังอสูรวิหคก็ะโออกมาด้วยความโกรธ!
“เ้าก็เป็เพียงข้าทาสเท่านั้นเ้านายของเ้าไม่เคยสั่งสอนหรือว่าข้าทาสไม่สามารถสอดแทรกวาจาของผู้เป็นายได้!”
น้ำเสียงของเย่อู๋เชวียยังคงราบเรียบแต่ทำให้ใบหน้าของชายชราเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
“ฮวงหนิวถอยกลับมาได้แล้วนี่ไม่ใช่เื่ของเ้า”
ในขณะที่ชายชรากำลังโกรธเคือง หญิงสาวที่นั่งอยู่บนหลังอสูรวิหคอีกตัวก็กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบและทำให้ชายชราคนนั้นต้องสงบปากสงบคำด้วยความเคารพทันที
จวินซานลี่เมินเฉยต่อสิ่งนี้เดิมทีเขามาทีู่เาตงถูในเมืองหลงกวงเพราะมีบางอย่างต้องทำพอดีแต่เมื่อไปถึงที่นั่นเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนก็กลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้งและก่อนที่จะรู้ตัวเขาก็มายืนอยู่ในถิ่นตระกูลมู่หรงแล้ว!
เมื่อใดก็ตามที่เขาคิดถึงเื่นั้นจวินซานลี่จะมีความรู้สึกเหมือนถูกหนามแหลมทิ่มแทงหัวใจหลังจากความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับเมื่อสิบปีก่อน เขาติดตามอาจารย์กลับไปที่สำนักเพื่อฝึกฝนอย่างหนักเป็เวลาสามปีหลังจากที่เขาเกิดความมั่นใจว่าจะสามารถล้างความอัปยศได้เขากลับพบว่าเย่อู๋เชวียกลายเป็เศษสวะไปแล้ว
แน่นอนว่าบุคคลระดับจวินซานลี่ย่อมไม่สามารถลดตัวลงมาต่อสู้กับเศษสวะคนหนึ่งเย่อู๋เชวียในปัจจุบันไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็คู่ต่อสู้ของเขาได้อีกต่อไปอย่างไรก็ตามความพ่ายแพ้เมื่อสิบปีก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในใจของเขาและไม่สามารถลบล้างออกไปได้!
ครั้งนี้เขาบังเอิญผ่านมาที่ตงถูดังนั้นเขาจึงอยากจะมาดูให้เห็นกับตาว่าเย่อู๋เชวียกลายเป็ขยะอย่างที่คนอื่นพูดถึงจริงๆหรือเปล่า?
หลังจากดูการต่อสู้ระหว่างเย่อู๋เชวียและมู่หรงเทียนอย่างเงียบๆจวินซานลี่ก็อดไม่ได้ที่จะปรากฏตัวด้วยความตื่นเต้นในที่สุดโอกาสที่จะล้างความอัปยศเมื่อสิบปีก่อนของเขาก็มาถึงแล้ว
จวินซานลี่เป็อัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ของตำหนักชิงิซึ่งเป็หนึ่งในห้านิกายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคเหนือแต่เขากลับต้องพ่ายแพ้ให้กับเย่อู๋เชวียเมื่อสิบปีก่อนเื่นี้กลายเป็หนามแหลมทิ่มแทงใจเขาตลอดเวลา!
เย่อู๋เชวียรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของจวินซานลี่นอกจากนี้เขายังมีความทรงจำที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการต่อสู้เมื่อสิบปีก่อนและจำได้ว่านั่นเป็ชัยชนะที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเลือกที่จะหลอมรวมต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์เขาก็ลืมเื่นี้ไปโดยสิ้นเชิงเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจวินซานลี่จะมาปรากฏตัวที่นี่วันนี้
เย่อู๋เชวียรู้อยู่แล้วว่าจวินซานลี่้าทำอะไรแต่เย่อู๋เชวียก็ไม่กลัวเพราะนี่คือเมืองหลงกวงและฉีซื่อหลงเ้าเมืองหลงกวงจะไม่ปล่อยให้แผนการร้ายของฝ่ายตรงข้ามดำเนินไปได้อย่างแน่นอน
“เย่อู๋เชวียเดิมทีผู้คนบอกว่าเ้ากลายเป็ขยะไปแล้วดังนั้นเ้าจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็คู่ต่อสู้ของข้าอีกต่อไปแต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะเป็เพียงแผนการตบตาของเ้าเท่านั้นและเมื่อเป็เช่นนี้ความแค้นของเราจะยังไม่จบลง”
หลังจากพูดจบกลิ่นอายที่น่าเกรงขามของจวินซานลี่ก็โหมกระหน่ำเข้าหาเย่อู๋เชวียที่อยู่ด้านล่าง!
คลื่นพลังอันรุนแรงนี้ทำให้ลูกหลานตระกูลมู่หรงทุกคนรู้สึกเหมือนลูกแกะที่ถูกัจับจ้องอยู่พวกเขาหน้าซีดตัวสั่นโดยไม่สามารถควบคุมความกลัวที่อยู่ในใจได้!
ดวงตาที่เยือกเย็นของหลินอิงหลัวเปล่งประกายเล็กน้อยแม้ว่าการฝึกฝนของจวินซานลี่จะน่ากลัวอย่างมากแต่มันก็กระตุ้นจิติญญาแห่งการต่อสู้ของนางเช่นกัน
“ครืน”
เมื่อเห็นการกระทำของจวินซานลี่ดวงตาของฉีซื่อหลงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหนึ่งเป็เพราะจวินซานลี่ยังไม่ได้ลงมือจริงๆและอีกส่วนหนึ่งเป็เพราะเขา้ายืนยันบางสิ่ง
เมื่อมองไปรอบๆ สนามประลองฉีซื่อหลงก็สังเกตเห็นว่าทายาทของตระกูลมู่หรงส่วนใหญ่นั้นหน้าซีดและหวาดกลัวเห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกข่มขู่ด้วยกลิ่นอายที่จวินซานลี่ปลดปล่อยออกมา!
มู่หรงเทียนมีสภาพดีกว่าพี่น้องคนอื่นเล็กน้อยใบหน้าของเขาซีดขาวเนื่องจากอาการาเ็ แต่เขายังคงกัดฟันและพยายามพยุงตัวเองโดยไม่ให้ล้มลงแทบเท้าของจวินซานลี่!
ฉีซื่อหลงมองไปยังหญิงสาวตัวเล็กๆของตระกูลหลินด้วยความชื่นชม ใบหน้าที่งดงามของหลินอิงหลัวไร้ความรู้สึกดวงตาของนางมีประกายของความตื่นเต้นคล้ายกับ้าลงมือต่อสู้กับชายหนุ่มเสื้อคลุมสีเขียวการแสดงออกของนางดีกว่าของมู่หรงเทียนมาก
ในที่สุดสายตาของฉีซื่อหลงก็หยุดที่ศูนย์กลางของแรงผลักดันนั่นคือร่างของเย่อู๋เชวีย!
ใจเย็นไม่แยแส
นี่คือสิ่งที่ฉีซื่อหลงรู้สึกได้จากเย่อู๋เชวียและเมื่อเห็นเช่นนั้นดวงตาของเขายิ่งเปล่งประกายสดใสด้วยความชื่นชมมากยิ่งกว่าเดิม!
ระดับการบ่มเพาะของเย่อู๋เชวียนั้นไม่ควรค่าให้คนระดับเขานำมาใส่ใจแต่ความสุขุมหนักแน่นทางจิตใจของเย่อู๋เชวียกลับทำให้ตัวเขาตกตะลึงเป็อย่างมาก!
ด้วยตัวตนระดับฉีซื่อหลง เขาย่อมมองเห็นระดับการฝึกฝนของจวินซานลี่ได้อย่างรวดเร็วและมันเป็เื่ที่น่าทึ่งจริงๆ จวินซานลี่มีอายุมากกว่าเย่อู๋เชวียเพียงเล็กน้อยแต่ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาในวันนี้เห็นได้ชัดว่านี่คือยอดฝีมือรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของตำหนักชิงิอย่างแน่นอน!
แต่ถึงอย่างนั้นเย่อู๋เชวียก็ยังมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันที่ฝ่ายตรงข้ามปลดปล่อยออกมามีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่จะอธิบายเื่นี้ได้!
นั่นคือเจตจำนงของเย่อู๋เชวียแข็งแกร่งกว่าของจวินซานลี่!
“ชายหนุ่มอายุสิบห้าปีคนนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้างถึงได้มีจิตใจที่แข็งแกร่งเช่นนี้”
ความคิดดังกล่าวแวบเข้ามาในหัวของฉีซื่อหลง
“คุณชายโปรดเมตตา ลูกหลานของตระกูลมู่หรงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้!”
เมื่อเห็นว่าทายาทหลายคนของตระกูลมู่หรงรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆในที่สุดมู่หรงฉางชิงก็อดไม่ได้ที่จะเคลื่อนไหว!
“ครืน…”
ความผันผวนของพลังปราณพุ่งออกมาจากร่างมู่หรงฉางชิงในขณะเดียวกัน พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีทองก็ค่อยๆ ลอยขึ้นจากด้านหลังของเขา!
ิญญาสีทองคือตัวแทนของอาณาจักร์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็ระดับสูงสุดของอาณาจักรชำระิญญา!
ในฐานะประมุขตระกูลมู่หรง การฝึกฝนของมู่หรงฉางชิงนั้นทรงพลังโดยธรรมชาติและเขากำลังจะก้าวเข้าสู่อาณาจักรใหม่แล้ว!
ในขณะที่รัศมีพลังของเขาตอบโต้ความกดดันที่จวินซานลี่สร้างขึ้นในที่สุดทายาทของตระกูลมู่หรงหลายร้อยคนก็สามารถผ่อนคลายลมหายใจได้
เสียงหายใจหอบรุนแรงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องใบหน้าของทายาทตระกูลมู่หรงทุกคนชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นภายใต้ความกดดันในระยะสั้นๆ นี้มันทำให้พวกเขาเกิดความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด!
เมื่อมองไปยังจวินซานลี่อีกครั้งดวงตาของทุกคนก็เต็มไปด้วยความกลัว!
“มุทราชิงิ!”
“ครืน…”
ร่างของจวินซานลี่เปล่งประกายด้วยความผันผวนของพลังปราณที่สดใสในขณะที่ฝ่ามือขนาดใหญ่ซึ่งมีความยาวมากกว่าสิบฉื่อได้พุ่งลงมาจากท้องฟ้าและเป้าหมายของมันคือมู่หรงฉางชิง!
ความเร็วของฝ่ามือสีฟ้านั้นเร็วมากและก่อนที่ทุกคนจะรู้ตัว ฝ่ามือนั้นก็อยู่ห่างจากมู่หรงฉางชิงไม่ถึงฉื่อแล้ว!
“กรงเล็บัฟ้า!”
แม้ว่าการโจมตีของจวินซานลี่จะมาอย่างกะทันหันแต่มู่หรงฉางชิงก็ไม่ตื่นตระหนก แขนของเขาสะบัดเบาๆและัที่มีความยาวมากกว่าสิบฉื่อก็พุ่งออกมาจากความว่างเปล่าพร้อมกับกระโจนเข้าใส่มือั์ข้างนั้น!
“บูม”
รอยมือขนาดใหญ่สีฟ้าและภาพธรรมของัฟ้าปะทะกันอย่างดุเดือดทำให้คลื่นลูกใหญ่ปะทุขึ้น!
เมื่อเห็นการโจมตีอย่างกะทันหันของจวินซานลี่เย่อู๋เชวียก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แม้ว่ามู่หรงฉางชิงจะป้องกันได้ทันเวลาแต่ความรู้สึกไม่สบายใจของเขาก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ!
ในขณะเดียวกันใบหน้าของจวินซานลี่ที่อยู่บนฟ้าก็มีรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้น!
เมื่อฝุ่นละอองในอากาศถูกลมพัดพาออกไปทุกคนก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าฝ่ามือขนาดใหญ่ข้างนั้นได้จมเข้าสู่หน้าอกของมู่หรงฉางชิงโดยไม่เบี่ยงเบนออกไปแม้แต่น้อย!
“แย่แล้ว ท่านลุงฉางชิง!”
เมื่อเห็นสิ่งนี้สีหน้าของเย่อู๋เชวียเปลี่ยนไปอย่างมากเขาพุ่งเข้าไปประคองมู่หรงฉางชิงที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยสีหน้าแดงก่ำ
มู่หรงฉางชิงล้มลงในอ้อมแขนของเย่อู๋เชวียฝ่ามือสีฟ้าเมื่อครู่นี้ทำให้เขาััได้ถึงความตายอย่างชัดเจนและในที่สุดเขาก็ไม่สามารถระงับอาการาเ็จนต้องกระอักเืออกมา
ส่วนผู้าุโของตระกูลมู่หรงหลายคนที่เห็นเช่นนั้นต่างก็ทะยานขึ้นสู่เวทีด้วยความโกรธ!
“แค่ก!”
ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวมู่หรงฉางชิงซึ่งเป็ยอดฝีมืออาณาจักร์ศักดิ์สิทธิ์(ิญญาสีทอง)ก็พ่ายแพ้ให้กับจวินซานลี่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของตำหนักชิงิอย่างง่ายดาย!
“ท่านลุงฉางชิงไม่เป็อะไรนะ?”
เมื่อกระอักเืออกมาอีกครั้งมู่หรงฉางชิงก็รู้สึกสบายตัวขึ้นเล็กน้อยเขาจับมือเย่อู๋เชวียและพยายามดึงตัวเองให้ยืนขึ้นจากนั้นเขาก็หันไปกล่าวกับจวินซานลี่ที่อยู่ไม่ไกล
“วีรบุรุษเกิดจากคนหนุ่ม พร์ของคุณชายยอดเยี่ยมเหลือเกินในยุคนี้คนที่มีระดับบ่มเพาะขอบเขตเดียวกันและสามารถเอาชนะข้าได้มีน้อยยิ่งกว่าน้อย!”
จวินซานลี่ก็เป็ยอดฝีมืออาณาจักร์ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน!
ด้วยการปรากฏตัวของิญญาสีทองที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาสนามประลองทั้งหมดก็เงียบลงในทันที!
เมื่ออายุสิบเจ็ดปีมู่หรงเทียนสามารถควบแน่นิญญาจันทราและก้าวเข้าสู่อาณาจักรวีรชนได้เขาได้รับฉายาว่าเป็ผู้มีพร์สูงสุดในรอบร้อยปี!
แต่ในขณะนี้ ชายหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบห้าปีกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักรชำระิญญาแล้วพร์ของเขายิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงมากแค่ไหน?
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือเขาเอาชนะมู่หรงฉางชิงซึ่งอยู่ในอาณาจักร์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว! ความน่ากลัวของชายหนุ่มคนนี้ยากที่จะอธิบายเป็คำพูดได้!
ท้ายที่สุดมู่หรงฉางชิงก็นับเป็อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ั้แ่ที่เขายังเป็เด็กในปัจจุบันมู่หรงฉางชิงกลายเป็ยอดฝีมือรุ่นาุโแล้วระดับความแข็งแกร่งของเขาจะมีมากแค่ไหน? แต่เขาก็ยังพ่ายแพ้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
เมื่อมองไปยังมู่หรงฉางชิงในอ้อมแขนหัวใจของเย่อู๋เชวียก็เต็มไปด้วยความโกรธ!
เขารู้ว่ามู่หรงฉางชิงจำเป็ต้องสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวในเื่นี้เพราะเกรงว่าลูกหลานตระกูลมู่หรงจะได้รับาเ็ และตอนนี้จวินซานลี่ก็จงใจทำร้ายมู่หรงฉางชิงเพื่อฉีกหน้าของเย่อู๋เชวียโดยตรงการกระทำของเขาถือว่าล้ำเส้นของเย่อู๋เชวียมากเกินไปแล้ว!
“จวินซานลี่!”
น้ำเสียงของเย่อู๋เชวียเ็าราวกับคมมีดหัวใจของเขาลุกเป็ไฟด้วยความโกรธจนยากที่จะควบคุมได้!
เมื่อมองไปยังใบหน้าโกรธแค้นของเย่อู๋เชวียจวินซานลี่ก็รู้สึกเบิกบานใจอย่างยิ่ง!
“ฮ่าๆ เ้าโกรธหรือ? ถ้าเ้าโกรธก็เข้ามาสิข้าสามารถขยี้เ้าให้ตายด้วยนิ้วเดียวอยู่แล้วแต่หากทำเช่นนี้มันก็ไม่มีความหมายอะไร ข้าจะให้โอกาสเ้าสักครั้งสิบปีให้หลังพวกเราจะต่อสู้กันอย่างยุติธรรมและข้าจะบดขยี้เ้าต่อหน้าทุกคนเพื่อให้เ้าได้ัักับความเ็ปของข้าที่เคยพ่ายแพ้ให้เ้าเมื่อสิบปีก่อน”
คำพูดของจวินซานลี่ทำให้ใบหน้าของเหล่าผู้าุโตระกูลมู่หรงเปลี่ยนไปเล็กน้อยและความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนก็ย้อนกลับมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“ปรากฏว่าเ้าเป็อัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ของตำหนักชิงิที่พ่ายแพ้ให้กับอู๋เชวียเมื่อสิบปีก่อนไม่น่าแปลกใจเลยที่เ้าสามารถฝึกฝนจนแข็งแกร่งถึงระดับนี้ได้!”
มู่หรงฉางชิงก็ตระหนักได้ในทันที
จวินซานลี่ชำเลืองมองมู่หรงฉางชิงและกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน“เย่อู๋เชวีย หากเ้าไม่ยอมรับนัดหมายในอีกสิบปีข้างหน้าข้าจะฆ่าท่านลุงฉางชิงที่เ้ารัก รวมถึงพี่น้องทุกคนจากตระกูลมู่หรงของเ้าเ้าก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าข้าสามารถทำเื่นี้ได้อย่างง่ายดาย!”
“บังอาจ แค่กๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดของจวินซานลี่มู่หรงฉางชิงก็กระอักเืออกมาด้วยความโกรธเขาไม่สงสัยเกี่ยวกับคำพูดของจวินซานลี่แม้แต่น้อยตำหนักชิงิเป็หนึ่งในห้านิกายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคเหนือการที่เขาจะทำลายตระกูลเล็กๆ อย่างตระกูลมู่หรง นับเป็เื่ที่ลำบากเพียงยกมือเท่านั้น
“จวินซานลี่เ้า้าที่จะเป็ศัตรูกับเราผู้เฒ่าหรือไม่?”
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของจวินซานลี่ทำให้ฉีซื่อหลงเกิดความไม่พอใจเช่นกัน
“ข้าไม่มีความตั้งใจที่จะเป็ศัตรูกับร้อยเมืองหลักอยู่แล้วแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการเลือกของเย่อู๋เชวียเพียงคนเดียว”
แม้ว่าคำพูดของเขาจะมีความหวั่นเกรงต่อร้อยเมืองหลักอยู่เล็กน้อยแต่ใบหน้าอันหยิ่งยโสของจวินซานลี่ก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนคลั่งใจตายด้วยความโกรธ!